บอลลีกกำลังเดินหน้า แต่ทีมชาติย่ำอยู่กับที่
สวัสดีครับ…ขอต้อนรับมิตรรักแฟนกีฬาทุกท่าน มาติดตามความเคลื่อนไหวกีฬาทุกแง่มุมไปกับ “นายบอลไทย”
ก่อนอื่นต้องของแสดงความเสียใจกับเหล่าสาวก “ป๊อปลูบเป้า” ไมเคิล แจกสัน ราชา เพลงป๊อป ที่ยืนอยู่บนเวทีมา กว่า ๔ ทศวรรค และสร้างบทเพลงออกมาอย่างมากมาย ยิ่งท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ “มูนวอล์ก” ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับพวกก็อบปี้โชว์มาแล้ว ถึงแม้ในชีวิตของราชาเพลงป๊อบผู้นี้จะไม่ได้มีแต่ในเรื่องในแง่มุมที่ดีนัก แต่เหล่าสาวกจะขอจำแต่บทเพลงที่ดีของเขาเอาไว้ตลอดกาล ‘Your Are Not Alone’ คุณไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว
ข้ามมาดูเรื่องกีฬากันบ้างหลังจากที่ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกปิดฉากเลกแรกลงไป และจะกลับมาโม่แข้งเลกสองก็ในปลายเดือนกรกฎาคมโน้น ทำให้บรรดาหลายๆ ทีมต่างปรับปรุงแต่งทีมเพื่อโอกาสลุ้นแชมป์และการอยู่รอด
แต่ที่น่าปวดหัวก็คงจะเป็นในส่วนของทีมชาติไทยชุดใหญ่ที่เพิ่งจะได้เข้าเก็บตัวฝึกซ้อมกันอย่างจริงจัง แต่ยังไม่รู้จะได้อุ่นเครื่องกับใครเขา ทำเอากุนซือ ปีเตอร์ รีด ถึงกับงงไม่รู้ว่าที่ผ่านมา ๓ เดือนทำไม่ถึงไม่มีความเคลื่อนไหวในทีมชาติไทยให้แฟนบอลได้รับรู้ ทำได้ก็แค่ส่งทีมงานไปซุ่มดูฟอร์มนักเตะตามสโมสรต่างๆ แต่ถึงเวลาประกาศรายชื่อออกมาก็มีแต่แข้งหน้าเดิมๆ
เริ่มที่ผู้รักษาประตูโกสินทร์ หทัยรัตนกุล (ชลบุรี), กิตติศักดิ์ ระวังป่า (โอสถสภา) และประตูหน้าใหม่ กวิน ธรรมสัจจานันท์ (เมืองทอง) ที่เข้ามาเสียบแทนที่ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ที่มีอาการบาดเจ็บ
มาดูแผงหลัง สุรีย์ สุขะ (ชลบุรี), ณัฐพร พันฤทธิ์ (เมืองทอง), ณัฐพงษ์ สมณะ (ชลบุรี), เกียรติประวุฒิ สายแวว (ชลบุรี), ภานุพงษ์ วงศ์ษา (การไฟฟ้า), รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค (การไฟฟ้า), สุทธินันท์ พุกหอม (ชลบุรี) เรียกได้ว่าชลบุรี ติดมาถึง ๔ คน โดยมี สุทธินันท์ เป็นกองหลังดาวรุ่งหน้าใหม่นอกนั้นก็หน้าเดิมๆ
ส่วนฝั่งกองกลาง สุเชาว์ นุชนุ่ม (ทีโอที), สุรัตน์ สุขะ (ชลบุรี), สุธี สุขสมกิจ (Tampines Rovers), ณรงค์ชัย วชิรบาล (การไฟฟ้า), ดัสกร ทองเหลา (ฮอง อัน ลาย), พิชิตพงษ์ เฉยฉิว (เมืองทอง), นิรุจน์ สุระเสียง,ศักดา เจิมดี (ฮอง อัน ลาย), ปีเตอร์ แลง (FC Schaffhausen), อดุล หละโสะ, อาทิตย์ สุนทรพิธ (ชลบุรี), คัฟฟ้า บุญมาตุ่น (โอสถสภา) ในแผงมิดฟิลด์ถือว่ามีจุดเปลี่ยนอยู่บ้างเมื่อมีการดึงนักเตะหนุ่มลูกครึ่งไทยสวิต ปีเตอร์ แลง มาติดธงไตรรงค์ครั้งแรก พร้อมกับดึง ๒ ผู้เล่นตัวเก๋าที่โอนสัญชาติเป็นเวียดนามอย่าง นิรุจน์ และศักดิ์ดา เข้ามาติดทีมชาติอีกครั้ง แต่ในรายของนิรุจน์ อาจจะหมดสิ้นเพราะต้องเข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูก และต้องพักยาวถึง ๓ เดือน และอีกหนึ่งมิดฟิลด์ที่ติดทีมชาติครั้งแรกอย่าง คัฟฟ้า บุญมาตุ่น กองกลางตัวหลักจากโอสถสภา เอ็ม ๑๕๐ ที่โชว์ฟอร์มได้โดนเด่นในเลกแรก
ด้านกองหน้าแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ๒ ธีติดเหมือนเดิมทั้ง ธีรศิลป์ แดงดา (เมืองทอง), ธีรเทพ วิโนทัย (Lierse S.K.), รณชัย รังสิโย (การไฟฟ้า), พิพัฒน์ ต้นกันยา (การท่าเรือไท เอฟซี) และกีรติ เขียวสมบัติ (ทีโอที เอฟซี) พิพัฒน์ ต้นกันยา ยังคงเป็นผู้เล่นที่ปีเตอร์ รีด ไว้วางใจเรียกมาติดทีมชาติ ซึ่งในเลกแรกพิพัฒน์ ซัดไปถึง ๗ ประตู รั้งรองดาวซัลโวไทยลีก ตามหลัง โคเน่ โมฮัมเหม็ด กองหน้าของชลบุรี แค่ ๒ ลูก ส่วนในรายของ กีรติ เขียวสมบัติ กองหน้าจากทีโอที พึ่งซัดได้เพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้นแต่ปีเตอร์ รีด ยังมั่นใจเรียกมาติดทีมชาติครั้งแรก
หลังจากที่ผ่านแมตช์อุ่นเครื่องกับนิวซีแลนด์เมื่อกว่า ๓ เดือนก่อน ปีเตอร์ รีด ก็ไม่มีโอกาสได้ทำงานอย่างเต็มที่ และในช่วงพักเลกแรกนี้คงเป็นโอกาสที่ดีของปีเตอร์ รีด ที่จะได้รวมพลแข้งทีมชาติมาฝึกซ้อมแบบเต็มที่ แต่ก็ยังมองไม่เห็นถึงโปรแกรมการอุ่นเครื่องของทีมชาติไทย นอกจากเกมที่จะพบกับลิเวอร์พูล ในวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ซึ่งถือว่าอีกนานพอดู แล้วต่อจากนี้แหละทีมชาติไทยจะทำแค่ซ้อมไม่คิดหาทีมมาอุ่นเครื่อง ตามหลักแล้วน่าจะซ้อม ๑ สัปดาห์แล้วก็หาแมตช์อุ่นเครื่อง ๑ ครั้งเพื่อเป็นการเช็กสภาพนักเตะและสภาพทีม เรื่องนี้ต้องฝากทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศหันมามองในเรื่องทีมชาติบ้างไม่ใช่จะไปสนใจแต่การพัฒนา ลีกอย่างเดียว เพราะทั้งสองอย่างมันต้องเดินเคียงข้างกันไปถึงจะสมบูรณ์แบบ
ที่ผ่านมาทางสมาคมเน้นในเรื่องโปรแกรมไทยลีกมากเกินไป ขณะที่ทางฟีฟ่า กำหนดวัน “ฟีฟ่าเดย์” ขึ้นมาเพื่อให้แต่ละชาติได้มีการขยับแข้งขยับขากันบ้าง แต่ทีมชาติไทยกับไม่สนใจติดต่อชาติใดมาอุ่นเครื่อง ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็วิ่งหากันให้วุ่น แต่สุดท้ายก็หาทีมอุ่นเครื่องจนได้คือทีมบาห์เรน แต่กับต้องมาถูกยกเลิกกลางคันเพราะคิวเตะมันไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขา ทำให้ทีมชาติไทยโดนตัด ๓ แต้ม เพราะไม่ทำตามกฎฟีฟ่า จนถึงตอนนี้ทีมชาติไทยอันดับลงมาอยู่ที่ ๑๑๖ ของโลก
ด้านกุนซือเชื้อสายอังกฤษ ปีเตอร์ รีด พยามเรียกร้องให้ทีมชาติไทได้มีโปรแกรมอุ่นเครื่องบ้าง แต่กลับไม่มีสัญญาณตอบรับกับมา แต่ท้ายสุดต้องมาดูกันว่าในการเก็บตัวทีมชาติกว่า ๑ เดือนเต็มทีมชาติไทจะมีแมตช์อุ่นเครื่องกี่ครั้งถ้าไม่นับรวมกับนัดเจอลิเวอร์พูลที่วัดอะไรไม่ได้เลย ทีมชาติไทยควรพัฒนาไปอุ่นเครื่องกับทีมแถบตะวันนออกกลางหรือไมก็ทีมจะเอเชียตะวันออกเพราะทีมเหล่านี้เขาเดินสายไปเล่นบอลโลกกันแล้ว ดีกว่ามาขออุ่นเครื่องกับทีมในย่านเดียวกัน ซึ่งมันวัดอะไรได้ไม่มากนัก
จากการเรียกตัวเข้าแคมป์ทีมชาติไทยนานถึง ๒๔ วัน ทำเอาบรรดาทีมลุ้นแชมป์ออกมาโวยกันลั่นว่านานเกินไป
โดยชลบุรี โดนหนักสุด นักเตะติดทีมชาติชุดใหญ่ ๘ คน แต่ละสโมสรจึงมีเวลาซ้อมทีมแค่ ๒ วันก่อนเปิดเลกสอง วันที่ ๒๕ ก.ค. แต่ละสโมสรจึงแนะน่าจะทำตามกฎฟีฟ่าเก็บตัวแค่ ๗ วัน เพื่อจะได้เตรียมทีมมากกว่านี้ แต่ถ้านักเตะติดทีมชาติได้ก็ถือเป็เกียรติกับสโมสรอยู่แล้วครับ
มาผลงานคราวๆ ของลีกเลกแรกของไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ด้านการจัดการแข่งขันถือว่าประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องกองเชียร์ เกมการแข่งขัน การขายตั๋ว การขายของที่ระลึก นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีของวงการฟุตบอลลีกบ้านเรา
แต่ที่น่าผิดหวังก็คงเป็น “บริษัท ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก” ในฐานะคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ที่ทำงานในปีแรกยังถือว่า สอบตก ไม่มีมาตรการออกมาควบคุมในเรื่องต่างอย่างชัดเจน
ส่วนที่น่าเห็นใจสุดก็คงเป็น “ผู้ตัดสิน” ที่มักจะตกเป็นจำเลย ที่รองรับอารมณ์ของทุก ฝ่าย “ตัดสินดีถือว่าเท่าตัว ตัดสินมั่วก็โดนด่า” ถือเป็นสโลแกนของผู้ตัดสินเมืองไทย และในตอนนี้ก็คณะกรรมการผู้ตัดสิน ที่นำโดย อ.ชูชัย บัวบูชา ก็กำลังพิจารณาบทลงโทษของประยูร วีระพูล เปาจอมอื้อฉาวที่ตกเป็นข่าวว่าจะถูกตัดสินห้ามเปาตลอดชีวิตหลังทำผลงานผิดพลาดอยู่ปล่อยครั้ง แต่บทลงโทษนี้ถ้าเป็นจริงคงแรงเกินไปอย่างดีแค่พัก ๑ ฤดูกาลถือว่าเยอะสุดๆ แล้ว
ถือว่าปัญหาทุกอย่างมันมีทางแก้เสมอ ของเพียงทุกฝ่ายช่วยกัน มาพัฒนาวงการฟุตบอลไทยไปพร้อมๆ กัน ที่ผ่านถือเป็นบทเรียน ในเลกสองที่จะเริ่มขึ้นเราคงจะเห็นฟุตบอลลีกและทีมชาติไทยมีทิศทางที่ดีขึ้น
แค่นี้ฟุตบอลเมืองไทยก็จะก้าวขึ้นไปสู่อีกระดับหนึ่งแน่....
ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๘๔๒ วันศุกร์ที่ ๓ - วันจันทร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒




ความคิดเห็น (1 จำนวนโพส):
โพสแสดงความเห็นของคุณ