หน้าแรก | ศิลปะและบันเทิง | เหรียญสามกษัตริย์ พระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก

เหรียญสามกษัตริย์ พระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก


 ในยุคที่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานีของไทย เมืองพิษณุโลกเป็นเมืองสำคัญรองจากกรุงสุโขทัย พุทธศิลปะในแบบสุโขทัยในหมวดสกุลช่างพิษณุโลก ได้เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ในรัชสมัยของพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พญาลิไท) เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จมาทรงประทับที่เมืองพิษณุโลกนานถึง ๗ ปี และ พระพุทธชินราชจังหวัดพิษณุโลก ก็ถูกสร้างขึ้นใน สมัยของพระมหาธรรมราชาที่ ๑ ใน คราวที่พระองค์ประทับอยู่ที่เมืองพิษณุโลกนั่นเอง หากนับอายุการสร้างพระพุทธชินราช โดยคำนวณจากที่พระยาลิไทขึ้นครอง ราชย์ ณ กรุงสุโขทัย เมื่อพ.ศ. ๑๘๙๗ ถึง ปัจจุบัน พ.ศ.๒๕๕๒ พระพุทธชินราชจะมี อายุสูงถึง ๖๕๕ ปี (พระยาลิไทขึ้นครอง ราชย์ ณ กรุงสุโขทัยเมื่อพ.ศ.๑๘๙๗ ถึง พ.ศ. ๑๙๑๙ รวม ๒๒ ปี)
 นับเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ของพสกนิกรชาวไทย นับตั้งแต่โบราณกาลที่พระมหากษัตริย์ไทหลายยุคหลายสมัย ได้ทรงมีพระเมตตาบังเกิดให้ “ทรงมีจินตนาการ” และบังเกิด “กุศโลบาย” ให้ช่างศิลป์หลายยุคหลายสมัย สร้างพระพุทธปฏิมากรหรือที่คนไทยเราถนัดที่จะเรียกว่า พระพุทธรูปสำคัญๆ ยังเกิดขึ้นในหลายยุคหลายสมัย สร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในยุคปัจจุบัน ดังเช่น พระพุทธชินราช แห่งวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก เป็นต้น และ ด้วยกุศโลบายที่พระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ได้ทรงเล็ง เห็นถึง “พระพุทธรูป” ซึ่งเป็นรูปจำลอง แทนองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระเครื่องต่างๆ ล้วน     เป็น “อุเทสิกเจดีย์” ในทางพระพุทธศาสนาวัตถุมงคลทั้งหลายคือเครื่องเตือน สติให้คนไทยทุกคน ระลึกถึงพระธรรมคำสั่งสอน และระลึกถึงพระพุทธองค์ ซึ่งเรียกว่า “พระภายนอก” เป็นวัตถุน้อมนำจิตใจให้บังเกิด “ทัสสนานุตตริยะ คือการเห็นที่เป็นมงคล” เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความยึดมั่นในพระสัจธรรม และจะเป็นบทเริ่มต้นที่จะ “เห็นพระภายใน” ได้ในอนาคต
 “ข้าพเจ้าเป็นศิลปินพอที่จะวาดจินตนาการของตนอย่างเสรี เพราะจินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ความรู้ถูกจำกัดเขต ส่วนจินตนาการโอบโลกเอาไว้” (คำกล่าวของอภิมหามนุษย์ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์)
 วิวัฒนาการความเจริญของมนุษย์ย่อมเปลี่ยนแปลงและเกิดขึ้นได้ เพราะมนุษย์มิได้คิดว่า สิ่งที่มีอยู่สิ่งที่เป็นอยู่ มิใช่สิ่งที่ดีที่สุด มิใช่สิ่งที่ถูกต้องที่สุด และ มิใช่สิ่งที่สูงที่สุด จึงได้บังเกิดจินตนาการ การเรียนรู้เพิ่มเติมไม่สิ้นสุด การรับรู้และเข้าใจคำว่า “หยุดอยู่กับที่ก็คือถอยหลัง” ย่อมเป็นปฐมบทที่จะก้าวไปสู่ความเป็น คนรอบรู้ ได้ในอนาคต แต่ก็ยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่ยังติดอยู่ในกับดักความคิดของตน เองโดยตัดสินใจเอาว่า การศึกษาปริญญาโทหรือเอกหรือเรียนเอกในสาขาใดสาขาหนึ่งนั้นคือ “คำตอบสุดท้ายแห่งชีวิต” จึง ทำให้หลงอยู่ในวังวนแห่งความรู้สึกนึกคิดว่า “ข้าเรียน ข้ารู้ ข้าเก่ง ข้าแน่” ความ รู้สึกนึกคิดเช่นนี้ย่อมเปรียบประดุจนักโทษที่ถูกคุมขัง ไม่สามารถสร้างจินตนาการพอก พูนความรู้ให้กับตนเองได้ การศึกษาเป็นสิ่งที่ดีเพราะ “ความรู้คือประทีป จินตนา การคือหนทาง” ไม่ว่ามนุษย์สาขาอาชีพใดๆ มีแสงสว่างแต่ไม่มีทางเดินย่อมเติบโตไม่ได้ แต่หากมีทั้งความรู้มีทั้งจินตนาการ ก็ย่อมได้เปรียบผู้อื่นทุกประตู จงอย่าหลงคิดว่าห้องเรียนเล็กๆ นั้นคือโลก ในโลกนี้ยังมีความรู้อีกมากมาย ที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะให้ได้ในห้องเรียน ทุกสรรพสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทุกผู้คนที่เราได้สัมผัส หากเราไม่ ปิดกั้นตนเองพอกพูนความรู้ได้เสมอ
 ผมเคยคุยกับลูกผมเสมอว่า “เกียรติ นิยมอันดับหนึ่งที่เขาได้จากการเรียนมหาวิทยาลัย” ก็เป็นสิ่งที่ดีซึ่งเกิดจากความมุมานะตั้งใจเรียนของเขา แต่นั่นย่อมไม่ใช่คำตอบที่แน่นอนว่า เขาจะประสบความสำเร็จในชีวิต เพราะประสบการณ์จริงในชีวิตของผมมีเพื่อน ฝูงหลายคน ที่เรียนจบปริญญาโทจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะบางคนเรียนจบปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจากสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันชีวิตครอบครัว ก็ลำบากมิได้แตก ต่างจากเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันที่เรียนจบแค่ประถมหรือมัธยม และหากเราใส่ใจศึกษาประวัติชีวิตมนุษย์บางคนที่เคยต่ำต้อย เช่น ไอน์สไตน์ ก่อนที่จะถูกเรียกว่า “มหา มนุษย์หรือมนุษย์อัจฉริยะ” หรืออะไรก็แล้วแต่ ตอนเด็กๆ ถูกคุณครูเคยระบุว่า สมองช้า และ ล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัวเองตลอดเวลา เขาถูกไล่ออกจากโรงเรียน
 หรือใกล้ๆ ตัวเราในเมืองไทย นักธุรกิจระดับแสนล้านที่มีชื่อติดอยู่ในอันดับของ นิตยสารฟอร์บ เช่น จากเซลล์ขายยา คุณ เฉลียว อยู่วิทยา มาเป็นเจ้าพ่อกระทิงแดงที่โด่งดังไปทั่วโลก หรืออา เฮียขายหอยทอดมาเป็นเจ้าพ่อน้ำเมา คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี หรือเถ้าแก่ร้านอาหารสัตว์เล็กๆ     มาเป็นบิ๊กบอสบริษัทซีพี คุณธนินท์ เจียร วนนท์” ที่ได้รับเกียรติเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประเทศยักษ์ใหญ่ เช่น จีน ซึ่งทุกคนไม่มีใครเรียนจบจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง มหาวิทยาลัยโตเกียว หรือมหาวิทยา ลัยอ็อกฟอร์ด แต่ทุกคนมีจินตนาการที่ยิ่งใหญ่และกว้างไกลเกินกว่าห้องเรียนสี่เหลี่ยมเหล่านั้น และทุกคนมีจินตนาการความคิดนอกกรอบ(กระดาษปริญญา) เข้าไปสู่การค้นพบแนวคิดล่วงหน้าไปได้  นับ ๑๐๐ ปี เหตุเพราะทุกคนมี “จินตนา การ”
 ก่อนจบวันนี้ เช่นเคยผมมีรูปเหรียญสามกษัตริย์ ซึ่งหมายถึงการสร้างจากวัตถุสามอย่างในเหรียญเดียวคือ “ทอง นาก และเงิน” (ดูภาพ) ถามอายุการสร้างตอบไม่ได้ แต่หากจะให้คำนวณก็คงจะหลายสิบปี เพราะไม่น้อยกว่า ๒๐-๒๕ ปี ไม่เคยมีการสร้างเหรียญแบบสามกษัตริย์ เพราะต้นทุนแพง เสียเวลา และช่างรุ่นใหม่ “ไร้ จินตนาการ”
 สวัสดีครับ.

ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๘๔๒ วันศุกร์ที่ ๓ - วันจันทร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒

 

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
0