Transformers 2
เมื่อ ๒ ปีก่อนมีหนังเรื่องหนึ่งซึ่งสร้างมาจากการ์ตูนทีวีของฝรั่ง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหุ่นยนต์ที่แปลงร่างเป็นยานพาหนะ หนังเรื่องนั้นสูบลมหัวใจผมจนพองโต (เพราะไม่เคยเจออะไรที่ปลุกใจเด็กชายได้ขนาดนี้มาก่อน) หนังเรื่องนั้นเข้ามากวาดเงินคนไทยไป ๑๕๐ ล้านบาท หนังเรื่องนั้นมีชื่อเท่ๆ ว่า ทรานส์ ฟอร์เมอร์ส
หลังจากเหตุการณ์ที่พลิกผันชีวิตของแซม วิทวิคกี้ (ไชอา ลาบัฟ) หนุ่มน้อยผู้บังเอิญอยู่ตรงกลางของสงครามระหว่างจักรกลมีชีวิตสองเผ่า “ออโต้บ็อทส์” และ “ดีเซ็ปติคอนส์” ผ่านพ้นไป “แซม” ต้องจาก “บัมเบิลบี” หุ่น ยนต์คู่หูเขาและแฟนสาวเพื่อไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ที่นั่นเขาฝันจะพบชีวิตปกติสุขแบบวัยรุ่นธรรมดา แต่ก็มิวายมีปัญหาระดับอภิมหายักษ์คอยอยู่ เมื่อ เดอะ ฟอลเลน หัวหน้าใหญ่ของ “ดีเซ็ปติคอนส์” กำลังจะวางแผนเข้าบุกโลกและชำระแค้นเหล่าออโต้ บ็อทส์อีกครั้ง หนุ่มแซมยังซวยเช่นเดิม เมื่อ เขาเป็นคนรู้ที่ซ่อนของขุมพลังอันยิ่งใหญ่ที่ เดอะฟอลเลน ต้องการ เกมไล่ล่าชนิดขับเฮลิคอปเตอร์จับตั๊กแตนจึงได้เริ่มขึ้น อุบัติสงครามหุ่นเหล็ก และในครั้งนี้มันครอบคลุมพื้นที่เกือบครึ่งโลก โดยมีสมรภูมิสุดท้ายคืออียิปต์
ทรานส์ฟอร์เมอร์ส : อภิมหาสงครามแค้น เป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่หลายคนฟันธงไว้ว่าต้องสนุก ซึ่งผมไปดูมาแล้วก็พูดเต็มปากได้ว่าสนุกจริง องค์ประกอบของความป๊อบปลาแดกครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นฉากแอ็กชั่นระเบิดตูม ตาม คอมพิวเตอร์กราฟิกแทบทั้งเรื่อง การถ่าย ภาพและตัดต่อปานมิวสิกวิดีโอ ฯลฯ แม้ความสดและแปลกใหม่จะด้อยกว่าภาคแรก เพราะเราได้เห็นหุ่นยักษ์กันเกร่อในหนังหลายเรื่องตลอดช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา แต่หนังภาคต่อของหุ่นยักษ์แปลงร่างนี้ก็ยังเป็นความบันเทิงอันหอมหวาน รอบฉายที่ผมได้ดูนั้น ไม่ปรากฏเงาเด็กเล็ก แต่ก็มีเด็กโข่ง(เช่นผม) แน่นขนัดโรง บรรยากาศสนุกสนาน ส่งเสียงเฮฮากันตลอดเรื่อง
แน่นอนว่า จุดเด่นแท้จริงของ “ทรานส์ฟอร์ เมอร์ส : อภิมหาสงครามแค้น” คือบรรดาหุ่นเหล็กแปลงร่างทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรม สำหรับในภาคนี้ว่ากันว่ามีหุ่นเหล็กปรากฏอยู่ถึง ๔๒ ตัว บางตัวมีบทมาก บางตัวมีบทน้อย (บางตัวโผล่มาไม่กี่วินาที) แต่สีสันจริงๆ น่าจะอยู่ที่หุ่นเหล็กฝ่ายอธรรม(ดีเซ็ปติคอนส์) ซึ่ง ดีไซน์หวือหวา ส่วนหุ่นตัวหลักก็ยังเป็น “บัมเบิล บี” รถคามาโรสีเหลืองขวัญใจคนดู ซึ่งมีบทเด่นมากกว่าเพื่อน ในขณะที่บทของพระ-นางเห็นแล้วเหนื่อยแทน เพราะวิ่งหนีหุ่นยนต์ทั้งเรื่อง (นางเอก มีแกน ฟ็อกซ์ ภาคนี้สวยปิ๊งกว่าเดิม)
จังหวะการดำเนินเรื่องใน ทรานส์ฟอร์ เมอร์ส : อภิมหาสงครามแค้น ไม่มีอะไรใหม่ เป็นไปตามมาตรฐานเป๊ะๆ ส่วนตัวผมดูหนัง ซีรีย์นี้แล้วก็นึกถึง เดอะมัมมี่ รีเทิร์น ตรงที่นอกจากจะใส่ฉากแอ็กชั่นรวดเร็วฉับพลันชนิดหายใจไม่ทัน อารมณ์ขันยังยัดไส้แบบไม่ยั้ง ทำ ให้คนดูอ้าปากค้างกับความโอเวอร์ แถมยังกรามแทบค้างด้วยมุขตลกถึกๆ ไมเคิล เบย์ ผู้กำกับถนัดหนังแอ็กชั่นถล่มทลาย (ตั้งแต่หมอนี่ทำหนัง ยังไม่เห็นเรื่องไหนที่ไม่มีระเบิด) อาจไม่ได้ใช้ความสามารถหรือทักษะใหม่ๆในการกำกับ แต่ผมก็ติดตามหนังของเขาทุกเรื่อง และเห็นว่ายังไงหนังเขาก็สนุกกว่า อินเดียนน่า โจนส์ ภาคล่าสุด เพราะไม่เคยทำลายความคาดหวังของคนดูสักครั้ง
ผมเดินออกมาจากโรงที่เพิ่งฉายหนัง ทรานส์ฟอร์เมอร์ส : อภิมหาสงครามแค้น ด้วยความเบลอ ประมาณ ๓๐ นาที ต่อมาเพื่อนผมก็โทรศัพท์มาถามว่าหนังเป็นยังไงบ้าง ผมตอบอะไรไม่ค่อยจะถูก ผมจำ อะไรไม่ค่อยได้ด้วยซ้ำ หุ่นยนต์มันชื่ออะไรบ้าง รายละเอียดรูปพรรณบรรยายสับสน เห็นแต่มันมาตีๆ กันอัดๆ กัน ระเบิดตูมๆ ตอนแรกมันมาถามหาออลสปาร์คสโป๊ค อะไรก็ไม่รู้ จากนั้นมันก็ยกพวกตีกันแบบเด็กช่างกล....
โอ๊ย... คิดมากไปก็ปวดหัว จำได้อย่างเดียวว่า ตลอดเวลา ๒ ชั่วโมงครึ่งกับหนังเรื่องนี้ ผมสนุกมากครับ มันหลุดโลกจริงๆ.
ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๘๔๒ วันศุกร์ที่ ๓ - วันจันทร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒




ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):
โพสแสดงความเห็นของคุณ