เปลือยลบพาลล่อนจ้อน ศาลสั่ง ล้มละลาย กอดรองอบจ.แน่นตึ๊บ
หลักฐานชัดนักธุรกิจปริศนา ลบพาล ธีระบุตร ต้องลาออกจากรองนายกอบจ. อ้างเหตุเสียสละเพื่อจะทำทีมฟุตบอลให้จังหวัด แต่แท้ที่จริงมีปัญหาธุรกิจถึงขึ้นถูกฟ้องศาลกลายเป็นคนล้มละลาย มีหนี้สินล้นพ้นตัว สถาบันการเงินไม่มีปัญญาได้คืน ไม่นับหนี้ที่ยังรุงรังทุกวันนี้ แต่วางแผนลอยตัวไม่ใช้หนี้ วางมาดเขื่องเป็นมหาเศรษฐี หลอกคนค่อนเมือง และถือโอกาสนั่งเก้าอี้รองนายกอบจ.ต่อกว่า ๕ เดือน ทั้งที่ขาดคุณสมบัติ ทุกวันนี้ยังส่งน้องเมียยึดตำแหน่งไม่ยอมปล่อย วงการเมืองงงที่หมอแหยงอุ้มไม่ยอมวาง
เส้นทางชีวิตปริศนา
นายลบพาล ธีระบุตร บอกว่าเกิดวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๐๗ แต่เอกสารทางทะเบียนราษฎรระบุว่าเกิดเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๙ เริ่มต้นชีวิต ปริศนาเมื่อกว่า ๑๐ ปีที่แล้วโดยเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างในหมู่บ้านมงคลชัยนิเวศน์ (หัวทะเล) โดยไม่มีใครทราบเทือกเถาเหล่ากอ หลังจากโครงการจบลงด้วยความเจ็บปวดของผู้ร่วมงาน เช่น นายบวร ศรีวิไลลักษณ์(อดีตนายก เทศมนตรี) นายลบพาลก็ดำเนินธุรกิจบ้านจัด สรรของตนเองในนามหมู่บ้านโคราชวิลเลจ ๑ และขยายตัวถึงโครงการที่ ๔ อย่างรวดเร็ว เป็นที่รู้จักโด่งดังในสังคมเมืองโคราชเมื่อประมาณ ๕ ปีที่แล้ว ในฐานะเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร “โคราชวิลเลจ” มีภริยาชื่อนางรุ่งทิวา ธีระบุตร จากนั้นเข้ามาสู่ตำแหน่งนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา เพราะมีลูกสาวอายุ ๙ ขวบ เรียนอยู่ที่สถานศึกษาแห่งนี้ และจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้กับลูกสาวตัวเล็กเป็นประจำทุกปี โดยเชิญผู้หลักผู้ใหญ่รุ่นลุงรุ่นปู่ไปร่วมงาน ส่วนในวงการอสังหาริมทรัพย์นั้น ในยุคแรกที่มีการรวมกลุ่มกันก่อตั้ง “ชมรมธุรกิจบ้านจัดสรรจังหวัดนครราชสีมา” มีนายสมยศ รัตนปริยานุช เป็นประธานชมรมฯ นั้น นายลบพาลก็นั่งเก้าอี้ “รองประธานชมรมฯ” โดยนายสมยศก็ยอมรับว่าไม่สนิทและไม่ทราบความเป็นมาของนายลบพาล ต่อมามีการเปลี่ยนสถานะจาก “ชมรมธุรกิจบ้านจัดสรรจังหวัดนครราช สีมา” เป็น “สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรจังหวัดนครราชสีมา” มีนายกฤช หิรัญกิจ เป็นนายกสมาคมฯ ส่วนนายลบพาลมีตำแหน่งเป็นอุปนายกสมาคมฯ ในปัจจุบัน
ไต่เต้าการเมือง
จากวงการธุรกิจบ้านจัดสรรที่มีคนรู้จักในระดับหนึ่ง กระทั่งเมื่อนายวิทูร ชาติปฏิมาพงษ์ นายกอบจ.นครราชสีมา ลาออกอ้างไปช่วยภริยาหาเสียงเลือกตั้งส.ส. แต่ภายหลังกลับมาสมัคร อีก โดยคู่แข่งคนสำคัญคือนายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก ที่ลาออกจากตำแหน่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาลงสมัคร โดยมีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ โดยนายลบพาลให้ทุนบางส่วนจำนวนหนึ่ง และ ด้วยแรงหนุนจากหลายด้าน นพ.สำเริง หรือ “หมอแหยง” จึงชนะนายวิทูรท่วมท้น ได้รับการรับรองจากกกต.ให้นั่งเก้าอี้นายกอบจ.นครราช สีมา ต่อมาสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา(ส.อบจ.นครราชสีมา) หมด วาระลง และเปิดรับสมัคร นายลบพาลจึงเข้าสู่วงการเมืองโดยสบจังหวะและโอกาส วางตนเป็นหัวหน้ากลุ่ม “รักษ์โคราช” ส่งผู้สมัครส.อบจ.ลงสมัครในเขตอำเภอเมืองแทบทุกเขต และในต่างอำเภอ ซึ่งมีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๑ แต่ประสบความสำเร็จไม่มาก เพราะในเขตอำเภอเมืองได้รับเลือกตั้งเพียง ๒ คนในเขตเลือกตั้งที่ ๒ คือนายอดุลย์ อยู่ยืน(ปัจจุบันกกต.ให้ใบแดง) และเขต ๔ นายประพจน์ ธรรม ประทีป ส่วนเขตต่างอำเภอได้รับเลือกตั้งไม่กี่เขต รวมสมาชิกในสังกัดคาดว่ามีไม่เกิน ๑๐ กว่าคน จากจำนวนสมาชิก ๔๘ คน เมื่อสมาชิกสภาอบจ.ครบ นพ.สำเริงจึงเปิดสภาอบจ. พร้อมกับแต่งตั้งคณะบริหารในตำแหน่งรองนายกอบจ. เลขานุการ ที่ปรึกษา และผู้ช่วยนายกฯ โดยในตำแหน่งรองนายกอบจ.นครราชสีมาชุดแรก ประกอบด้วย ๑. นายรัฐพงษ์ ธีระบุตร (น้องชายนายลบพาล) ๒. นายอุดม พรอำนวย ๓. นาง ปวันรัตน์ ปานรักษา และ ๔. นายนพดล เนียมสูงเนิน โดยมีนายลบพาล ธีระบุตร เป็นผู้ช่วยนายกอบจ.
เมื่อการบริหารงานของนพ.สำเริง แหยง กระโทก ผ่านไปประมาณ ๖ เดือน ได้ปรับเปลี่ยนคณะบริหาร โดยปรับ ๒ รองนายกอบจ.ออก คือนายอุดม พรอำนวย และนายรัฐพงษ์ ธีระบุตร จากนั้นเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๑ แต่งตั้งนายลบพาล ธีระบุตร ขึ้นมาแทนน้องชาย รวมทั้งแต่งตั้งนายนริศ(ขิก) เรืองธนานุรักษ์ ผู้รับเหมารายใหญ่ขึ้นมาแทนนายอุดม พรอำนวย ซึ่งเป็นเด็กในคาถาของนายไพโรจน์ สุวรรณฉวี พร้อมกันนี้ยังมอบให้นายลบพาลได้รับตำแหน่งประธานสโมสรฟุตบอลจังหวัดนครราชสีมาด้วย
โกหกเสียสละเพื่อ ‘ฟุตบอล’
ต่อมาประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ทราบข่าวที่ไม่เปิดเผยว่า นายลบพาล ธีระบุตร ออกจากตำแหน่งรองนายกอบจ.นครราชสีมาเงียบ โดยอ้างว่าเพื่อจะใช้เวลาทำทีมฟุตบอลให้แข็งแกร่ง จึงนำเสนอข่าวเป็นฉบับแรกในวันที่ ๒๑-๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ซึ่งนายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก ก็ได้แถลงถึงเหตุผลในการลาออกของนายลบพาลต่อ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ภายหลังในฉบับต่อมา ว่า นายลบพาลออกไปทำทีมฟุตบอล SWAT CAT ซึ่งยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎา คม ๒๕๕๒ แต่ “โคราชรายวัน คนอีสาน” แย้ง ตามที่ได้รับข่าวระแคะระคายว่า นายลบพาลลาออกเพราะปัญหาธุรกิจใช่ไหม? นายกอบจ.นคร ราชสีมาบอกว่า “ไม่ทราบและไม่ขอรับรู้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว” ต่อมาในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๒ นพ.สำเริงแถลงผลงานของอบจ.พร้อมทั้งย้ำแถลงต่อสื่อมวลชนด้วยว่า “...เหตุผลที่นายลบพาลลาออกจากตำแหน่งรองนายกอบจ. เพราะต้องกลับไปดูแลธุรกิจ และจะได้มีเวลาทำทีมฟุตบอลอย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงไม่มีเวลาทำงานในตำแหน่งรองนายกอบจ.เท่าที่ควร แต่ก็ได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานทดแทน คือนายเถกิงศักดิ์ สุขวาสนะ...”
นิยมโกหกคำโต
จากการสืบค้นของ “โคราชรายวัน คน อีสาน” พบว่า เหตุผลในการลาออกของนายลบพาลครั้งนี้ไม่ใช่ความจริง แต่ที่เหตุที่ทำให้นายลบพาลไม่สามารถนั่งในตำแหน่งรองนายกอบจ. นครราชสีมาต่อไปได้ เพราะมีปัญหาทางธุรกิจนานแล้ว เบื้องต้นต้องส่งน้องชาย(นายรัฐพงษ์) มาเป็นรองนายกอบจ. แต่ภายหลังชะล่าใจว่าปัญหาธุรกิจยังต้องใช้เวลานานพอสมควรในการแก้ไขปัญหาและปัญหายังไม่ยุติง่ายๆ นายลบพาลจึงเข้ามาเป็นรองนายกอบจ.ด้วยตนเอง กระทั่งเมื่อมีความชัดเจนในปัญหาธุรกิจที่เกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องลาออก โดยให้เหตุผลว่าไปทำทีมฟุตบอล SWAT CAT ซึ่งอ้างว่าทีมฟุตบอลกำลังไปได้ดี และกำลังจะพัฒนา พร้อมทั้งอ้างเหตุผลนี้ต่อ “โคราชรายวัน คนอีสาน” เช่นกัน แต่ก็มีแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ในสโมสรฟุตบอลนครราช สีมาเปิดเผยว่า มีปัญหาเกิดขึ้นหลายอย่างระหว่างที่นายลบพาลเป็นประธานสโมสร เช่น รายจ่ายที่มากกว่ารายรับ อีกทั้งยังติดค้างค่าเสื้อทีมที่สั่งซื้อกว่า ๕,๐๐๐ ตัวๆ ละประมาณ ๒๐๐ บาท กับบริษัท แกรนด์สปอร์ต จำกัด ที่สามารถชำระได้แค่ ๒,๐๐๐ ตัว ยังติดค้างเป็นเงินอีกกว่า ๕ แสนบาท และนายลบพาลยอมรับเองภายหลังว่าในสโมสรฟุตบอลมีปัญหาภายในเกิดขึ้น แต่ก็ได้พูดคุยกันและคลี่คลายปัญหาได้แล้วจากการประชุมเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ ใน ความจริงกลับตรงกันข้ามที่นายลบพาลกล่าว เพราะล่าสุดมีกรรมการและผู้บริหารสโมสรทีมฟุตบอลระดับสำคัญลาออก เช่น นายชัชวาล วงศ์จร(เจ้าของโรงแรมวี-วัน) ผู้จัดการทีม ซึ่ง ให้การสนับสนุนทีมฟุตบอลเป็นเงิน ๕ แสนบาท และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นเงินอีกหลายแสนบาท, นายจักรี ทองยินดี ผู้ช่วยผู้จัดการทีม และนายนราธิป วงศ์จร(ลูกชายนายชัชวาล) เลขานุการผู้จัดการทีม เป็นต้น นายลบพาลจึงสั่งพนักงานขนเสื้อทีมหลายพันตัวที่สโมสรฟุตบอลไปฝากไว้ที่โรงแรมวี-วัน นำไปฝากแหล่งใหม่คือที่สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมาแล้ว
ไม่มีชื่อในธุรกิจบ้านจัดสรร
สำหรับในด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของนายลบพาลนั้น นายลบพาล ธีระบุตร พิมพ์นามบัตรแจกสังคมและวงการธุรกิจว่า ตนเองมีตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ โคราชวิลเลจ แต่เมื่อสืบค้นการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าของโครงการโคราชวิลเลจพบว่า หจก.โคราชวิลเลจ แอนด์ อาร์.เอ็น.พร็อพเพอร์ตี้ จดทะเบียนเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๓๙ ทุนจดทะเบียน ๒๐ ล้านบาท มาจากนางรุ่งทิวา ธีระบุตร ๑๙ ล้านบาท และพลโทอนันต์ศักดิ์ ลักษณลม้าย จำนวน ๑ ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ ๑๕๓/๔ หมู่ ๔ ต.ไชยมงคล อ.เมือง จ.นครราชสีมา ส่วนหจก.โคราชวิลเลจ กรุ๊ป ตั้งอยู่เลขที่ ๓๓๓ หมู่ที่ ๔ ตำบลไชยมงคล อ.เมือง จ.นครราชสีมา จด ทะเบียนการค้าเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๔๙ ทุนจดทะเบียน ๒ ล้านบาท มาจากนางรุ่งทิวา ธีระบุตร จำนวน ๑,๙๙๙,๐๐๐ บาท และนาย วิสิทธิ์ คุ้มถิ่นแก้ว(พนักงาน) เพียง ๑,๐๐๐ บาท ไม่ปรากฏชื่อของนายลบพาลแต่อย่างใด เมื่อ “โคราชรายวัน” ถามถึงเรื่องนี้นายลบพาลกลับตอบว่า “เป็นเรื่องของฮวงจุ้ย และไม่มีชื่อของตนเองมาตั้งแต่แรก แต่โคราชวิลเลจก็มีกรรมการผู้จัดการสองคนคือตนและภริยา ส่วนที่มาของตนว่า เป็นใครมาจากไหนนั้นไม่ต้องสงสัย เพราะเกิดในค่ายสุรนารี” ซึ่งเรื่องนี้ “โคราชรายวัน คน อีสาน” ได้สอบถามนักธุรกิจถึงความเป็นมาของนายลบพาล แต่ก็ได้คำตอบที่คล้ายกันคือ ไม่ ทราบว่าความเป็นมาอย่างไรและมีชื่อเสียงขึ้นมาได้อย่างไร รวมทั้งบางคนกล่าวว่า ไม่อยากจดจำ และเมื่อถามถึงนายสฤษฎิ์ อารจรา ซึ่งแหล่งข่าวกล่าวว่าเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้ทราบสภาพของนายลบพาล แต่เมื่อ “โคราชรายวัน คนอีสาน” สอบถามนายลบพาลอ้างว่า ไม่คุ้น เคยและไม่ได้ทำธุรกิจร่วมกัน
พยายามยึดหอการค้า
การเลือกตั้งคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ประจำปีบริหาร ๒๕๕๒-๒๕๕๓ ที่ผ่านมา นายทรงศักดิ์ อุไรธรากุล หรือ เสี่ยซิม ประธานกรรมการ บริษัท มิตซูบิชิปฐพีทอง จำกัด และบริษัท แผ่นดินทองพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ลงสมัครชิงเก้าอี้ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา แทนนายคำรณ ครบนพรัตน์ ที่ ครบวาระ มีนายกฤช หิรัญกิจ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับนายลบพาล ธีระบุตร และผู้สมัครอื่นๆ ในแวดวงการค้ารถยนต์ และอสังหาริมทรัพย์อยู่ในทีมด้วย แต่ปรากฏว่า การเลือกตั้งดังกล่าวที่บรรจุอยู่ในวาระการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ณ โรงแรมวี-วัน ซึ่งผู้ได้รับเลือกส่วนใหญ่เป็นทีมของนางสุบงกช วงศ์วิชยาภรณ์ เจ้าของห้างทองอึ้งเฮงหลี ๖ ตรา ต้องกลายเป็นโมฆะ ตามการร้องเรียนของสมาชิกหอการค้าฯ ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง
นายอมร วงศ์สุรวัฒน์ เป็นประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งหอการค้าฯ วินิจฉัยข้อร้อง เรียนดังกล่าวภายใน ๑ วัน ในสาระสำคัญที่ว่า ไม่ได้ส่งหนังสือเชิญประชุม มีการลงคะแนนที่ไม่ถูกต้อง และต่อมาก็สืบได้ว่า มีการเปลี่ยนแปลง รายชื่อสมาชิก และเกณฑ์คนมาสมัครสมาชิกจำนวนมากอย่างผิดปกติ เพื่อใช้สิทธิ์ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง กระทั่งต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ใน วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ณ โรงแรมสีมาธานี โดยแต่งตั้งให้นายอรุณ อัครปรีดี เป็นประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งหอการค้าฯ คนใหม่ และในที่สุดคณะของนางสุบงกช ก็ชนะการเลือก ตั้งอีกในครั้งใหม่ ได้เป็นผู้บริหารในปัจจุบัน
เปิดหน้ากากล้มละลาย
ล่าสุดจากการสืบค้นของ “โคราชรายวัน คนอีสาน” พบว่า บริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด(บสก) ในฐานะเจ้าหนี้ได้ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลาง ในคดีหมายเลขแดงที่ ล.๑๕๗๐๘/๒๕๕๐ เรื่องล้มละลาย โดยมีนาย สฤษฎิ์ อารจรา เป็นลูกหนี้ที่ ๑ และนายลบพาล ธีระบุตร เป็นลูกหนี้ที่ ๒ ซึ่งเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวา คม ๒๕๕๐ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนายสฤษฎิ์ อารจรา ลูกหนี้ที่ ๑ และนายลบพาล ธีระบุตร ลูกหนี้ที่ ๒ ความว่า “เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ฟ้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ลูกหนี้ทั้งสองไม่ให้การต่อสู้คดีและขาดนัดพิจารณา ศาลพิจารณาจากพยานหลัก ฐานของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์แล้วได้ความจริงว่า ลูกหนี้ทั้งสองเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ในมูลหนี้ตามคำพิพากษาเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน ทั้งลูกหนี้ทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวเพราะลูกหนี้ที่ ๑ ถูกยึดทรัพย์ตามหมายบังคับคดี ส่วนลูกหนี้ที่ ๒ ได้รับหนังสือทวงถามจากเจ้าหนี้ให้ชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว่าสองครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และ ลูกหนี้ที่ ๒ ไม่ยอมชำระหนี้ ต้องข้อสันนิษฐานตามมาตรา ๘(๕) และ (๙) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ปรากฏตามบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของนายสุพรชัย ณ สงขลา ประกอบเอกสารหมายเลข ค.๑ ถึง จ.๑๗ จึงมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ทั้งสองเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔ และให้ลูกหนี้ทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ โดยให้หักจากกองทรัพย์ สินของลูกหนี้ทั้งสอง เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร”
ต่อมาในวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๑ จึงมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา จากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรื่อง คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ความว่า “ด้วย บริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลาง ขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย และศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๐ ให้พิทักษ์ทรัพย์ของนายสฤษฎิ์ อารจรา ที่ ๑ และนายลบพาล ธีระบุตร ที่ ๒ ลูกหนี้เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ แล้ว
ลูกหนี้ที่ ๑ เลขประจำตัวบัตรประชาชน ๓-๓๐๙๙-๐๐๖๕๕-๙๒-๕ ประกอบอาชีพค้าขาย มีภูมิลำเนาอยู่เลขที่ ๓๕๑/๒ หมู่ที่ ๑๐ ตำบล โชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา
ลูกหนี้ที่ ๒ เลขประจำตัวประชาชน ๓-๑๐๐๙-๐๑๗๗๒-๓๐-๙ ประกอบอาชีพค้าขาย มีภูมิลำเนาอยู่เลขที่ ๑๕๓/๔ หมู่ที่ ๔ ตำบลไชยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
เพราะฉะนั้น นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดเป็นต้นไป เจ้าพนัก งานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจตามมาตรา ๒๒ แห่งพ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ ดังนี้
(๑) จัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูก หนี้ หรือกระทำการที่จำเป็นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ที่ค้างอยู่เสร็จสิ้นไป
(๒) เก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สิน ซึ่งจะตกได้แก่ลูกหนี้ หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่น
(๓) ประนีประนอมยอมความ หรือ ฟ้อง ร้อง หรือต่อสู้คดีใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้
อนึ่ง เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายเรื่องนี้ จะเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือไม่ก็ตาม ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนัก งานพิทักษ์ทรัพย์ฝ่ายคำคู่ความ สำนักงานเลขา นุการกรมบังคับคดี หรือสำนักงานบังคับคดีซึ่งลูกหนี้มีภูมิลำเนาอยู่ ภายในกำหนดเวลา ๒ เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งนี้ แต่ถ้าเจ้าหนี้อยู่นอกราชอาณาจักร เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจขยายกำหนดเวลาให้อีกไม่เกิน ๒ เดือน และ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กำหนดวันลงประกาศคำสั่งนี้ในหนังสือพิมพ์บ้านเมืองฉบับลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๑ และลงโฆษณาในราช กิจจานุเบกษาในวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๑ ซึ่ง สามารถตรวจรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ของกลุ่มงานราชกิจจานุเบกษาที่ www.ratchakit cha.soc.go.th”
หลังจากการประกาศพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๐ แล้ว ศาลล้ม ละลายกลางได้นัดลูกหนี้เพื่อตรวจคำขอรับชำระหนี้เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๑ จากนั้นในวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ศาลล้มละลายกลางจึงมีคำพิพากษาให้นายลบพาล ธีระบุตร ล้ม ละลาย ต่อมามีประกาศจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ลงวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒ เรื่องคำพิพากษาให้ลูกหนี้ทั้งสองล้มละลายและนัดไต่ สวนลูกหนี้ที่ ๒ โดยเปิดเผย ระบุว่า “ศาลล้ม ละลายกลางได้กำหนดนัดไต่สวนลูกหนี้ที่ ๒ โดยเปิดเผยที่ศาลล้มละลายกลาง อาคาร A ชั้น ๒-๔ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๙.๓๐ น. เจ้าหนี้ที่ได้ยื่นขอรับชำระหนี้แล้ว มีสิทธิไปรับฟังการไต่สวนและซักถามลูกหนี้ที่ศาลได้หรือจะมอบฉันทะเป็นหนังสือให้ผู้หนึ่งผู้ใดไปแทนก็ได้”
ต้องลาออกจากรองอบจ.
ความจำเป็นที่นายลบพาล ธีระบุตร ต้อง ยื่นหนังสือลาออกจากรองนายกอบจ.นครราช สีมา จึงมาจากว่าในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ศาลล้มละลายกลางได้กำหนดนัดให้นายลบพาล ในฐานะลูกหนี้ที่ ๒ เพื่อไต่สวนโดยเปิดเผยที่ศาลล้มละลายกลาง กรุงเทพมหานคร นายลบพาลจึงจำต้องยื่นใบลาออกในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ซึ่งในการนี้หากเจ้าหนี้รายใดที่ได้ยื่นขอรับชำระหนี้แล้ว มีสิทธิไปฟังการไต่สวนและซักถามลูกหนี้ที่ศาลได้หรือมอบฉันทะเป็นหนังสือให้ผู้หนึ่งผู้ใดไปแทนก็ได้ แต่จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ปรากฏว่า ไม่มีเจ้าหนี้ไปในวันดังกล่าวแต่อย่างใด คงมีเพียงนายลบพาลเท่านั้นที่ไปตามนัดของศาลเพื่อแสดงสถานะและทรัพย์สินของตนเองต่อศาล
นอกจากนี้ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ยังได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวในสถาบันการเงินแห่งหนึ่งว่า สาเหตุที่นายลบพาลก่อหนี้กระทั่งถูกศาลพิพากษาล้มละลายในครั้งนี้ เป็นเพราะการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และมีการกู้ยืมเงินเพื่อดำเนินการด้านธุรกิจจากสถาบันการเงินเมื่อหลายปีก่อนร่วมกับนายสฤษฎิ์ อารจรา กระทั่งไม่สามารถชำระหนี้ได้ จึงก่อให้เกิดหนี้สินขึ้นและกลายเป็นบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวในที่สุด แต่หนี้ที่เกิดขึ้นนี้ตามกฎหมายนับได้ว่าเป็นหนี้ส่วนบุคคล ไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจบ้านจัดสรรโคราชวิลเลจ ซึ่งมีชื่อภริยาเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแต่อย่างใด จึงเท่ากับว่าการล้มละลายครั้งนี้มีการวางแผนอย่างดี ไม่สะเทือนถึงสถานะทาง การเงินที่แท้จริงของนายลบพาลแต่อย่างใด เพราะทรัพย์สินที่มีเป็นกรรมสิทธิ์ของภริยาทั้งสิ้น และเปรียบเป็นการล้มบนฟูก ซึ่งเมื่อศาลพิพาก ษาล้มละลายซึ่งมีระยะเวลา ๓ ปีจึงจะถูกปลดจากการล้มละลาย และหากเจ้าหนี้ตามสืบว่าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินที่จะนำมาขายชำระหนี้ได้ ก็ไม่ต้องชำระหนี้ก็ได้ และจะได้รับการปลดจากการล้มละลายเช่นกัน
ประธานสภาทนายย้ำ ‘ล้มละลาย’
ด้านนายวีระศักดิ์ บุญเพลิง ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า การ ฟ้องร้องในศาลล้มละลายนั้น ตามกฎหมายคือในพ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๖๑ ระบุว่า เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้วและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ราย งานว่า เจ้าหนี้ได้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกหรือในคราวที่ได้เลื่อนไป ขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายก็ดีหรือไม่ลงมติประการใดก็ดี หรือไม่มีเจ้าหนี้ไปประชุมก็ดี หรือการประนอม หนี้ไม่ได้รับความเห็นชอบก็ดี ให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจจัดการทรัพย์สินของบุคคลล้มละลายเพื่อแบ่งแก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โฆษณาคำพิพากษาในราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่าหนึ่งฉบับ ในคำโฆษณาให้ระบุชื่อ ตำบลที่อยู่ อาชีพของลูกหนี้และวันที่ศาลได้มีคำพิพากษา นอกจากนี้ในมาตรา ๖๒ ยังระบุว่า การล้มละลายของ ลูกหนี้เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์
ล้มแต่ยังนั่งรองนายกอบจ.
“โคราชรายวัน คนอีสาน” ตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อศาลล้มละลายกลางพิพากษาให้นายลบพาล ธีระบุตร ล้มละลายตั้งแต่วันที่ ๑๙ กุมภา พันธ์ ๒๕๕๒ แต่เหตุใดนายลบพาลจึงเพิ่งยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรองนายกอบจ.นคร ราชสีมา เนื่องจากตามพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นพ.ศ. ๒๕๔๕ แก้ไขเพิ่มเติมถึง(ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๖ กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองในสภาท้องถิ่นไว้อย่างชัดเจน โดยมีลักษณะต้องห้าม ดังนี้ ๑. ติดยาเสพติดให้โทษ ๒. เป็นบุคคลล้มละลาย ๓. เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา ๓๔(๑) (๒) หรือ (๔) ซึ่ง ได้แก่ (๑) เป็นผู้วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๒) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช (๓) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ๔. ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายศาล ๕. ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป และได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ฯลฯ
วงการเมืองข้องใจ ‘แหยง’
การที่นายลบพาลถูกศาลพิพากษาล้ม ละลายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ แต่ยังนั่งบริหารงานในตำแหน่งรองนายกอบจ.นครราช สีมาจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ นั้น ส่งผลให้มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดนพ.สำเริง แหยงกระโทกนายกอบจ.จึงปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมา ต้องการที่จะโอบอุ้มนายลบพาลหรือไม่?
นายพิเชฐ พัฒนโชติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีตผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เปิดเผยว่า เรื่องนี้ต้องพิจารณาตามหลักของกฎหมาย ต้องดูว่าได้มีการลง นามในเอกสารทางราชการไว้อย่างไรบ้าง และมีผลอย่างไร แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
รศ.เชิดชัย โชครัตนชัย อดีตนายกเทศ มนตรี เปิดเผยว่า หากตนเป็นผู้บริหารงานก็คงต้องยึดระเบียบและกฎหมายเป็นหลัก แต่ก็ไม่สามารถตอบได้ว่าเหตุใดนายกอบจ.จึงไม่ดำเนินการเรื่องนี้
นายนิวัตชัย สุธาดารัตน์ อดีตนายกเทศ มนตรีเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวไม่รู้จักกับนายลบพาลมาก่อน แต่เพิ่งมารู้จักช่วงที่มีการรับสมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและส.ท. นครราชสีมา เมื่อปี ๒๕๕๑ ซึ่งตนเป็นที่ปรึกษากลุ่มชาวโคราช และมีผู้บริหารในกลุ่มชวนไปที่โคราชวิลเลจเพื่อชักชวนให้นายลบพาลมาร่วม ทีมบริหาร แต่ช่วงนั้นนายลบพาลป่วยต้องเข้ารักษาพยาบาล สำหรับเรื่องการนั่งในตำแหน่งรองนายกอบจ.กว่า ๕ เดือนทั้งที่ศาลพิพากษาล้มละลายนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะผิด กฎหมาย เอกสารต่างๆ ที่ลงนามไปก็ถือว่าเป็นโมฆะ และต้องคืนเงินเดือนของรองนายกอบจ. แก่ทางราชการด้วย แต่ก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดหมอแหยงจึงไม่รู้เรื่องว่านายลบพาลล้มละลายและให้นั่งในตำแหน่งรองนายกอบจ. หรืออาจจะมีการช่วยเหลือกันในเรื่องพิเศษ
ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๘๕๕ วันอังคารที่ ๑๘-วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๒




ความคิดเห็น (14 จำนวนโพส):
เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของส่วนรวมชัดๆ ดังนั้น ก็อยู่ที่ว่าหมอแหยงจะจัดการอย่างไร เพราะดีไม่ดีอาจกระทบถึงเก้าอี้นายกอบจ.ด้วย
ผมดูอย่างงัยมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวนะครับ
แต่คุณเป็นบุคคลสาธารณะ รับเงินเดือนที่มาจากภาษีของประชาชน เมื่อคุณรู้ว่าขาดคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งต่อไป คุณก็ควรมีความรับผิดชอบโดยการลาออก จะมาทู่ซี้นั่งเป็นรองนายกอบจ.หลอกลวงคนอื่นต่อไปยังไง
ซึ่งเรื่องนี้จริงๆ แล้ว คุณไม่ควรเข้ามาสู่ตำแหน่งนี้ตั้งแต่แรก เพราะจากที่อ่านข่าวซึ่งหยิบยกพรบ.ล้มฯ2483 มาอ้างอิง "มาตรา 62 การล้มละลายของลูกหนี้เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์" ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ตั้งแต่ปี 2550 ด้วยซ้ำไป จึงเท่ากับว่า การตรวจสอบของผู้ที่ะเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมืองของนายกอบจ.คนนี้ผิดพลาดมาตั้งแต่แรก ปล่อยให้กินเงินเดือน หาชื่อเสียง และอาจใช้อำนาจหน้าที่ทำอะไรเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องบ้าง
นายกอบจ.จะชี้แจงแถลงกับสังคมอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น คงไม่ปล่อยเลยตามเลยใช่ไหม เสียชื่อ "หมอแหยง" ผู้เปี่ยมอุดมการณ์หมดครับ
koratdaily คงไม่หยุดนำเสนอเรื่องนี้ใช่ไหมครับ เพราะผมอยากทราบตอนจบว่านายกอบจ.จะจัดการยังไง
โปรดแยกให้ออกเถิดครับว่า เมื่อใครก็ตามเข้ามาทำงานการเมืองแล้ว เรื่องส่วนตัวของคุณจะอยู่แค่ในห้องนอนของคุณกับภรรยาเท่านั้นว่ามีรสนิยมอย่างไร
แต่เรื่องที่กระทบกับบ้านเมืองที่มีงบประมาณหลายร้อยล้านในประเด็นที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว หากยังมองเป็นเรื่องส่วนตัวอีก ผมต้องขอตำหนิสถาบันการศึกษาของคุณแล้วครับ..ขอบคุณ
ผมไม่รู้ว่าจะบอกเขาอย่างไรดี ก็เลยบอกว่าเข้าชื่อสักหมื่นคนขอถวายฎีกาให้ศาลยกเลิกคำสั่งล้มลายซะไป พร้อมนึกในใจว่า"เปรตเอ้ย"
โพสแสดงความเห็นของคุณ