มอเตอร์เวย์ ๕.๖ หมื่นล. เสียงส่วนมากต้าน หนุนสร้างรถไฟรางคู่
เปิดเวทีประชาคมมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-โคราช ๑๙๙ กิโลเมตร เสียงสะท้อนหนุนรถไฟรางคู่ คุ้มค่ากว่าสร้างมอเตอร์เวย์ ๕.๖ หมื่นล้าน เชื่อมสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจอินโดจีน ส่วนชาวปากช่องค้านได้รับผลกระทบ กรมทางหลวงทำประชาพิจารณ์ไม่ถูกต้องตามรธน.?๕๐ ทำให้ผู้ทรงคุณวุฒิกระทรวงคมนาคมหวั่น! แผนก่อสร้างไม่มีความคืบหน้า ต้องทำประชาพิจารณ์วงกว้างใหม่
เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ โรงแรมปัญจดารา จังหวัดนคร ราชสีมา นพ.สำเริง แหยงกระโทก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)นครราชสีมา ร่วมกับ นางสุบงกช วงศ์วิชยาภรณ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเวทีประชาคมโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(Motor Way) สายบางปะอิน-นครราชสีมา หลังจากกรม ทางหลวงว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา สำรวจและออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ เพื่อให้ภาคีผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนได้เสียกับโครงการฯ ในจังหวัดนครราชสีมา แสดงความคิดเห็น ก่อนที่จะทำหนังสือนำเรียน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายก รัฐมนตรี เสนอขอให้รัฐบาลใช้งบประมาณจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง หรืองบประมาณอื่นๆ ในการก่อสร้าง ซึ่งเวทีประชาคมในครั้งนี้ มีภาคีทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมพอ ประมาณ
นพ.สำเริง แหยงกระโทก นายกอบจ.นคร ราชสีมา กล่าวว่า เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๒ มีการประชุมของภาคีผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ อบจ.นคร ราชสีมา, หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา, สภา อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา, สมาคมรถบรรทุก สมาคมรถโดยสาร, ขนส่งจังหวัดนคร ราชสีมา, องค์กรภาคเอกชนจังหวัดสระบุรี และผู้แทนอบจ.จังหวัดใกล้เคียง มีความเห็นร่วมกันว่า ควรเชิญภาคีอื่นๆ เพื่อเป็นภาคีความร่วมมือให้มากขึ้น จึงมีการระดมสมองและแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ เพื่อเสนอขอให้รัฐบาลได้ใช้งบประมาณแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง หรือ งบประมาณอื่นๆ ในการก่อสร้าง Motor Way สายบางปะอิน-นครราชสีมา ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลมีแนวคิดจัดทำขึ้น ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรหนาแน่น ลดอุบัติเหตุ และ เป็นสายเชื่อมต่อระหว่างฐานการผลิตและส่งออกของประเทศ เข้ากับสี่เหลี่ยมอินโดจีน รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในภาคอีสานให้ดีขึ้น
เชื่อมเศรษฐกิจอินโดจีน
ดร.วีริศ อัมระปาล ผู้ทรงคุณวุฒิกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงหลักการและเหตุผลการก่อสร้างโครงการดังกล่าวว่า ปัจจุบันทางหลวงพิเศษหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน และหมายเลข ๒ ถนนมิตรภาพ เป็นถนนเชื่อมโยงจากกรุงเทพฯ ถึงจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคอีสาน มียานพาหนะวิ่งบนถนนสายนี้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล ทำให้การจราจรบริเวณนี้หนาแน่น และเกิดอุบัติสูงมาก ที่สำคัญอนาคตหากมีการเชื่อมเส้นทางสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (East-West Economic Corridor) ระหว่างไทย ลาว พม่า และเวียดนามไว้ด้วยกัน ซึ่งเริ่มจากเส้นทางทวายของสหภาพพม่า ผ่านมายังจังหวัดขอน แก่น มุกดาหาร ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ไปถึงสุวรรณเขต แล้วเชื่อมไปถึงเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ซึ่งทุกประเทศมีแผนให้ทวาย และดานัง เป็นเมืองท่าเรือน้ำลึก เพื่อเป็นแหล่งผลิตและขนส่งสินค้าทางบก Motor Way สายนี้ จึงมีความสำคัญมากกว่าการเดินทางมาถึงโคราช เพราะจะใช้เป็นช่องทางขนส่งสินค้าผ่านไปยังเส้นทางสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ โดยไม่ต้องอ้อมแหลมลายูอีกต่อไป
“ขณะนี้สหภาพพม่าอนุมัติให้ก่อสร้างท่า เรือน้ำลึกขึ้นที่ทวาย โดยว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษารายใหญ่ของไทย สำรวจและออกแบบท่าเรือน้ำลึกทวาย เพราะบริเวณเส้นทางสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจมีอุตสาหกรรมเกิดขึ้นจำนวนมาก ที่จะป้อนหรือส่งออกไปยังจีน ส่วนการพัฒนาการขนส่งระบบราง คือ รถไฟ ขณะนี้จีนมีแผนสร้างเส้นทางรถไฟไปคุนหมิง เพื่อเชื่อมไปถึงท่าเรือน้ำลึกดานัง รวมถึงสร้างเส้นทางรถไฟไปพม่า เพื่อเชื่อมไปถึงท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งเรื่องนี้ไทยก็เคยมีแผนดำเนินการ โดยเสนอให้จีนสร้างเส้นทางรถไฟจากคุนหมิงมายังจังหวัดเชียงราย แต่เนื่อง จากไทยมีปัญหาจากสหภาพแรงงานการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) จึงไม่สามารถดำเนินการได้ ถ้าไม่ดำเนินการก่อสร้าง Motor Way สายนี้ ไทยจะเสียเปรียบประเทศดังกล่าว เพราะการคมนาคมในการนำเข้าและส่งออกสินค้าจะไปที่จีนทั้งหมด ฉะนั้น ความสำคัญของ Motor Way สายนี้ มีมากกว่าการแก้ไขปัญหาจราจร เพราะเป็นการเชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนไปยังหลายประเทศ” ดร.วีริศกล่าว
มอเตอร์เวย์เพิ่มคุณค่าศก.
ดร.วีริศ กล่าวถึงความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐกิจว่า จะเห็นได้ว่าอัตราการเปลี่ยนแปลงจราจรที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับการเชื่อมโยงเส้นทางสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจในอนาคตดังกล่าว จึงทำให้รัฐบาลต้องการผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ด้วยการระดมทุน PPP (Public Private Partnerships) เพื่อนำมาดำเนินการก่อสร้าง Motor Way สายนี้ รวมมูลค่า ๕.๖ หมื่นล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการคลังเห็นชอบแนวทางการะดมทุนดังกล่าว ซึ่งขึ้นอยู่กับนายก รัฐมนตรีว่าจะอนุมัติหรือจัดสรรงบประมาณมาหรือไม่ แต่จากการศึกษาหากมีการเก็บค่าผ่านทางโครงการฯ กิโลเมตรละ ๑ บาท เพิ่มขึ้นทุกๆ ๕ ปี ถ้าปริมาณจราจรเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ คือเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐ ในการมาใช้บริการ Motor Way สายนี้ จะทำให้มีรายได้ปีละประมาณ ๗๓๐ ล้านบาท เพื่อนำมาจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้เอกชน โดยที่รัฐไม่ต้องออกเงินเอง อีกทั้ง จะเป็นประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจในจังหวัดนครราช สีมา จากการเดินทางมาท่องเที่ยวหรือคมนาคมขนส่ง และในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน หากมีการ ก่อสร้างเกิดขึ้นในระยะยาว จะทำให้เกิดการจ้างงานอีกทางหนึ่ง
‘ปากช่อง’ประชาพิจารณ์ไม่ถูกต้อง
จ.ต.สมศักดิ์ ณิลังโส สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)หนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง กล่าวคัดค้านแผนการก่อสร้าง Motor Way สายนี้ว่า ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการฯ เข้า ร่วมประชุมครั้งแรก ที่โรงแรมสีมาธานี เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๔๔ เคยแสดงทัศนะมาแล้วว่าการสร้าง Motor Way โดยมีจุดขึ้น-ลงที่อำเภอปากช่อง คนในพื้นที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นโรงเรียน แต่ไม่เคยมีการคิดแก้ไข แม้นการทำประชาพิจารณ์หรือประชาคม ก็ไม่เคยถามราษฎรว่า ต้องการ Motor Way หรือไม่? ที่ผ่านมาชาวอำเภอปากช่อง เคยทำหนังสือทักท้วงมาตลอด กล่าวคือ ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักทางหลวงที่ ๘ (นครราชสีมา) อธิบดีกรมทาง หลวง และรมว.คมนาคม เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๐ และล่าสุดเมื่อ ๔ เดือนที่ผ่านมาของปี ๒๕๕๒ ชาวอำเภอปากช่องที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ เข้าประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภามาแล้ว เพื่อขอให้กรมทางหลวงแก้ไขเส้นทาง Motor Way นี้ จากอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ถึงบริเวณคลองไผ่(ลำตะคอง) อำเภอปากช่อง ด้วยวิธีการสร้างทางยกระดับ ๒ ชั้น แต่รัฐบาลกลับบอกว่าไม่มีเงินสร้าง ทั้งที่ทราบมาว่าผู้สร้างคือ ๔ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีเงิน และสามารถเก็บเงินค่าผ่านทาง ๓๐ กิโลเมตรต่อ ๑ ด่าน เงิน ดังกล่าวนี้เป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง รัฐบาลมี หน้าที่แค่เวนคืนที่ดิน
จ.ต.สมศักดิ์ กล่าวถึงการทำประชาพิจารณ์ด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการ ไม่มีการทำประชาพิจารณ์อย่างถูกต้อง ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ซึ่งเกี่ยว ข้องกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ บ้านตนหนึ่งหลังต้องถูกเวนคืนไม่ว่า แต่ กลับทำทางเข้าสำนักงานผ่านมายังหลังโรงเรียนบ้านนา ทั้งที่โรงเรียนแห่งนี้ มีถนนตัดผ่านด้าน หน้าและด้านข้าง ยิ่งมีการก่อสร้าง Motor Way ก็ทำให้มีถนนตัดผ่านด้านหลังเพิ่มอีก ดังนั้น นักเรียนโรงเรียนบ้านนา ต้องรับมลภาวะทาง เสียง และมลพิษจากฝุ่นละออง เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ควรนำไปพิจารณาแก้ไขใหม่ โดยทำถนนหรือทางต่างระดับซ้อนกับถนนมิตรภาพ
ดร.วีริศ ชี้แจงเรื่องนี้ว่า ก่อนหน้านี้กรม ทางหลวง และบริษัทที่ปรึกษา เคยลงพื้นที่ทำประชาพิจารณ์ที่อำเภอปากช่อง พร้อมกับปรับแก้ไขแบบเรียบร้อยแล้ว แต่ทางบริษัทที่ปรึกษาไม่มีโอกาสแสดงให้เห็นว่า มีการปรับแก้ไขแบบ อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อโรงเรียนบ้านนา บริเวณถนนธนรัชต์ หวังว่าชาวอำเภอปากช่องจะสบายใจขึ้น เพราะมีการปรับแก้ไขแบบ โดยใช้ถนนที่มีอยู่แล้วเป็นทางเข้าออกหลัก
สร้างรถไฟรางคู่ดีกว่า
ขณะที่ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี ผู้ประสาน งานภาคีมวลชนคนโคราชรักประชาธิปไตย กล่าวว่า ตั้งแต่รัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ปฏิเสธไม่ให้เงินเวนคืนที่ดินโครงการนี้ ๕๐๐ ล้านบาท ทำให้ขณะนั้นกรมทางหลวงต้องปรับลดวงเงินมาอยู่ที่ ๒๐๐ ล้านบาท ซึ่งจากรายงานการศึกษาของกรมทางหลวง ที่มีวัตถุประสงค์ ๔ ข้อ คือ แก้ไขปัญหาจราจร ความปลอดภัยในการเดินทาง การคมนาคมขนส่งสะดวกรวดเร็ว และ การเป็นช่องทางสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจอินโดจีน ขอ ตั้งคำถามว่า การจราจร ๓๖๕ วัน หรือ ๑ ปี สามารถแก้ไขปัญหาจราจรในบริเวณเส้นทางนี้ได้กี่วัน แล้วยานพาหนะที่บอกว่า มีจำนวนนับแสนคันต่อปี น้ำหนักอยู่ที่นับวันนักขัตฤกษ์กี่วัน อีกทั้ง การจราจรโคราชเกิดอุบัติเหตุเป็นอันดับต้นๆ เกือบทุกปี เกิดจากเหตุใด ไม่ใช่ถนนใช่หรือไม่? และเมื่อสาวไปถึงเรื่องรถไฟ พบข้อเปรียบ เทียบอย่างชัดเจนว่า ความปลอดภัยสูงสุดไม่ใช่ถนน แต่เป็นการขนส่งมวลชนทางราง ปัญหาที่ไม่สามารถสร้างรถไฟรางคู่ หรือรถไฟความเร็วสูงได้นั้น ไม่ได้อยู่ที่สหภาพแรงงานรฟท. แต่เป็นปัญหาซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ ซึ่งกระทรวงคมนาคม และกรมทางหลวงต้องศึกษาให้มาก กว่านี้
“Motor Way ที่บอกว่ากิโลเมตรละ ๑ บาท จากบางปะอิน-โคราช รวมระยะทาง ๑๙๙ กิโล เมตร คิดเป็นเงินในการใช้บริการ ๑๙๙ บาท ขอ ถามว่าจะมาถึงโคราชได้หรือไม่ แปลว่ารถบรรทุกต้องเก็บเงินจากนายจ้าง แล้วจะมีรถสักกี่คันวิ่งบน Motor Way ได้ ดังนั้น Motor Way สายนี้ จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า ประหยัด และแก้ไขปัญหาจรจราจรจริงหรือไม่? แล้วค่าดอกเบี้ย ๗๓๐ ล้านบาทที่ได้จากเงินเก็บค่าผ่านทาง ผม ตั้งคำถามอีกว่า ในภาวะที่ประเทศไทยประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจ ถ้านำเงินเก็บค่าผ่านทางมาใช้จ่ายค่าดอกเบี้ยถึงรุ่นหลานผม จากงบฯก่อสร้างกว่า ๕ หมื่นล้านบาท ท้ายสุดแล้วจะเป็นอย่างไร” ทพ.ศุภผลกล่าว และว่า
“หลักยุทธศาสตร์คมนาคมของประเทศไทย คือยุทธศาสตร์การสร้างชาติ ดังนั้น ทาง เลือกของกระทรวงคมนาคมในการสร้าง Motor Way ๕ สาย มูลค่า ๑.๕ แสนล้านบาท แล้ว เปลี่ยนไปสร้างเป็นรถไฟรางคู่ หรือการสร้างรถไฟความเร็วสูง ที่มีการศึกษามาตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ จากแหลมฉบังถึงจังหวัดระยอง ที่ถูกเก็บเงียบหายไปจะดีกว่าหรือไม่? ซึ่งเรื่องนี้ผมมีเอกสารเป็นตัวฟ้องว่า ยุทธศาสตร์การคมนาคมขนส่งของชาติ ในยามที่ประเทศกำลังยากจนกลับมองแต่การสร้างถนน แต่ไม่พูดถึงทางเลือก จังหวัดสระบุรีบอกว่าผู้ว่าฯ ห้ามพูดเรื่องรถไฟภายในห้องประชุม ให้พูดเรื่องถนนอย่างเดียว ซึ่ง หากมองในภาพรวมทั้งประเทศ ถ้าหยุดสร้าง Motor Way ๕ สายดังกล่าว แล้วนำงบประมาณ ๑.๕ แสนล้านบาท ไปก่อสร้างรถไฟรางคู่ หรือ รถไฟความเร็วสูง ๒๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่ง ไม่ใช่จินคันเซ็นแบบเกาหลีหรือญี่ปุ่น จะทำให้การพัฒนาประเทศคุ้มค่ากว่ามาก ตอนนี้ข่าวล่าสุดคือ จีนสร้างถนนลงมาแยกเป็นสองแฉก ขวา มือเข้าพม่า ซ้ายมือไปเวียดนาม ซึ่งเวียดนามก็มีการตกลงสร้างรถไฟความเร็วสูงเข้ากัมพูชา ไปที่เมืองหลวงพนมเปญ อีกประมาณ ๑๐๐ กว่า กิโลเมตร นอกจากนี้ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ก็กำลังจ่อที่จะสร้างรถไฟ โดยหลีกหนีที่เชื่อมเส้นทางมายังไทย ผมขอสรุปว่า หลายเรื่องที่ไม่ได้พูดในวันนี้ เป็นเรื่องที่จะต้องพูดกันอีก ผม ในฐานะประชาชนขอแย้งเรื่องการสร้าง Motor Way ๕ สายว่า ต้องหยุดดำเนินการ เพราะเงินงบประมาณนี้เป็นหนี้ และเป็นภาษีของผม โดยปฏิรูปรถไฟรางคู่หรือรถไฟความเร็วสูง ที่เชื่อมต่อจากทวายไปดานังได้ เพราะไม่ต้องสูญเสียงบประมาณเวนคืนที่ดิน เนื่องจากรัชกาลที่ ๕ ได้พระราชทานที่ดิน ๒ ข้างทางรถไฟ ที่สำคัญจะช่วยการขนส่งโลจิสติกส์ ดึงรถบรรทุกมาใช้การขนส่งระบบรางวันละ ๑,๖๐๐ พันคัน และคง จะมีการเคลื่อนไหวของประชาชนอกห้องนี้ต่อไปอีก หากไม่มีทางเลือกอื่น”
มอเตอร์เวย์ส่อ ’สะดุด’
ด้านผู้ทรงคุณวุฒิกระทรวงคมนาคม ดร.วีริศ ให้สัมภาษณ์กับ “โคราชรายวัน คน อีสาน” เพิ่มเติมว่า รัฐบาลเห็นว่าอยากให้ภาคอีสานเจริญขึ้น จึงดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งในแผนของกระทรวงคมนาคม มีทั้งการก่อสร้างระบบขนส่งทางราง และทางบก แต่จากการศึกษาแล้วพบว่า รถไฟรางคู่ทำได้ยากมาก โดย เฉพาะงบประมาณดำเนินการ ส่วนใหญ่เป็นเงิน กู้ ถ้าหากว่าไปกู้เงินมาแล้วนำเงินภาษีประชาชนมาชำระหนี้ เพื่อก่อสร้างรถไฟรางคู่ เมื่อเทียบกันแล้วหากอนาคตปริมาณการจราจรทางบกเพิ่มขึ้นแล้วสร้างถนน คิดว่าจะมีส่วนจ่ายคืนหรือชำระหนี้เงินกู้ได้ดีกว่า ทั้งนี้ Motor Way สายนี้ แม้จะมีเสียงคัดค้านอยู่บ้าง เมื่อนายกอบจ.นคร ราชสีมาติดต่อมาว่า อยากพัฒนาช่องทางคมนาคม จึงทำให้หยิบยกโครงการนี้ขึ้นมาในเวทีประชาคมวันนี้ แต่เมื่อฟังเสียงสะท้อนอย่างนี้แล้ว ไม่มั่นใจว่า Motor Way สายนี้จะคืบหน้าหรือไม่ เพราะเชื่อว่าคงต้องมีการทำประชาพิจารณ์ในวงกว้างอีก ภายใน ๑ เดือนข้างหน้า ซึ่งหากยังมีการคัดค้านในพื้นที่อำเภอปากช่อง อาจทำให้ต้องเดินแผนสร้างตอน ๑ ก่อน มูลค่า ๓ หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาการจราจรหนาแน่นกว่า อีกทั้ง คงต้องประสานกับผู้สนับสนุนรถไฟรางคู่ เพื่อพิจารณาทางเลือกอื่นร่วมด้วย
ส่วนใหญ่หนุนรถไฟรางคู่
การทำประชาคม Motor Way สายนี้ ระดมความคิดเห็นนานกว่า ๓ ชั่วโมง เสียงส่วนใหญ่คัดค้านการก่อสร้าง โดยเฉพาะจากมหา วิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา คือ ผศ.ดร.สามารถ จับโจร ประธานสาขาโปรแกรมทัศน ศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และ อ.วรชัย ยงพิทยาพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาฯ รวมถึงอดีตประธานหอ การค้าจังหวัดนครราชสีมา นายอรชัย ปุณณะนิธิ มีความเห็นสอดคล้องกับทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี ในการผลักดันให้เกิดรถไฟรางคู่หรือรถไฟความ เร็วสูง ภายหลังจากมีการศึกษาเส้นทางจากกรุงเทพฯ-โคราช แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องงบ ประมาณ เรื่องนี้จึงเงียบหายไป
ส่วนผู้ที่สนับสนุนโครงการนี้มีน้อยกว่า อาทิ นางสุบงกช วงศ์วิชยาภรณ์ ประธานหอ การค้าจังหวัดนครราชสีมาคนปัจจุบัน และ พ.ต.อ.วณัฐ อถรรถกวิน รองผบก.ภจว.นครราช สีมา ซึ่งกำกับดูแลการจราจร กลับมองว่า จะ ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ จากความสะดวกสบายในการเดินทาง และแก้ไขปัญหาจราจรได้ดียิ่งขึ้น
อนึ่ง แนวคิดที่จะจัดทำโครงการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(MOTOR WAY) หมายเลข ๖ สายบางปะอิน-นครราชสีมา เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ตั้งแต่สมัยพลเอกชวลิต ยงใจ ยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมากรมทางหลวงจึงว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ให้สำรวจและออก แบบรายละเอียดเพื่อดำเนินการก่อสร้าง โดย แบ่งการดำเนินการออกเป็น ๒ ตอน คือ ตอน ๑ ระยะทางประมาณ ๑๐๓ กิโลเมตร เป็นเส้นทางจากอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตอน ๒ ระยะทางประมาณ ๙๖ กิโลเมตร เป็นเส้นทางจากอำเภอปากช่อง ถึงอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา แต่ในระหว่างที่กรมทาง หลวงว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด ดำเนินงานด้านวิศวกรรมการสำรวจและออกแบบรายละเอียดแนวเส้นทางตอน ๒ เริ่มจากบริเวณกม.๑๐๓ อำเภอปากช่อง ถึงกม.๑๙๖ จังหวัดนครราชสีมา รวมระยะทางทั้งสิ้น ๙๖ กิโลเมตร มีประชาชนและองค์กรต่างๆ ในพื้นที่อำเภอปากช่องคัดค้านมาตลอด แม้กรมทางหลวงและบริษัทที่ปรึกษายืนยันว่ามีการปรับแก้ไขแบบแล้ว โดยขณะนี้คาดว่าจะใช้วงเงินในการเวนคืนที่ดิน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่มาจากการเสนอของบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๒ ของปี ๒๕๕๓ ก่อนที่จะมีการระดมทุนก่อสร้าง เพื่อประกวดราคาแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) สรรหาผู้รับเหมาก่อสร้าง
หากมีความคืบหน้าการก่อสร้าง Motor Way สายนี้ “โคราชรายวัน คนอีสาน” จะติดตามนำมาเสนอต่อไป
ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๘๖๗ วันอังคารที่ ๒๙ กันยายน-วันพฤหัสบดีที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒




ความคิดเห็น (15 จำนวนโพส):
ตั้งแต่ทางลอด มอเตอร์เวย์ ถนนเลี่ยงเมือง ขนาดจะขยายถนนทำสะพานข้ามทางรถไฟ ตรงแยกขามทะเลสอยังค้าน
อ้างนั่นอ้างนี่ สุดท้ายก็หนีไม่พ้นผลประโยชน์ของตัวเอง
แล้วถ้าสร้างขึ้นมาจริงๆ ไอ้คนที่ค้านมันก็ใช้ แน่จริงอย่าใช้ดิ
เมื่อไหร่คนเห็นแก่ตัวพวกนี้ จะหมดไปจากเมืองโคราชเสียที
รถไฟรางคู่หรือรถไฟความเร็วสูง เขาก็มีแผนจะสร้างของเขาอยู่แล้วถึงจะช้าหน่อยก็เหอะ เคยติดตามข่าวบ้างหรือเปล่า
คิดว่าคงไม่ตายก่อนหรอก ได้ใช้กันแน่ๆ
แล้วคิดว่าถ้าโครงการนี้ไม่เกิดแล้ว เขาจะเอางบไปให้อีกโครงการหรืออย่างไร
ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ประเทศไทยคงเจริญไปแล้ว เพราะแสดงให้เห็นว่ามีระบบราชการที่ยอดเยี่ยม
แล้วเชื่อว่าถ้าผู้คิดโครงการนี้คือพลเอกชาติชายคงไม่มีใครค้าน เพราะคนโคราชศรัทธาในตัวท่าน(เป็นหนึ่งเดียวกัน)
ที่โคราชแตกแยกกันอยู่เหมือนทุกวันนี้ เพราะคนโคราชขาดศรัทธาที่เป็นหนึ่งเดียว (เพราะไม่รู้จะศรัทธาใครดี)
สุดท้ายถ้ารถไฟรางคู่สร้างเสร็จแล้วคุณหมอฟันช่วยไปใช้บริการรถไฟด้วย ไปไหนมาไหนก็ใช้รถไฟนะครับ อย่าใช้มอเตอร์เวย์ล่ะ
ผมแค่กลัวว่ามีปัญหาหมดซะทุกโครงการแบบนี้
กรมทางหลวงเขาคงไม่ค่อยอยากมาสร้างอะไรที่โคราชอีก
จริงอย่างที่คุณ NooiTi บอก ตาหมอฟันนี่ค้าแหลก แล้วรถติดบนมิตรภาพอย่ามาบ่นหล่ะ ทางลอดถ้าสร้างได้ขออย่าให้ใช้
มอเตอร์เวย์ต้องเก็บตังเพราะใช้งบประมาณมหาศาล สร้างให้วิ่งฟรีรัฐก็หมดตัวสิครับ
ส่วนไอ้เรื่องค่าใช้ทาง ถ้าคุณมีเงินจ่ายก็ใช้ ไม่มีเงินก็วิ่งถนนมิตรภาพธรรมดาไปสิ ไม่เห็นมีใครบังคับเลยว่ามอเตอร์เวย์สร้างแล้วทุกคนต้องไปใช้ ปล่อยให้ถนนมิตรภาพเป็นทางควายเดิน
ไม่เข้าท่าจบทันตแพทย์มาทำไมไม่ไปออกโครงการทำฟันฟรีให้ชาวบ้านยากจน มาวุ่นวายอะไรกะเค้า ไม่เข้าใจจริงๆ
ส่วนอันนี้
"ดร.วีริศ อัมระปาล ผู้ทรงคุณวุฒิกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงหลักการและเหตุผลการก่อสร้างโครงการดังกล่าวว่า ปัจจุบันทางหลวงพิเศษหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน และหมายเลข ๒ ถนนมิตรภาพ เป็นถนนเชื่อมโยงจากกรุงเทพฯ ถึงจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคอีสาน มียานพาหนะวิ่งบนถนนสายนี้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล ทำให้การจราจรบริเวณนี้หนาแน่น และเกิดอุบัติสูงมาก ที่สำคัญอนาคตหากมีการเชื่อมเส้นทางสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (East-West Economic Corridor) ระหว่างไทย ลาว พม่า และเวียดนามไว้ด้วยกัน ซึ่งเริ่มจากเส้นทางทวายของสหภาพพม่า ผ่านมายังจังหวัดขอน แก่น มุกดาหาร ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ไปถึงสุวรรณเขต แล้วเชื่อมไปถึงเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ซึ่งทุกประเทศมีแผนให้ทวาย และดานัง เป็นเมืองท่าเรือน้ำลึก เพื่อเป็นแหล่งผลิตและขนส่งสินค้าทางบก Motor Way สายนี้ จึงมีความสำคัญมากกว่าการเดินทางมาถึงโคราช เพราะจะใช้เป็นช่องทางขนส่งสินค้าผ่านไปยังเส้นทางสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ โดยไม่ต้องอ้อมแหลมลายูอีกต่อไป"
ดูท่าทางแกมีได้มีเสียกับพม่าและิเวียดนาม แล้วท่าเรือแหลมฉบังเราหล่ะครับ มีไว้ทำหอกอะไร
EWEC เป็นโครงการที่เมืองไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย นอกจากสร้างและบำรุงทางให้ชาวบ้านเค้าวิ่งผ่านไปมา มีแต่พม่ากะเวียดนามได้ผลประโยชน์
เอาใจช่วยกรมทางหลวงนะคะ ให้คุณอดทนกับคนพวกนี้มากๆละกันค่ะ ผู้ใช้ประโยชน์จากมอเตอร์เวย์มีเป็นแสนเป็นล้านคน อย่าใส่ใจกับแค่คน 3-4 คนหยิบมือแค่นั้น ส่วนปากช่อง ถ้าเค้าไม่เอา ก็อ้อมอำเภอขึ้นไปทางเหนือ หรือลงทางใต้ไปเลยค่ะ ไม่ต้องไปทำทางเข้า ทางออกอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้แห้งตายไปกับถนนมิตรภาพนั่นล่ะ
ส่วนถนนมิตรภาพ ยาว 256 กิโลเมตร มีตรงกันข้ามกับทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นค่ะ และใช้ฟรี ของที่ดีและฟรี หาไม่ได้ในประเทศไทยนะคะ
1. นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย ที่ล่าสุดศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินลงโทษจำคุก10 ปี แต่นายวัฒนาได้หลบหนีคดีไปต่างประเทศ
2. นายยิ่งพันธ์ มนะสิการ อดีต รมว.วิทยาศาสตร์ฯ แต่ได้เสียชีวิตไปแล้ว
3. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีต รมว.วิทยาศาสตร์ฯ
ทังนี้ในส่วนของนายสุวัจน์ ทางคณะกรรมการสอบสวนได้สรุปรายงานความผิดว่า ในระหว่างดำรงตำแหน่งเป็น รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ได้ใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะเป็นรัฐมนตรี และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ เป็นผู้ริเริ่มผลักดันโครงการฯให้เปลี่ยนแปลงไปจากมติครม.เดิม โดยรวมเอาแผนงานโครงการของกระทรวงอุตสาหกรรมและมหาดไทยมารวมกัน แล้วดำเนินการให้มีการก่อสร้างแบบจ้างเหมารวม และให้ผู้ก่อสร้างเป็นผู้จัดซื้อที่ดิน เพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อม มาตรา 62 และเปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาสามารถเสนอที่ดินของบริษัทคลองด่านฯ สำหรับใช้ในโครงการจัดการน้ำ
requiem4adream ขับเข้ากรุงเทพฯ นะครับ
โพสแสดงความเห็นของคุณ