๒ ยักษ์วัยรุ่นทุ่ม ๒๕๐ ไร่ ผุดเมืองใหม่ครบวงจร เติมทุนให้คุ้ม ๓,๘๐๐ ล.
ห้างค้าปลีกท้องถิ่นผนึกทุนบริษัทอสังหาฯ ใหญ่ภาคอีสาน คลังคาซ่า : พลิกที่ดินทำเลทอง ๒๕๐ ไร่ชานเมือง เนรมิตศูนย์การค้าและที่อยู่อาศัยครบวงจร ไม่เหมือนใคร มูลค่า ๓,๘๐๐ ล้านบาท ตอบสนองชีวิตคนเมืองเต็มที่ มุ่งลูกค้าระดับบนกำลังซื้อสูง คาดผลตอบรับดี เพราะสั่งสมชื่อเสียงและประสบการณ์มายาวนาน
เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๑.๐๐ น. ที่โรงแรมสีมาธานี นครราชสีมา นายไพจิตร มานะศิลป์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท คลังพลาซ่า จำกัด และนายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาซ่าเอสเตท จำกัด แถลงข่าวการร่วมทุนดำเนินธุรกิจในชื่อ บริษัท คลังคาซ่า จำกัด พร้อมด้วยนายวีรพล จงเจริญใจ หนึ่งในกรรมการ บริษัท คาซ่าเอสเตท จำกัด นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารของ ๒ ตระกูลเข้าร่วมด้วย อาทิ นายจิระศักดิ์-นางสุรีรัตน์ พันธ์สายเชื้อ บิดา-มารดาของนายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ รวมทั้งนายไพรัตน์ มานะศิลป์ รองประธานกรรมการ บริษัท คลังพลาซ่า จำกัด พี่ชายคนโตที่มาร่วมให้กำลังใจนายไพจิตร น้องชายคนเล็ก
นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาซ่าเอสเตท จำกัด กล่าวว่า ตระกูลพันธ์สายเชื้อ และตระกูลมานะศิลป์ มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจร่วมกันประมาณ ๑๐ ปี และเคยทำธุรกิจร้านอาหารร่วมกันมาก่อน ประมาณปลายปี ๒๕๕๑ ตนได้รับการทาบทามจากนายไพจิตร มานะศิลป์ กรรมการ บริษัท คลังพลาซ่า จำกัด หรือห้างสรรพสินค้าคลังพลาซ่า ซึ่งมีที่ดินผืนใหญ่ชานเมืองโคราช จำนวน ๒๕๐ ไร่ เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ที่จะร่วมกันพัฒนาที่ดินดังกล่าว ให้เป็นเมืองใหม่สมบูรณ์แบบครบวงจร ทั้ง Retail Commercial (ธุรกิจค้าปลีก) และ Residential (ที่พักอาศัย) แต่ในขณะนั้นเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ จึงต้องชะลอโครงการไว้ก่อน กระทั่งเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ สภาพเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว จึงหารือกันอีกครั้งเพื่อตกลงร่วมทุนทำโครงการดังกล่าว โดยตั้งงบประมาณลงทุนไว้ที่ ๓,๘๐๐ ล้านบาท เป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มคาซ่าเอสเตท และกลุ่มคลังพลาซ่า ในนามบริษัท คลังคาซ่า จำกัด มีสัดส่วนการลงทุนเท่ากันแบ่งเป็น ๒ กลุ่มธุรกิจ ตระกูลมานะศิลป์ และตระกูลพันธ์สายเชื้อ มีสัดส่วนการลงทุนเท่ากันคือ ร้อยละ ๔๕ ส่วนนายวีรพล จงเจริญใจ ที่ถือหุ้นบริษัท คาซ่าเอสเตท จำกัด จะมีสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ร้อยละ ๑๐
นายไพจิตร มานะศิลป์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท คลังพลาซ่า จำกัด กล่าวว่า จุดเด่นของโครงการนี้ คือการพัฒนาให้เป็นเมืองที่สมบูรณ์แบบทั้งย่านการค้า และที่อยู่อาศัยครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดนครราชสีมา บนเนื้อที่กว่า ๒๕๐ ไร่ นับว่าเป็นที่ดินแปลงใหญ่ และมีศักยภาพการพัฒนาสูง มีจุดแข็งเรื่องที่ตั้งโครงการฯ ทิศเหนือติดถนนเฉลิมพระเกียรติฯ (ถนนเลียบคลองชลประทานเดิม) ทิศใต้ติดถนนมิตรภาพ ทิศตะวันตกติดลำตะคอง และติดถนนสาธารณะที่ใช้เป็นเส้นทางสู่ถนนเลี่ยงเมืองนครราชสีมา (By Pass) เป็นทำเลที่ดี เพราะทางทิศใต้เมืองโคราชมีการกระจุกตัวของชุมชนค่อนข้างหนาแน่น และติดเขตที่ดินของทหาร การเลือกที่ตั้งโครงการบริเวณดังกล่าว ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองโคราช จึงสอดรับการแผนพัฒนาผังเมืองของเทศบาลนครนคราชสีมา และที่ดินแปลงดังกล่าวติดกับถนนมิตรภาพยังใกล้สถานที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ เดอะมอลล์โคราช, เทสโก้โลตัส, โรงเรียนปลูกปัญญา, โรงเรียนมารีย์วิทยา, โรงเรียนอัสสัมชัญ, มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, และสถานพยาบาลต่างๆ เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, โรงพยาบาลเซ็นต์เมรี่ และที่สำคัญตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านจัดสรรระดับพรีเมี่ยมเกรด A สัญจรไปมาสะดวก ทั้งถนนมิตรภาพและถนนเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งจะปรับขยายเป็น ๔ ช่องจราจร และจะเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ (สายบางปะอิน-นครราชสีมา) ที่จะก่อสร้างในอนาคตทางทิศตะวันตกของโครงการฯ อีกด้วย
นายสุดที่รัก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนพัฒนาโครงการฯ ขณะนี้อยู่ในช่วงศึกษารายละเอียดและความเป็นไปได้ สำหรับการลงทุนในระยะสั้นและระยะยาว ที่วางแผนไว้ว่าจะเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี ๒๕๕๓-๒๕๕๕ คาดว่าปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้จะมีความชัดเจน โดยเบื้องต้นจะแบ่งการลงทุนเป็น ๒ รูปแบบ คือ Residence Zone และ Commercial Zone ได้แก่ โครงการที่ ๑ (Phase 1) จะจัดสรรพื้นที่เป็น Residence เนื้อที่ ๘๐ ไร่ และ Commercial เนื้อที่ ๑๕ ไร่ ส่วนโครงการที่ ๒ (Phase 2) จะจัดสรรพื้นที่เป็น Residence เนื้อที่ ๑๒๕ ไร่ และ Commercial เนื้อที่ ๓๐ ไร่ โดย Commercial โครงการแรกจะจัดสรรเป็นพื้นที่ Community Mall ที่จะรวบรวมร้านค้า สินค้า และบริการ อาทิ ซุเปอร์มาร์เก็ต ร้านซักรีด ร้านอาหาร และธนาคาร จะเป็น Lifestyle Mall สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกของโคราช ตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆ ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณถนนเฉลิมพระเกียรติฯ โดยเฉพาะโครงการหมู่บ้านจัดสรรหรูของกลุ่มคาซ่าเอสเตท ทั้ง The Central Park ๒๒๐ หลัง และ Neo Park ๕๐๐ หลัง เมื่อรวมกับหมู่บ้านในบริเวณใกล้เคียงจะมากถึง ๒,๐๐๐ หลังคาเรือน ขณะที่ Commercial ในโครงการที่ ๒ บนพื้นที่กว่า ๓๐ ไร่ จะพัฒนาเป็นศูนย์การค้า, ศูนย์ประชุม และโรงแรม มารองรับ Residential (ที่อยู่อาศัย) ในโครงการนี้ หรือโครงการหมู่บ้านจัดสรรหรู ๗ รูปแบบ ที่มีราคาต่อหน่วยประมาณ ๓.๕-๓๐ ล้านบาท รวมถึงลูกค้าที่สัญจรไป-มาบนถนนมิตรภาพ และจะจัดพื้นที่สีเขียวไว้ในโครงการฯ เป็นสถานที่สำหรับออกกำลังกาย มีแนวทางเดินพักผ่อนเลียบลำตะคองยาว ๑ กิโลเมตร เพื่อให้เป็นพื้นที่สีเขียวหรือเป็นปอดแห่งใหม่ของคนโคราช ซึ่งทั้งหมดเป็นโครงการรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยมีนักลงทุนกลุ่มใดเคยทำมาก่อน และการลงทุนดังกล่าวมีเป้าหมายอยู่ที่กลุ่มลูกค้าระดับบน ที่มีรสนิยมการใช้ชีวิตเฉพาะตัว ในรูปแบบ Modern Green Concept
ต่อข้อซักถามของ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ว่า สำหรับการลงทุนซุปเปอร์มาร์เก็ตกลุ่มทุนคลังพลาซ่าที่มีประสบการณ์ จะมีจุดเด่นอะไรมาดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพราะเป็นที่ทราบดีว่า ที่ตั้งของโครงการนี้ใกล้กับศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ที่สามารถเดินทางไป-มาสะดวก ทั้งเดอะมอลล์โคราช และเทสโก้ โลตัส? นายไพจิตร กล่าวว่า “บริษัท คลังคาซ่า จำกัด คงไม่แข่งขันด้วยขนาดพื้นที่บริการ แต่จะตอบสนองความต้องการของชุมชนเป้าหมาย ในลักษณะ Community Mall เพื่ออำนวยความสะดวกในการจับจ่ายและซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน เหมือนกับที่กรุงเทพฯ คือ เจ.อเวนิว และคริสตัล พาร์ค ซึ่งจะเป็นคนละรูปแบบกับเซฟวัน ที่บริษัท คลังพลาซ่า จำกัด เคยเปิดดำเนินการ ที่สำคัญซุปเปอร์มาร์เก็ตรูปแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่โคราช”
เมื่อถามต่อไปว่า จากประสบการณ์หมู่บ้านจัดสรรจามจุรี เลควิว ตำบลหัวทะเล ของกลุ่มคาซ่าเอสเตท ซึ่งเกิดปัญหาน้ำท่วม จะมีมาตรการป้องกันน้ำท่วมเด็ดขาดสำหรับโครงการนี้อย่างไร? นายวีรพล จงเจริญใจ กรรมการ บริษัท คาซ่าเอสเตท จำกัด ในฐานะผู้ร่วมทุนโครงการดังกล่าว ตอบว่า “วางแผนปรับสภาพภูมิทัศน์ โดยการถมดินให้สูงจากพื้นถนนประมาณ ๑๒๕ เซนติเมตร และสูงจากหน้าดินเดิมประมาณ ๒.๕-๓ เมตร จึงมั่นใจว่าน้ำจะไม่ท่วมอย่างแน่นอน”
ทั้งนี้ บริษัท คลังคาซ่า จำกัด เกิดจากการรวมตัวของ ๒ กลุ่มธุรกิจจาก ๓ ตระกูล คือ บริษัท คลังพลาซ่า จำกัด กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้าคลังพลาซ่า ซึ่งเป็นห้างปลีกท้องถิ่นรายใหญ่ของจังหวัดนครราชสีมา ที่มีประสบการณ์การค้าปลีก และการบริหารจัดการพื้นที่ให้เช่ายาวนานกว่า ๕๐ ปี โดยเริ่มจากธุรกิจขนาดเล็กเมื่อปี ๒๕๐๑ ต่อมาปี ๒๕๑๙ ใช้ชื่อว่า คลังวิทยาดีพาร์ทเมนสโตร์ และเปลี่ยนเป็น บริษัท คลังพลาซ่า จำกัด ในปี ๒๕๒๙ ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าขนาดใหญ่ครบวงจร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนครราชสีมาห่างจากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี(ย่าโม) เพียง ๑๐๐ เมตร ปัจจุบันมีสาขา ๒ แห่ง คือ คลังพลาซ่าจอมสุรางค์(คลังใหม่) และคลังพลาซ่าอัษฎางค์(คลังเก่า) มีฐานลูกค้าสมาชิกกว่า ๘๐,๐๐๐ ราย นอกจากนี้ บริษัท คลังพลาซ่าฯ ยังทำธุรกิจเกี่ยวกับพื้นที่ให้เช่า และคลังการ์เด้น ผลิตผักและผลไม้ปลอดสารพิษป้อนสู่ตลาด บนเนื้อที่กว่า ๑๐๐ ไร่ และในอนาคตมีแผนปรับปรุงทัศนียภาพภายนอกอาคารคลังพลาซ่า สาขาจอมสุรางค์ ที่เปิดกิจการตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ นอกจากนี้ นายไพจิตร มานะศิลป์ วัย ๓๙ ปี ซึ่งเป็นลูกชายคนเล็กของตระกูล ยังมีธุรกิจแฟรนไชส์ Maga save ในนามบริษัท เมก้าเซฟ(ประเทศไทย) จำกัด จำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด ตามแนวคิดการทำตลาดสินค้าของประเทศญี่ปุ่น ด้วยการจำกัดราคาสินค้าทุกอย่างภายในร้าน อยู่ที่ราคา ๓๙ บาท และ ๕๙ บาท ปัจจุบันมีสาขาในจังหวัดนครราชสีมา ที่คลังพลาซ่า สาขาจอมสุรางค์ และสวนหมากแสควร์ อีกทั้งสาขาต่างจังหวัดตามเป้าหมายการขยาย ๒๐๐ สาขาทั่วประเทศภายในระยะเวลา ๕ ปี อาทิ จังหวัดแม่ฮ่องสอน, ภูเก็ต, ขอนแก่น, บุรีรัมย์, สุรินทร์ และอุบลราชธานี เป็นต้น
ส่วนบริษัท คาซ่าเอสเตท จำกัด เป็นกลุ่มธุรกิจจัดสรร และพัฒนาที่ดินรายใหญ่ของภาคอีสาน ที่เกิดจากการรวมตัวของ ๒ กลุ่มธุรกิจ คือ ตระกูลพันธ์สายเชื้อ และตระกูลจงเจริญใจ ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคกลาง มีมูลค่ารวมประมาณ ๔,๕๐๐ ล้านบาท อาทิ โครงการเซ็นทรัล พาร์ค, โครงการนีโอ พาร์ค, โครงการอันดามัน รังสิต คลอง ๓ และโครงการแกรนด์ เพรสซิเดนซ์ นอกจากนี้ยังดำเนินธุรกิจในชื่อเอกสหกรุ๊ป ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด และมาสด้า ที่จังหวัดนครราชสีมา ยโสธร สุรินทร์ เป็นต้น มีนายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ วัย ๓๕ ปี เป็นผู้บริหาร
โดยการร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว บริษัท คลังคาซ่า จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ด้วยทุน ๑ ล้านบาท มีกรรมการ ๕ คน คือ นายจิระศักดิ์ พันธ์สายเชื้อ , นายไพจิตร มานะศิลป์, นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ, นางภิญญา พันธ์สายเชื้อ (ภริยานายสุดที่รัก) และนายวีรพล จงเจริญใจ อีกทั้งยังแต่งตั้งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ๒ คน คือ นางเสาวลักษณ์ มานะศิลป์ (ภริยานายไพศาล มานะศิลป์ ผู้ก่อตั้งห้างสรรพสินค้าคลังพลาซ่าซึ่งถึงแก่กรรมแล้ว) และนายไพรัตน์ มานะศิลป์ รองประธานกรรมการ บริษัท คลังพลาซ่า จำกัด โดยกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทมีเพียง ๒ คน คือ นายจิระศักดิ์ พันธ์สายเชื้อ และนายไพจิตร มานะศิลป์ บริษัทตั้งอยู่เลขที่ ๓๗๙ หมู่ ๙ ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
นายไพรัตน์ มานะศิลป์ พี่ชายนายไพจิตร แถลงเพิ่มเติมว่า ที่ดิน ๒๕๐ ไร่ผืนนี้ นายไพศาลผู้เป็นบิดาซื้อเก็บไว้ เมื่อน้องชายคนเล็กคือนายไพจิตรกับนายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ ต้องการจะทำธุรกิจที่ดินและบ้านจัดสรร จึงมาตกลงซื้อที่ดินจากบริษัท คลังพลาซ่า จำกัด โดยแบ่งเป็นหลายโครงการดังกล่าว และจะจดทะเบียนลงทุนเพิ่มอีกตามสัดส่วนที่สถาบันการเงินกำหนด
นายอภิชาติ จงเจริญใจ พี่ชายใหญ่คนหนึ่งของธุรกิจไต้ฟ้า เปิดเผยว่า เนื่องจากตระกูลจงเจริญใจ ไม่มีความถนัดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งการมาร่วมธุรกิจกับคลังพลาซ่าครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจของนายวีรพล จงเจริญใจ (ลูกชายของอา) เพราะเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านสถาปนิกแต่เพียงผู้เดียว
ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๘๙๖ วันศุกร์ที่ ๑๕ - วันจันทร์ที่ ๑๘ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๓




ความคิดเห็น (2 จำนวนโพส):
โพสแสดงความเห็นของคุณ