หน้าแรก | ข่าวหน้าหนึ่ง | บัญชีครูอบจ.ไม่จบง่าย ศาลตั้งผู้เชี่ยวชาญสอบ สส.เรียกผู้เกี่ยวข้องแจง

บัญชีครูอบจ.ไม่จบง่าย ศาลตั้งผู้เชี่ยวชาญสอบ สส.เรียกผู้เกี่ยวข้องแจง

image บัญชีครูอบจ.ไม่จบง่าย ศาลตั้งผู้เชี่ยวชาญสอบ สส.เรียกผู้เกี่ยวข้องแจง

กรณีอบจ.นครราชสีมายกเลิกบรรจุครูผู้ช่วย ๓๙๓ ราย หลัง ตรวจสอบพบบัญชีสพท.บร.๓ กระโดดข้ามลำดับ ล่าสุดศาลปกครองตั้งพยานผู้เชี่ยวชาญ ๓ คน มาแสวงหาข้อเท็จจริง ข่าวถึงสภาผู้แทนราษฎร ส่ง กรรมาธิการการศึกษาเรียกผู้เกี่ยวข้องมา สอบถาม ส่วนผู้เสียสิทธิ์ถูกกระโดดข้ามบัญชี เตรียมหลักฐานฟ้องศาลปกครอง

 สืบเนื่องจากกรณี นพ.สำเริง แหยงกระโทก นายกอบจ.นครราชสีมา ได้ลงนามในหนังสือที่ นม.๕๑๐๐๘/๒๑๒๗ เรื่องขอยกเลิกการขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๓ (สพท.บร.๓) เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย จำนวน ๓๙๓ คน เนื่องจากขั้นตอนไม่เป็นไปตามแนวปฏิบัติของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) โดยตรวจสอบพบการเรียกขึ้นบัญชีไม่เรียงตามลำดับ ตั้งแต่อันดับที่ ๑ ถึงอันดับสุดท้าย มีการข้ามกระโดดอันดับที่ทุกสาขาวิชา และมีหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม โดยลงลายมือชื่อและที่อยู่ชัดเจน และอบจ.นครราชสีมาได้รับบัตรสนเท่ห์ และข้อร้องเรียนทางเว็บไซต์จำนวนมาก ต่อมาคณะผู้บริหาร สพท.บร.๓ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ถึงสาเหตุที่มีการเรียกรายชื่อโดยข้ามกระโดด หลังจากที่นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา มีหนังสือด่วนที่สุด ขอให้อบจ.นครราชสีมาชะลอการบรรจุแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ดังกล่าว แต่ก.ค.ศ.ของอบจ.นครราชสีมา อ้างพยานและหลักฐานของสพท.บร.๓ ฟังไม่ขึ้น จึงยืนยันมติตามเดิม ส่วนผู้ที่มีรายชื่อในบัญชีฯ เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้รวมตัวยื่นฟ้องต่อศาลปกครองนครราชสีมา เพื่อขอให้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ตามที่ "โคราชรายวัน คนอีสาน" เสนอข่าวต่อเนื่องแล้วนั้น

 ความคืบหน้าล่าสุดของการดำเนินการของตุลาการ ในคดีหมายเลขดำที่ ๑๒๕/๒๕๕๒ ระหว่างผู้ฟ้อง นางสาวนิภาวรรณ ผสมทรัพย์ กับพวกรวม ๔ คน คือ นายธนารักษ์ จันทร์ยอย, นายธนิสร ยางคำ และนางสาวกุลนาท บริบูรณ์ ซึ่งเป็นผู้สอบขึ้นบัญชีฯ กับอบจ.นครราชสีมา ผู้ถูกฟ้อง หลังจากศาลนัดไต่สวนไปแล้ว ๓ ครั้ง นายสุมิตร คเชนทร์ชาติ ปราบจะบก หัวหน้างานรับฟ้องและให้คำปรึกษา ศาลปกครองนครราชสีมา เปิดเผยกับ "โคราชรายวัน คนอีสาน" ว่า ขณะนี้ศาลมีคำสั่งตั้งพยานผู้เชี่ยวชาญ ๓ คน จากกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อมาตรวจสอบเอกสารและหลักฐาน หลังจากที่นำรายชื่อผู้เชี่ยวชาญทั้ง ๓ คน ส่งให้ผู้ฟ้องและผู้ถูกฟ้องพิจารณา และไม่มีการคัดค้านแต่อย่างใด โดยเอกสารและหลักฐานที่พยานผู้เชี่ยวชาญต้องตรวจสอบมีจำนวนนับพันหน้า ซึ่งศาลได้ให้ระยะเวลาดำเนินการตรวจสอบ ๓ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑-๓ มิถุนายนนี้ แล้วนำมารายงานต่อศาลประกอบการพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ กระบวนการระหว่างนี้ศาลยังไม่ได้กำหนดว่าเสร็จสิ้นการพิจารณา แต่อยู่ในกระบวนการที่ศาลจะแสวงหาข้อเท็จจริงว่าจะรับฟ้องหรือไม่ และจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวว่า จะระงับการดำเนินการ กรณีอบจ.นครราชสีมา มีคำสั่งยกเลิกการเรียกบัญชีฯ ได้หรือไม่ ซึ่งหากศาลประทับรับฟ้อง ศาลก็จะแสวงหาข้อเท็จจริงต่อไปว่า ทั้งเนื้อหาและประเด็นที่ฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ กรณีที่อบจ.นครราชสีมามีคำสั่งยกเลิกบัญชีดังกล่าว

 ด้านนายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ ที่ปรึกษานายกอบจ.นครราชสีมา ในฐานะคณะกรรมการการศึกษาของอบจ.นครราชสีมา กล่าวว่า หลังจากศาลปกครองนครราชสีมาตั้งบุคคลผู้ชำนาญ ๓ คน จากกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อมาวิเคราะห์ข้อมูล กรณี อบจ.นครราชสีมามีคำสั่งยกเลิกบัญชีฯ จำนวน ๓๙๓ คน เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ในตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดโรงเรียนของอบจ.นครราชสีมา ขณะนี้มีกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ๔ กลุ่ม คือ ๑. สพท.บร.๓ ซึ่งเป็นผู้ส่งบัญชีฯ, ๒. อบจ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นผู้รับบัญชี และผู้ถูกฟ้อง, ๓. ผู้ที่ขึ้นบัญชีไว้ ๓๙๓ คน และเป็นผู้ฟ้องอบจ.นครราชสีมา กรณีมีคำสั่งยกเลิกบัญชีฯ และ ๔. ผู้เสียสิทธิ์จากการกระโดดข้ามลำดับบัญชีฯ ของสพท.บร.๓ ซึ่งได้ข่าวมาว่ากำลังจะเตรียมหลักฐานฟ้องศาลปกครองนครราชสีมาเช่นกัน และล่าสุดเบื้องต้นทราบว่า หลังจากสื่อมวลนำเสนอข่าวนี้ ทางคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร กำลังจะเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบถาม นอกจากคณะกรรมาธิการการศึกษาดังกล่าวจะสนใจแล้ว ยังมีกลุ่มนักวิชาการ กลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคม และสนใจเหตุการณ์บ้านเมือง เตรียมระดมกันจัดเวทีเพื่อวิพากษ์เกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นนี้ด้วย ซึ่งขณะนี้ได้ทาบเชิญมาที่อบจ.นครราชสีมาแล้ว และทางอบจ.นครราชสีมาก็ยินดีให้ความร่วมมือ   
  

 ต่อข้อซักถามว่า หากศาลปกครองนครราชสีมามีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวผู้ฟ้อง คณะกรรมการการศึกษาของอบจ.นครราชสีมาจะดำเนินการต่อไปอย่างไร? นายทวิสันต์ ตอบเพียงสั้นๆ ว่า "ท่านนายกอบจ.(นพ.สำเริง แหยงกระโทก) จะฟังคำสั่งของศาลเป็นหลัก ถ้าศาลวินิจฉัยอย่างไร ก็ต้องว่าไปตามศาล เพราะเรื่องนี้ได้เข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลแล้ว"
 

 อนึ่ง อบจ.นครราชสีมา มีโรงเรียนในสังกัด ๕๘ โรงเรียน ได้รับจัดสรรตำแหน่งจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เพื่อที่จะบรรจุตำแหน่งครูผู้ช่วย ๔๙๓ อัตรา ด้วยเหตุที่จะต้องบรรจุครูผู้ช่วยโดยเร็ว เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครูและทันต่อการเปิดภาคการศึกษาใหม่ ประจำปี ๒๕๕๒ ของโรงเรียนในสังกัด อบจ.นครราชสีมาจึงได้ขออนุมัติจากคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา (ก.จ.จ.) ขอสรรหาบุคลากรตำแหน่งครูผู้ช่วย โดยขอใช้บัญชีจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ทั้งหมด ๕ เขต ดังนี้ ๑. สพท.ชัยภูมิ เขต ๑ จำนวน ๔๑ อัตรา, ๒. สพท.หนองบัวลำภู จำนวน ๔๓ อัตรา, ๓. สพท.สุรินทร์ เขต ๓ จำนวน ๗ อัตรา, ๔. สพท.กรุงเทพมหานคร เขต ๑ จำนวน ๙ อัตรา และ ๕. สพท.บุรีรัมย์ เขต ๓ จำนวน ๓๙๓ อัตรา
 ซึ่งตามแนวปฏิบัติของก.ค.ศ. สพท.ดังกล่าวจะต้องแจ้งกลับอบจ.นครราชสีมา ภายใน ๓๐ วัน หลังจากอบจ.นครราชสีมามีหนังสือไปแล้ว ปรากฏว่า เมื่อครบกำหนด อบจ.นครราชสีมาได้รับรายงานบัญชีรายชื่อผู้ที่จะบรรจุตำแหน่งครูผู้ช่วย คือ ๑. สพท.ชัยภูมิ เขต ๑ ได้รับ ๔๓ อัตรา, ๒. สพท.หนองบัวลำภู ได้รับ ๘ อัตรา, ๓. สพท.กรุงเทพมหานคร เขต ๑ (ตำแหน่งครูผู้ช่วยบรรณารักษ์ ซึ่งบัญชีในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงไม่มี) ไม่ส่งหนังสือกลับมาภายใน ๑๐ เมษายน ๒๕๕๒ จึงถือว่าไม่อนุมัติการใช้บัญชีของเขตพื้นที่การศึกษา, ๔. สพท.สุรินทร์ เขต ๓ ได้รับ ๖ อัตรา และ ๕. สพท.บุรีรัมย์ เขต ๓ ได้รับตามจำนวนที่ต้องการ ๓๙๓ อัตรา โดยทั้งหมดปัจจุบัน บัญชีจากสพท.ชัยภูมิ เขต ๑, สพท.หนองบัวลำภู และสพท.สุรินทร์ เขต ๓ ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูในสังกัดอบจ.นครราชสีมาเรียบร้อยแล้ว ในปีการศึกษา ๒๕๕๒

ปีที่ ๓๔ ฉบับที่ ๑๘๓๓ วันอังคารที่ ๒-วันพฤหัสบดีที่ ๔ เดือนมิถุนายน ๒๕๕๒  

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
3.00