หน้าแรก | ข่าวหน้าหนึ่ง | ผู้พิพากษาร้องสภาทนาย พ่อผ่ากระจก:บอด รพ.เอกชนชื่อดังไม่รับผิด

ผู้พิพากษาร้องสภาทนาย พ่อผ่ากระจก:บอด รพ.เอกชนชื่อดังไม่รับผิด

image นายกฤษดา ศรีกัลยา พาบิดาไปยื่นเอกสารขอความเป็นธรรมกับสภาทนายความ

ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนำพ่อบุกไปขอความเป็นธรรมจากสภาทนายความ เพื่อให้ยื่นฟ้องเอาผิดกับโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หลังพ่อไปผ่าตัดต้อกระจกแล้วตาบอด อ้างรพ.ปัดความรับผิดชอบ ทั้งที่ไว้วางใจยอมจ่ายแพง คิดว่าเอกชนจะทำได้ดีมีมาตรฐานกว่าโรงพยาบาลรัฐ

เมื่อเช้าวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ นายกฤษดา ศรีกัลยา ผู้พิพากษาศาลจังหวัดบุรีรัมย์ และนางเกษมศรี ศรีกัลยา มารดา พาบิดาคือนายพินิจพงษ์ ศรีกัลยา อายุ ๖๙ ปี อยู่เลขที่ ๓๐/๒ ถ.สุรนารายณ์ ๑๕ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อสภาทนายความจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ยื่นฟ้องเอาผิดโรงพยาบาลเซ็นต์เมรี่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา หลังจากนายพินิจพงษ์ เข้าผ่าตัดต้อกระจกมีผลข้างเคียงเกิดอาการปวดตาพร่ามัว ทำให้ตาข้างซ้ายบอด แต่ทางโรงพยาบาลกลับปัดความรับผิดชอบ ไม่ทำการรักษาต่อและไม่ชดใช้ค่าเสียหาย ทั้งค่าใช้จ่ายในการรักษาใดๆ จึงได้เข้ามาร้องต่อสภาทนายความ ให้ฟ้องร้องเอาผิดกับโรงพยาบาลดังกล่าว เพราะเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความบกพร่องของทางโรงพยาบาล และแพทย์ที่ทำการผ่าตัด

โชคดีที่ไม่ผ่าสองข้าง

นายพินิจพงษ์ ศรีกัลยา เล่าว่า อาการฝ้าฟางของตาจะเกิดขึ้นระหว่างขับรถตอนกลางคืน จึงเข้าไปปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลเซ็นต์เมรี่ แพทย์ระบุเป็นตาต้อกระจกจะต้องทำการผ่าตัดทั้งสองข้างจึงจะหายขาด โดยโรงพยาบาลจะคิดค่าผ่าตัดข้างละ ๑๗,๐๐๐ บาท ตนจึงขอผ่าตัดทีละข้าง โดยเมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ได้ผ่าตัดตาข้างซ้าย หลังจากการผ่าตัดมีอาการปวดตาทั้งที่กินยาตามที่หมอให้มาสม่ำเสมอ จากนั้นอีก ๓ วันจึงไปปรึกษาแพทย์ และได้รับคำบอกเล่าจากหมอว่า เป็นอาการปกติ ขณะที่อาการปวดตายังไม่หาย ผ่านไป ๗ วันไปปรึกษาแพทย์อีกครั้ง แพทย์ยังยืนยันว่าเป็นอาการปกติ จากนั้นอีกประมาณ ๕ วันรวมเวลาหลังผ่าตัด ๑๕ วันเกิดอาการปวดอย่างรุนแรง จึงไปหาแพทย์เช่นเดิมแพทย์บอกว่า ไม่สามารถรักษาอาการนี้ได้ พร้อมทั้งแนะนำให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น ตนจึงไปรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี กรุงเทพฯ แพทย์สรุปว่า จอประสาทตาเสื่อมแล้ว ตนเสียใจมาก ยังโชคดีที่ไม่ตัดสินใจผ่าตัดตาทั้งสองข้างพร้อมกัน

คิดผิดว่ามาตรฐานจะดีกว่ารัฐ

นายกฤษดา ศรีกัลยา ผู้พิพากษาศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้เป็นลูกชาย กล่าวว่า การนำพ่อไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลเอกชน เพราะคิดว่าน่าจะดีกว่าโรงพยาบาลรัฐ จึงยอมควักเงินส่วนตัวทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษา ทั้งที่พ่อสามารถรักษาฟรีได้  หลังจากทราบผลการรักษาแล้วพยายามติดต่อโรงพยาบาลเซ็นต์เมรี่ เพื่อไปรักษาต่อหรือรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากระหว่างการรักษามีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นกว่า ๒๐๐,๐๐๐ บาท จึงอยากจะให้โรงพยาบาลออกมารับผิดชอบอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะทั้งหมดเกิดจากความผิดพลาดของโรงพยาบาลทั้งสิ้น ซึ่งหากผ่าตัดทั้งสองข้างตามคำแนะนำของหมอในครั้งแรก ยิ่งจะทำให้การใช้ชีวิตของพ่อลำบากมากกว่านี้

นายพลกฤษ เนาว์ประโคน ประธานสภาทนายความจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวภายหลังรับหนังสือร้องเรียนว่า จากการตรวจพยานหลักฐานที่เห็นเบื้องต้นพบว่า โรงพยาบาลควรจะออกมารับผิดชอบหรือปรึกษาหาทางออก ไม่ควรปฏิเสธอย่างเดียว กรณีนี้ ทางสภาทนายความฯ จะดำเนินการตามที่ผู้เสียหายร้องขอ โดยการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างรีบด่วนเพื่อเป็นตัวอย่างในการรับผิดชอบ


เหตุเกิดโคราชทำไมร้องบุรีรัมย์?

“โคราชรายวัน คนอีสาน” ติดต่อสอบถามนายวีระศักดิ์ บุญเพลิง ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมาว่า กรณีบิดาของผู้พิพากษาผู้นี้ เหตุเกิดที่โคราช แต่เหตุใดจึงไปแจ้งขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความจังหวัดบุรีรัมย์ จะเป็นการข้ามเขตหรือไม่และมีสิทธิที่จะทำได้หรือไม่? นายวีระศักดิ์ชี้แจงว่า มีสิทธิจะแจ้งจังหวัดใดก็ได้ กรณีนี้ท่านผู้พิพากษาอาจจะคิดว่าเพื่อความสะดวกของท่านในการร้องเรียน แต่เมื่อสภาทนายจังหวัดรับเรื่องแล้วต้องส่งให้สภาทนายความที่ส่วนกลางพิจารณา หากคณะกรรมการเห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องให้ความช่วยเหลือก็จะรับไว้ และอาจส่งเรื่องให้สภาทนายความนครราชสีมาดำเนินการ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และโรงพยาบาลแห่งนี้ก่อนหน้านี้ตนก็เคยฟ้องเรียกค่าเสียหายให้ประชาชน กรณีได้รับความเสียหายจากการบล็อก(Block) หลัง

ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๙๐๒ วันศุกร์ที่ ๕ - วันจันทร์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๓

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
0