อบจ.เตรียมยื่นคัดค้าน ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัย บัญชีครูบุรีรัมย์ถูกต้อง
เหตุสพท.บร.๓ เรียกข้ามลำดับบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ๓๙๓ คน อบจ.โคราชจึงยกเลิกบรรจุครูกระทันหัน ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญเสนอการวินิจฉัยเอกสาร ๑,๐๓๗ หน้าต่อศาลปกครองแล้ว ระบุสพท.บร.๓ทำถูกต้อง ด้านอบจ.เตรียมเเสดงความเห็นคัดค้านภายใน ๗ วัน ส่วนผู้เสียสิทธิ์ถูกกระโดดข้ามโผล่ยื่นฟ้องผอ.สพท.บร.๓ กระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมาย
กรณีนพ.สำเริง แหยงกระโทก นายกอบจ. นครราชสีมา ได้ลงนามในหนังสือที่ นม.๕๑๐๐๘ /๒๑๒๗ เรื่องขอยกเลิกการขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๓ (สพท.บร.๓) เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย จำนวน ๓๙๓ คน เนื่องจากขั้นตอนไม่เป็นไปตามแนวปฏิบัติของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) โดยตรวจสอบพบการเรียกขึ้นบัญชีไม่เรียงตามลำดับ ตั้งแต่อันดับที่ ๑ ถึงอันดับสุดท้าย มีการข้ามกระโดดอันดับที่ทุกสาขาวิชา และมีหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม โดยลงลายมือชื่อและที่อยู่ชัดเจน และอบจ.นครราชสีมาได้รับบัตรสนเท่ห์ และข้อร้องเรียนทางเว็บไซต์จำนวนมาก
ต่อมาคณะผู้บริหาร สพท.บร.๓ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ถึงสาเหตุที่มีการเรียกรายชื่อโดยข้ามกระโดด หลังจากที่นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา มีหนังสือด่วนที่สุด ขอให้อบจ.นครราชสีมาชะลอการบรรจุแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ดังกล่าว แต่ก.ค.ศ.ของอบจ.นครราชสีมา อ้างพยานและหลักฐานของสพท.บร.๓ ฟังไม่ขึ้น จึงยืนยันมติตามเดิม ส่วนผู้ที่มีรายชื่อในบัญชีฯ เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงรวมตัวยื่นฟ้องต่อศาลปกครองนครราชสีมา เพื่อขอให้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ตามที่ “โคราชรายวัน คนอีสาน” เสนอข่าวต่อเนื่องแล้วนั้น
ขอให้ศาลชี้ชัดความถูกต้อง
ความคืบหน้าล่าสุดการดำเนินการของตุลา การ ศาลปกครองนครราชสีมา ในคดีหมายเลขดำที่ ๑๒๕/๒๕๕๒ ระหว่างผู้ฟ้อง นางสาวนิภาวรรณ ผสมทรัพย์ กับพวกรวม ๔ คน คือ นายธนารักษ์ จันทร์ยอย, นายธนิสร ยางคำ และ นางสาว กุลนาท บริบูรณ์ ซึ่งเป็นผู้สอบขึ้นบัญชีฯ กับอบจ. นครราชสีมา ผู้ถูกฟ้อง หลังจากศาลนัดไต่สวนไปแล้ว และเข้าสู่ขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริง จาก เอกสารหลายพันหน้า ที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญโดยตรง คือนายกิตติ กังวานรัตนกุล ผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการบริหารงานบุคคลปฏิบัติหน้าที่ และผู้อำนวยการภารกิจนโยบายและระบบบริหารบุคคล, นายศรีชัย พรประชาธรรม นักทรัพยากรบุคคลชำนาญพิเศษ และนายธวัชชัย วงศ์ก่ำ นิติกรชำนาญการ เพื่อดำเนินการตรวจสอบเอกสาร ตั้งแต่วันที่ ๑-๓ มิถุนายนที่ผ่านมา
นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ ที่ปรึกษานายกอบจ.นครราชสีมา ในฐานะคณะกรรมการการศึกษาของอบจ.นครราชสีมา เปิดเผยกับ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ว่า เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมา ศาลปกครองนครราชสีมาได้ส่งคำวินิจฉัยของผู้เชี่ยวชาญมาที่อบจ.นครราชสีมา ตามที่ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นพยานผู้เชี่ยวชาญ และมีการตรวจสอบเอกสารจำนวน ๑,๐๓๗ หน้า ซึ่งคณะกรรม การการศึกษากำลังดำเนินการตรวจสอบคำวินิจฉัยนี้ ซึ่งเบื้องต้นมีหลายประเด็นที่ไม่ตรงกับที่อบจ.นครราชสีมา ตั้งคำถามหรือข้อสังเกตไปยัง ศาล เพื่อประกอบการพิจารณา เช่น ที่อยู่ของผู้สอบแข่งขันได้บัญชีฯ ซึ่งไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในใบสมัคร ทั้งนี้ อบจ.นครราชสีมาอยากให้เรื่องนี้จบ เพียงแต่ว่า อยากให้ศาลเป็นผู้ที่ได้ชี้ชัดความถูกต้องว่าเป็นอย่างไร เพราะจากการตรวจสอบอบจ. นครราชสีมา พบว่ามีการกระโดดข้ามลำดับบัญชีจริง ถ้าบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้บัญชีฯ โดยพลการ เกรงว่าจะมีปัญหาตามมา และหลัง จากพิจารณาคำวินิจฉัยละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ภายใน ๑ สัปดาห์ตามกรอบระยะเวลาที่ศาลกำหนด ภายหลังจากรับคำวินิจฉัยของผู้เชี่ยวชาญแล้ว อบจ. นครราชสีมาจะส่งความเห็นเพิ่มเติมไปยังศาลปกครองนครราชสีมาว่า มีความเห็นหรือไม่เห็นด้วยกับวินิจฉัยนี้อย่างไร
“อย่างไรก็ตาม นายกอบจ.นครราชสีมา ก็ยังยืนยันว่า ไม่มีความขัดแย้งกับผู้สอบแข่งขันได้บัญชีฯ ทั้ง ๓๙๓ คน โดยมองว่าสิ่งที่อบจ.นครราช สีมา ไม่กล้าตัดสินใจบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูในสังกัด เพราะมีข้อสงสัยเกรงว่าจะเกิดข้อผิดพลาด เพราะกระบวนการหรือระเบียบไม่ถูกต้อง และมีผลตามมากับผู้ที่ได้รับการบรรจุ แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าศาลจะวินิจฉัยหรือมีคำสั่งต่อกรณีนี้อย่างไร อบจ.นครราชสีมาก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม กรอบนี้ไม่ใช่เป็นบรรทัดฐานของ ๓๙๓ คน แต่ สามารถใช้เป็นมาตรฐานได้กับคนไทยทั้งประเทศ ถือว่าอบจ.นครราชสีมาสร้างมาตรฐานใหม่ ที่ต้องเขียนตำราให้กับสังคมไทย” นายทวิสันต์กล่าวย้ำ
สพท.บร.๓ ทำถูกต้อง
ด้านนายชัยณรงค์ ประจงจิตร ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจากผู้ฟ้องที่มีรายชื่อในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ฯ กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นในการวินิจฉัยว่า สพท.บร.๓ ทำถูกต้อง ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของอบจ.นครราชสีมา ในการมาตรวจสอบบัญชี เพราะเจ้าของบัญชี คือ สพท.บร.๓ ให้มาอย่างไร ก็ต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์นั้น ถ้าเกิดมีความผิดพลาดหรือมีการกระโดดข้ามลำดับบัญชีจริง ผู้ขึ้นบัญชีก็จะดำเนินการฟ้อง สพท.บร.๓ เอง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับอบจ.นครราช สีมา โดยภายใน ๑ สัปดาห์หลังจากรับทราบคำวินิจฉัยของผู้เชี่ยวชาญดังกล่าว ตนจะขอเพิ่มเติมในความเห็นต่อศาลตรงที่การขอใช้บัญชีจาก สพท.บร.๓ หรือหน่วยงานอื่น จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบแนวทางปฏิบัติโดยอนุโลมของก.ค.ศ. เสมือนหนึ่งเป็นกฎหมายเทียบเคียง
ผู้เสียสิทธิ์โผล่ฟ้องผอ.สพท.บร.๓
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายนที่ผ่านมา ระหว่างอยู่ในขั้นตอนให้พยานผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบเอกสาร เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาของศาลนั้น นางสาวฝน ทะเลิงรัมย์ พร้อมพวกรวม ๔ คน ซึ่งเป็นผู้สอบแข่งขันในบัญชีรายชื่อ ๕๐๙ คน ที่ถูกสพท.บร.๓ เรียกข้ามรายชื่อ ได้มา ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองนครราชสีมา โดยมีสพท. บร.๓ เป็นผู้ถูกฟ้องที่ ๑ และผู้อำนวยการสพท. บร.๓ เป็นผู้ถูกฟ้องที่ ๒ กรณี พิพาทหน่วยงานการปกครองกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ใน คดีหมายเลขดำที่ ๑๖๗/ ๒๕๕๒ โดยผู้ฟ้องคดีทั้ง ๔ คน เป็นหนึ่งในผู้สอบแข่งขันได้ จำนวน ๕๐๙ คน ตามประกาศสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพท.บร.๓ จากการสอบแข่งขันเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๐ โดยรายชื่อทั้งหมดถูกขึ้นบัญชีไว้ และกำหนดยกเลิกในวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๒
ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ อบจ.นครราชสีมาได้ทำหนังสือขอใช้บัญชีรายชื่อสอบแข่งขันดังกล่าว เพื่อใช้ในการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูตำแหน่งครูผู้ช่วย ผู้ถูกฟ้องที่ ๑ จึงได้ทำหนังสือสอบถามความสมัครใจไปยังผู้ฟ้องคดีทั้ง ๔ คน และผู้สอบแข่งขันได้คนอื่นๆ หลังจากนั้นผู้ถูกฟ้องที่ ๑ ได้มีหนังสือ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๒ ถึงอบจ.นครราชสีมา เพื่อแจ้งให้ทราบถึงรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ แต่ในภายหลัง อบจ.นคร ราชสีมากลับมีหนังสือ ลงวันที่ ๒๓ เมษายน เพื่อขอยกเลิกการใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ดังกล่าว โดยอ้างว่าการขึ้นบัญชีไม่เรียงตามลำดับ มีการข้ามกระโดดอันดับทุกสาขาวิชา ผู้ฟ้องเห็นว่า ความผิดพลาดดังกล่าว เกิดจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องที่ ๑ จึงขอให้ผู้ถูกฟ้องทั้งสองยกเลิกการส่งบัญชีรายชื่อผู้สอบบรรจุ และสอบแข่งขันได้ ที่ได้ส่งให้อบจ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน และขอให้ผู้ถูกฟ้องทั้งสอง จัดทำบัญชีโดยเรียงลำดับให้ถูกต้องเป็นธรรม เพื่อส่งให้แก่อบจ.นคร ราชสีมาใหม่
หากมีความคืบหน้ากรณีการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ดังกล่าว “โคราชรายวัน คน อีสาน” จะนำมารายงานต่อไป
ปีที่ ๓๔ ฉบับที่ ๑๘๓๖ วันศุกร์ที่ ๑๒ - วันจันทร์ที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒




ความคิดเห็น (11 จำนวนโพส):
--อย่าคิดว่าเราจะเป็นพวกใคร นำเสนอข่าวตามที่ได้มา ในระยะเวลาที่มีจำกัด และจะนำเสนอเรื่อยๆ กระทั่งข่าวนั้นถึงที่สุด
ผู้สื่อข่าวของ "โคราชรายวัน คนอีสาน" มีหลายคน และไม่จำเป็นต้องเปิดเผยนามของผู้ไปทำข่าวนั้น
สำหรับเรื่องบัญชีครูที่ยืดเยื้ออยู่ในขณะนี้ กองบก.ก็นำเสนอข่าวไปตามที่ได้ข้อมูลมา ในระยะเวลาที่มีจำกัด และจะเสนออย่างต่อเนื่อง กระทั่งข่าวถึงที่สุด
ถ้าคุณ momojojo มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ส่งมาทางโทรสารหรืออีเมล์ก็ได้ หรือจะเดินเข้ามาถึงสนง.ก็ยินดี ...ขอย้ำว่าอย่าได้คิดว่า "โคราชรายวัน คนอีสาน" เป็นพวกใคร...
บางท่านที่เข้าไปในบอร์ดพวกผมไม่ได้ หรือเข้าได้แต่แสดงความเห็นไม่ได้เพราะมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ผมจึงต้องแบนไอพีไว้ เรา ต้องการความเป็นกลาง
มิใช่ เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ หากต้องการความเห็นแก่ตัว เราจะฟ้องศาลเพื่ออะไรกัน ศาลคือผู้ที่ยุติธรรมที่สุดแล้วไงล่ะครับ
ฉบับล่าสุดนี้ไม่มีข่าวพวกเราลง ข้อมูลที่ให้ไปอาจจะไม่พอหรืออย่างไรครับ ตอนนี้ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว องค์คณะกำลังพิจารณา อบจ ไม่ได้คัดค้านอะไรเป็นเอกสาร แต่คัดค้านจากความรู้สึก
ทำไมยังเงียบอีกล่ะ
ไม่มีทีมตามข่าวนี้หรอครับ
หรือยังไงกัน
ตอนนี้ไม่ใช่ว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดถูกหรือไม่ถูก แต่อยู่ในขั้นการพิจารณาของศาล และเมื่อศาลปกครองนครราชสีมาตัดสินมาแล้ว ผลจะเป็นอย่างไร... ต้องติดตาม
อบจ ไม่ได้มีการคัดค้านครับ
หมายถึงเห็นตามผู้เชี่ยวชาญ
โพสแสดงความเห็นของคุณ