เส่ง ตราเสือตะปบสุรวุฒิ จ้างกำจัดขยะ ๔๐๐ ล
เส่ง ตราเสือ ยังไม่เลิกคำราม ยื่นเรื่องถึงป.ป.ช. และวีระ สมความคิด ให้ตรวจสอบโครงการก่อสร้างโรงกำจัดขยะเทศบาลนครโคราช มูลค่ากว่า ๔๐๐ ล้าน คาบเกี่ยวการบริหารงานระหว่าง ๒ นายกเทศมนตรี แต่มาลงนามสัญญาจ้างสมัยสุรวุฒิ เชิดชัย รวบรัดต่อรองให้ BWG มีคุณสมบัติครบแค่รายเดียว จึงส่อว่ามีการฮั้ว? รองนายกฯ ยอมรับ ไม่รู้เรื่องมากนัก
หลังจากที่นายนิวัตชัย สุธาดารัตน์ หรือ “เส่ง ตราเสือ” อดีตนายกเทศมนตรีเมืองนครราชสีมา ได้ยื่นขอเอกสารทีโออาร์ การจัดซื้อคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์มูลค่า ๒๐ ล้านบาท จากนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรี แต่เป็นโครงการที่เกิดขึ้นในสมัยของรศ.เชิดชัย โชครัตนชัย นายกเทศมนตรี ปี บริหาร ๒๕๔๗-๒๕๕๑ ซึ่งนายนิวัตชัยเคยเป็นรองนายกเทศมนตรีด้วย แต่ภายหลังลาออกเพราะปัญหาสุขภาพ
ล่าสุดนายนิวัตชัย สุธาดารัตน์ เปิดเผยต่อ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ว่า โครงการกำจัดขยะ มูลค่ากว่า ๔๐๐ ล้าน ซึ่งนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายก เทศมนตรีคนปัจจุบัน เป็นผู้จัดจ้างนั้น ตนมีความสงสัยหลายประการ เพราะเป็นโครงการที่เกิดขึ้นเริ่มขึ้นในสมัยที่ตนเป็นรองนายกเทศมนตรี โดยเมื่อประมาณปี ๒๕๔๘ มีการนำคณะไปศึกษาดูงานที่จังหวัดระยอง และได้สอบถามราคากับเอกชนผู้ก่อสร้างทราบว่า ราคารวมทั้งหมดไม่ถึง ๒๐๐ ล้าน บาท ตนจึงนำมาผลักดันเป็นโครงการของเทศบาล แต่รศ.เชิดชัย นายกเทศมนตรีขณะนั้น กลับไปตั้งงบประมาณไว้สูงกว่า ๔๐๐ ล้านบาท ซึ่งตนไม่เห็นด้วยและราคาที่น่าจะเป็นไม่ควรเกิน ๓๐๐ ล้าน กอปรกับมีปัญหาหลายอย่าง จึงลาออกจากรองนายกฯ แต่โครงการนี้ตนมีข้อสังเกตของความไม่ชอบมาพากล ไม่โปร่งใส และส่อว่ามีการฮั้ว(สม ยอม) ในการดำเนินโครงการและประกวดราคา เช่น มีการทบทวน และแก้ไขเงื่อนไขทีโออาร์บางส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาการหาผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีประสบ การณ์สูงๆ ไม่ได้ ซึ่งอาจจะมองได้ว่า มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ซึ่งทำไปเพื่อเปิดทางให้บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างบางรายมีโอกาสเป็นผู้ชนะการประกวด ราคา อีกทั้งการประกวดราคาครั้งหลังสุด เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคมที่ผ่านมา ที่บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด(มหาชน) ชนะการประมูล ทั้งที่มีผู้ยื่นซองประกวดราคา ๓ ราย แต่ ๒ บริษัทที่ร่วมยื่นซอง มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน จึงขาดสิทธิในการเป็นผู้ยื่นซองประกวดราคา จึงเหลือเพียง บริษัทเบตเตอร์ เวิลด์ กรีนฯ รายเดียวที่คุณสมบัติครบถ้วน ทาง เทศบาลนครฯ จึงถือว่า เป็นผู้ชนะการประมูล ทั้งๆ ที่ไม่มีบริษัทอื่นที่มีคุณสมบัติครบถ้วนร่วมประกวดราคาด้วย จึงทำให้ไม่มีการเปรียบเทียบราคาตามเงื่อนไขและระเบียบข้อบังคับของการประกวดราคาของทางราชการ ซึ่งถือว่าเป็นการขัดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ ซ้ำยังมีข่าวว่า เทศบาลฯ ดึงดันพยายามว่าจ้างรายนี้ให้ได้ ด้วยการเรียกมาต่อรองราคาแต่ก็ลดลงไปพอเป็นพิธี เพียงไม่กี่มากน้อย จากนั้นก็ทำหนังสือผ่านผู้ว่าฯ นครราชสีมา หารือไปยังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นข้ออ้างเดินหน้าทำสัญญาจ้างเหมา ซึ่งก็ได้รับคำตอบกลับมาแบบกว้างๆ เพราะในความเป็นจริงแล้วไม่มีหน่วยงานไหนที่สามารถการันตีในสิ่งที่ผิดให้เป็นถูกได้ และยังเป็นที่น่าสังเกตว่า บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) มีนายสุวัฒน์ เหลืองวิริยะ เป็น ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ พบว่า ผู้ถือหุ้นคนสำคัญในบริษัทดังกล่าว ได้แก่ นายกมล จึงรุ่งเรืองกิจ พี่ชายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐบาลพรรคไทยรักไทย (ทรท.) ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่ง เป็นกลุ่มการเมืองสายเดียวกับผู้บริหารเทศบาลฯ ชุดปัจจุบัน คือ นายสุรวุฒิ เชิดชัย ลูกชายนางสุจินดา เชิดชัย หรือ “เจ๊เกียว” ที่มีลูกชายอีกคน และ ลูกสะใภ้เป็นส.ส.สังกัดพรรคเพื่อไทย(พท.) ในขณะนี้ จึงอาจมองได้ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มพรรคพวกเดียวกันหรือไม่?
“โดยผมได้ส่งเรื่องนี้ไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว พร้อมทั้งส่งให้นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) เพื่อผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเอาผิดต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของท้องถิ่นและประเทศชาติ” เส่ง ตราเสือ กล่าวย้ำ
“โคราชรายวัน คนอีสาน” สอบถามนายบุญเหลือ เจริญวัฒน์ รองนายกเทศมนตรี คนที่ ๑ เนื่อง จากนายสุรวุฒิ เชิดชัย ไม่รับโทรศัพท์ โดยนายบุญเหลือเปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าผมไม่ทราบรายละเอียดลึกๆ เกี่ยวกับการประมูลอิเล็กทรอนิกส์(e-Auction) เพราะมีคณะกรรมการฯ ที่ทางจังหวัดแต่งตั้งขึ้นมาดำเนินการ มีทรัพยากรและสิ่งแวด ล้อมจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานฯ ซึ่งเมื่อนายกเทศมนตรีเห็นว่า การตั้งคุณสมบัติผู้ที่จะสามารถยื่นซองประกวดราคาไว้สูงเกินไปคือ ต้องเคยทำผลงานด้านการจัดการขยะมาแล้วไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ล้านบาท คงต้องมีบริษัทเดียวในประเทศไทยคือ BWG นายกฯ จึงปรับลดเหลือเพียง ๑๐๐ ล้านบาท จากนั้นตนก็ไม่ทราบว่ามีผู้มายื่น ซองกี่ราย ส่วนพื้นที่ดำเนินการนั้นก็เป็นที่เดียวกับที่นายก เทศมนตรีสมัยที่แล้วไปจัดพิธีวางศิลาฤกษ์ไว้ แต่ตนก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้บริหารสมัยที่แล้วจึงรีบไปวางศิลาฤกษ์ ทั้งๆ ที่ทางกองทัพบกยังไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการจำกัดขยะ หรืออาจจะเป็นเพราะท่านมีการข่าวที่ดีก็ได้ อย่างไรก็ดี โครงการนี้ในส่วนของเทศบาลนครฯ ก็มีส่วนสมทบงบประมาณไป ๑๐% คือ ๔๕.๐๕ ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน ๔ ปี ส่วนงบทั้งหมด ๔๐๐ กว่าล้านบาทนั้นจะสามารถคืนทุนได้ภายใน ๗ ปี เพราะเราจะมีระบบบริหารจัดการขยะอย่างดี นำกลับมาใช้ใหม่ รวมทั้งการผลิตไฟฟ้า หรือขายคาร์บอนเครดิตอีกด้วย เรามุ่งหวังที่จะเอาประโยชน์จากขยะมาพัฒนาโคราชให้ได้มากที่สุด
ทางด้านนายกิตติพงศ์ ตั้งอมรสถิตย์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะประธานคณะกรรมการ e-Auction ยืนยันกับ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ว่า โครงการนี้ดำเนินการประมูลด้วยความโปร่งใสอย่างแน่นอน
อนึ่ง จากการสืบค้นและสะสมข้อมูลของ “โคราชรายวัน คนอีสาน” พบว่า สืบเนื่องจากเมื่อปีพ.ศ.๒๕๔๘ เทศบาลนครนครราชสีมา ภายใต้การบริหารของรศ.เชิดชัย โชครัตนชัย นายกเทศมนตรี ได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบกำจัดขยะแบบผสมผสาน โดยส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการคัดแยกขยะอินทรีย์จากต้นทางและนำเทคโนโลยีการจัดการมาช่วยให้เกิดประสิทธิภาพ ได้ผลตอบรับในรูปแบบการแปรรูปขยะมูลฝอย เป็นปุ๋ยอินทรีย์ และก๊าซชีวภาพ สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนพลัง งานจากน้ำมันสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าได้ และการฝังกลบอย่างเป็นระบบถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล จากนั้นมีโครงการก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลนครฯ โดยการเชิญพลโทหญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานวางศิลาฤกษ์ในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลโพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา อยู่ในการกำกับดูแลของกองทัพภาคที่ ๒ ซึ่งอนุญาตให้เทศบาลนครฯ ใช้พื้นที่เพื่อกำจัดขยะเป็นเวลา ๒๐ ปี โดยเทศบาลนครฯ ของบ ประมาณสนับสนุนจากกรมส่งเสริมปกครองส่วน ท้องถิ่น และได้รับการอนุมัติเงินอุดหนุนรวม งบประมาณที่เทศบาลนครฯ สมทบแล้วในปีงบ ประมาณพ.ศ.๒๕๕๑-๒๕๕๔ เป็นเงินทั้งสิ้น ๔๕.๐๕ ล้าน โดยผลักดันสนับสนุนงบประมาณโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรม ส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำหนดแบบก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลนครฯ ในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๑ คาดหมายไว้จะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ โดยใช้งบประมาณดำเนินการจำนวน ๔๕๔.๐๕ ล้านบาท ผูกพันปีงบ ประมาณ พ.ศ.๒๕๕๑-๒๕๕๔ ก่อสร้าง ๓ ปี
ต่อมาเมื่อผู้บริหารเทศบาลนครฯ หมดวาระ มีการเลือกตั้งใหม่ ทีมผู้บริหารเก่าพ่ายแพ้แก่กลุ่มประสานมิตรของนายสุรวุฒิ เชิดชัย แบบยกทีมในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและส.ท.นครราชสีมา เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๑ แต่คณะใหม่ยังอยู่ระหว่างการรับรองผลการเลือกตั้งจากคณะกรรม การการเลือกตั้ง(กกต.) นายอารมณ์ ทางตะคุ ปลัด เทศบาลนครฯ ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีได้ออกประกาศฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เรื่อง ประมูลจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ งานจ้างเหมาก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอยเทศ บาลนครนครราชสีมา กำหนดราคากลางไว้ที่ ๔๑๘ ล้านบาท ขายแบบระหว่างวันที่ ๑๔-๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑ กำหนดยื่นเอกสารวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๐.๐๐-๑๑.๐๐ น. และจะประกาศชื่อผู้มีสิทธิ์เสนอราคาในวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๑
จากนั้นเมื่อนายสุรวุฒิ เชิดชัย เข้าไปปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีจากการรับรองจากกกต.แล้ว ได้ออกประกาศลงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ เรื่อง ขยายเวลาเพื่อพิจารณาประกาศประมูลจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ งานจ้างเหมาก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลนครนครราชสีมา เนื่อง จากคณะกรรมการดำเนินการประมูลจ้างด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ จะต้องทำการพิจารณาเรื่องการ กำหนดคุณสมบัติข้อ ๑.๓ ดังนั้น จึงขยายเวลาการพิจารณาออกไปอีก ๗ วัน โดยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าเสนอราคาในวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๑
ต่อมาในวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ นาย สุรวุฒิได้ออกประกาศยกเลิกประกาศประมูลโครงการดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า “เนื่องจากต้องมีการปรับลดคุณสมบัติของผู้เข้ายื่นซองเสนอราคา ข้อ ๑.๓ เพื่อประโยชน์สูงสุดของทางราชการ” ล่วงมาถึงวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ นายสุรวุฒิ เชิดชัย ได้ ออกประกาศฉบับที่ ๒๖๓ เรื่องประมูลจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ งานจ้างเหมาก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลนครนครราชสีมา(ครั้งที่ ๒) โดยกำหนดขายแบบระหว่างวันที่ ๒๖ มิถุนายน-๗ กรกฎาคม ๒๕๕๑, กำหนดยื่นเอกสาร ๑๖ กรกฎา คม ๒๕๕๑ และกำหนดวันประมูล ๓๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑ ซึ่งในท้ายประกาศดังกล่าวแจ้งรายชื่อผู้ค้าที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าเสนอราคาประมูลจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ งานจ้างเหมาก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลนครนครราชสีมา(ครั้งที่ ๒) มีจำนวน ๑ ราย ได้แก่ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด(มหาชน) หรือ BWG และให้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าเสนอราคาต่อคณะกรรมการฯ ในวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๑ ณ งานพัสดุและทรัพย์สิน สำนักการคลัง เทศบาลนครนครราชสีมา เวลา ๑๐.๐๐ น.
จากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีประกาศให้ทราบว่าบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีนฯ ผ่านการประมูลหรือไม่ แต่เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๒ ณ สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา ทางเทศบาลนครนครราชสีมา ได้จัดแถลงข่าวโครงการก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอยแบบบูรณาการให้แก่หนังสือพิมพ์บางฉบับ(โคราชรายวัน คนอีสาน ไม่ได้รับเชิญ) โดยมีนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรี, พลตรีคมสัน มานวกุล รองแม่ทัพภาคที่ ๒, นายพิรียุตม์ วรรณพฤกษ์ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมพลังงาน และนายเอกรินทร์ เหลืองวิริยะ ตัวแทนจากบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ซึ่งมีรายงานว่า นายสุรวุฒิประกาศว่า จำนวนเงินที่ BWG ประมูลได้คือ ๔๑๒ ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางที่ตั้งไว้ ๖ ล้านบาท และจะดำเนินการบนพื้นที่ของกองทัพภาคที่ ๒ เนื้อที่ประมาณ ๗๓ ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างโรงผลิตปุ๋ยอินทรีย์และพลังงานประมาณ ๑๐ ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่ก่อสร้างบ่อฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล โดย โครงการนี้มีองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ๑. ปรับปรุงระบบการคัดแยกต้นทางและการเก็บขน ๒. ระบบ การคัดแยกส่วนหน้า(front End Facilities) ๓. ระบบย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน(Anaerobic Digestion) ๔. ระบบการใช้ประโยชน์จากปุ๋ยอินทรีย์และการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ ๕, ระบบผลิตเชื้อเพลิงจากกระดาษและเศษพลาสติก และ ๖. ระบบกำจัดสุดท้ายแบบฝังกลบ
ความคืบหน้าของโครงการนี้ “โคราชรายวัน คนอีสาน” จะนำเสนอต่อไป
ปีที่ ๓๔ ฉบับที่ ๑๘๓๖ วันศุกร์ที่ ๑๒ - วันจันทร์ที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒




ความคิดเห็น (10 จำนวนโพส):
ดูเหมือน"เส่ง ตราเสือ"จะมีอายุเกินเกษียณไปแล้ว เห็นบอกว่ามีวัยเป็น อาแปะไปแล้ว จะมีกำลังไปดันอาตี๋กระเป๋าหนักได้หรือ?
โพสแสดงความเห็นของคุณ