วงแหวนโคราช พร้อมใช้ ทางหลวงเล็งเวนคืน เร่งสร้างทางต่างระดับรองรับ
ถนนวงแหวนรอบเมืองโคราช ตอนที่ ๑ แล้วเสร็จ พร้อมเปิดใช้บริการสิ้นเดือนนี้ กรมทางหลวงเร่งสำรวจและออก แบบทางต่างระดับแห่งที่ ๒ บริเวณจุดตัดสาย ๓๐๔ เพื่อมา รองรับปริมาณจราจร ล่าสุดคืบหน้าแล้ว ๙๕% เบื้องต้นวางแบบสร้างเป็น ๓ แยกก่อน มูลค่า ๓๐๐ ล้านบาท เตรียมเล็งเวนคืน ๕๐ ครัวเรือนก่อนจัดตั้งงบก่อสร้าง
ภายหลังจัดปฐมนิเทศการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ ๑ และประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชนพร้อมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ ๒ ในโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับ ๓๐๔ (ถ.ราชสีมา-ปักธงชัย-กบินทร์บุรี) ที่กม. ๑๑๘+๕๙๙.๗๗๐ กับ วงแหวนนครราชสีมา ที่กม. ๑๗+๙๔๐.๖๘๐ ใกล้กับสวนสัตว์นครราชสีมา เพื่อรองรับปริมาณการจราจรในอนาคต จากการเปิดใช้บริการถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา ตอนที่ ๑ ตามที่ “โคราชรายวัน คนอีสาน” นำเสนอรายละเอียดไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ ห้องประชุมสวนสัตว์นครราชสีมากรมทางหลวง โดยบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนส์ จำกัด และบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาได้รับว่าจ้างให้สำรวจและออกแบบรายละเอียด ด้วยวงเงิน ๖ ล้านบาท จัดประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชนและรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ ๓ เป็นครั้งสุดท้ายเพื่อนำเสนอรายละเอียดการออกแบบ มาตรการป้องกันและแก้ไขผล กระทบสิ่งแวดล้อม และสรุปผลการดำเนินโครงการฯ ก่อนที่จะลงลึกรายละเอียดแล้ว ส่งมอบงานให้กับกรมทางหลวงพิจารณาในเดือนมิถุนายนนี้ มีนายชาญวิทย์ วสยางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็น ประธานพร้อมด้วยนายอัศวิน กรรณสูต วิศวกรใหญ่ด้านสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง, นายโสฬส เตมียบุตร วิศวกรบริษัทที่ปรึกษา ในฐานะผู้จัดการโครงการฯ อีกทั้ง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชนในพื้นที่การก่อสร้างจากตำบลไชยมงคล อำเภอเมืองนครราชสีมา และตำบลธงไชยเหนือ อำเภอปักธงชัย กว่า ๑๕๐ คน
แบบวิศวกรรมกวนเวนคืนน้อย
นายโสฬส เตมียบุตร วิศวกรบริษัทที่ปรึกษา ในฐานะผู้จัดการโครงการฯ กล่าวว่า การสำรวจและออกแบบรายละเอียดทางแยกต่างระดับ บริเวณจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ที่ กม.๑๑๘+๕๙๙.๗๗๐ และถนนวงแหวนนครราชสีมา ที่ กม.๑๗+ ๙๔๐.๖๘๐ เป็นการออกแบบทางแยกต่างระดับ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน รวมทั้งนำเสนอรูปแบบการก่อสร้างแบบแบ่งเป็นขั้นตอน ตามปริมาณการจราจรในอนาคต ตลอดทั้งการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น การจัดให้มีการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ได้รูปแบบทางแยกต่างระดับที่เหมาะสมที่สุด มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติสอดรับกับวิถีชีวิต และรูปแบบการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ ที่สำคัญคือโครงการนี้ ๑. จะทำให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการคมนาคมขนส่ง รวมทั้งสามารถรองรับปริมาณจราจรที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต, ๒. กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ส่งเสริมให้ความเป็นอยู่ของประชาชนและชุมชนดีขึ้น และ ๓. ส่งเสริมและพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในบริเวณทางแยกต่างระดับและถนนเชื่อมต่อ
“จากการพิจารณาเปรียบเทียบทางแยกต่างระดับทั้ง ๔ รูปแบบตามที่ออกแบบไว้ ผลปรากฏว่า รูปแบบที่ ๒ มีความเหมาะสมมากที่สุดตามหลักเกณฑ์ ทั้งด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้วยคะแนนสูงสุด ๘ คะแนน ซึ่งกำหนดรูปแบบเป็น Partial Cover-Leaf with Semi-Directional Ramp โดยมีสะพานข้ามแยกตามแนวถนนวงแหวนนครราชสีมา สำหรับช่องทางเลี้ยวขวาทั้ง ๔ ทิศทางเป็นโครงสะพาน แบ่งเป็นช่องทางเลี้ยววน ๒ ทิศทาง และช่องทางเลี้ยวกึ่งตรง ๒ ทิศทาง ส่วนช่องทางเลี้ยวซ้าย ๔ ทิศทาง เป็นทางเสมอระดับดิน และเป็นทางแยกต่างระดับที่สามารถรองรับปริมาณการจราจรได้ในระยะยาวที่ครบทุกทิศทาง มีความยืดหยุ่นในการพัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบทางแยกต่างระดับจากสามแยกเป็นสี่แยก โดยรบกวนต่อสภาพพื้นที่เดิมน้อย อีกทั้ง ในระหว่างการก่อสร้างจะไม่รบกวนการจราจรบนทางหลวงหมาย เลข ๓๐๔
เตรียมแผนสร้างรองบ ๑,๕๐๐ ล.
วิศวกรที่ปรึกษา กล่าวถึงแผนงานการก่อสร้างทางแยกต่างระดับฯ ด้วยว่า กำหนดระยะเวลาการก่อสร้างทั้งหมด ๒๔ เดือน (ระยะเวลาการก่อสร้าง ๒๔-๓๐ เดือน เบื้องต้นกำหนดงบประมาณการก่อสร้าง ๑,๕๐๐ ล้านบาท) คือ งานก่อสร้างงานทาง ๒๐ เดือน, งานก่อสร้างสะพานตามแนวทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ และสะพานตามแนววงแหวนนครราชสีมาแห่งละ ๘ เดือน และ งานก่อสร้างทางแยกต่างระดับ แบ่งเป็น งาน สะพานข้ามแยก ๑๘ เดือน งานสะพานทางเลี้ยวขวามีทั้งหมด ๔ แห่ง กำหนดไว้ทางเลี้ยวละ ๑๒ เดือน และงานทางเลี้ยวซ้ายทั้งหมด ๔ แห่ง กำหนดไว้ทางเลี้ยวละ ๖ เดือน ส่วนในกรณีที่งบประมาณไม่เพียงพอ และเพื่อให้เป็นไปตามแผนการพัฒนาของกรมทางหลวงในการพัฒนาวงแหวนนครราชสีมา อาจจะดำเนินการก่อสร้างเป็นขั้นตอน โดยมีแผนงานดำเนินการก่อสร้างทางแยกต่างระดับระยะแรก ในกรณีที่ยังไม่มีการขยายแนวเส้นทางวงแหวนนครราชสีมา กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง ๒๐ เดือน โดยมีรายละเอียดของงานแต่ละประเภทคือ งานก่อสร้างงานทางกำหนดไว้ ๑๖ เดือน, งานก่อสร้างสะพานตามแนวทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ และสะพานตามแนววงแหวนนครราชสีมากำหนดไว้แห่งละ ๘ เดือน และงานก่อสร้างทางแยกต่างระดับ แบ่งเป็นงาน สะพานทางเลี้ยวขวามีทั้งหมด ๒ แห่ง กำหนดไว้ทางเลี้ยวละ ๑๒ เดือน และงานทางเลี้ยวซ้าย ๒ แห่ง กำหนดไว้ทางเลี้ยวละ ๖ เดือน
“ในอนาคตเมื่อมีการขยายแนวเส้นทางของวงแหวนนครราชสีมา แผนการดำเนินงานการก่อสร้างทางแยกต่างระดับในระยะที่สองจะใช้เวลา ๒๔ เดือน โดยมีรายละเอียดของงานแต่ละประเภท จากงานก่อสร้างงานทางกำหนดไว้ ๒๐ เดือน, งานก่อสร้างสะพานตามแนววงแหวนนครราชสีมากำหนดไว้ ๘ เดือน และงานก่อสร้างทางแยกต่างระดับ ทั้งงานสะพานข้ามแยกกำหนดไว้ ๑๘ เดือน งานสะพานทางเลี้ยวขวา ๒ แห่ง กำหนดไว้ทางเลี้ยวละ ๑๒ เดือน และงานทางเลี้ยวซ้าย ๒ แห่ง กำหนดไว้ทางเลี้ยวละ ๖ เดือน” วิศวกรที่ปรึกษากล่าว
๕๐ ครัวเรือนถูกเล็งเวนคืน
นายวีระศักดิ์ อังศุรช ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดกรรมสิทธิ์ บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนส์ จำกัด กล่าวว่า จากการสำรวจพื้นที่ก่อสร้างทางต่างระดับฯ ในเบื้องต้น แบ่งเป็นประเภทการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน ๑. ที่ดินครอบครอง ๓๓ ไร่, ๒. นส.๓ ก ๗ ไร่, ๓. ที่ดินราชพัสดุ ๔๘ ไร่ และ ๔. ที่ดินโฉนด ๑๔๐ ไร่ รวมทั้งหมด ๒๒๘ ไร่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องถูกเวนคืนในเบื้องต้นประมาณ ๕๐ ครัวเรือน แต่ทั้งนี้ การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน หลังจากที่สำรวจและออกแบบแล้วเสร็จ ก่อนที่จะมีดำเนินการก่อสร้าง จะต้องจัดซื้อโดยวิธีปรองดองซื้อขายทรัพย์สินกับเจ้าของทรัพย์สินก่อนจะมีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกา ซึ่งตามหลักการแล้วจะดำเนินการออก พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณพื้นที่ที่จะเวนคืนทุกโครงการ แต่ในระหว่างที่ดำเนินการขอออกพ.ร.ฎ. ซึ่งจะใช้เวลาดำเนินการตั้งแต่เสนอขอออก พ.ร.ฎ. กระทั่งประกาศใช้บังคับประมาณ ๘-๑๐ เดือน ในช่วงเวลานี้ก็จะดำเนินการโดยวิธีปรองดองไปก่อน เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของผู้ถูกเวนคืน และ ทำให้สามารถได้รับเงินค่าทดแทนทรัพย์สินได้รวดเร็วขึ้น จากนั้นจึงจัดซื้อตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ที่สำคัญการออกพ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณพื้นที่ที่จะเวนคืน ซึ่งต้องระบุท้องที่จุดเริ่มต้น จุดสิ้นสุด และความกว้างของเขตพ.ร.ฎ. ต้องปิดประกาศไว้ตามสถานที่ดังนี้ ที่ทำการของเจ้าหน้าที่, ศาลากลาง, สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินสาขา, ที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ, ที่ทำการอบต. หรือที่ทำ การเทศบาล และที่ทำการผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องถิ่น ก่อนที่จะออกพ.ร.บ.เวนคืนอสังหา ริมทรัพย์ เพื่อให้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์
ตกเป็นของรัฐ
“ส่วนหลักเกณฑ์การพิจารณากำหนดค่าทดแทนพื้นที่ถูกเวนคืน ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ปี ๒๕๓๐ ตามมาตรา ๒๑ เงินค่าทดแทนที่จะให้แก่ผู้มีสิทธิ์ได้รับค่าทดแทน พิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยคำนึงถึง ๑. ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของอสังหาริมทรัพย์ ที่จะต้องเวนคืนตามที่เป็นอยู่ในวันบังคับ พ.ร.ฎ., ๒. ราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่มีการตีราคาไว้ เพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่, ๓. ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรม เนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม, ๔. สภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์นั้น, ๕. เหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืน และ ๖. การได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จากการเวนคืน” นายวีระศักดิ์กล่าว
ทยอยสร้างเป็น ๓ แยก ๓๐๐ ล.
ด้านนายอัศวิน กรรณสูต วิศวกรใหญ่ด้านสำรวจและออกแบบ เปิดเผยเพิ่มเติมกับ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ว่า หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการสำรวจและออกแบบในเดือนมิถุนายนนี้ และจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเรียบร้อยแล้ว กรมทางหลวงจะเตรียมจัดตั้งงบประมาณสำหรับการก่อสร้างซึ่งเบื้องต้นอาจจะก่อสร้างเป็นทางต่างระดับตามโครงสร้างวิศวกรรมแบบ ๓ แยกก่อน จากนั้นจึงดำเนินการก่อสร้างเต็มรูปแบบเป็น ๔ แยก ซึ่งคาดว่าหากก่อสร้างเป็น ๓ แยก จะต้องใช้งบประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ทั้งนี้ ทางต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ กับวงแหวนนครราชสีมา เป็นทางต่างระดับแห่งที่ ๒ ที่จะมารองรับปริมาณการจราจรบริเวณทางแยก และโครงการก่อสร้างถนนวงแหวนนครราชสีมา เช่นเดียวกับทางต่างระดับแห่งที่ ๑ ที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข ๒ กับวงแหวนนครราชสีมา ซึ่งได้ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ต่อข้อซักถามว่า จำเป็นจะต้องเร่งดำเนินการก่อสร้างทางต่างระดับทั้งสองแห่ง เพื่อให้มารองรับถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา ตอนที่ ๑ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรอส่งมอบงานหรือไม่? นายอัศวิน ตอบว่า “มีความจำเป็นต้องก่อสร้างทางต่างระดับทั้งสองแห่ง เพราะในอนาคตปริมาณการจราจรจะหนาแน่น และบริเวณจุดตัดกับวงแหวนนครราชสีมาจะเป็นอันตราย ถ้างบประมาณได้พร้อมกันก็จะดีแต่ถ้าไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณพร้อมกัน ก็ต้องทยอยดำเนินการก่อสร้าง เนื่องจากปัจจุบันก็ทราบดีว่างบประมาณของกรมทางหลวงถูกปรับลดลงมากตามภาวะเศรษฐกิจ จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าทางต่างระดับทั้งสองแห่งจะก่อสร้างได้เมื่อไหร่”
อนึ่ง โครงการทางแยกต่างระดับจุดตัด ทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ กับวงแหวนนครราชสีมา นับเป็นทางแยกต่างระดับแห่งที่ ๒ ที่มีความคืบหน้าแล้วร้อยละ ๙๕ จากที่ก่อนหน้านี้กรมทางหลวงได้ว่าจ้างให้บริษัทที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบรายละเอียด โครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับแห่งที่ ๑ ที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข ๒ (ถ.มิตรภาพ) กับวงแหวนนครราชสีมา บริเวณสะพานห้วยซับตระคร้อ เขตรอยต่อระหว่างอำเภอเมืองนครราชสีมากับอำเภอสูงเนิน ใกล้กับเขตประกอบการอุตสาหกรรมนวนคร สาขานครราชสีมา มีมูลค่าการก่อสร้างประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งทางต่างระดับทั้งสองแห่งดังกล่าวจะมารองรับถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา ตอนที่ ๑ ที่เป็นเส้นทางตัดใหม่ มีแนวทางห่างจากศูนย์กลางตัวเมืองประมาณ ๑๘ กิโลเมตร อยู่ทางทิศใต้ของตัวเมืองนครราชสีมา ซึ่งจุดเริ่มต้นอยู่บนทางหลวงหมายเลข ๒ ถ.มิตรภาพ กม. ๒๓๓+๐๐๐ ไปทางทิศตะวันออกผ่านเขตอำเภอสูงเนิน และอำเภอเมืองนครราชสีมา แล้วไปสิ้นสุดเส้นทางบนทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ถ.ราชสีมา-ปักธงชัย-กบินทร์บุรี ที่กม. ๑๑๘+๕๙๙.๗๗๐ โดย ปัจจุบันได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ว่าจ้าง บริษัท ธาราวัญ คอนสตรัคชั่น จำกัด ด้วยวง เงินตามสัญญา ๓๑๔,๙๗๔,๘๒๓.๓๕ บาท และคาดว่าภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้จะสามารถเปิดใช้บริการถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา ตอนที่ ๑ ได้ ก่อนที่จะส่งมอบงานให้กับกรมทางหลวงในระยะเวลาไม่เกิน ๑ เดือน จากนั้นตามแผนการก่อสร้างถนนวง แหวนรอบเมืองนครราชสีมา ๗ ตอน ระยะเวลา ๑๐ ปี กรมทางหลวงจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างตอนที่ ๒ ต่อไป ประมาณปลายปี ๒๕๕๓ บริเวณเส้นทางรอยต่อตอนที่ ๑ มุ่งสู่จังหวัดบุรีรัมย์
ปีที่ ๓๔ ฉบับที่ ๑๘๒๘ วันที่ ๑๕-๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒




ความคิดเห็น (2 จำนวนโพส):
โพสแสดงความเห็นของคุณ