สุรชาติ ชาญประดิษฐ์ (ว่าที่)ส.ส.ศรีสะเกษ เขต ๑ เพิ่มเสียงเพื่อไทยในสภา
การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต ๑ เป็นผลพวงมาจากการที่ สุตา พรมดวง ส.ส.ในสังกัดพรรคประชาราช ประกาศลาออกจากตำแหน่งกลางสภา ไปเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคมที่ผ่านมา หากดูจากพรรคที่ส่งผู้สมัครลง สนามเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ เป็นการต่อสู้กันระหว่าง “ชาติไทยพัฒนา” กับ “เพื่อไทย” แต่กลับกลายเป็นว่า สนามเลือกตั้ง ซ่อมศรีสะเกษ ยังเป็นการขับเคี่ยวกันเหมือน ที่สนามเลือกตั้งซ่อมสกลนคร ระหว่าง เนวิน ชิดชอบ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ยัง ไม่กล้าก้าวขาเข้าประเทศไทย เพราะคดีทุจริตทางการเมืองในสมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
โดยการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเพียง ๒ คน จาก ๒ พรรคการเมืองเท่านั้น คือ สุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย หมายเลข ๑ และ สกุลทิพย์ อังคสกุลเกียรติ ผู้สมัครพรรคชาติไทยพัฒนา หมายเลข ๒ แต่ต้องยอมรับว่า หลังปิดหีบ บัตรหมดเวลาลงคะแนนเลือกตั้ง เมื่อเวลา ๑๕.๐๐ น. ของวันที่ ๒๘ มิถุนายนที่ผ่านมา ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า “สุรชาติ” ได้ถึง ๑๒๔,๓๒๗ คะแนน มีชัยชนะเหนือ “สกุลทิพย์” ที่ได้เพียง ๗๖,๔๓๕ คะแนน นับได้ว่ามีคะแนนทิ้งห่างกัน ๔๗,๘๙๒ คะแนน
เมื่อทราบผลการเลือกตั้งในสนามนี้แล้ว ที่ศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ส.ส.ศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย อ.เมืองศรีสะเกษ ซึ่งตั้งอยู่ในบ้านพักของ ธเนศ เครือรัตน์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย และ คณะ ได้แถลงข่าวประกาศชัยชนะและขอบคุณประชาชนชาวศรีสะเกษ ด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง
และจากความเข้าใจของสาวกทักษิณ มั่นใจว่าประชานิยมของ “ทักษิณ” ยังขายได้ทั้งในภาคอีสานตอนบนและตอนล่าง เพราะหากย้อนไปเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ จะทำให้ทราบดีว่า สนามเลือกตั้งนี้ ซึ่งเป็นที่หมายตาของตระกูล “อังคสกุลเกียรติ” ผู้ชนะ “สุรชาติ” ก่อนหน้านี้เคยลงสมัครรับเลือกตั้ง ในนามพรรคพลังประชาชน แต่พ่ายแพ้ สิริพงษ์(โต้ง) อังคสกุลเกียรติ บุตรชายของ ฉัฐมงคล-สกุลทิพย์ อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ คนปัจจุบัน ซึ่งครั้งนั้นลงสมัครในนามพรรคชาติไทย แต่คะแนนห่างกันไม่มากนัก
โดย “เสี่ยโต้ง” ซึ่งชนะไปได้คะแนนทั้งสิ้น ๑๐๗,๗๕๓ คะแนน ขณะที่ “สุรชาติ” มี ๙๘,๒๖๒ คะแนน จึงทำให้ “เสี่ยโต้ง” เข้าไปนั่งในสภา แต่ต่อมาก็ต้องสิ้นสมาชิกสภาพส.ส. และกลายเป็นบุคคลบ้านเลขที่ ๑๐๙ เพราะเป็นกรรมการบริหารพรรคชาติไทย ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค ต่อมาเมื่อกกต. จัดการเลือกตั้งซ่อม “สกุลทิพย์” มารดา จึงทำหน้าที่มายึดเก้าอี้เดิม สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับ “สุตา” ก่อนที่จะแพ้อีกครั้งในการเลือกตั้งซ่อมครั้งที่ ๒ ดังกล่าว
สำหรับ “สุรชาติ” เกิดเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๐๕ (ปัจจุบันอายุย่างเข้า ๔๗ ปี) ที่ต.นาดูน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เป็นบุตรของ ฉ่ายธง-กิมเล้ง ชาญประดิษฐ์ สมรสกับ เพชรรี ชาญประดิษฐ์ มีบุตรด้วยกัน ๓ คน คือ พงษ์พัฒน์, คมกฤช และพลวัต ชาญประดิษฐ์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ที่วิทยาลัยเทคโนโพลี จ.ศรีสะเกษ ในชีวิต การทำงานและตำแหน่งหน้าที่สำคัญ เคย ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี เทศบาล ตำบลกันทรารมย์ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ปี ๒๕๕๑ แล้วก้าว สู่ตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ สมัย “พงศกร อรรณนพพร”
ต่อมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ “ธีระชัย แสนแก้ว” รมว.เกษตรและสหกรณ์คนก่อน ก่อนจะลงสนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต ๑ แทนตำแหน่งที่ว่าง ในสังกัดพรรคเพื่อไทย และก็ทำให้พรรคประกาศชัยชนะว่า “ทักษิณ” ยังครองใจคนอีสาน
วัดจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ร้อยละ ๖๑.๘๐ ในสนามเลือกตั้งซ่อมแห่งนี้ ซึ่ง “เพื่อไทย” ตั้งความหวัง ไว้นั้น แม้จะไม่รุนแรงเท่ากับที่ จ.สกลนคร ก็คง ต้องเฝ้าติดตามกันต่อไปว่า การโฟนอินของ “ทักษิณ” ขอให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่จ.ศรีสะเกษ ช่วยลงคะแนนให้ชนะการเลือกตั้ง เพื่อให้พากลับประเทศ และมีผู้ร้องเรียนเข้ามายังกกต.ว่า เป็นแรงจูงใจให้คุณให้โทษแก่ผู้สมัคร
จะทำให้ “สุรชาติ” ได้เข้าไปนั่งในสภาหินอ่อนหรือไม่?
ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๘๔๒ วันศุกร์ที่ ๓ - วันจันทร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒




ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):
โพสแสดงความเห็นของคุณ