7thDecember

7thDecember

7thDecember

 

December 26,2020

โคราชพบติดเชื้อ 6 ราย สั่งยกเลิกกิจกรรมปีใหม่

โคราชไม่รอด พบผู้ป่วยโควิดเพิ่ม ๓ ราย เชื่อมโยงสมุทรสาคร พบ ๒ รายค้าอาหารทะเล ในพิมาย-สีคิ้ว รายที่ ๓ เป็นข้าราชการ อบต.ที่บัวใหญ่ ล่าสุดพบเพิ่มอีก ๓ ราย รวมเป็น ๖ ราย ผู้ว่าฯ สั่งยกเลิกกิจกรรมช่วงปีใหม่

 

วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่ห้องประชุมมูลนิธิท้าวสุรนารี ชั้น ๑ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นพ.นรินทร์รัชย์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา นพ.วิญญู จันทร์เนตร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา หลังการแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พบผู้ป่วยแล้ว ๓ ราย

พบเพิ่ม ๓ ราย

นพ.นรินทร์รัชย์ พิชญคามินทร์ เปิดเผยว่า “ผู้ติดเชื้อรายแรกพบที่ อ.พิมาย เป็นชายไทย อายุ ๕๗ ปี อาชีพค้าขายอาหารทะเล สาเหตุการติดเชื้อเนื่องจากเดินทางไป จ.สมุทรสาคร เพื่อซื้ออาหารทะเลมาจำหน่ายในพื้นที่ อ.พิมาย ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นคนในครอบครัว จำนวน ๘ คน สัมผัสเสี่ยงต่ำ จำนวน ๙ คน ในจำนวน ๙ คนนี้เป็นเจ้าหน้าที่อำเภอพิมาย ๘ คน ผู้ใหญ่บ้าน ๑ คน ขณะนี้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงได้กักตัวอยู่ที่ รพ.พิมาย”

“รายที่ ๒ เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ ๔๗ ปี อาชีพค้าขายอาหารทะเล ใน อ.สีคิ้ว โดยผู้ป่วยมีอาการเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓ และวันที่ ๒๑ ธันวาคม เข้ารักษาตัวที่ รพ.นครธน กรุงเทพมหานคร ก่อนเดินทางมาที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นคนในครอบครัว จำนวน ๖ คน และรายที่ ๓ เป็นชายไทย อายุ ๔๓ ปี อาชีพรับราชการ อบต.ในพื้นที่ อ.บัวใหญ่ เดินทางไปเยี่ยมมารดาที่ จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ก่อนวันที่ ๒๒ ธันวาคม เข้าตรวจที่โรงพยาบาล ปรากฏว่าพบเชื้อ มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน ๙ คน โดยผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทุกราย กักตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” สสจ.กล่าว

กำชับผู้มีความเสี่ยงกักตัว

นพ.นรินทร์รัชย์ กล่าวอีกว่า “นอกจากนี้การค้นกลุ่มเสี่ยงแบบเชิงรุกพบว่า มีกลุ่มเดินทางไปส่งข้าราชการย้าย ที่ จ.สมุทรสาคร ๔๓ คน กลุ่มคนเดินทางกลับ ๔ คน ร้านรับอาหารทะเลมาจำหน่าย ๑ ร้าน จำนวน ๘ คน พนักงานขนส่งอาหารทะเลเข้ามายังตลาดในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ๘๘ คน และกลุ่มเดินทางจาก จ.สมุทรสาคร ได้แก่ นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จำนวน ๓๒ คน อ.เมือง ๓ คน อ.พิมาย ๖ คน และ อ.โชคชัย ๑ คน โดยทั้งหมดตรวจหาเชื้อและไม่พบเชื้อแต่อย่างใด และผู้สัมผัสเสี่ยงทุกรายได้ทำการกักตัวเป็นเวลา ๑๔ วัน” 

ระดมกำลังสู้โควิด

นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา เผยว่า “สสจ.ได้ส่งคนเข้าไปพบกับผู้ติดเชื้อทุกราย และได้มีการตรวจสอบประวัติว่า มีการเดินทางและสัมผัสกับใครบ้าง ซึ่งตอนนี้ทราบข้อมูลทั้งหมด กรณีของผู้ป่วยใน อ.พิมาย ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นญาติทั้ง ๘ ราย ผลการตรวจญาติทั้ง ๘ ราย ไม่พบเชื้อ การตรวจเชื้อทางจังหวัดตรวจทั้งหมดถึง ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ วันแรกที่รับรู้ ครั้งที่ ๒ หลัง ๗ วันจากได้รับการตรวจในครั้งแรก และครั้งที่ ๓ ระยะ ๑๔ วัน จากวันตรวจครั้งที่ ๑ ในส่วนของ อ.พิมาย ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงขณะนี้เข้าการกักตัวเรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ติดเชื้อทั้ง ๓ ราย ขณะนี้เข้ารักษาตัวที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ซึ่งทั้ง ๓ รายนั้น ถือว่าอาการไม่มีอะไรมาก ยังสามารถหายใจด้วยตนเองได้ ไม่ได้ใช้เครื่องช่วยหายใจ ทางทีมแพทย์มีประสบการณ์รักษาอาการจากครั้งแรกแล้ว จากทั้ง ๑๙ ราย ซึ่ง ๑๙ รายที่ติดเชื้อไป รักษาหายทุกราย ทางทีมงานสาธารณสุขและทุกภาคส่วนได้มีความร่วมมือ และช่วยกันระดมกำลังเพื่อที่จะให้การรักษา การตรวจ การติดตามนั้นได้ทันท่วงที และสามารถทำให้ประชาชนสบายใจว่า มาตรการสาธารณสุขนั้นสามารถทำได้เป็นอย่างดี”

ห้ามแรงงานต่างด้าวเข้าโคราช

“การระบาดรอบนี้ เน้นเรื่องคน เรื่องสถานที่ โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว ผู้ว่าฯ ห้ามมิให้แรงงานต่างด้าวเข้ามายัง จ.นครราชสีมา เพราะปัจจุบันนี้แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมาย สามารถย้ายที่ทำงานได้ เพียงแต่ว่าเมื่อย้ายมาแล้วให้แจ้งที่ ตม. เราจะให้กรมแรงงานกับ ตม. สำรวจว่ามีการย้ายมาหรือไม่ หากพบจะไม่ให้เข้ามายังพื้นที่ ส่วนแรงงานต่างด้าวที่มีข่าวว่าเข้ามาอย่างไม่ถูกต้อง ขณะนี้ทางจังหวัดได้บูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และฝ่ายความมั่นคง ออกไปตรวจเป็นประจำ และบุคคลที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงใน จ.สมุทรสาคร ถ้าจะเข้ามาพักใน จ.นครราชสีมา จะต้องมีการตรวจสุขภาพและมีใบรับรองว่ามีการตรวจเชื้อโควิด-๑๙ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้สบายใจ ได้ออกประกาศไปแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา”

ยกเลิกกิจกรรมช่วงปีใหม่

“สำหรับกิจกรรมต่างๆ แยกเป็น ๒ ส่วน คือส่วนราชการทาง ผู้ว่าฯ กำหนดว่า กิจกรรมรวมพลต่างๆ ของทางราชการในช่วงปีใหม่ขอให้ยกเลิกทั้งหมด รวมถึงการจัดอบรมด้วย ส่วนเอกชนตามหลักการหากเลื่อนได้ อยากให้เลื่อน แต่ถ้าเลื่อนไม่ได้ผู้ร่วมกิจกรรมต้องไม่เกิน ๑๐๐ คนเท่านั้น ซึ่งยังอยู่ในมาตรการที่ยังให้การเห็นชอบ แต่ถ้าเกิน ๑๐๐ คน ต้องมานำเสนอให้คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อฯ ได้พิจารณา โดยเน้นมาตรการทางสาธารณสุขเป็นหลัก และจะทำข้อตกลงกันว่าระหว่างดำเนินกิจกรรมหากไม่สามารถควบคุมได้ เราจะขอให้หยุดกิจกรรมทันที เหมือนอย่างกรณี ‘บิ๊กเมาน์เท่น’ ที่ได้ทำมาแล้ว” นายศักดิ์สิทธิ์ รองผู้ว่าฯ กล่าว


1109 801