7thDecember

7thDecember

7thDecember

 

February 06,2021

ชัยภูมิแถลงกู้วิกฤตศรัทธา หลังโคตรโกง‘เราเที่ยวด้วยกัน’ เศรษฐกิจชะงักนับพันล้าน

เอกชนชัยภูมิร่วมออกแถลงการณ์กู้วิกฤตศรัทธา หลังพบโกงโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ทำเศรษฐกิจชะงักงันนับพันล้าน ยืนยันโกงแค่ ๑% แต่อีก ๙๙% ที่พร้อมให้บริการด้วยความสุจริตและสามารถตรวจสอบได้ 

 

เมื่อเวลา ๑๔.๐๐ น. วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ กลุ่มตัวแทนภาคองค์เอกชนจังหวัดชัยภูมิ นำโดยนายสิทธิพล สุทธิศักดิ์ภักดี ประธานหอการค้าจังหวัดชัยภูมิ นายชาญกิจ นานาประสงค์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ นายรัฐการ ด่านกุล ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมฯ นางโชษิตา จารุโชติรัตนสกุล ตัวแทนผู้ประกอบการโรงแรมจังหวัดชัยภูมิ นายสมพร บุญเกิน ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดชัยภูมิ และนางสาวชลธิชา พร้อมพันธุ์ ตัวแทนผู้ประกอบการโรงแรมจังหวัดชัยภูมิ ร่วมแถลงการณ์ องค์กรภาคเอกชนจังหวัดชัยภูมิ ณ โรงแรมสยาม ริเวอร์ รีสอร์ท อ.เมือง จ.ชัยภูมิ โดยมีข้อความว่า 

“จากเหตุการณ์ที่เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่กองปราบปราม ได้นำกำลังบุกจับพบมีการทุจริตในโครงการเราเที่ยวด้วยกันของรัฐบาล ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ตามที่มีปรากฏเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศในขณะนี้นั้น ในฐานะภาคองค์กรภาคเอกชนจังหวัดชัยภูมิ ประกอบด้วย หอการค้าจังหวัดชัยภูมิ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ ชมรมธนาคารจังหวัดชัยภูมิ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ ชมรมโรงแรมจังหวัดชัยภูมิ และชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดชัยภูมิ รวมถึงตัวแทนพี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิ

ขอแถลงการณ์ประกาศแสดงจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำผิดกฎหมายในครั้งนี้ด้วย และขอเรียกร้องให้ภาครัฐดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิดให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งจะให้ความร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อตรวจสอบผู้ประกอบการที่อาจจะร่วมมือกระทำความผิดเช่นนี้อีก และทางองค์กรภาคเอกชนขอยืนยันว่าการทุจริตที่เกิดขึ้นเป็นผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายในจังหวัดชัยภูมิ แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามที่รัฐบาลได้ออกโครงการกระตุ้นศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นโครงการไทยชนะ โครงการคนละครึ่ง และโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งถือเป็นโครงการที่ดีและเป็นการช่วยเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมอย่างแท้จริง ซึ่งโครงการเราเที่ยวด้วยกันได้มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในประเทศนับแสนล้านบาท ทางองค์กรภาคเอกชนจังหวัดชัยภูมิ ขอชื่นชมและสนับสนุนโครงการต่างๆ เหล่านี้ และพร้อมจะให้ความร่วมมือกวดขันดูแลกันเองระหว่างผู้ประกอบการ เพื่อไม่ให้มีการผิดกฎหมายในลักษณะนี้อีก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะนำโครงการเหล่านี้ และโครงการใหม่ๆ มาช่วยเหลือผู้ประกอบการและกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคตด้วยดีต่อไป”

นายสิทธิพล สุทธิศักดิ์ภักดี ประธานหอการค้าจังหวัดชัยภูมิ กล่าวย้ำว่า หลังมีการบุกจับโรงแรมบางแห่งทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งเป็นเพียงส่วนน้อย ของผู้ประกอบการที่มีทั้งจังหวัด ส่วนที่ไม่ดีมีไม่ถึง ๑% ขออย่าเหมารวม แต่ก็ถือว่าปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง แต่ยังมีผู้ประกอบการที่ทำดีในอีกทั้งจังหวัดอีกกว่า ๙๙% ยังพร้อมให้บริการและไม่ขอทำการทุจริตเด็ดขาด และให้ตรวจสอบได้ หลังส่งผลกระทบหนักกรณีที่กองปราบบุกจับโรงแรมดังในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ มีเพียง ๒ แห่ง ในเขต อ.แก้งคร้อ และ อ.หนองบัวแดง ที่ยังพบว่ามีเครือข่าย มีชาวบ้านหลงผิด และถูกหลอกเข้าร่วมโครงการมีการทุจริตร่วมกระทำผิดในครั้งนี้อีกกว่า ๙ พันคน กระทั่งล่าสุดภาคองค์กรเอกชนผู้ประกอบการที่พักโรงแรม ร้านอาหาร ศูนย์จำหน่ายสินค้าของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดชัยภูมิ ในปัจจุบันที่ยังมีผู้ประกอบการดีๆ ไม่มีการกระทำผิดอีกจำนวนมากกว่า ๒,๐๐๐ แห่ง ต้องได้รับผลกระทบในครั้งนี้ด้วย ซึ่งคนไม่กล้ามาใช้จ่ายเงินในโครงการฯ ในพื้นที่ ทั้งโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และโครงการคนละครึ่ง ในรอบนี้ที่เหลือวงเงินอีกจำนวนมากกว่านับพันล้านบาท และคนหันไปใช้จ่ายที่อื่นแทน ทำให้ภาคเศรษฐกิจโดยรวมทั้งจังหวัดขณะนี้ ไม่มีเงินไหลเวียนในจังหวัดเท่าที่เคยมีมา  แต่เมื่อพบการทุจริตครั้งนี้เพียงไม่กี่รายขึ้น และผู้ประกอบการโดยรวมอีกกว่า ๙๙% ต้องมาได้รับผลกระทบหนักในครั้งนี้ซ้ำเติมหนักตามมาด้วย 

“วันนี้ตัวแทนภาคองค์กรเอกชนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้กระทำผิดทั้งจังหวัดชัยภูมิ จึงขอความเป็นธรรมคืนมา และจะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ที่จะช่วยกันตรวจสอบไม่ให้เกิดการทุจริตแบบนี้อีกต่อไป” ประธานหอการค้าฯ กล่าวท้ายสุด

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๖๔ วันพุธที่ ๓ - วันอังคารที่ ๙ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔

 

892 798