29thNovember

29thNovember

29thNovember

 

February 12,2021

‘สจ.’สานต่อนโยบาย‘นก’ สร้างที่ทำการ อบจ.ใหม่ เร่งรัดขอใช้ที่ดิน ๔๑ ไร่

 

สมาชิกสภาฯ สานต่องาน “ระนองรักษ์” เตรียมยกระดับพื้นที่สำนักการช่าง เป็นศูนย์ราชการ รวมทุกหน่วยงานของ อบจ.ไว้ที่เดียว บนพื้นที่กว่า ๔๑ ไร่ คาดขอใช้พื้นที่เสร็จปี ๒๕๖๘ ด้าน ส.จ.บางคนห่วงสร้างไม่ทันเลือกตั้งสมัยหน้า “ชุณห์” เผยกำลังเร่งเพื่อให้ทันปี ๒๕๖๖

 

 

ตามที่มีการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา (อบจ.นครราชสีมา) สมัยวิสามัญ สมัยที่ ๑ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๔.๐๐ น. ที่ห้องประชุม สำนักการช่าง ตำบลมะเริง อำเภอเมืองนครราชสีมา มีนายรักชาติ กิริวัฒนศักดิ์ ทำหน้าที่ประธานสภาฯ ซึ่งมีวาระสำคัญคือญัตติการจัดตั้งอำเภอภูกระโดนนั้น โดยการประชุมนี้มีนางยลดา (หน่อย) หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา เข้าร่วมประชุมด้วย พร้อมทั้งสมาชิกสภาฯ จาก ๔๓ เขต จากทั้งหมด ๔๘ เขต (๕ เขต กกต.ยังไม่ประกาศรับรอง)

โดยในวาระเรื่องอื่นๆ นั้น นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล ส.อบจ.อำเภอวังน้ำเขียว และอดีตประธานสภา อบจ.ฯ เสนอเรื่อง การขอใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์เพื่อก่อสร้างศูนย์ราชการอบจ.นครราชสีมาโดยนำเสนอรายละเอียดและสรุปขั้นตอนการขอใช้ที่ดินแปลงดังกล่าว

 

นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล ส.อบจ.อำเภอวังน้ำเขียว 

 

ตามหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงเลขที่ ๓๘๐๒๐ (ที่ดินเลขที่ ๒๐๐๐ ระวาง ๕๕๓๘ IV ๙๔๕๖) ตั้งอยู่ที่บ้านใหม่ หมู่ที่ ๖ ตําบล มะเริง อําเภอเมืองนครราชสีมา และแปลงที่ทําเลเลี้ยงสัตว์ ตามหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง เลขที่ นม ๕๖๖๑ (ที่ดินเลขที่ ๑๖๙๗ ระวาง ๕๔๓๘ IV ๙๔๕๔,๙๔๕๖) ตั้งอยู่ที่บ้านใหม่ หมู่ที่ ๒ ตําบลมะเริง อําเภอเมืองนครราชสีมา รวม ๒ แปลง มีพื้นที่รวม ๔๑ ไร่ ๓ งาน ๖๔ ตารางวา ซึ่งขณะนี้ดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว ดังนี้ 

๑.อบจ.นครราชสีมาได้มอบหมายฝ่ายนิติการและการพาณิชย์ ยื่นความประสงค์ผ่านอําเภอเมือง เพื่อขอรังวัดจัดทําแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทย และแผนที่แสดงการขออนุญาตใช้ที่ดิน สาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา ๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ต่อสํานักงานที่ดินจังหวัดฯ ๒.อําเภอเมืองฯ แจ้งประมาณการและแจ้งชําระค่าใช้จ่าย ๓.อบจ.นําเงินไปชําระค่ารังวัดและแจ้งสํานักการช่างทราบ ๔.สํานักงานที่ดินกําหนดวันนัดหมายทําการรังวัดที่ดิน จํานวน ๒ แปลง รวมขนาด ๔๑ ไร่ ๓ งาน ๖๔ ตารางวา ระหว่างวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๒ ๕.อําเภอเมืองฯ ส่งแผนที่ท้ายประกาศฯ ให้ อบจ. ๖.อบจ.ดําเนินการขอความอนุเคราะห์ อบต.มะเริง นําเข้าสู่กระบวนการรับฟังความเห็นของราษฎรและเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอใช้ที่ดิน ตามมาตรา ๙ และขอถอนสภาพที่ดิน ตามมาตรา ๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

 

 

๗.อบต.มะเริง จัดรับฟังความคิดเห็นประชาชน เมื่อวันเสาร์ที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๗.๐๐ น. ณ ศาลาประชาคมบ้านใหม่ หมู่ที่ ๒ ที่ประชุมมีมติให้ความเห็นชอบโดยไม่ขัดข้อง ให้ อบจ.ดําเนินการขอใช้ที่ดินตามมาตรา ๙ เพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารสํานักงาน อบจ.ฯ ในที่สาธารณประโยชน์ทั้ง ๒ แปลง และเห็นชอบให้ อบจ.ก่อสร้างอาคารสํานักงานโดยไม่มีกําหนดระยะเวลา และยินยอมให้ขอถอนสภาพที่ดินตามมาตรา ๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ๘.อบต.มะเริง นําเข้าที่ประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๓๐ น. ๙.ฝ่ายนิติการและการพาณิชย์ประสานการดําเนินการกับสํานักการช่าง เพื่อจัดทําแผนที่ภาพถ่าย แผนผังการปักหลักเขต ๑๐.อบจ.รวบรวมเอกสารหรือหลักฐานต่างๆ เพื่อขอใช้ที่ดินตามมาตรา ๑๑.อบจ.รวบรวมเอกสารหรือหลักฐานต่างๆ เพื่อขอใช้ที่ดินตามมาตรา ๙

  ๑๒.สํานักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา นัดชันสูตรสอบสวนประวัติที่ดิน เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๐๐ น. ๑๓.สํานักงานที่ดินจังหวัดฯ ปิดประกาศการขออนุญาตใช้ที่ดินตามมาตรา ๙ เป็นเวลา ๓๐ วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนคัดค้าน เมื่อพ้นกําหนด ๓๐ วัน ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดคัดค้าน ๑๔.สํานักงานที่ดินจังหวัดฯ มีหนังสือเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๓ แจ้งส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ตรวจสอบการขอใช้ที่ดินอบจ.นครราชสีมา ประกอบด้วย สํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สํานักงานทรัพยากรป่าไม้พื้นที่สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษณ์พื้นที่, สํานักงานพัฒนาที่ดินจังหวัด, หน่วยงานทหารในพื้นที่, สํานักโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ, สํานักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด, สํานักงานสิ่งแวดล้อม, สํานักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัด, แขวงทางหลวง และนายอําเภอเมือง ปัจจุบันอยู่ในระหว่างรอส่วนราชการแจ้งผลการตรวจสอบให้สํานักงานที่ดินจังหวัดฯ ทราบครบทุกหน่วยงาน ซึ่งจากการตรวจสอบ ขณะนี้ทุกหน่วยงานดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงสำนักงานพัฒนาที่ดิน ที่กำลังติดตามอยู่

นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบัน อบจ.ดำเนินการตามขั้นตอนถึงข้อที่ ๑๔. คือหลังจากนี้จะดำเนินการต่อตามขั้นตอนในข้อ ๑๕.ส่วนราชการต่างๆ แจ้งผลการตรวจสอบที่ดิน ภายในระยะเวลา ๑๘๐ วัน ซึ่งจะสิ้นสุดประมาณเดือนกรกฎาคมปีนี้ ๑๖.สำนักงานที่ดินฯ จัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาเรื่องราวการขออนุญาต ประกาศตามมาตรา ๙ ประมวลกฎหมายที่ดิน และสำนักงานที่ดินฯ จัดประชุมคณะกรรมการพิจารณากำกับการใช้ที่ดินของรัฐ ตามมาตรา ๘ ประมวลกฎหมายที่ดิน ประมาณเดือนกันยายนปีนี้ ๑๗.สำนักงานที่ดินฯ เสนอผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อส่งเรื่องให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดนครราชสีมา (ส.ป.ก.) และนัดหมายการประชุมในเดือนตุลาคม ๑๘.ส.ป.ก.จัดประชุมออกตรวจสภาพที่ดิน ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ๑๙.ส.ป.ก.ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการส่วนกลางพิจารณา ในเดือนมีนาคม ๒๕๖๕ และประชุมให้ความเห็นชอบ โดยแจ้งให้สำนักงานที่ดินจังหวัดฯ ทราบในเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕

  ๒๐.ส.ป.ก.แจ้งสำนักงานที่ดินฯ ให้ทราบในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕ ๒๑.สำนักงานที่ดินจังหวัดฯ ออกใบอนุญาตใช้ที่ดินตามมาตรา ๙ ครั้งละ ๕ ปี พร้อมกับแจ้ง อบจ.และติดประกาศ ในเดือนตุลาคม ๒๕๖๕ ๒๒.อบจ.แจ้งและรายงานให้ สภา อบต.มะเริง ทราบ ในเดือนมกราคม ๒๕๖๖ ๒๓.จังหวัดนครราชสีมา ส่งเอกสารประกอบการใช้ที่ดินตามมาตรา ๘ เพื่อขอความเห็นชอบ ในเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ ๒๔.กรมที่ดินยกร่าง พ.ร.บ.หรือร่างพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพที่ดิน ตามมาตรา ๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๕ ๒๕.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่งร่าง พ.ร.บ.หรือร่างพ.ร.ฎ.ถอนสภาพที่ดิน ตามมาตรา ๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน บันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่าง พ.ร.บ.เสนอต่อคณะรัฐมนตรีในเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ 

๒๖.เลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งเรื่องให้คณะกรรมการราชกฤษฎีกา ตรวจและพิจารณา ให้กรมที่ดินจัดทำแผนที่ใช้ร่าง พ.ร.บ.ถอนสภาพที่ดินตามมาตรา ๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๖ ๒๗.กรมที่ดินจัดทำแผนที่ใช้ร่าง พ.ร.บ.ถอนสภาพที่ดินตามมาตรา ๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ในส่วนที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม ส่งให้คณะกรรมการราชกฤษฎีกา เพื่อนำร่าง พ.ร.บ.ขึ้นทูลเกล้า ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๖ ๒๘.สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทราบประกาศ พ.ร.บ.ถอนสภาพที่ดินตามมาตรา ๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๗ ๒๙.กระทรวงมหาดไทยแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาทราบ ในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๗ ๓๐.จังหวัดนครราชสีมา แจ้ง อบจ.ทราบ ในเดือนตุลาคม ๒๕๖๗ และ ๓๑.อบจ.นำเข้าที่ประชุมสภาฯ ในเดือนมกราคม ๒๕๖๘

 

 

นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล กล่าวสรุปว่า “จากขั้นตอนที่กล่าวมา ใช่ว่าจะขอใช้ที่ดินได้ง่ายๆ กว่าจะแล้วเสร็จก็ปี ๒๕๖๘ แต่ฝากถึงนายก อบจ.ว่า สภาฯ จะเร่งรัดให้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อขออนุญาตก่อสร้างส่วนราชการประจำ อบจ.ต่อไป”

นายโกวิทย์ เลาวัณย์ศิริ ส.อบจ.อำเภอบ้านเหลื่อม กล่าวว่า “จากที่นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล อภิปราย จะเห็นว่า ขั้นตอนดำเนินการจะแล้วเสร็จปี ๒๕๖๘ แต่ในปี ๒๕๖๗ จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาอบจ.และนายก อบจ.ใหม่ จึงจะขอเสนอที่ดินอีกแปลงหนึ่งที่ผมทราบข้อมูลมา ซึ่ง อบจ.ก็เคยขอใช้งาน แต่จุดนั้นเป็นพื้นที่สีเขียว อยู่ใกล้กับบริเวณวิทยาลัยนาฏศิลป์นครราชสีมา มีพื้นที่ประมาณ ๓๕ ไร่ หากดำเนินการในจุดนี้ จะใช้เวลาไม่นาน ไม่ถึงปี ๒๕๖๘ หากทำจุดนี้ ก็จะได้เห็นอบจ.แห่งใหม่ก่อนเลือกตั้งแน่นอน”

ต่อมาเมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล เปิดเผยกับ “โคราชคนอีสาน” ว่า “ในการขอใช้พื้นที่เพื่อจะก่อสร้างศูนย์ราชการอบจ. นครราชสีมาแห่งใหม่ จะรวมทุกส่วนงานของ อบจ.มาไว้ในที่เดียว แต่ที่ดินบริเวณนี้จะต้องขอตามขั้นตอน ๓๑ ข้อที่ผมเสนอต่อสภาฯ ไปแล้ว โดยปัจจุบันดำเนินการถึงขั้นตอนข้อที่ ๑๔ ซึ่งโครงการนี้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ เป็นนโยบายของร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ (นก) สุวรรณฉวี นายก อบจ.ที่เพิ่งหมดวาระ แต่หากขอตามขั้นตอนก็จะแล้วเสร็จประมาณปี ๒๕๖๘ เพราะบริเวณนั้นเป็นที่สาธารณประโยชน์ ไม่ใช่จะขอใช้กันง่ายๆ เมื่อผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานสภาฯ ในสมัยนั้น จึงเร่งดำเนินการเรื่องนี้ให้เร็วขึ้น เร่งทำประชาคม ทำเรื่องยื่นต่อส่วนราชการต่างๆ หากไม่ทำเรื่องเหล่านี้ก็จะไม่ผ่าน ส่วนประเด็นที่นายโกวิทย์ เสนอที่ดินใกล้วิทยาลัยนาฏศิลป์นครราชสีมานั้น เนื่องจากเป็นการขอใช้พื้นที่เพื่อสร้างบ้านพักคนชราหรือผู้สูงอายุ ไม่ใช่การขอเพื่อสร้างศูนย์ราชการ จึงทำให้เรื่องถูกตีตกไป ดังนั้น ที่ดินที่กำลังดำเนินการนี้ ผมจะพยายามเร่งมากขึ้นในปีนี้ เพื่อจะให้แล้วเสร็จทันปี ๒๕๖๖”

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๖๖ วันพุธที่ ๑๐ - วันอังคารที่ ๑๖ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔


986 810