7thDecember

7thDecember

7thDecember

 

February 12,2021

‘ผญ.เอส’ขอสานต่องานพ่อ บริหาร‘เทศบาลตำบลสุรนารี’ พัฒนา‘อ่างห้วยยาง’อย่างยั่งยืน

 

๒ กลุ่มร่วมชิงเทศบาลตำบลสุรนารี แต่เบอร์ ๒ “ผู้ใหญ่เอส” ศรัทธา รัตนปริยานุช อาสามาสานต่องานจากพ่อ ขอโอกาสรุ่นใหม่เข้ามาพัฒนา ๘ นโยบายทำได้ทันที ฟื้นฟู “อ่างห้วยยาง” สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สร้างรายได้ให้ประชาชน

 

เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เวลา ๐๘.๓๐ น. ที่บริเวณหอประชุมเทศบาลตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา เปิดรับสมัครสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีฯ เป็นวันแรก บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยมีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี จำนวน ๒ ราย จาก ๒ กลุ่ม ได้แก่ หมายเลข ๑ นายบรรจบ ม่วงแม้น กลุ่มพลังใหม่ และหมายเลข  ๒ นายศรัทธา (เอส) รัตนปริยานุช กลุ่มสุรนารีพัฒนา ประธานกรรมการรุ่งนิรันดร์ ซึ่งลงสมัครหวังสืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดาคือ นายสมยศ รัตนปริยานุช นายกเทศมนตรีตำบลสุรนารีหลายสมัย 

 

 

โดยนายศรัทธา รัตนปริยานุช เปิดเผยกับ ‘โคราชคนอีสาน’ ว่า “คุณพ่อต้องการพักผ่อน เพราะด้วยอายุที่มากขึ้นด้วย จึงให้ผมลงสมัครแทน พร้อมด้วยส.ท.ในทีมที่ลงครบทั้ง ๒ เขต ๑๒ คน ส่วนนโยบายนั้น อันดับแรกจะตามแนวทางเดิมที่คุณพ่อได้พัฒนาไว้ แต่นโยบายหาเสียงที่เพิ่มเติมจะเป็นนโยบายที่เกี่ยวกับสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เรื่องน้ำประปา การเก็บขยะ และดูแลความสะอาดเรียบร้อยบนท้องถนน รวมทั้งการติดตั้งกล้อง CCTV ทั้งตำบลเพื่อความปลอดภัย ด้านการเกษตรก็จะจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างเสริมรายได้ให้ชาวตำบลสุรนารี ส่วนอ่างห้วยยางจะทำให้เป็นสวนสาธารณะ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ สร้างรายได้ให้ประชาชน นอกจากนี้จะดูแลผู้พิการ ผู้สูงอายุ อีกทั้งด้านกีฬา และส่งเสริมการศึกษาสำหรับเด็กเล็กด้วย”

 

นายศรัทธา (เอส) รัตนปริยานุช กลุ่มสุรนารีพัฒนา

 

ต่อข้อถามที่ว่า “สำหรับอ่างห้วยยางที่เป็นนโยบายตั้งแต่สมัยคุณพ่อ แต่ยังไม่สำเร็จนั้น จะสามารถทำให้สำเร็จได้ในสมัยนี้หรือไม่” นายศรัทธา ตอบว่า “จะทำให้สำเร็จในสมัยของผม ที่ผ่านมาไม่ใช่ไม่เสร็จ แต่เกี่ยวเนื่องในเรื่องของงบประมาณด้วย รวมถึงจังหวะการเมืองและอีกหลายอย่างทำให้ต้องหยุดไป อีกทั้งต้องใช้งบประมาณที่สูงมากในขณะนั้น จึงวางโปรเจ็กต์ไว้ ทำให้ยืดเยื้อกันมาถึงสมัยผม ซึ่งผมต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ เพราะอ่างห้วยยางสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน”

“ในส่วนของส.ท.จะมี ๒ เขต ก็ส่งลงสมัครครบทั้ง ๒ เขต เขตละ ๖ คน ซึ่งภายในทีมจะมีทั้งคนใหม่และคนเก่า แต่ทำงานร่วมกันเพื่อชุมชนอยู่แล้ว สร้างความมั่นใจได้ เพราะให้คนทำงานจริงๆ มาลงสมัคร” นายศรัทธา กล่าว

สำหรับหมายเลข ๑ ถือเป็นคู่แข่งหรือไม่ นายศรัทธา ตอบว่า “ถ้าลงสมัครก็ถือว่าเป็นคู่แข่ง แต่ถามว่าหนักใจหรือไม่ ก็ต้องเป็นไปตามธรรมชาติเป็นเรื่องปกติที่มีคู่แข่ง ก็ต้องทำให้เต็มที่ ในการหาเสียงต้องให้เกียรติประชาชน ต้องลงพื้นที่ขอเสียงสนับสนุน เพื่อติดต่อในเรื่องการพัฒนา ส่วนผมเป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพัฒนาสังคมให้เจริญ ให้เป็นไปตามที่ควรจะเป็นอย่างรวดเร็ว”

‘โคราชคนอีสาน’ ถามอีกว่า “ภายในตำบลสุรนารีมีปัญหาใดบ้างที่ต้องแก้ไข” นายศรัทธา ตอบว่า “เมืองเจริญเติบโตไปไวมากขึ้น เช่น บริเวณ มทส. บริเวณโซนนอกหรือถนนมิตรภาพ เมื่อเมืองเจริญเติบโตเข้ามาถึงตำบลสุรนารีนั้น ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ถนน น้ำ ไฟฟ้า ขยะ ที่ครอบคลุมของตำบล อย่างแรก คือ ถนน น้ำ และไฟฟ้า ต้องขยับขยายให้รวดเร็ว ทันต่อประชากรที่เพิ่มจำนวนและเข้ามาอยู่อาศัย ซึ่งประชากรเข้ามาทำธุรกิจมากขึ้น จึงทำให้เกิดปัญหาด้วยส่วนหนึ่ง อีกส่วนคือปัญหาด้านที่ดินเป็นส.ป.ก. ค่อนข้างมาก ส่วนที่ดินทำกินก็เป็นปัญหา แต่ขณะนี้ไม่มีแล้ว มีเพียงสิ่งหนึ่ง คือ เมื่อความเจริญเติบโตเข้ามา ทำให้เกิดปัญหาเรื่องพื้นที่ทำกิน ซึ่งที่ดิน ส.ป.ก.จะไม่สามารถพัฒนาได้มาก หากมีโฉนดก็จะสามารถทำได้ง่ายขึ้น แต่ปัญหาหลัก คือ เมืองขยายตัวเร็วขึ้น ก็ต้องรีบพัฒนาสาธารณูปโภคให้รวดเร็วมากขึ้น ให้ทันต่อความต้องการของประชาชน”

 

นายศรัทธา กล่าวท้ายสุดว่า “ขอฝากคนรุ่นใหม่ ผมเป็นคนหนึ่งที่จะพัฒนาต่อจากคนรุ่นเก่าที่ทำไว้ดีแล้ว หากได้รับเลือกเข้ามา ก็จะทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม และขอให้เชื่อมั่นในผู้นำทีม พร้อมทั้งที่ปรึกษาหรือทีมงาน ที่ทำงานอย่างจริงจัง เทศบาลตำบลสุรนารีจะต้องเติบโตไปด้วยความร่วมมือของคนในชุมชนทั้งหมด ไม่ใช่นายกฯ คนเดียว ฉะนั้นการทำงานของผม เน้นการมีส่วนร่วมและส่งเสริมเศรษฐกิจเป็นหลัก”    

ทั้งนี้ การพัฒนาอ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยาง (อ่างห้วยยาง) ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของนายสมยศ รัตนปริยานุช นายกเทศมนตรีตำบลสุรนารีในขณะนั้น ต้องการพัฒนาแหล่งน้ำทางการเกษตรบนพื้นที่ทั้งหมด ๑,๕๐๐ ไร่ ที่มีหน่วยงานดูแลหลายภาคส่วน แต่เดิมแหล่งน้ำอ่างห้วยยางนี้จะใช้ประโยชน์รวมกันหลายฝ่าย ทั้งชาวบ้านนำไปเป็นแหล่งน้ำทำการเกษตร ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครราชสีมา นำไปเพาะพันธุ์ปลา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) สูบน้ำไปใช้บ้าง แต่ปัจจุบันนี้พื้นที่การเกษตรในบริเวณนี้ลดลง ทำให้การใช้ประโยชน์ของอ่างห้วยยางลดน้อยลง จึงนำไปสู่การพัฒนาเป็นแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่เมืองโคราช “หาดสุรนารี” หรือ “บางแสนโคราช” พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว พักผ่อน และออกกำลังกาย ปรับรูปแบบให้เป็นชายทะเล แต่ไม่ประสบความสำเร็จ 

 

 

นายศรัทธา รัตนปริยานุช หรือ “ผู้ใหญ่เอส” เป็นลูกชายของนายสมยศ รัตนปริยานุช อดีตนายกเทศมนตรีตำบลสุรนารี ผู้ที่บริหารเทศบาลตำบลสุรนารีมาเกือบ ๒๐ ปี และเป็นเจ้าของธุรกิจบ้านจัดสรร “รุ่งนิรันดร์” มีน้องสาว ๑ คน คือ พญ.ศาธิยา รัตนปริยานุช เจ้าของแคนดี้ คลินิก ถนนสืบศิริ จังหวัดนครราชสีมา 

นายศรัทธาจบปริญญาตรี หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต นิเทศศาสตร์ (วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และระดับปริญญาโท หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก รวมทั้งมีประสบการณ์ในการบริหารท้องถิ่นและภาคธุรกิจ อาทิ เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๙ บ้านยางใหญ่พัฒนา ตำบลสุรนารี, ประธานกองทุนหมู่บ้าน บ้านยางใหญ่พัฒนา, กรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง และประธานกรรมการบริษัท รุ่งนิรันด์วิลล์ ๒๐๐๙ จำกัด

สำหรับนโยบายของการลงสมัครนายกเทศมนตรีกลุ่มสุรนารีพัฒนา ภายใต้การนำของนายศรัทธา รัตนปริยานุช คือ “ทำจริง!! ไม่ทิ้งพื้นที่” ประกอบด้วย ๘ นโยบายที่ทำได้ทันที ดังนี้ 

๑.จัดให้มีกล้อง (CCTV) และสัญญาณไฟจราจรเพื่อป้องกัน แก้ไขปัญหาอาชญากรรม และอุบัติเหตุ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ๒.จัดให้มีระบบท่อระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำทิ้ง และแก้ไขปัญหาถนนในซอยให้เป็นถนนคอนกรีต ๓.ผลักดันให้มีระบบน้ำประปาใช้ในตำบล ๔.จัดให้มีระบบจัดการขยะ ตัดหญ้าตามไหล่ทางของถนน เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุและการทิ้งขยะให้ครอบคลุมทั้งตำบล 

๕.ปรับภูมิทัศน์บริเวณอ่างห้วยยางให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดรายได้แก่ชาวตำบลสุรนารี ๖.ส่งเสริมอาชิพด้านเกษตรกรและจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน เพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ ๗.ส่งเสริมด้านสาธารณสุขและสนับสนุนผู้สูงอายุและผู้พิการที่มีฐานะยากจนในตำบล และ ๘.สนับสนุนและส่งเสริมด้านการศึกษาแก่เด็กเล็กและด้านกีฬา ด้านวัฒนธรรมให้แก่ผู้สูงอายุและเยาวชนในตำบล  

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๖๖ วันพุธที่ ๑๐ - วันอังคารที่ ๑๖ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔


1093 800