29thNovember

29thNovember

29thNovember

 

July 26,2021

คลัสเตอร์เรือนจำขอนแก่นยอดผู้ป่วยทะลุ 929 ราย สั่งห้ามเจ้าหน้าที่กลับบ้านป้องกันการระบาด เร่งระดมรถเอกซเรย์ตรวจปอดนักโทษทุกราย

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 ก.ค.2564 นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ภายหลังจากการพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นกลุ่มนักโทษที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำขอนแก่น จนกลายเป็นคลัวเตอร์เรือนจำขอนแก่นเกิดขึ้นในขณะนี้  ทีมสอบสวนโรคได้ระดมทีมตรวจ ทำการตรวจคัดกรองนักโทษ 1,620 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง จากนักโทษในเรือนจำกลางขอนแก่นทั้งหมด 4,458 คน และจากการตรวจเชิงลึกทั้ง 1,620 คน พบว่าผลการตรวจออกมาติดเชื้อเพิ่มสะสมรวมล่าสุดอยู่ที่ 929 คน ซึ่งจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ก่อนหน้านี้ภายหลังจากที่มีตรวจพบนักโทษติดเชื้อโควิด-19 และมีแผนที่จะย้ายนักโทษหญิงจากเรือนจำกลางขอนแก่นไปยังเรือนจำข้างเคียง โดยผลตรวจในกลุ่มนักโทษหญิงมีการตรวจพบว่าติดเชื้อช่นกัน จึงได้มีการสั่งปรับแผนในการจัดการควบคุมโรค โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนตามาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวดทันที

"ขณะนี้การบริหารจัดการเหตุการณ์ที่เรือนจำกลางขอนแก่น ประกอบด้วยส่วนที่ 1 คือการทำบับเบิล แอนด์ ซีล ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด  คือเจ้าหน้าที่เรือนจำทั้งหมด 135 คน ที่จะต้องมีการอยู่เวรยามและใช้ระบบ 727 คืออยู่เวร 7 วัน พัก 2 วัน และอยู่เวรต่ออีก 7 วัน เป็น 2 ผลัด หลังจากนั้นจะให้มีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้กับบุคลากรของเรือนจำ และในส่วนของผู้ต้องขังที่ป่วย 929 คน จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้สูงอายุและ7กลุ่มโรคเรื้อรัง จะต้องถูกปรับย้ายไปอยู่แดนหอประชุมกลางและนอกเหนือจากกลุ่มนี้ จะจัดให้อยู่อีกจุด ที่เรือนจำกำหนด สำหรับผู้ต้องขังหญิงจากการคัดกรองพบว่าผลเป็นบวก 5 คน จะไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายใดๆ และจะใช้หอพักเรือนจำเป็นที่รักษา ส่วนนักโทษชาย-หญิงที่เหลืออีก2,838 คน จะไม่มีการตรวจหาเชื้อแบบสวอปเพิ่ม แต่จะระดมรถเอกซเรย์ในเขตจังหวัดที่มีอยุ่มาทำการรเอกซเรย์ปอด หากเอกซเรย์แล้วปอดมีฝ้าจึงจะทำการสวอปซ้ำ หากผลเป็นบวกจะทำการรักษาต่อไป แต่หากผลเป็นลบ จะแยกกักตัวเนื่องจากมีความเสี่ยง และวางแผนที่จะใช้หอเรือนนอนในการแยกกลุ่มเป็นที่พักรักษา และได้ให้กรมราชทัณฑ์ขอสนับสนุนวัคซีนในนามกรมราชทัณฑ์เพิ่มเติม"

นพ.สมชายโชติ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ สสจ.ขอนแก่น  ได้ประสานขอรับการสนับสนุนยาต้านไวรัสเพิ่มเติม และการสนับสนุนรถเอกซเรย์ ในการช่วยตรวจ และจะมีการเชื่อมต่อระบบบริการของ รพงขอนแก่น ในเบื้องต้นจะใช้กรณีศึกษาของเรือนจำ จัดทำเป็นโมเดล เพื่อให้เรือนจำดูแลผู้ป่วยในทุกระดับยกเว้นผู้ป่วยสีแดง หากเป็นผู้ป่วยสีเหลืองก็จะมีการเพิ่มเครื่องออกซิเจนเข้าไป เนื่องจากถ้าหากให้ผู้ต้องขังออกมาด้านนอกจะมีประเด็นเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ที่ต้องมีการกักตัว รวมถึง รพ.ขอนแก่น ขณะนี้เตียงผู้ป่วยโควิดแน่นอยู่แล้ว แต่หาก รพ.ฯมีเตียงเพียงพอ ก็พร้อมที่จะรับผู้ป่วยในกลุ่มนักโทษมารักษาทันที ซึ่งยอมรับว่าคลัสเตอร์เรือนจำขอนแก่นเป็นสิ่งที่ท้าทาย ทำให้ขณะนี้ต้องมีการหารือในกลุ่ม สถานพินิจและคุ้มครองเด็ก หรือกลุ่มโรงงาน หรือกลุ่มที่มีคนอยู่จำนวนมาก ที่จะต้องมีระบบการคัดกรองที่ดีกว่านี้

"ขณะนี้ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่ามีการรับเชื้อมาจากไหน เพราะจากการวัดระดับค่าแลปได้ค่าประมาณ 38 ซึ่งหมายความว่ามีการติดเชื้อมาเป็นเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เมื่อมีการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าไม่ได้สัมผัสอะไร และจากผลการตรวจเชื้อจากผู้คุมผลเป็นลบทั้งหมด ขณะที่จากการตรวจสอบระบบของเรือนจำ พบว่าผู้ต้องขังรายใหม่นั้นได้มีการกักตัว 21 - 28 วัน ซึ่งอาจจะมีบางคนที่กักตัวครบแต่ไม่ได้ตรวจซ้ำ"


ต่อมาเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 ก.ค.2564 นายสมศักดิ์  จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วยนายสมมาตย์  สุราช ผู้บัญชาการเรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น ร่วมรับมอบฟ้าทะลายโจรชนิดแคปซูล จำนวน 100,000 เม็ด จากนายเอกราช  ช่างเหลา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ,นายวัฒนา  ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ และ นายเจริญ  แซ่เต็ง  ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม และหน้ากากอนามัย จำนวน 4,000 ชิ้น สำหรับการส่งมอบให้กับเรือนจำกลางขอนแก่น ในการใช้ในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำ หลังพบนักโทษภายในเรือนจำกลางขอนแก่น ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 929 ราย

นายสมศักดิ์  จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้แผนการบริหารจัดการและควบคุมสถานการณ์คลัสเตอร์เรือนจำกลางขอนแก่น เป็นไปตามที่ กระทรวงยุติธรรม และ กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยไม่มีการย้ายนักโทษใดๆออกจากเรือนจำแห่งนี้ และมีการบริหารจัดการพื้นที่แบบโรงพยาบาลสนาม ด้วยการจัดส่วนการดูแลพื้นที่ของตนเอง ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ซึ่งนักโทษที่อยู่ในการควบคุมของเรือนจำแห่งนี้มากกว่า 4,458 คน ขณะนี้ยืนยันติดเชื้อแล้ว 929 คน และอยู่ในขั้นตอนของการตรวจคัดกรองหรือสวอป อีกกว่า 1,620 คน ซึ่งจังหวัดได้ประสานขอรับการสนับสนุนรถเอ็กซเรย์ปอด จากกระทรวงสาธารสุข 2 คัน และ กระทรวงยุติธรรม  1 คันมาทำการตรวจคัดกรอง ซึ่งหากพบอาการผิดปกติตามที่แพทย์วินิจฉัย จะมีการจัดประเภทของนักโทษในกลุ่มผู้ป่วยต่างๆทันที

“ขณะนี้สถานการณ์ในเรือนจำขอนแก่น เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ จาก รพ.ขอนแก่น และ สำนักงานสาธารณสุข จ.ขอนแก่น ยังควบคุมสถานการณ์และบริหารจัดการในการรักษาผู้ป่วยจำนวนมากตามแผนงานที่กำหนด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทุกคนที่มีคำสั่งห้ามกลับบ้านเด็ดขาด โดยมีการจัดพื้นที่ด้านหน้าอาคารสำนักงานฯที่ติดกับ ถ.ศรีจันทร์ เป็นจุดพักอาศัยของเจ้าหน้าที่ทุกคน เพื่อควบคุมพื้นที่และห้ามคนเข้าออกพื้นที่ต้องห้ามเด็ดขาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานนั้นจะกิน อยู่หลับ นอน ในจุดที่กำหนดและปฎิบัติงานภายในเรือนจำร่วมกันกับทีมแพทย์ที่ทำการรักษาตามประเภทของกลุ่มผู้ป่วยอย่างเข้มงวดต่อไป โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานของการพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มเต่อย่างใด แต่หากการเอกซเรย์ปอดพบว่ามีอาการติดเชื้อหรือพบสิ่งผิดปกติ ทีมแพทย์จะใช้สมุนไพรไทย คือฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน และกระชายขาว ทำการรักษาทันที”

ขณะที่ นายเอกราช  ช่างเหลา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ ภาคอีสานตอนบน กล่าวว่า ฟ้าทะลายโจรชนิดแคปซูล ในเบื้องต้น 100,000 เม็ด คณะทำงานของพรรคฯ ได้ทำการประสานซื้อจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรไทย ต.บ้านโต้น อ.พระยืน ที่มีชื่อเสียงในการทำสมุนไพรไทยพื้นบ้านที่โด่งดังของ จ.ขอนแก่น ที่ได้รับดมสรรพกำลังมาให้การช่วยเหลือผู้ต้องขังที่เปรียบเสมอนลูก หลาน ญาติ พี่น้อง ที่ต้องมาอาศัยในเขต จ.ขอนแก่น ตามความผิดที่ได้รับ ดังนั้นเมือมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในสถานที่ที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน การส่งต่อความช่วยเหลือในเบื้องต้นตามกำลังที่มี คู่ขนานการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ที่ทุกคนทำงานเต็มที่ในสถานการณ์ที่ใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ในประเด็นนี้คนขอนแก่นทุกคนจะต้องช่วยเหลือกันเพื่อก้าวผ่านวิกฤติเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ไปด้วยกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เรือนจำกลาง ขอนแกน ได้กำหนดพื้นที่ด้านนอกอาคารเรือนจำ เป็นจุดที่พักของเจ้าหน้าที่ที่ต้องกักตัว และทำงานร่วมกันกับทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ในการรักษาผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อ โดยไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในเขตพื้นที่ชั้นในอย่างเด็ดขาดโดยจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการเข้า-ออก อย่างเข้มงวดเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างรัดกุม รวมทั้งการตั้งจุดรับบริจาคสิ่งของ ,เวชภัณฑ์ยา,อาหาร โดยเฉพาะสมุนไพร ไทยในกลุ่มฟ้าทะลายโจร,ขมิ้นชัน,กระชายขาว และพื้นสมุนไพรต้านไวรัสต่างๆ ตามที่แพทย์ กำหนด ซึ่งยังคงมีผู้มีจิตศรัทธา ทยอยกันมาบริจาคให้กับทางเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

 


839 812