July 28,2021
ไม่หมดสิ้น จนท.รวบเครือข่ายยาเสพติด ๕ ราย

เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา โดยตำรวจภูธรภาค ๓ และกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค ๓ ยุทธการ “พิฆาตทรชน คนค้ายาอีสานใต้” แถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ จับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ๕ คน ของกลางยาบ้า ๔๐๒,๐๐๐ เม็ด ตรวจยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ พ.ศ. ๒๕๓๔ รถยนต์ จำนวน ๕ คัน และอาวุธปืน จำนวน ๔ กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน
ตามนโยบายรัฐบาลโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังทั้งระบบ โดยเร่งรัดการแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ปราบปราม แหล่งผลิตและเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ทั้งพื้นที่แนวชายแดนและพื้นที่ตอนใน โดยให้เป็นการแก้ไขปัญหาภายในของประเทศด้วยกฎหมายไทยและหลักสากล
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. (ปป) , พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ปป ๖) ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปราม ยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติทุกพื้นที่
ตำรวจภูธรภาค ๓ โดย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.๓, พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รอง ผบช.ภ.๓ (หน.ปส), พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รอง ผบช.ภ.๓ (ผช.ปส ๑), พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ รอง ผบช.ภ.๓ (ผช.ปส ๒) และ นายณรงค์ วรหาญ ผอ.สำนักงาน ปปส.ภาค ๓ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด เร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ระดมกวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ การทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ การสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนและพื้นที่ชั้นใน และดำเนินการปิดล้อมตรวจค้น ยาเสพติดตาม ยุทธการ “ พิฆาตทรชน คนค้ายาอีสานใต้ ”
เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เจ้าพนักงานตำรวจ บก.สส.ภ.๓ ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.อุบลราชธานี ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา ๒ คน พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน ๒,๐๐๐ เม็ด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยขะยุง อ.วารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ต่อจากนั้นได้สืบสวนขยายผลทำการตรวจยึดยาบ้าจำนวน ๓๓๔,๐๐๐ เม็ด ที่บริเวณถนนซอยแยกจากถนนหลัก ถนนท่าบ่อ-หนองแก ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยของกลางรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า จำนวน ๑ คัน นำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.๓, พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รอง ผบช.ภ.๓, พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รอง ผบช.ภ.๓, พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ รอง ผบช.ภ.๓, พล.ต.ต.ภาณุ บุรณะศิริ รอง ผบช.ภ.๓, พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.๓, พล.ต.ต.สันติ เหล่าประทาย ผบก.ภ.จว. ศรีสะเกษ, พล.ต.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ผบ.กกล.สุรนารี, พ.ต.อ.ประสงค์ เรืองเดช รอง ผบก.สส.ภ.๓, พ.ต.อ.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล รอง ผบก.ภ.จังหวัดศรีสะเกษ, พ.ต.อ.หัสพงศ์ เติมศิริตังคโณบล รอง ผบก.ภ.จังหวัดศรีสะเกษ, พ.อ.ไมตรี สุวไกร รอง ผบ.ทก.กกล.สุรนารี,พ.อ.ภาคภูมิ นภากาศ รอง ผบ.ฉก ๒ กกล.สุรนารี, พ.ต.อ.ยุทธพงษ์ รอดนวล ผกก.สืบสวน ๑ บก.สส.ภ.๓, พ.ต.อ.สิทธิชัย ธัญญาบาล ผกก.สืบสวน ๒ บก.สส.ภ.๓, พ.ต.อ.นิลกาฬ พรศักดิ์ ผกก.สภ.กันทรารมย์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ๒ บก.สส.ภ.๓ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ทหาร กกล.สุรนารี ร่วมกันกับสืบสวนขยายผล เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว จากการสืบสวนทราบว่าเป็นเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ เชือมดยงกับประเทศเพื่อนบ้าน จะลักลอบนำยาบ้าเข้ามาจำหน่ายให้กับผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค ๓ หลายจังหวัด
จากการสืบสวนขยายผลต่อมา วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ได้ร่วมกันทำการจับกุม นายนพิพัฒน์ หรือบุ๊ก หรือเบิก กิ่งแก้ว อายุ ๓๓ ปี ที่อยู่ ๖๓/๑ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลดูน อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกับพวกที่หลบหนีมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมด้วยของกลาง ๑.อาวุธปืน AK47 (อาร์ก้า) จำนวน ๓ กระบอก ประกอบด้วย กระบอกที่ ๑ อาวุธปืน AK47 มีหมายเลขประจำปืน ๑๙๗๓๔๗๐๓๒๔ จำนวน ๑ กระบอก กระบอกที่ ๒ อาวุธปืน AK47 (พานท้ายแยกยังไม่ได้ประกอบ) จำนวน ๑ กระบอกกระบอกที่ ๓ อาวุธปืน AK47 จำนวน ๑ กระบอก ๒.อาวุธปืนลูกซองสั้น (ไทยประดิษฐ์) จำนวน ๑ กระบอก ๓.เครื่องกระสุนปืน AK47 ขนาด ๗.๖๒ จำนวน ๒๐ นัด ๔.เครื่องกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ ๑๒ จำนวน ๑๔ นัด ๕.เครื่องกระสุนปืนขนาด ๓๕๗ MAGNUM จำนวน ๒๙ นัด ๖.เครื่องกระสุนปืนขนาด ๙ มม. จำนวน ๑๕ นัด ๗.แมกกาซีน AK47 จำนวน ๓ อัน สถานที่ตรวจยึด/จับกุม บริเวณห้องพักเลขที่ ๗๗/๕ หมู่ ๑๐ ชุมชนโนนเปื่อย ตำบลดูน อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ
พฤติการณ์ จากผลการจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดของกลางคดียาเสพติด เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ชุดจับกุมได้ สืบสวนติดตามเครือข่ายนี้อย่างต่อเนื่อง และต่อมาทางการสืบสวนเชื่อว่าเป็นเครือข่ายของนายนพิพัฒน์ หรือเบิก กิ่งแก้ว ซึ่งเป็นเครือข่ายใหญ่จะรับยาบ้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านทางด้าน อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย และลำเลียงมาส่งพื้นที่ตอนในในเขต ภ.๓ และ ภ.๔ ครั้งละหลายล้านเม็ดโดยใช้รถยนต์ ๓ คัน เป็นขบวนลำเลียงยาเสพติดและมีอาวุธสงครามคุ้มกัน ต่อมาวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ชุดจับกุมสามารถควบคุมตัวนายนพิพัฒน์ หรือเบิก กิ่งแก้ว ได้และให้การรับว่ากระทำผิดจริง โดยได้ลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านตรงข้าม อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เข้ามาส่งให้เครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ตอนใน ในเขต ภ.๓ และ ภ.๔ หลายครั้งๆ หลายล้านเม็ดโดยส่งตามจุดต่างๆ ครั้งละ ๑๐๐-๒๐๐ มัด ในเขต จังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร และจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีผู้กระทำผิดร่วมจำนวน ๔ คน สำหรับค่าจ้างในการลำเลียงจะได้รับเป็นยาบ้าตามมูลค่าของค่าจ้างที่ได้รับครั้งหนึ่งประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ – ๒๕๐,๐๐๐ บาท และรับว่ายังมีอาวุธปืนอาร์ก้า ซุกซ่อนอยู่บนเพดานในห้องเช่าใกล้บ้านเขต อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ชุดจับกุมจึงได้ไปตรวจสอบ และทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากการสืบสวนขยายผลต่อมาได้ทำการติดตามตรวจยึดรถยนต์ที่ใช้กระทำผิด เป็นรถยนต์เก๋ง ๒ คัน รถยนต์กระบะ ๒ คัน รวม ๔ คัน ซึ่งใช้ในการลำเลียงยาเสพติด จึงได้ควบคุมตัวนายนพิพัฒน์ หรือเบิกฯ พร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.กันทรารมย์ จังหวักศรีสะเกษ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และชุดจับกุมอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ผลการสืบสวนจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ ๒๐๐,๐๐๐ เม็ด ของ สภ.กันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ โดย พ.ต.อ.สุกาญจน์ นิลอ่อน ผกก.สืบสวน ๓ บก.สส.ภ.๓, พ.ต.ท.วรวรรธน์ ขันเครือ รอง ผกก.สืบสวน ๓ บก.สส.ภ.๓ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก กก.สืบสวน ๓ บก.สส.ภ.๓ สามารถสืบสวนขยายผลจับกุมคดียาเสพติดได้ เพิ่มเติม จำนวน ๒ ราย ผู้ต้องหา ๒ คน ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน ๖๖,๐๐๐ เม็ด ดังนี้
วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เวลาประมาณ ๑๘.๐๐ น. ชุดจับกุมตรวจยึดยาบ้า จำนวน ๑๖ มัด จำนวน ๓๒,๐๐๐ เม็ด สถานที่ตรวจยึด ริมถนนในไร่อ้อยทางด้านทิศใต้บ้านกระเดื่อง หมู่ ๑๒ ตำบลสองห้อง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ต่อเนื่องเวลา ๒๑.๐๐ น. จับกุมผู้ต้องหาจำนวน ๒ คน พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน ๑๗ มัด จำนวน ๓๔,๐๐๐ เม็ด โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๔ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ๒ บก.สส.ภ.๓ ได้จับกุม นายเชาวลิช หรือหนุ่ม คอแก้ว พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ เม็ด จากการสืบสวนขยายผลทราบว่ามีการส่งยาบ้ามาจำหน่ายให้ลูกค้าในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีชายชาวลาว ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ใช้การติดต่อสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก และใช้โทรศัพท์เบอร์ประเทศ สปป. ลาว เป็นนักค้ายาเสพติด ผู้มีพฤติกรรมจำหน่ายยาบ้าในลูกค้าในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ต่อมาวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ชุดจับกุมได้วางแผนจับกุมเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว ต่อมาคนลาวได้ติดต่อมายังสายลับแจ้งว่า ทีมรับจ้างส่งยาเสพติดได้นำยาบ้า จำนวน ๑๖ มัด มาวางไว้กองใบอ้อยที่ริมถนนในไร่อ้อยทางด้านทิศใต้บ้านกระเดื่อง หมู่ ๑๒ ตำบลสองห้อง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบและตรวจยึดยาบ้าดังกล่าว และได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อมา เวลาประมาณ ๒๑.๐๐ น. สามารถจับกุมผู้ต้องหา ๒ คน คือนายศุภกิจหรือก้อง พรามนิล อายุ ๑๖ ปี ที่อยู่ ๑๒๗ หมู่ ๙ ตำบลโนนสุวรรณ อำเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบุรีรัมย์ และนายอดิเทพหรือกาน กิจประเสริฐ อายุ ๒๐ ปี ที่อยู่ ๒๓ หมู่ ๑๕ ตำบลโนนสุวรรณ อำเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน ๖ มัด จำนวน ๑๒,๐๐๐ เม็ด จากการซักถามขยายผล นายอดิเทพ หรือกานฯ รับว่ายังมียาบ้าอีกจำนวนหนึ่งอยู่ที่บ้านพัก วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เวลาประมาณ ๐๘.๐๐ น. ชุดจับกุมจึงได้ไปทำการตรวจยึดยาบ้า จำนวน ๑๑ มัด จำนวน ๒๒,๐๐๐ เม็ด ที่บ้านเลขที่ ๒๓ หมู่ ๑๕ ตำบลโนนสุวรรณ อำเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบุรีรัมย์ รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด ๓๔,๐๐๐ เม็ด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.โนนสุวรรณ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
ตำรวจภูธรภาค ๓ จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการ ทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส/ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในสถานประกอบการฯ และอาศัยสถานประกอบการฯ ในการกระทำผิด โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด ๑๕๙๙ สายด่วน ๑๙๑ และ Application Police I lert U ได้ตลอด ๒๔ ชม. เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหายาเสพติด ในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป
874 1,993



