8thDecember

8thDecember

8thDecember

 

August 13,2021

เปิดกระเป๋านายกเทศมนตรีนคร อาชีพทนายความไร้หนี้มีทรัพย์ ๒๒ ล.

ประเสริฐ บุญชัยสุข แสดงบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. เข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ทรัพย์สิน ๒๒ ล้านบาท แถมไม่มีหนี้แม้แต่บาทเดียว เมื่อรวมกับภริยาลูกสาวอดีตนายกเทศมนตรีเป็น ๒๘ ล้านบาท รายได้ส่วนใหญ่มาจากอาชีพทนายความ

เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๔ สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน นายประเสริฐ บุญชัยสุข กรณีเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ โดยนายประเสริฐ อายุ ๖๕ ปี เป็นบุตรนายมาโนช-นางเหรียญ บุญชัยสุข (เสียชีวิต) มีพี่น้อง ๕ คน ได้แก่ นายประสิทธิ์ บุญชัยสุข อายุ ๖๗ ปี อยู่ที่อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์, นายประกอบ บุญชัยสุข อยู่ที่อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์, นายประพันธ์ บุยชัยสุข อยู่ที่อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์, นางดวงจันทร์ ตั้งชวลิตกุล อยู่ที่อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ และนายชวการ บุญชัยสุข อยู่ที่อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์

นายประเสริฐสมรสกับนางคู่ขวัญ บุญชัยสุข อายุ ๖๑ ปี บุตรีของนายเด็ดดวง สุคนธรัตน์ (เสียชีวิต) อดีตนายกเทศมนตรีเมืองนครราชสีมา และนางเพ๊ญพรรณ ทัศนมนเฑียร มีลูก ๒ คน คือนายปรัชญาสันห์ อายุ ๓๕ ปี และนางสาวขวัญรพี (มะปราง) อายุ ๓๓ ปี ทั้งนี้ นายประเสริฐมีอาชีพทนายความ และระหว่างปี พ.ศ.๒๕๖๓-เมษายน ๒๕๖๔ ดำรงตำแหน่งรองประธานสโมสรฟุตบอลนครราชสีมา (สวาทแคท) มีรายได้จากอาชีพทนายความ ๒๔๔,๐๐๐ บาท เงินทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ๑๔๐,๐๐๐ บาท รวมมีรายได้ ๔๘๔,๐๐๐ บาทต่อปี ส่วนคู่สมรสได้รับเงินบำนาญ ๕๖๒,๑๘๕ บาทต่อปี รวมรายได้ของทั้งสองคนจำนวน

สำหรับรายจ่ายของนายประเสริฐ แยกเป็นค่าอุปโภคบริโภค ๓๐๐,๐๐๐ บาท และค่าเบี้ยประกัน ๖๒,๕๒๖ บาท รวมรายจ่าย ๓๖๒,๕๒๖ บาทต่อปี ส่วนคู่สมรสมีค่าอุปโภคบริโภคจำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท ค่าเบี้ยประกัน ๕๐,๐๕๔ บาท และค่าอุปการะมารดา ๖๐,๐๐๐ บาท รวมรายจ่าย ๕๑๐,๐๕๔ บาท นอกจากนี้ ยังระบุการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีที่ผ่านมา เป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๔๐(๑)-(๘) ของนายประเสริฐจำนวน ๓๔๘,๐๐๐ บาท และคู่สมรส ๕๖๒,๑๘๖ บาท

ในขณะที่รายการทรัพย์สินของนายประเสริฐ ประกอบด้วย เงินฝาก ๑,๙๐๑,๐๖๗.๐๙ บาท ที่ดิน ๑๗,๘๗๔,๑๕๐ บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า ๘๐๐,๐๐๐ บาท ยานพาหนะ ๗๐๐,๐๐๐ บาท สิทธิและสัมปทาน ๙๕๒,๐๐๐ บาท รวมทรัพย์สิน ๒๒,๒๒๗,๒๑๗.๐๙ บาท โดยไม่มีหนี้สิน ส่วนนางคู่ขวัญ (คู่สมรส) มีเงินฝาก ๒๖,๒๓๓.๒๒ บาท ที่ดิน ๓,๑๓๘,๑๑๗ บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ๒,๗๐๐,๐๐๐ บาท สิทธิและสัมปทาน ๖๐๐,๐๐๐ บาท รวมทรัพย์สิน ๖,๔๖๔,๓๕๐.๒๒ บาท ส่วนหนี้สินระบุเป็นเงินกู้จากสถาบันการเงิน/ธนาคาร จำนวน ๓๔๐,๔๐๐.๑๙ บาท รวมทรัพย์สินทั้งสองคนจำนวน ๒๘,๖๙๑,๕๖๓.๓๑ บาท

สำหรับที่ดินนายประเสริฐมี ๒ แปลง (๔๑-๓-๕๙ ไร่ และ ๒-๒-๕๖ ไร่) อยู่ที่ ต.ทุ่งกระตาด อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ได้รับมรดกมาเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๐ ในขณะที่คู่สมรสมี ๔ แปลง อยู่ในพื้นที่ต.หนองจะบก อ.เมือง ๐-๑-๖๓ ไร่, ต.ในเมือง อ.เมือง ๐-๒-๐๖ ไร่, ต.ไชยมงคล อ.เมือง ๖๐ ตารางวา และที่ต.คลองนารายณ์ อ.เมืองจันทบุรี ๑-๐-๐๓ ไร่ ส่วนรายการโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ๒ รายการของนายประเสริฐ เป็นอาคารชั้นเดียว อยู่ในกิ่งสวายเรืยง เขตเทศบาลนครฯ มูลค่า ๗๐๐,๐๐๐ บาท และโรงจอดรถยนต์ มูลค่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่คู่สมรส มีบ้านปูนสองชั้น ในซอยกิ่งสวายเรียง มูลค่า ๒ ล้านบาท และห้องชุด (คอนโดมิเนียม) ที่เขตพญาไท กรุงเทพฯ มูลค่า ๗๐๐,๐๐๐ บาท

นายประเสริฐแจ้งรายการรถยนต์ ๒ คัน ประกอบด้วย เชฟโรเลต รุ่นแคปติว่า ทะเบียน กต ๑๑๒๓ นครราขสีมา มูลค่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท ได้มาเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ และฟอร์ด เรนเจอร์ ทะเบียน ขฉ ๑๑๒๓ นครราชสีมา ได้มาเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ มูลค่า ๔๐๐,๐๐๐ บาท

ทั้งนี้ นายประเสริฐ บุญชัยสุข เกิดวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ จบการศึกษาระดับ ปวช. พาณิชยการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) จบปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคําแหง และปริญญาโท พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดสำนักงานกฎหมายนายประเสริฐ บุญชัยสุข และเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา

นายประเสริฐเข้าสู่เส้นทางการเมืองในสนามท้องถิ่น โดยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา อบจ.นครราชสีมา เคยเป็นรองประธานสภา อบจ., รองนายก อบจ. จากนั้นขยับขึ้นมาสู่การเมืองระดับชาติโดยลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา และได้รับเลือกตั้ง ๓ สมัย (๒๕๔๘, ๒๕๕๐ และ ๒๕๕๔) รวมทั้งในปี ๒๕๕๐-๒๕๕๔ ยังนั่งเก้าอี้รองประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง สภาผู้แทนราษฎร, ปี ๒๕๕๔-๒๕๕๕ เป็นประธานกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร และระหว่างวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕-๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และล่าสุดหันมาสู่สนามการเมืองท้องถิ่น โดยลงสมัครนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ในสังกัดกลุ่มโคราชชาติพัฒนา และชนะการเลือกตั้งแบบยกทีมเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๔ พร้อมแถลงนโยบายต่อสภาเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ ประกอบด้วยนโยบายเร่งด่วน ๗ ด้าน และนโยบายหลัก ๕ ด้าน เพื่อพัฒนาโคราชเป็นเมืองน่าอยู่ และเป็นเมืองหลวงของภาคอีสาน


นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๖๙๑ วันพุธที่ ๑๑ - วันอังคารที่ ๑๗ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔


159 801