30thSeptember

30thSeptember

30thSeptember

 

August 20,2021

บุรีรัมย์พลิกวิกฤตเป็นโอกาส เลี้ยง‘ปูนาน้ำใส’สร้างรายได้ พัฒนาสู่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน

สศท.๕ เผยผลลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตและตลาดปูนาในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พบเกษตรกรสนใจเลี้ยงปูนามากขึ้น โดยเฉพาะเลี้ยง ‘ปูนาน้ำใส’ สร้างรายได้ ทั้งจำหน่ายพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ และแปรรูปเป็นอาหาร พัฒนาสู่ศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงปูนาน้ำใสในบ่อผ้าใบ 

 

นางสุจารีย์ พิชา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ ๕ นครราชสีมา (สศท.๕) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “ปูนาน้ำใส” นับเป็นอีกหนึ่งสินค้าเกษตรที่จังหวัดบุรีรัมย์ให้การส่งเสริมและสนับสนุน เนื่องจากเป็นสินค้าทางเลือกใหม่ที่มีอนาคต สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ ประกอบกับปูนายังเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมของผู้บริโภคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถนำไปแปรรูปและนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ซึ่งปัจจุบันตลาดมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง 

นางสุจารีย์ พิชา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ ๕ นครราชสีมา

จากการลงพื้นที่ของ สศท.๕ เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและตลาดปูนาในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่า เกษตรกรให้ความสนใจและเริ่มมีการเลี้ยงปูนากันมากขึ้น ซึ่งจากการสัมภาษณ์เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงปูนา คือ นางสาวพาพัชร ศรีชนะ เจ้าของศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงปูนาน้ำใสในบ่อผ้าใบ จังหวัดบุรีรัมย์ บอกเล่าว่า เดิมนั้นตนทำบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว (โฮมสเตย์) แต่เนื่องจากช่วงปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-๑๙ จึงผันตัวเองมาเลี้ยงปูนาน้ำใสในบ่อผ้าใบ (กระชังบก) เป็นอาชีพเสริม โดยเริ่มต้นจากการซื้อปูนาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์จำนวน ๑๐ คู่/กระชัง ได้ทดลองเลี้ยงตามวิธีการขั้นตอนจนประสบผลสำเร็จ ซึ่งมุ่งหวังจะขยายพันธุ์จำหน่ายให้แก่เกษตรกรนำไปเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาหาความรู้เพื่อสร้างอาชีพ

สำหรับการดำเนินกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงปูนาน้ำใสในบ่อผ้าใบ จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่า นิยมเพาะเลี้ยง และจำหน่ายปูนาเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ซึ่งปัจจุบันมีการเลี้ยงจำนวน ๑๕ กระชัง (ขนาด ๒x๓ เมตร) สามารถเลี้ยงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ได้จำนวน ๑๐๐ คู่/กระชัง มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย ๒๔,๓๑๒ บาท/กะชัง/รอบการผลิต โดยแม่พันธุ์จะให้ลูกในเดือนที่ ๔-๕ ประมาณ ๑,๐๐๐ ตัว/กระชัง/รอบการผลิต หลังจากนั้นจะทำการอนุบาลลูกปูและเลี้ยงจนเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ จึงสามารถจับขายได้ ระยะเวลาการเลี้ยงเฉลี่ย ๘ เดือน ราคาขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ณ เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔ อยู่ที่ ๘๐–๑๐๐ บาท/คู่ ส่วนแม่พันธุ์พร้อมคลอด ราคา ๒๐๐ บาท/ตัว เกษตรกรได้ผลตอบแทนเฉลี่ย ๕๕,๐๐๐ บาท/กระชัง/รอบการผลิต คิดเป็นผลตอบแทนเฉลี่ยสุทธิ (กำไร) ๓๐,๖๘๘ บาท/กระชัง/รอบการผลิต

ด้านสถานการณ์ตลาด ผลผลิตส่วนใหญ่ร้อยละ ๗๕ จำหน่ายให้กับผู้เลี้ยงรายย่อยในพื้นที่และต่างจังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา และสุรินทร์ รองลงมาร้อยละ ๒๐ แปรรูปเป็นปูดอง ปูร้า น้ำพริกปู และข้าวเกรียบปู จำหน่ายให้กับร้านค้าและนักท่องเที่ยวทั่วไป ส่วนผลผลิตอีกร้อยละ ๕ จำหน่ายทางออนไลน์ผ่าน Page Facebook “๒๓๙ ฟาร์มปูนา จังหวัดบุรีรัมย์” ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำบรรจุภัณฑ์และแบรนด์ เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพและมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค รวมถึงเน้นการจำหน่ายผ่านตลาดออนไลน์มากยิ่งขึ้นตามวิถี New Normal เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย สร้างโอกาส สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงวิกฤตโควิด–๑๙ ที่ระบาดอยู่ในขณะนี้ 

นอกจากนี้ ทางศูนย์เรียนรู้ฯ ได้มีการอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่การอนุบาลลูกปู การดูแลพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ด้านการประชาสัมพันธ์ การตลาด และการสร้างเครือข่ายคนเลี้ยงปู รวมถึงถ่ายทอดความรู้ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปูนา โดยมีจุดมุ่งหมายในการให้ความรู้ควบคู่กับการอนุรักษ์ปูนาไม่ให้สูญพันธุ์ สร้างอาชีพให้กับกลุ่มแรงงานที่กลับภูมิลำเนา และสร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงปูนาอย่างยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากเกษตรกร และประชาชนทั่วไปทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดเข้ามาศึกษาดูงานประมาณ ๕๐๐ คน ทั้งนี้ เกษตรกรหรือผู้สนใจเข้าศึกษาดูงาน ต้องการสร้างอาชีพ หรือทำเป็นอาชีพเสริม สามารถขอคำปรึกษาได้ที่ นางสาวพาพัชร ศรีชนะ เจ้าของศูนย์เรียนรู้การเลี้ยง ปูนาน้ำใสในบ่อผ้าใบ จังหวัดบุรีรัมย์ เลขที่ ๒๓๙ หมู่ ๖ บ้านโคกเมือง ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ โทร. ๐๘๐-๒๘๒๘๒๓๙, ๐๖๔-๑๙๒๘๙๑๙ หรือ ID line : papat239 และสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สศท.๕ นครราชสีมา โทร. ๐๔๔-๔๖๕๑๒๐ หรืออีเมล์ zone5@oae.go.th

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๙๑ วันพุธที่ ๑๘ - วันอังคารที่ ๒๔ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔


912 2,053