24thOctober

24thOctober

24thOctober

 

October 07,2017

ตัวแทนปลากระป๋องหลอก เรียกค่าหัวคิวหลักหมื่น ทำงาน ๒ เดือนไม่ได้ค่าจ้าง

           ร้องเรียนถูกตัวแทนบริษัทปลากระป๋องชื่อดัง หลอกหาคนเข้าทำงาน เรียกเก็บหัวคิวหลักหมื่น แต่ทำได้ ๒ เดือนกลับไม่ได้รับเงินเดือนตามที่กล่าวอ้าง บางรายไปกู้ยืมเงินมาจ่ายค่าหัวคิวเพื่อให้ได้ทำงาน แต่ต้องผิดหวังเพราะเงินเดือนผิดจากที่พูดไว้

           เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๐ มีราษฎรบ้านกระดึง ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ออกมาร้องขอความเป็นธรรมโดยอ้างว่า มีตัวแทนบริษัทปลากระป๋องยี่ห้อดังเปิดรับสมัครงานแผนกเช็คสต็อกสินค้าในห้างสรรพสินค้าตามสาขาอำเภอต่างๆ ในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีนางปวีณา รสหอม อายุ ๓๕ ปี คนในหมู่บ้าน เป็นนายหน้าหาคนงานให้ ซึ่งอ้างว่าบริษัทเปิดรับคนงานไม่อั้น เพราะมีห้างกระจายอยู่ในหลายอำเภอ โดยนางปวีณาซึ่งเป็นนายหน้าได้เสนอเงินเดือนให้ผู้ที่สมัครเข้าทำงานจำนวน ๑๓,๓๐๐ บาทต่อเดือน มีค่าน้ำมันรถ ค่าคอมมิชชั่นต่างๆ จำนวนมาก รวมแล้วจะได้เงินเดือนกว่า ๒๐,๐๐๐ บาท ทำให้หลายคนหลงเชื่อ เพราะยังไม่มีงานทำ จึงยอมไปกู้ยืมเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการสมัครงาน เป็นเงินค้ำประกันก่อนเข้างานคนละ ๑๕,๐๐๐ บาท อีกทั้งยังจะต้องมีรถจักรยานยนต์คันใหม่ และโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนไว้ถ่ายรูปส่งไลน์ (Line) รายการสินค้า ทำให้หลายคนมองว่าน่าจะเป็นงานที่มั่นคงและรายได้ดี  

           นางสง รสหอม อายุ ๖๗ ปี หนึ่งในผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เปิดเผยว่า ตนยอมลงทุนไปกู้เงินจากนายทุนมาถึง ๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายค่าสมัครแรกเข้า ซื้อโทรศัพท์ และรถจักรยานยนต์คันใหม่ให้ลูกชาย เพื่อหวังให้ลูกชายได้งานทำ เพราะเห็นว่ามีรายได้ดีและน่าจะมีความมั่นคง แต่หลังจากทำงานไปเดือนแรกปรากฏว่า เงินเดือนไม่ออก ซึ่งนางหนิง (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) ผู้เป็นหัวหน้างานอ้างว่า เงินเดือนจะตกเบิกให้ย้อนหลังจนถึงเดือนที่ ๒ แต่เมื่อทำงานครบ ๒ เดือน เงินก็ยังไม่ออก จึงให้ลูกชายไปทวงถามเงินค่าค้ำประกันเข้างานและเงินเดือน แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงตลอด ขณะนี้ตนลำบากมากต้องหาเงินใช้หนี้นายทุนที่ไปกู้ยืมมา 

           ด้านนางสมใจ คงรัมย์ อายุ ๕๓ ปี ราษฎรอีกรายหนึ่งที่สมัครงานให้ลูกชาย เล่าว่า ตนไปกู้ยืมเงินจากนายทุนมาจำนวน ๑๕,๐๐๐ บาท เพื่อมาให้ลูกชายนำไปเป็นค้ำประกันเข้างาน แต่เมื่อลูกชายทำงานได้ ๑ เดือน กลับไม่ได้รับเงินเดือน ตนรู้สึกผิดปกติจึงให้ลูกชายออกจากงาน พร้อมทวงถามเงินค้ำประกันจากนางปวีณา นายหน้าที่มาหาคนเข้าทำงานคืนแต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยง จึงคิดว่าน่าจะถูกหลอก และมีคนในอำเภอบ้านด่านอีกกว่า ๑๐ รายโดนในลักษณะเดียวกัน และเชื่อว่าจะมีคนในเขตอำเภอเมือง ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน รวมแต่ละรายต้องเสียค่าเงินประกันคนละ ๑๕,๐๐๐ บาท บวกกับเงินเดือนที่ไม่ได้รับอีก ๒ เดือนประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท รวมแล้วแต่ละคนต้องสูญเงินและไม่ได้รับเงินเดือน รวมมูลค่าความเสียหายแต่ละคนกว่า ๕๐,๐๐๐ บาท 

           “อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีประชาชนที่ถูกหลอกในกรณีดังกล่าวเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์แล้ว โดยมีการนัดไกล่เกลี่ยแล้ว แต่เมื่อผ่านไป ๓ เดือน ตัวแทนบริษัทที่มาหลอกประชาชนกลับเลื่อนนัดหลายครั้งว่าจะนำเงินมาชำระคืนทั้งหมด แต่ก็ยังเงียบหาย จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาแนวทางช่วยเหลือเพราะเดือดร้อนมาก ซึ่งหากไม่นำเงินมาคืนก็ขอให้ตำรวจเร่งดำเนินคดีเพื่อจะได้ไม่ไปหลอกคนอื่นซ้ำอีก” นางสมใจ กล่าว

 

 

โปรดติดตามข่าวโดยละเอียดจาก นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๓ ฉบับที่ ๒๔๖๑ วันศุกร์ที่ ๖ - วันอังคารที่ ๑๐ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐


30 5661