March 21,2018
‘นิวเจน’ปีกหัก บินต่อไม่ไหวแล้ว

สิ้นสุดการบิน “นิวเจน แอร์เวย์ส” หลังสงกรานต์นี้ทุกเที่ยวบินในโคราช หลังเปิดเส้นทางบินไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ยังไม่ถึง ๕ เดือน “เจริญพงษ์” ยอมรับขาดทุนมาตลอด จำเป็นต้องหยุด ขอบคุณการสนับสนุนจากรัฐและเอกชนด้วยดี “วิเชียร จันทรโณทัย” ประชุมด่วนเร่งหาสายการบินอื่นเสียบแทน ภายหลังจากที่มีกระแสข่าวว่า สายการบินนิวเจน แอร์เวย์ จะเลิกทำการบินในทุกเส้นทางได้แก่ เส้นทางโคราช-เชียงใหม่ และเส้นทางโคราช-ดอนเมือง หลังจากก่อนหน้านี้ยกเลิกเส้นทางบินโคราช-ภูเก็ต

ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๑ “โคราชคนอีสาน” สอบถามนายเจริญพงษ์ ศรประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นิวเจน แอร์เวย์ส ในกรณีนี้ ซึ่งยอมรับว่า “ใช่ จะเลิกบินจริง เพราะจำนวนผู้โดยสารไม่เป็นไปตามเป้าหมายของสายการบิน” โดยนายเจริญพงษ์ยังยอมรับอีกว่า “ที่ผ่านมา ขาดทุนมาตลอด และการเลิกบินในทุกเส้นทางจะเกิดขึ้นหลังเทศกาลสงกรานต์ โดยในช่วงสงกรานต์ผู้โดยสารยังสามารถใช้บริการได้ตามปกติใน ๒ เส้นทาง คือ ดอนเมือง และเชียงใหม่”
นายเจริญพงษ์ เปิดเผยอีกว่า ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือด้วยดีจากทั้งหน่วยงานราชการ และภาคเอกชนในการสนับสนุนการบิน โดยเฉพาะภาคเอกชนทั้งเดอะมอลล์นครราชสีมา และเทอร์มินอล ๒๑ โคราช แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเครื่องบินของนิวเจนฯ ใหญ่เกินไปสำหรับบินเส้นทางโคราช โดยที่ผ่านมา มีความตั้งใจจะให้บริการชาวโคราช แต่ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งไม่สามารถประมาณได้ว่าขาดทุนเท่าไหร่
“โคราชคนอีสาน” ถามว่า เหตุใดจึงไม่นำเครื่องบินลำเล็กมาบิน? นายเจริญพงษ์ เปิดเผยว่า ในการซื้อเครื่องบินหรือเปลี่ยนเครื่องบินนั้น ค่อนข้างเป็นกระบวนการที่ยุ่งยากและล่าช้า เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งเอกสารต่างๆ และนักบิน ต้องเสียเวลาเป็นปี แต่แม้จะเลิกบินในเส้นทางต่างๆ แล้ว แต่ในส่วนของการบินแบบเช่าเหมาลำก็ยังมีอยู่ เพราะถือว่าเป็นงานบริการที่บริษัทเราถนัดอยู่แล้ว ซึ่งในปัจจุบันก็มีเช่าเหมาลำในการบินรับ-ส่งกำลังพลไปยังจังหวัดชายแดนใต้เป็นประจำ
ท้ายสุด นายเจริญพงษ์ กล่าวย้ำว่า ที่ผ่านมาต้องขอบคุณชาวโคราชที่ใช้บริการสายการบินนิวเจนฯ และต้องขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายมุรธาธีร์ รักชาติเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, ประธานหอการค้าจังหวัดฯ รวมทั้งภาคเอกชนทั้งสองศูนย์การค้าใหญ่ในโคราชคือ นายปรีชา ลิ้มอั่ว เดอะมอลล์นครราชสีมา และนางปพิชญา ณ นครพนม เทอร์มินอล ๒๑ โคราช รวมทั้งนายประวัติ ดวงกันยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครราชสีมา ที่อำนวยความสะดวกแก่นิวเจนฯ ด้วยดีตลอดมา
วันเดียวกันนี้ ที่ห้องประชุมสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู่ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษาฯ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งรัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนการเปิดเส้นทางบินท่าอากาศยานนครราชสีมาเชื่อมโยงภูมิภาคภายในประเทศ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง เช่น ดร.มุรธาธีร์ รักชาติเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายประวัติ ดวงกันยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครราชสีมา ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายกอบจ.นครราชสีมา และผู้แทนสายการบินนิวเจน แอร์เวย์ส ร่วมด้วย
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยกับ “โคราชคนอีสาน” ว่า มีการประชุมพูดคุยหารือกัน โดยประเด็นแรกมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้ทางจังหวัดหาผู้โดยสารให้ ๗๐-๘๐% ส่วนประเด็นที่สองคือ หากนิวเจนฯ ไม่บินแล้ว ก็เตรียมหาสายการบินอื่นมาแทน ซึ่งอาจจะเป็นสายการบินที่มีประมาณ ๘๐ ที่นั่ง จะเหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสาร แต่ทางจังหวัดก็อยากให้นิวเจนฯ ทนบินอีกสักระยะหนึ่ง ก็คงจะดีขึ้น และอยากให้อยู่ต่อเพราะเป็นเครื่องลำใหญ่ ขึ้น-ลงมีความปลอดภัย แต่เขาก็บอกว่าขาดทุน สำหรับสายการบินอื่นๆ ที่เคยพูดคุยกับแอร์เอเชียและนกแอร์ แต่ขณะนั้นเห็นว่า นิวเจนฯ จะมาบินจึงไม่มีการประสานงานต่อ แต่เมื่อนิวเจนฯ จะเลิกบินก็ต้องไปคุยกับสายการบินอื่น ซึ่งในเส้นทางเชียงใหม่มีผู้โดยสารที่บินตลอด และตัวเลขจำนวนผู้โดยสารก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งคิดว่าสายการบินอื่นก็มีเครื่องบินที่เหมาะสม และสอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสาร
ทั้งนี้ สายการบินนิวเจน แอร์เวย์ส เริ่มเปิดบินเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๐ ในเส้นทางนครราชสีมา-ภูเก็ต และนครราชสีมา-เชียงใหม่ และเพิ่มเที่ยวบินนครราชสีมา-ดอนเมือง ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยใช้ Boing 737-800 ขนาดประมาณ ๑๘๐ ที่นั่งมาทำการบิน เพื่อความสะดวกสบาย จากนั้นในวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๑ ได้ยกเลิกเส้นทางบินนครราชสีมา-ภูเก็ต โดยให้เหตุผลว่า จำนวนผู้โดยสารไม่สอดคล้องกับจำนวนที่นั่ง กระทั่งล่าสุดจะหยุดบินทุกเส้นทางในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์นี้
นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๓ ฉบับที่ ๒๔๙๓ วันพุธที่ ๒๑ - วันอาทิตย์ที่ ๒๕ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑
707 1,550




