25thSeptember

25thSeptember

25thSeptember

 

July 18,2018

ชวนร่วมวิ่งแสดงพลังรักษ์ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ 6 เส้นทาง 6 จังหวัด

 

          เรียกได้ว่าเปิดประสบการณ์การวิ่งแบบรักษ์ธรรมชาติ ที่เหล่าสายสุขภาพและสายสิ่งแวดล้อม คงพลาดไม่ได้กับงาน "วิ่งแสดงพลังรักษ์ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ หรือ Dong Phayayen-Khao Yai X 6 Series Run" จัดโดยสมาคมอนุรักษ์ป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ บริหารงานโดย บริษัท โคอะ-ฉะ มีเดีย (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท สื่อดลใจ จำกัด หรือทีมงาน Inspire Runners  สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดใน 6 เส้นทาง 6 จังหวัด ซึ่งเป็นจังหวัดเจ้าบ้านของป่ามรดกโลกทางธรรมชาติ แห่งที่ 2 ของประเทศไทย

          นายมาโนช วีระกุล นายกสมาคมอนุรักษ์ป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ กล่าวว่า สมาคมอนุรักษ์ป่ามรดกโลกดงพญาเย็นเขาใหญ่เป็นสมาคมที่จัดตั้งขึ้นมาจากการรวมตัวของภาคประชาชนและภาคเอกชนที่มีประสบการณ์และมีความทุ่มเทกับการรักษาผืนป่าและสัตว์ป่าของไทยรวมถึงแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ด้วยความเป็นผืนป่าธรรมชาติเนื้อที่ประมาณ 3,845,000 ไร่ หรือ 6,152 ตารางกิโลเมตร ซึ่งในปี 2561 นี้

          ทางสมาคมฯได้มีการจัดกิจกรรมการวิ่งไปแล้วหนึ่งครั้งเพื่อเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมให้ทุกคนรับรู้และร่วมแสดงพลังที่จะอนุรักษ์ให้ธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่าคงอยู่เป็นมรดกให้ลูกหลานต่อไป ดังนั้น กิจกรรมวิ่งแสดงพลังรักษ์ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ หรือ Dong Phayayen-Khao Yai X 6 Series Run วิ่งการกุศลอย่างต่อเนื่องรวม 6 เส้นใน 6 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ นครราชสีมา และสระบุรี โดยรายได้ จากงานวิ่งครอสซิกซีรี่ย์ครั้งนี้ จะนำเข้าเป็นรายได้เพื่อเป็นทุนของสมาคม และเพื่อทำกิจกรรมสร้างความรู้และพัฒนาอาชีพแก่เยาวชน ชุมชนรอบผืนป่า

          สำหรับโปรแกรมการวิ่ง แบ่งออกเป็น 6 เส้นทาง 6 จังหวัด โดยเริ่มตั้งแต่เดือนส.ค. 2561 ไปจนถึงก.พ.2562  โดยสนามแรก ที่ ปางสีดา จ.สระแก้ว วันที่ 19 ส.ค.2561 สัญลักษณ์ของสนาม คือ จระเข้น้ำจืด“เรือดำน้ำแห่งมรดกโลก”  ซึ่งพบตามธรรมชาติได้ในป่าเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น  สนาม 2 ที่ ชะอม จ.สระบุรี วันที่ 30 ก.ย.2561 ที่ สัญลักษณ์ของสนาม คือ นกแก๊ก “เครื่องร่อนแห่งมรดกโลก” บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่า เพราะต้องใช้โพรงต้นไม้ขนาดสูงใหญ่ในการทำรัง  สนาม 3 ที่ดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์ วันที่ 28 ต.ค.2561 สัญลักษณ์ของสนาม คือ วัวแดง “เครื่องตัดหญ้าแห่งมรดกโลก” พบเห็นได้ยากยิ่งในป่าธรรมชาติ

          สนาม 4  ที่คลองปลากั้ง จ.นครราชสีมา วันที่ 9 ธ.ค.2561 สัญลักษณ์ของสนาม คือ ชะนีมงกุฎ “ทาร์ซานแห่งมรดกโลก” ใช้ชีวิตอยู่บนเรือนยอดไม้เท่านั้น  สนาม 5 ที่ นางรอง จ.นครนายก วันที่ 13 ม.ค.2562 สัญลักษณ์ของสนาม คือ ช้างป่า “แทรกเตอร์แห่งมรดกโลก”ผู้ทำหน้าที่กรุยเส้นทางเดินหากินให้แก่สัตว์ป่าขนาดเล็กกว่า และสนาม 6 ที่ ทับลาน จ.ปราจีนบุรี วันที่ 17 ก.พ.2562 สัญลักษณ์ของสนาม คือ เสือโคร่ง“นักล่าแห่งมรดกโลก”สัตว์ผู้ล่าที่ทำหน้าที่ควบคุมประชากรสัตว์อื่นๆ ในป่าให้คงความสมดุลกับขนาดของพื้นที่

          หมอเมย์ พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู กล่าวว่าขอบคุณแทนเพื่อนๆ นักวิ่งทุกคนที่ทางสมาคมฯ และหน่วยงานต่างๆ ได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น ซึ่งถือเป็นโครงการที่ดีที่จะทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ และรู้จักรักผืนป่า รู้ว่าต้องอนุรักษ์ที่ไหนบ้าง  ทุกเส้นทางนักวิ่งจะได้ร่วมอนุรักษ์ และซึมซับธรรมชาติของไทย โดยจากการศึกษาเส้นทางวิ่ง เป็นลักษณะทั้งแบบ trail Run หรือการวิ่งแบบลัดเลาะป่า และการวิ่งแบบ Cross Country Run หรือการวิ่งข้ามทุ่ง แต่ทุกพื้นที่มีทางชันค่อนข้างน้อยมาก เส้นทางไม่ได้เรียบแต่ก็ไม่ได้ขรุขระมาก  ไม่ยากสำหรับนักวิ่งทั้งหน้าใหม่  และนักวิ่งประจำอยู่แล้ว แถมแถมระยะทางก็มีให้เลือกทั้งระยะสั้นๆ 5-10 กิโลเมตร หรือระยะทางยาว 20-30 กิโลเมตร

          “การวิ่งครั้งนี้เป็นการเปิดประสบการณ์สำหรับคนที่ไม่เคยสัมผัสการวิ่งแบบ trail และวิ่งแบบ Cross Country  รวมถึงการวิ่งแบบเรียนรู้ธรรมชาติ ซึ่งทั้ง 6 สนามมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ทุกสนามมีเหรียญต่างกันที่สำคัญได้ร่วมอนุรักษ์เรียนรู้ธรรมชาติในบางเส้นทางที่อาจจะไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน  อยากให้ทุกคนมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เตรียมฟิตร่างกาย รองเท้าให้พร้อมเพื่อร่วมการวิ่ง เพราะการวิ่งดังกล่าว เป็นการวิ่งการกุศลที่นักวิ่งทุกคนจะได้ร่วมสมทบทุนในการร่วมดูแลผืนป่า โดยหักจากค่าสมัครในอัตรา 100 บาทต่อนักวิ่ง 1 คนนั้น ไม่แพงเมื่อเทียบกับได้ร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติ ผืนป่าของประเทศไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกแล้ว”  หมอเมย์ กล่าว

          เส้นทางวิ่งใน 6 สนาม ส่วนใหญ่เป็นเส้นทางที่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวน จะลัดเลาะไปตามชายป่าและเข้าด้านในป่าในบางช่วง เราเชื่อมั่นว่า นักวิ่งที่ร่วมกิจกรรมนี้จะได้เรียนรู้ สัมผัสถึงคุณค่าของป่าและได้รับทราบว่าป่ามรดกโลกดงพญาเย็นมีความสำคัญต่อประเทศไทยและทั่วโลกอย่างไร   ถ้าเราไม่ร่วมกันดูแลรักษาจะเป็นอย่างไร  ดังนั้น ตลอดเส้นทางวิ่งทั้ง 6 สนามนี้ เราทุกคนจะไม่มีการทิ้งขยะไว้ในผืนป่า ทั้งที่เป็นอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเลย เราจะทิ้งไว้แต่รอยเท้าจากการวิ่งเท่านั้นและเราจะนำเฉพาะภาพถ่ายและความอิ่มเอมจากการสัมผัสธรรมชาติกลับบ้านเท่านั้น ผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่เฟสบุ๊ค:DoK-WHA (@DokWHA) หรือสอบถามโทร.098-945-6568 และLine ID :@dongphayayenrun

 


312 5768