15thNovember

15thNovember

15thNovember

 

July 25,2018

28 ปี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มุ่งสู่ “SUT Re-profile 2020” กับภารกิจการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศ โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

          รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เผยถึงทิศทางของมหาวิทยาลัยภายใต้ยุทธศาสตร์ SUT Re-profile 2020” มุ่งสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ ในการผลิตกำลังคนที่มีศักยภาพให้เป็นกำลังและพลังของชาติ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างความเป็นเลิศทางการวิจัย ที่ต้องนำผลงานวิจัยมาใช้กับความอยู่ดีกินดีของคนในชาติ สร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีความยั่งยืน การปรับแปลง ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อสังคมเชิงพาณิชย์ การทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมกับองค์ความรู้และภูมิปัญญาชาวบ้าน รวมถึงการมีระบบธรรมาภิบาลและระบบคุณภาพควบคู่กับการมีกลยุทธ์ที่สามารถบริหารเชิงธุรกิจให้มหาวิทยาลัยสามารถพึ่งพาตัวเองได้ เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอันดับหนึ่งของประเทศไทย เป็นเลิศทางวิชาการและเป็นที่พึ่งของสังคมได้อย่างแท้จริง

          สิ่งสำคัญประการหนึ่ง คือ มหาวิทยาลัยจะต้องเป็นส่วนสำคัญในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศ โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จากการดำเนินการด้านพันธกิจสัมพันธ์กับสังคม ด้วยการส่งเสริมการปรับแปลง ถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม การให้บริการวิชาการ เพื่อขยายผลงานวิจัยและสร้างทรัพย์สินทางปัญญาที่ตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น สังคม และภาคการผลิต รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ 10 อุตสาหกรรม รวมทั้งการประยุกต์ใช้เพื่อร่วมแก้ปัญหาหลักของประเทศมากกว่าการวิจัยเพื่อองค์ความรู้หรือผลิตเอกสารวิชาการเพียงอย่างเดียว การสร้างความร่วมมือกับภาคการผลิต เพื่อทำวิจัยบนโจทย์ของภาคอุตสาหกรรมให้ผลตรงกับการเพิ่มรายได้ของประเทศ ปลดพันธนาการสภาวะการผลิตงานวิจัยขึ้นหิ้งและสูญเปล่า

          การปรับแนวทางการทำวิจัยเพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ (Country Policy Alignment) มุ่งทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น สิ่งแวดล้อมดีขึ้น สภาพเศรษฐกิจดีขึ้น ผลิตผลงานวิจัยที่มีผลกระทบสูง สามารถสร้างรายได้และพัฒนาต่อยอดผลงานวิจัยที่มีศักยภาพสู่เชิงพาณิชย์ เน้นการทำวิจัยในลักษณะองค์รวม (Total Solution Approach) หมายความว่าโจทย์จากภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ชุมชนและสังคม จะต้องได้รับการตอบรับเพื่อแก้ปัญหา โดยมีทีมวิจัยเข้าไปช่วยแก้ปัญหา ตอบโจทย์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

          ส่วนหนึ่งของผลงานวิจัยและนวัตกรรมจาก มทส. สู่สังคมในช่วงปีที่ผ่านมา มีงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ การดูแลผู้ป่วย และรองรับสังคมผู้สูงอายุ อาทิ “Smart Mattress” ชุดเซนเซอร์วัดแรงกดและความชื้นบนที่นอน ป้องกันการเกิดแผลกดทับในผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง “เครื่องต้นแบบตรวจจับความชื้นแบบไร้สาย (สำหรับป้องกันแผลกดทับ)” “SuraSole” แผ่นพื้นรองเท้าอัจฉริยะสำหรับผู้ป่วยข้อเข่า “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (สำหรับผู้มีบุตรยาก)” “เห็ดถั่งเช่า เพื่อสุขภาพและความงาม”

          งานวิจัยและนวัตกรรมภาคเกษตรและอุตสาหกรรม อาทิ “เทคโนโลยีกล้าเชื้อจุลินทรีย์เพื่อลดระยะเวลาการหมักน้ำปลา” เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมน้ำปลา “ระบบการให้น้ำอัจฉริยะสำหรับพืช” ที่มีความแม่นยำ ลดแรงงาน และประหยัดการใช้น้ำ “เครื่องหว่านข้าวโดยอัตโนมัติโดยใช้อากาศยานไร้คนขับ” “เครื่องผสมสูตรปุ๋ยสั่งตัดอัตโนมัติ” สำหรับเกษตรกรยุค 4.0

          ด้านสิ่งแวดล้อมมีงานวิจัย “เครื่องกำจัดสาหร่ายและตะไคร่ในแหล่งน้ำด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง” ไม่ส่งผลกระทบกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในแหล่งน้ำ “นวัตกรรมการสร้างเครื่องกำจัดตะกรันในท่อส่งน้ำบาดาล” ด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า สำหรับภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม “เรือเก็บขยะอัตโนมัติ” แสดงผลผ่าน Mobile Application “แผ่นพื้นอัจฉริยะผลิตพลังงานสีเขียวสำหรับประชาคมยุคดิจิทัล” แนวทางของพลังงานทางเลือกในอนาคต

          รวมถึง การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาบริหารภูมิปัญญาชาวบ้าน เพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ของชุมชนท้องถิ่น เช่น ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติของชุมชนไท-ยวน การจัดบริการการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของชุมชนไท-ยวน อำเภอสีคิ้ว ซึ่งมีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประเพณีสืบเนื่องยาวนานกว่า 200 ปี

          นอกจากนี้ การสร้าง “อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง หรือ SUT Science City”  ให้เป็นเมืองแห่งการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้ฐานทรัพยากรของภูมิภาคอีสานตอนล่าง จะเป็นแหล่งส่งเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้วและผู้ประกอบการใหม่ หรือ New StartUp ด้วยการใช้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มทส. มี Biorefinery โรงงานต้นแบบการจัดการขยะชุมชนและของเสียอันตรายแบบครบวงจร โรงงานต้นแบบการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลแบบครบวงจร มี Creative Economy รวมถึงศักยภาพและความพร้อมของมหาวิทยาลัยในการเป็น Northeastern Food Innopolis หรือ เมืองนวัตกรรมอาหาร โดยใช้ประโยชน์จากฟาร์มมหาวิทยาลัย มีโรงงานต้นแบบเกษตรแปรรูปและอาหารสำหรับ SME แบบครบวงจร มีศูนย์วิจัยมันสำปะหลัง โรงงานต้นแบบสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ตลอดจนบริการห้องปฏิบัติการทดสอบโดยศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

          สำหรับจัตุรัสวิทยาศาสตร์ หรือ Science Square ณ อุทยานการเรียนรู้สิรินธร เทคโนธานี มทส. ที่กำลังจะเกิดขึ้นในต้นปี 2562 จากความร่วมมือระหว่าง มทส. กับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะเป็นศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งใหม่ สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป ในจังหวัดนครราชสีมาและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สนับสนุนนักเรียนและเยาวชนด้อยโอกาสได้เข้าถึงความรู้และอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ภายใต้ “Project C วิทย์สร้างคน คนสร้างชาติ”

          และสำคัญที่สุด ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชวินิจฉัยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หรือ อพ.สธ. คลองไผ่ และศูนย์ฝึกอบรม อพ.สธ. คลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นศูนย์ถ่ายทอดแนวทางตามพระราชดำริ “ศาสตร์พระราชา” มาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรท้องถิ่น เพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

          ด้านบทบาทการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มีศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ที่สามารถรองรับผู้ป่วยในได้ 800 เตียง ในกลางปี 2562 ซึ่งช่วยลดความแออัดของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในจังหวัดนครราชสีมาและใกล้เคียง

          การปรับการเรียนการสอนเป็น E-Learning และ Active Learning สร้างหลักสูตรที่มีความหลากหลายของศาสตร์หลายศาสตร์รวมกันที่เรียก “สหศาสตร์” พัฒนาด้านสหกิจศึกษาสู่สหกิจศึกษาประกอบการ (Enterprise Coop) ที่จะสร้างคน สร้างความรู้ สร้างนวัตกรรมให้ตรงกับความต้องการและใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อสร้างคุณลักษณะของบัณฑิตที่จบการศึกษาให้มีทักษะของศตวรรษที่ 21 มีทักษะด้านภาษาอังกฤษ ความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม ทักษะในการคิดวิเคราะห์แบบมีเหตุผล รวมถึงมีคุณลักษณะเป็น “นักเทคโนโลยี” หรือเป็น “นวัตกร” และเป็น “Entrepreneur” มากกว่าเป็นผู้จบการศึกษาและได้รับปริญญาบัตรเท่านั้น

          มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งครบ 28 ปี แห่งการสถาปนา ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2561 มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องและก้าวไปสู่ความเป็นมาตรฐานสากล ตามทิศทางการบริหาร “ความท้าทาย” นี้ บนแนวคิด “SUT Re-profile 2020” มีจุดมุ่งหมายสู่ “วิสาหกิจเพื่อสังคม” (SUT as a Social Enterprise) เพื่อให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอันดับหนึ่งของประเทศ และเป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศได้อย่างแท้จริง

28th SUT ANNIVERSARY

Excellent Academic Institution in STI and Society Accountability

 

 

 


385 5748