15thNovember

15thNovember

15thNovember

 

August 10,2018

‘สุภรณ์’ถอนสาบานย่าโม หวังจะเป็นส.ส.รัฐบาล โอ่สมัครทีไรไม่เคยสอบตก

            กลับคำถอนสาบานย่าโม “สุภรณ์ อัตถาวงศ์” หลังประกาศไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง แต่ที่สุดก็ต้องถอน พร้อมวิงวอนย่าโมเมตตา ขอให้ได้เป็น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล อยากนั่งกรรมาธิการปรองดอง ล้างสีเสื้อ อ้าง “บิ๊กตู่” ก็เป็นคนโคราชต้องช่วยกันสนับสนุน ระบุไม่หวั่นไหวกับคู่แข่งที่เป็นเสี่ยพันล้าน เจ้าของโรงแป้ง อ้างตั้งแต่ลงสมัคร ส.ส.ยังไม่เคยแพ้

            เมื่อช่วงค่ำของวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๑ ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี(ย่าโม) จังหวัดนครราชสีมา นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ “แรมโบ้อีสาน”  อดีตแกนนำกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยหรือ อพปช. และอดีตแกนนำ นปช.อีสาน ได้เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงขันโตก วันสตรีไทยประจำปี ๒๕๖๑ พร้อมนำพวงมาลัยดอกดาวเรือง พร้อมธูป เทียน และแผ่นทองคำเปลว เข้ากราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีเพื่อขอถอนคำสาบานที่เคยบนบานสานกล่าวกับย่าโม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองว่า จะไม่เล่นการเมืองตลอดชีวิตในช่วงที่ คสช. มีการปราบปรามแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง 

            ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ทหาร ตำรวจ บุกเข้าจับกลุ่ม นปช. ที่กำลังประชุมกันอยู่ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งใน อ.เมืองขอนแก่น รวม ๒๑ คน จากการตรวจสอบรถของผู้ต้องหา พบอาวุธสงครามหลายรายการ มีเอกสารเกี่ยวกับอุปกรณ์ระเบิด เอกสารการฝึกของกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือ อพปช. ผู้ต้องหาคนสำคัญที่ทหารควบคุมตัวไว้ อาทิ นายมีชัย ม่วงมนตรี ชาวอำเภอจังหาร จ.ร้อยเอ็ด แกนนำกองทัพปราบกบฏ ที่เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อีสานกลาง จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของธนาคารแห่งประเทศไทย สำนัก งานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนายเสนอ นันทน์ธนกุล ประธาน อพปช.นครราชสีมา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา ซึ่งมีความใกล้ชิดกับนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ “แรมโบ้อีสาน” ประธาน อพปช. ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายสุภรณ์ ไปเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมรวม ๗ วันก่อนปล่อยตัวออกมาและนายสุภรณ์ พร้อมทั้งกองทัพภาคที่ ๒ ยังได้จัดกิจกรรมปรองดองเพื่อสลายสีเสื้อด้วย โดยต่อมานายสุภรณ์ได้เข้าสาบานต่อหน้าย่าโมว่าจะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต โดยมีมารดามาร่วมในพิธีดังกล่าวด้วยนั้น

            นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ เปิดเผยว่า วันนี้ตั้งใจมากราบคุณย่าโม ซึ่งตนเอาฤกษ์และเอาเป็นวันดีวันสตรีแห่งชาติมีสตรีทั้ง ๓๒ อำเภอมารวมตัวกันที่หน้าคุณย่าโม ถือเอาฤกษ์งามยามดีมาถอนคำสาบานกับคุณย่าโม และตนยังขอบอกกับคุณย่าโมว่า ลูกขอกลับมาทำงานพัฒนาสร้างความเจริญให้กับเมืองโคราช เพื่อให้เกิดความกินดีอยู่ดีกับพี่น้อง และสิ่งใดที่ลูกทำอะไรไว้ มิดี มิงาม ลูกขอกราบอภัยคุณย่าโม แล้วจากนี้เป็นต้นไปลูกจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้กับประชาชน และเรียกความรักความศรัทธา ความดีงาม ความสมัครสมานสามัคคี ความปรองดองให้เกิดขึ้นในผืนแผ่นดินไทย โดยไม่ให้พี่น้องประชาชนคนไทยเกิดความแตกแยก แตกร้าวอีกต่อไป และจะร่วมมือร่วมแรงกับทุกฝ่ายทุกภาคส่วนในประเทศ ไทยในแนวทางการหาทางออกให้กับประเทศชาติให้บ้านเมืองกลับสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคต ส่วนจุดยืนที่จะสังกัดพรรคไหนหรือพรรคที่น่าจะเป็นรัฐบาลแน่นอนนั้น ตนยืนยันว่า เป็นพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่จะเป็นพรรคอะไรรอดูกัน ส่วนจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ (กลุ่มสามมิตร) หรือไม่ก็จะได้ติดตามกัน แต่สำคัญที่สุดพรรคไหนที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตนจะสังกัดพรรคนั้นแน่นอน

            เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่นั้น นายสุภรณ์ ตอบว่า ตนพูดเสมอว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มีอะไรเสียหาย ถ้าพล.อ. ประยุทธ์เข้ามาสู่กติกาทางการเมือง และก็เป็นคนโคราชด้วยกัน ตนก็พร้อมที่จะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ถ้าเข้ามาตามระบอบกติกา ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญคือเข้าสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ฉะนั้นพล.อ.ประยุทธ์ก็เป็นคนโคราช ลูกหลานย่าโมคนหนึ่งเหมือนกัน ในฐานะคนโคราชรักกันก็ต้องช่วยกัน ถ้าพล.อ. ประยุทธ์เล่นการเมือง แต่ตอนนี้ตนยังไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเข้าสู่การเมืองตามระบอบประชาธิปไตยแน่นอนหรือไม่อย่างไร ส่วนกับกลุ่ม นปช. และการก้าวข้ามนั้น ตนคิดว่า กับ นปช.ไม่ได้มีปัญหา ตนก็ได้ออกจาก นปช.มานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนจะมีปฏิวัติยึดอำนาจ ซึ่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายจตุพร พรหมพันธ์ และนางธิดา ถาวรเศรษฐ ทุกคนก็รู้ ดังนั้น เราไม่ต้องไปพูดถึงกัน ไม่ต้องไปโจมตีกัน ไม่ต้องไปมีวาทะหรือวิวาทะกัน ฉะนั้นหยุดนะ ขอให้หยุด ตนก็ไม่ได้ไปพาดพิงอะไร นปช. และนปช.อย่ามาพาดพิงอะไรตน คือต่างคนต่างตั้งหน้าทำเพื่อประเทศชาติ และจากที่ตนมาถอนคำสาบานค่ำวันนี้ ตนยืนยันว่า ตนจะมุ่งมั่นทำแต่ความดี สร้างความเจริญให้กับผืนแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนโคราชและหาทางร่วมมือในการปรองดอง ตนจะไม่ทะเลาะ จะไม่โจมตีใคร และจะไม่กล่าวหาใครให้เกิดความขัดแย้ง เพราะสังคมขัดแย้งมานานแล้ว ขอให้หยุดเถอะการด่ากันไปมา สาดโคลนไปมาเล่นการเมืองแบบเก่า ด่ากันไปด่ากันมา สาดกันไปสาดกันมา สาดโคลนแบบเก่าขอให้พอ ขอให้หยุด เพราะการเมืองแบบนี้ประชาชนเบื่อ ตนขอร้องหยุดกันเถอะ เอาเรื่องดีๆ ที่ทำให้บ้านเมืองเกิดความสามัคคีปรองดอง เกิดความเจริญรุ่งเรืองขอเอาทางนี้ดีกว่า ตนยืนยันว่าจะหยุดโจมตีและจะไม่โจมตี จะไม่พาดพิงถึงใครใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนตนจะลงสมัครระบบเขตหรืออื่นนั้น ตนคิดว่าแล้วแต่พรรคที่ตนไปสังกัดในอนาคตจะพิจารณาอย่างไร แต่ตนยังอยากจะลงสมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้งอยู่ เพราะติดอยู่กับประชาชน ตนรักประชาชนในอำเภอครบุรี-อำเภอเสิงสาง และเขาอยากให้ตนลง ส.ส.เขต ส่วนพี่น้องคือนายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาจจะวางมือทางการเมือง เพราะในครอบครัวพี่น้องคุยกันเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่มีข่าวอดีตกำนันดัง (นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เศรษฐีพันล้านเจ้าของโรงแป้งมันสำปะหลัง) จะลงสนามในพรรคภูมิใจไทยนั้น ตนไม่มีอะไรหวั่นไหวเลย ตนเป็น ส.ส.ติดดิน ตั้งแต่ตนเป็นอดีต ส.ส.ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ยังไม่เคยสอบตก เพียงแต่มาถูกเว้นวรรคทางการเมืองบ้านเลขที่ ๑๑๑ เท่านั้นเอง ส่วนตัวไม่เคยแพ้ใคร และไม่เคยสอบตก

            “ถ้าตนกลับมาครั้งนี้ไม่ว่าจะสังกัดพรรคไหนอย่างไรก็แล้วแต่ ตนอยากจะเข้าไปทำหน้าที่ในการพูดคุยกับทุกสีเสื้อ ทุกกลุ่มในการเห็นบ้านเมืองมาหาทางออกร่วมกัน ไม่ขัดแย้ง ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่อิจฉาริษยากัน เรามีในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ องค์เดียวกัน เรามีพระสยามเทวาธิราช เรามีคุณย่าโม ที่เคารพนับถือ ฉะนั้นตนอยากให้หันมาร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกัน ทิฐิหยุดกันเถอะ การเมืองที่เอาแต่ได้เห็นแก่ตัว การเมืองเอาแต่ผลประโยชน์ การเมืองที่จะเกิดความอิจฉาริษยากัน ใครได้ดีก็ไม่ยอม ประชาชนเลือกตั้งแล้วก็ไม่ยอม ยังจะล้มกระดาน เมื่อประชาชนตัดสินแล้วก็ปล่อยไปตามกติกาของบ้านเมือง และเมื่อมีการเลือกตั้งตามโรดแมปก็ควรจะหยุดในการที่จะมาต่อต้านหรือคัดค้านใดๆ ตนมุ่งมั่น ตั้งใจจริงๆ อยากจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อพัฒนาโคราช ตนถอนคำสาบานต่อคุณย่าโมว่า คุณย่าลูกชายของย่า หลานชายของย่าคนนี้ กลับมาด้วยความมุ่งมั่นที่อยากจะเห็น อยากจะตั้งใจทำความดี ความสามัคคีให้เกิดขึ้นในผืนดินเมืองย่าโม และผืนแผ่นดินไทย และสำคัญที่สุดตนอยากที่จะไปทำหน้าที่ตัวประสานตัวเชื่อม ถ้าเป็นไปได้คราวนี้อยากกลับไปเป็น ประธานกรรมาธิการปรองดอง กรรมาธิการยุติธรรมในการที่จะสร้างความปรองดอง ทุกผู้ทุกคนทุกกลุ่มทุกเหล่าทุกสีเสื้อให้เกิดความยุติธรรมให้กับเขา และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” นายสุภรณ์ กล่าวท้ายสุด  

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๑๙ วันจันทร์ที่ ๖ - วันศุกร์ที่ ๑๐ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ 


359 5701