20thNovember

20thNovember

20thNovember

 

December 12,2018

‘ลุงตู่’ห่วงชาวชัยภูมิ อนุมัติ ๓,๔๔๐ ล.แก้ท่วม

        ครม.พลเอกประยุทธ์ห่วงน้ำท่วม หลังกลับจากตรวจราชการที่ชัยภูมิ อนุมัติ ๓,๔๔๐ ล้านบาท บรรเทาอุทกภัยเมือง เพื่อผันน้ำหลากส่วนเกินไม่ให้ไหลเข้าท่วมเขตเทศบาลฯ พร้อมสร้างสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ส่งเสริมการเพาะปลูก คาดใช้เวลานานถึง ๖ ปี

        สืบเนื่องจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดชัยภูมิ โดยในช่วงเช้าเวลา ๑๐.๓๐ น. เป็นการเดินทางไปเปิดตัวโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ครม.อนุมัติงบประมาณดำเนินการก่อสร้างรวมกว่า ๓,๒๐๐ ล้านบาท ซึ่งโครงการก่อสร้างเก็บน้ำลำสะพุง อ.หนอง บัวแดง จ.ชัยภูมิ เกิดจากความต้องการของประชาชนมานานกว่า ๓๖ ปี ที่ตั้งโครงการบ้านนาเจริญ ตำบลหนองแวง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ โดยในปี พ.ศ.๒๕๓๖ ราษฎรอำเภอหนองบัวแดง ได้ถวายฎีกาเพื่อให้ก่อสร้างโครงการ และในปี พ.ศ.๒๕๖๐ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงมีพระราชดำริถึง ๔ ปี คือปี ๒๕๒๕, ๒๕๒๖, ๒๕๓๖ และปีที่ ๔ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนองแนวพระราชดำริมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ เป็นต้นมา หลังจากรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์น้ำของชาติ เพื่อเร่งรัด ติดตาม ดำเนินโครงการต่างๆ ที่มีปัญหาให้สามารถเดินต่อไปได้ เริ่มวางยุทธศาสตร์มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ จนเกิดการศึกษารายละเอียด จนในที่สุดได้ปรับแบบการก่อสร้าง โดยลดพื้นที่ของป่าในเขตพื้นที่ที่มีป่าอุดมสมบูรณ์ลงจาก ๒,๑๐๐ ไร่เหลือ ๓๕๔ ไร่ และถอยร่นจุดที่จะก่อสร้างลงมาจากเดิม ๓ กิโลเมตร ซึ่งจุดใหม่นี้ส่วนมากเป็นที่ สปก.ตรงนี้สามารถแก้ปัญหาติดขัดมา ๓๖ กว่าปีได้แล้ว

        และในเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. วันเดียวกัน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเปิดฝายตัวที่ ๑๑๑ เปิดระบบกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ปลูกต้นไม้ ตามโครงการป่ารักษ์น้ำโล่ใหญ่ชัยภูมิ บริเวณป่าโล่ใหญ่ ใกล้กับบ้านวังโพน ต.ท่าหินโงม อ.เมืองชัยภูมิ ในเขตอุทยานแห่งชาติตาดโตน เป็นโครงการโมเดลต้นแบบ ของจังหวัด โดยการนำของนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ในการหล่อหลอมดวงใจชาวชัยภูมิและชาวไทยทั้งประเทศ เสียสละกำลังกาย กำลังทรัพย์ เพื่อการสร้างน้ำ สร้างป่า ฟื้นภูเขาหัวโล้นให้คืนความสมบูรณ์ โดยน้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร การปลูกป่าในใจคน โดยการปลูกป่าหลากสี พระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์พระบรมราชีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เรื่องพระเจ้าอยู่หัวเป็นป่าฉันจะเป็นน้ำ โดยการสร้างฝายมีชีวิต และพระราชดำริสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เรื่องจิตอาสาเราทำดีด้วยหัวใจ มาเป็นแนวทางในการทำงาน ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตาดโตน จ.ชัยภูมิ บนเทือกเขาภูแลนคา ใกล้กับบ้านวังโพน ตำบลท่าหินโหม อำเภอเมืองชัยภูมิ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๙๐๐ เมตร เพื่อช่วยกันฟื้นคืนธรรมชาติป่าต้นน้ำโล่ใหญ่ชัยภูมิ ให้ฟื้นคืนกลับคืนมาสร้างความอุดมสมบูรณ์ของป่า ให้ทุกฝ่ายช่วยกันดูแลปลูกป่า สร้างฝายน้ำล้น สร้างผืนป่าซับน้ำ ในพื้นที่ให้เกิดเป็นภูเขาป่าหลากสี มีพันธุ์ไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นสีต่างๆทั้งเหลือง แดง ส้ม ม่วง และได้เป็นต้นแบบให้เป็นแหล่งรวมพันธุ์ไม้ตามโทนสีต่างๆ ตามมา ในแต่ละฤดูกาล และคาดว่าจะนำไปสู่การเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาชมพันธุ์ไม้ธรรมชาติเป็นศูนย์เพาะพันธุ์พืชพันธุ์ไม้ป่า หายากตามมาในอนาคตต่อไปได้ด้วยดีต่อไป ที่มีเป้าหมายต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๑๐ ปีให้เป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวแห่งใหม่ให้คนรุ่นหลัง และเพิ่มพื้นที่สีเขียว คืนความสมบูรณ์ให้กับป่าเขาหัวโล้น ในพื้นที่แห่งนี้ โดยปลูกป่าไปแล้ว ๗๐,๐๐๐ กว่าไร่ ต้นไม้ที่ปลูกทั้งสิ้น ๒๙๖,๐๐๐ ต้น สร้างฝ่ายชีวิตไปแล้วจำนวน ๑๑๐ ฝ่ายนี้ ก่อนที่พลเอกประยุทธ์จะเดินทางกลับในเย็นวันเดียวกัน

        ล่าสุดเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๐๐น. ณ ห้องประชุม ๕๐๑ ตึกบัญชาการ ๑ ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี เรื่อง ขออนุมัติดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ (ระยะที่ ๑) เนื่องจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งว่าอำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชีตอนบนซึ่งมีลักษณะเป็นที่ราบเชิงเขา ในช่วงฤดูฝนจะเกิดน้ำหลากจากภูเขาไหลลงสู่พื้นที่ราบอย่างรวดเร็วตามสภาพภูมิประเทศที่มีความลาดชันสูง และไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเกิดอุทกภัยเป็นบริเวณกว้างเป็นประจำ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิที่มีลักษณะเป็นแอ่งจะถูกน้ำท่วมขังประมาณ ๓๐,๐๐๐ ไร่ หรือร้อยละ ๙๐ ของพื้นที่อำเภอเมืองชัยภูมิ โดยเมื่อปี ๒๕๕๓ น้ำจากลุ่มน้ำลำปะทาวและห้วยยางบ่าได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ มีระดับน้ำท่วมสูงสุดประมาณ ๑๒๐ เซนติเมตร กรมชลประทานจึงได้ศึกษาความเหมาะสมการพัฒนาแหล่งน้ำ และการบริหารจัดการน้ำลำปะทาวและห้วยยางบ่าเพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน (จากการศึกษาพบว่า น้ำที่ไหลผ่านเข้าตัวเมืองจังหวัดชัยภูมิมีประมาณ ๓๒๕ ลูกบาศก์เมตร/วินาที แต่มีศักยภาพการระบายน้ำเพียง ๑๔๕ ลูกบาศก์เมตร/วินาที และสรุปแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว แบ่งออกเป็น ๔ ระยะ ได้แก่ ๑.การดำเนินการก่อสร้างระบบผันน้ำลำปะทาวฝั่งตะวันออก เพื่อตัดมวลน้ำหลากเลี่ยงเมืองด้านฝั่งตะวันออก จำนวน ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร/วินาที คงเหลือปริมาณน้ำไหลผ่านตัวเมือง จำนวน ๑๒๕ ลูกบาศก์เมตร/วินาที ๒.การดำเนินการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่เพื่อชะลอมวลน้ำหลากให้อยู่ในปริมาณที่สามารถบริหารจัดการได้ดียิ่งขึ้น ๓.การดำเนินการก่อสร้างระบบผันน้ำห้วยยางบ่า–ลำชีลอง เพื่อตัดมวลน้ำหลากเลี่ยงเมืองด้านฝั่งตะวันตก และ ๔.การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำหลาก เพื่อรองรับการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำชีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลเสียหายจากการเป็นพื้นที่รับน้ำหลากจากการผันน้ำเลี่ยงเมือง โดยกรมชลประทานมีแผนจะดำเนินการระยะที่ ๑ ก่อน โดยได้ศึกษาวางโครงการและสำรวจ-ออกแบบแล้วเสร็จ และมีแผนเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี ๒๕๖๒ ส่วนการดำเนินการอีก ๓ ระยะที่เหลือ อยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสม

        โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชัยภูมิ (ระยะที่๑) ซึ่งคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เห็นชอบในหลักการแล้ว โดยโครงการฯมีวัตถุประสงค์ เพื่อผันน้ำหลากส่วนเกินไม่ให้ท่วมเมืองชัยภูมิ เพื่อผันน้ำจากลำปะทาวผ่านคลองผันน้ำส่งช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกบริเวณโครงการ พัฒนาเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ใช้ถนนบนคันคลองเป็นเส้นทางสัญจรและลำเลียงผลผลิต ที่ตั้งโครงการก็คือ อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ครอบคลุมพื้นที่ ๕ ตำบล ได้แก่ ตำบลบ้านเล่า ตำบลโพนทอง ตำบลกุดตุ้ม ตำบลบุ่งคล้า และตำบลหนองไผ่ ประกอบไปด้วย คลองผันน้ำลำปะทาว-สระเทวดา ความยาว ๘.๔๕ กิโลเมตร สามารถระบายน้ำ ๑๕๐ ลูกบาศก์เมตร/วินาที พร้อมประตูระบายน้ำ ๓ แห่ง ขุดคลองเชื่อมลำปะทาว–ห้วยดินแดง ความยาว ๑.๓๓ กิโลเมตร และปรับปรุงคลองเดิมให้สามารถระบายน้ำได้ ๕๐ ลูกบาศก์เมตร/วินาที พร้อมประตูระบายน้ำ ๑ แห่ง ประตูระบายน้ำในลำน้ำเดิม จำนวน ๖ แห่ง

        ระยะเวลาดำเนินโครงการ ๖ ปี (ปีงบ ประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒–๒๕๖๗) งบประมาณที่ใช้ ๓,๔๔๐ ล้านบาท รวมค่าที่ดิน จำนวน ๒๒๒.๖ ล้านบาท (ค่าซื้อที่ดิน ค่าทดแทน และค่ารื้อย้ายในการจัดหาที่ดิน จำนวน ๒๑๐ ล้านบาท) และค่าใช้จ่ายตามแผนอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวด ล้อมของโครงการ จำนวน ๘๐ ล้านบาท ซึ่งการจัดหาที่ดิน เป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ ๔๔๕ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๔๑๔ ไร่ ซึ่งภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ดำเนินโครงการแล้ว กรมชลประทานจะดำเนินการจัดหาที่ดินด้วยวิธีเจรจาซื้อขายเป็นลำดับแรก  และส่งผลกระทบจากการดำเนินโครงการคือ มีผลกระทบต่อที่ดินและทรัพย์สินของราษฎร ประมาณ ๔๑๔ ไร่ ซึ่งกรมชลประทานได้เตรียมมาตรการในการจ่ายค่าทดแทนทรัพย์สินไว้ในแผนงานโครงการแล้ว ผลกระทบต่อระบบนิเวศ - โครงการฯ ไม่จำเป็นต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เนื่องจากไม่เข้าข่ายตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ กรมชลประทานได้จัดทำแผนอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งแผนงบประมาณเพื่อสนับสนุนแผนงานดังกล่าวให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วงเงินงบประมาณ ๘๐ ล้านบาท

        คณะรัฐมนตรีจึงมีมติอนุมัติในหลักการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชล ประทาน ดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ (ระยะที่ ๑) มีกำหนดแผนงานโครงการ ๖ ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒–๒๕๖๗) กรอบวงเงินงบประมาณโครงการรวมทั้งสิ้น ๓,๔๔๐ ล้านบาท และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผนอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรมชลประทาน) เสนออย่างเคร่งครัด ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดำเนินการให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องที่มีการดำเนินโครงการในลักษณะเดียวกันในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนและการบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างสอดคล้องและเชื่อมโยงกัน รวมทั้งให้ดำเนินการให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับความเห็นของกระทรวงการคลังและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ไปพิจารณาดำเนินการต่อไป 

        สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการดังกล่าว ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒ รายการประตูระบายน้ำกุดสวง โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชัยภูมิ (ระยะที่ ๑) จังหวัดชัยภูมิ ๖๐ ล้านบาท และรายการประตูระบายน้ำห้วยเสียว โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชัยภูมิ (ระยะที่ ๑) จังหวัดชัยภูมิ ๖๐ ล้านบาท ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรองรับไว้แล้ว ส่วนที่เหลือให้กรมชลประทานจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณตามความสามารถในการใช้จ่ายและการก่อหนี้ผูกพันภายในปีงบประมาณที่สอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติอย่างเคร่งครัดเพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ พร้อมให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงและประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการก่อสร้างของโครงการ และพื้นที่บริเวณโดยรอบเกี่ยวกับประโยชน์ของการดำเนินการเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันด้วย

        นายภัทรพล ณ หนองคาย ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ ๖ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า “กรมชล ประทานขออนุมัติเปิดดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชัยภูมิ (ระยะที่ ๑) หลังออกแบบก่อสร้างเสร็จแล้ว เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ เนื่องจากตัวเทศบาลเมืองอยู่ที่ลุ่ม ภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ มีลำน้ำลำปะทาวไหลพุ่งตรงผ่านกลางเมืองชัยภูมิ ก่อนจะมาบรรจบลำน้ำชีทางทิศใต้ ดังนั้น เมื่อถึงฤดูมรสุมที่ฝนตกเกินเกณฑ์เมื่อใด น้ำท่าจากเทือกเขาภูแลนคาจะไหลบ่าลงลำปะทาวเข้าท่วมเขตเทศบาลทันที โดยเฉพาะบริเวณวงเวียน ศาลเจ้าพ่อพระยาแล ศาลากลางจังหวัด โรงพยาบาล และใจกลางอำเภอเมืองทั้งหมด ท่วมสูงประมาณ ๑ เมตร และช่วงฤดูน้ำหลากจะมีน้ำบ่าเข้าตัวเมืองชัยภูมิมาจากทางฝั่งตะวันออก และตะวันตก รวม ๓๒๕ ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที

        ในขณะที่ตัวเมืองระบายน้ำได้เต็มศักยภาพที่ ๑๔๕ ลบ.ม./วินาที ยังมีน้ำส่วนเกินอีก ๑๘๐ ลบ.ม./วินาที ดังนั้น หากดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองชัยภูมิ (ระยะที่ ๑) แล้วเสร็จ จะเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำได้อีก ๒๐๐ ลบ.ม./วินาที เมื่อรวมกับศักยภาพในการระบายน้ำในปัจจุบันจะทำให้สามารถระบายน้ำได้ถึง ๓๔๕ลบ.ม./วินาที เพียงพอกับปริมาณน้ำที่ไหลบ่าเข้าตัวเมืองในช่วงฤดูน้ำหลาก ซึ่งจะให้สามารถควบคุมการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๔๒ วันอังคารที่ ๑๑ - วันเสาร์ที่ ๑๕  เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑


927 7609