14thNovember

14thNovember

14thNovember

 

January 03,2019

‘หนูนา’ไหว้ย่าขอเก้าอี้คืน ว่าที่ส.ส.วิ่งแจ้งความวุ่น

        พรรคเก่า-ใหม่ ทยอยเปิดตัวผู้สมัครที่โคราช ‘เพื่อไทย’ รุกหนักลุยหาเสียงเขต ๔-๕ ‘เพื่อชาติ’ และ ‘ชาติไทยพัฒนา’ เปิดตัวผู้สมัคร “หนูนา” ขอที่นั่งคืน ยันส่งครบ ๑๔ เขต ด้านผู้สมัคร ทษช. แจ้งความถูกอ้างชื่อขายเสียง กกต.เตือนหาเสียงด้วยความระมัดระวัง 

        บรรยากาศทางการเมืองในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ภายหลังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศปลดล็อกการเมือง บรรดาพรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่ทยอยประกาศเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตพื้นที่ จ.นครราชสีมา ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นและข้าราชการบำนาญ คาดแต่ละเขตมีจำนวนผู้สมัครมากกว่า ๒๐ คน เนื่องจากหลายเขตเลือกตั้งจัดแบ่งพื้นที่ใหม่ พบว่าที่ผู้สมัครส.ส. พร้อมกลุ่มผู้สนับสนุนลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองกันอย่างคึกคัก โดยเน้นเดินตลาดเช้าและช่วงเย็นเดินตลาดนัด พร้อมพบปะแกนนำและประชาชนเพื่อประชาสัมพันธ์ แนะนำตัวและสอบถามปัญหาความเดือดร้อน รวมทั้งต้องประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน เพื่อปรับกลยุทธ์หาเสียงที่เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

‘เพื่อไทย’ลุยตลาดเขต ๔

        เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ เวลา ๐๖.๐๐ น.ที่ตลาดนัดเช้าหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลหลุมข้าว อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา นายจักรกฤช ผาสุขมูล หรือ “อุ๊ ดงพลอง” อายุ ๓๐ ปี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต ๔ พรรคเพื่อไทย พร้อมกลุ่มผู้สนับสนุนออกเดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์แนะนำตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พร้อมสอบปัญหาความต้องการประชาชน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงวัยและหัวหน้าครอบครัวที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า  

        นายจักรกฤช ผาสุขมูล เปิดเผยว่า อ.โนนสูง ไม่เคยมี ส.ส. ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขเป็นคนท้องถิ่นแท้ๆ นอกจากนี้ความเจริญการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคเสมือนถูกคุมกำเนิดไว้ จึงชูประเด็นเป็นคนบ้านดงพลอง อ.โนนสูง ขออาสาทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนนำความเจริญมาสู่บ้านเกิดอย่างที่ควรเป็นจะได้ไม่เป็นพลเมืองชั้นสอง

        “จากการสอบถามปัญหาต้องการในพื้นที่เลือกตั้ง เขต ๔ ประกอบด้วย อ.โนนสูง อ.โนนไทย ๕ ตำบล มีลักษณะกายภาพคล้ายคลึงกันในรอบปีหลายตำบลผจญทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม ประกอบกับไม่มีสาธารณูปโภคใช้เพียงพอ และเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเกษตรกรทั้ง ๒ ตำบล ส่วนใหญ่ปลูกข้าว แต่ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวเผชิญภัยแล้งหรือฝนทิ้งช่วงระยะสุดท้ายก่อนข้าวตั้งท้อง ส่งผลให้ผลผลิตไม่ดีตามมาตรฐาน เกิดปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ และ อ.พิมาย ซึ่งเป็นอำเภอใหญ่อันดับ ๓ ของ จ.นครราชสีมา โดยมีประชากรกว่า ๑.๒ แสนคน ชาวบ้าน ๔ ตำบล ได้แก่ ต.สัมฤทธิ์ ต.ชีวาน ต.ท่าหลวง และ ต.กระเบื้องใหญ่ ชาวบ้านต้องการอยู่รวมกันเป็นปึกแผ่นไม่ต้องการให้ถูกจับแยกออกจาก อ.พิมาย เพื่อพัฒนาจะได้เป็นไปในภาพรวมทั้งอำเภอ    

        ตนเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ จึงต้องขยันลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นที่รู้จักมากที่สุด ชาวบ้านยังฝังใจนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค สัจธรรมไม่มีใครปฏิเสธความเจ็บป่วยได้ จึงใช้ได้ตลอดชีวิตและจับต้องได้ ทำให้คะแนนนิยม พรรคเพื่อไทย ในเขต ๔ มีความหวังจะสามารถรักษาพื้นที่ได้” นายจักรกฤช กล่าว

‘โกศล’ อ้างโดนสั่งปลดป้าย

        ขณะที่บริเวณทางแยกตลาดสุวรรณเกลียวทอง ริมทางหลวง ๒๐๒ ถนนนิเวศรัตน์ เขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา นายโกศล ปัทมะ (น้องชายนายนพดล ปัทมะ ทีมกฎหมายทักษิณ ชินวัตร) อดีต ส.ส.เขต อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๕ ประกอบด้วยพื้นที่ อ.บัวใหญ่ อ.แก้งสนามนาง อ.บัวลาย อ.สีดา และ อ.บ้าน เหลื่อม พร้อมกลุ่มผู้สนับสนุนนำทีมช่างปีนขึ้นไปปลดป้ายไวนิลขนาดใหญ่ ซึ่งพิมพ์ข้อความว่า “พรรคเพื่อไทย จะไม่ปล่อยให้ประเทศไทย ล้าหลัง ล้มเหลว ถดถอย สิ้นหวัง” ใช้เวลาดำเนินการประมาณ ๑๕ นาที

        นายโกศล ปัทมะ เปิดเผยว่า จุดติดตั้งป้ายมีทำเลที่ดีมาก เนื่องจากเป็นเขตชุมชนและอยู่ริมถนนสายหลัก ในแต่ละวันมีประชาชนสัญจรผ่านนับหมื่นคน โดยเป็นประจำในช่วงเทศกาลหาเสียงเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยขออนุญาตเจ้าของพื้นที่ ซึ่งเป็นเอกชนประกอบอาชีพค้าขายรถจักรยานยนต์ในเขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ เพื่อติดตั้งป้ายดังกล่าว ซึ่งได้รับการเอื้อเฟื้อเป็นอย่างดี ต่อมาเจ้าของพื้นที่ได้ร้องขอให้ตนช่วยปลดป้ายออก เนื่องจากมีผู้มีอำนาจสั่งให้ปลดป้ายออกโดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับต่อไปห้ามให้ความร่วมมือพรรคเพื่อไทย ตนเข้าใจและรับรู้ความรู้สึกที่ไม่สบายใจ เกรงเขาอาจได้รับความเดือดร้อน จึงปลดป้ายออกตามที่ต้องการ

        “ขณะนี้กระแสตอบรับพรรคเพื่อไทยในเขตเลือกที่ ๕ เพียงแค่เริ่มประชาสัมพันธ์แนะนำตัว ยังไม่ทันจับเบอร์ ปรากฏว่า ชาวบ้านยังคงนิยม ชื่นชอบและให้การสนับสนุน เพื่อไทยมาเป็นอย่างดี ป้ายไวนิลที่บ่งบอกความจริงที่เกิดขึ้นในประเทศ เสมือนแทงใจดำของใครบ้างคน ส่งแรงกระเพื่อม จึงมีคำสั่งให้รีบปลดออก ฝากให้สังคมเฝ้าจับตามองการแข่งขันในเขตเลือกตั้งที่ ๕ ส่อเค้าอาจจะมีอะไรแปลกๆ ดราม่า เกิดขึ้นแบบคาดไม่ถึง” นายโกศล กล่าว 

‘เพื่อชาติ’ เปิดสาขา ส่งครบ ๑๔ เขต

        เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๑ ที่บ้านเลขที่ ๒๖๔ บ้านดอน หมู่ ๑๐ ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ อดีตประธานกรรมาธิการทหารและโฆษกกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ เป็นประธานเปิดสำนักงานพรรค ประจำจังหวัดนครราชสีมา พร้อมจัดการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรค โดยมีนายสมศักดิ์ รอดผึ้ง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส เขต ๒ ทำหน้าที่ผู้ประสานงานและเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส ทั้ง ๑๔ เขต จ.นครราชสีมา ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอิสระและข้าราชการบำนาญ โดยมีสมาชิกพรรคเพื่อชาติ กว่า ๓๐๐ คน ร่วมแสดงความยินดีกันอย่างชื่นมื่น

        พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยว่า พรรคชูประเด็นขออาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาปากท้อง เร่งฟื้นฟูสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ที่สุด ไม่เคยมียุคไหนสมัยไหนตกต่ำเท่านี้ ต้องยอมรับประเทศไทยวันนี้มีความเหลื่อมล้ำของคนในชาติขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกเป็นเรื่องน่าตกใจมาก เพื่อชาติมีนโยบายชัดเจนที่จะแก้ปัญหาความรวยกับความจนที่ห่างกันอย่างสุดขั้ว คนจนถูกดูแคลนเหยียดหยาม ไม่มีสิทธิเสรีภาพ จะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ คนในชาติต้องมีความเสมอภาค ระบบปลาใหญ่กินปลาเล็กต้องล้มหายตายสูญหายจากประเทศไทย เราจึงต้องต่อสู้ให้มาซึ่งประชาธิปไตย เพื่อมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ พวกเราพร้อมเข้ามาแก้ไขปัญหาฟื้นฟูเมืองโคราช ที่มีปัญหาความแอดอัดสภาพการจราจรเป็นอุปสรรคในการสัญจร อาคารศาลากลางจังหวัดเล็กคับแคบ ไม่สามารถบริการประชนได้ พรรคเพื่อชาติเล็งเห็นปัญหาเหล่านี้ เพื่อขับเคลื่อนให้โคราช เป็นหลักของความเจริญทางเศรษฐกิจ ต้องขยายให้เป็นเมืองหน้าด่านอีสานที่สมบูรณ์ เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามาและสร้างรายได้ให้กับชาวโคราช 

‘ชาติไทยพัฒนา’ หวังดึงฐานเสียงคืน

        ต่อมาวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๑ ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์และคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา มารดาเดินทางมากราบไหว้สักการะขอพรท้าวสุรนารี สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวไทยทั้งประเทศ พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ๑๔ เขต จังหวัดนครราชสีมา ส่วนหนึ่งประกอบอาชีพอิสระและอดีตนักการเมืองท้องถิ่น จากนั้นนำทีมงานเดินลอดซุ้มประตูชุมพล พร้อมเปล่งเสียง “ไชโย ไชโย” เพื่อเป็นสัญลักษณ์เตรียมต่อสู้ในสนามการเมืองนครราชสีมา ต่อมาเดินทางไปกราบไหว้ศาลหลักเมืองโคราชและพบปะ พร้อมสอบถามปัญหาความต้องการพี่น้องประชาชนที่ตลาดน้ำฉ่า ต.โป่งแดง อ.ขามทะเลสอ เขตเลือกตั้งที่ ๓ โดยมีมวลชนกว่า ๕๐๐ คน ให้การต้อนรับอย่างชื่นมื่น

        นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า รับฟังปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในเมืองและเศรษฐกิจซบเซา หากพรรคมีโอกาสเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนในพื้นที่นี้ จะเร่งไขปัญหาเหล่านี้ให้เป็นรูปธรรม ตนอธิษฐานขอพรย่าโม ขอให้พรรคมีตัวแทนเป็นลูกหลานย่าโม เพื่อเป็นสื่อกลาง สามารถสะท้อนปัญหาต่างๆ ให้เรารับใช้พี่น้องและก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง นำความสำเร็จมาตามที่ต้องการ

        “เมื่อก่อนเคยมาโคราชกับคุณพ่อเป็นระยะๆ สมัยที่เป็นพรรคชาติไทย ในอดีต เคยมี ส.ส.ที่จ.นครราชสีมาจำนวนมาก ช่วงหลังมีความเปลี่ยนแปลง มีพรรคอื่นๆ เข้ามา เมื่อกลับมาก็อยากเรียกบ้านเราคืน ไม่ได้ทั้งหมดแต่ได้บางส่วนก็ยังดี 

        ต่อข้อถามพรรคชาติไทยพัฒนาจะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อหรือไม่? นางสาวกัญจนา ตอบสั้นๆ ว่า ยังไม่ถึงจุดพูดตรงนั้น เราขอยืนข้างประชาชน จะเลือกอะไร ก็ต้องเป็นทางเลือกให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ ไม่ขัดแย้ง ทะเลาะกับใคร สุดท้ายประชาชนก็รับผลกระทบนโยบายหลัก พรรคจะสานต่อคุณพ่อ คือนำทางให้ประเทศสู่ความสำเร็จ” 

ผู้สมัคร ทษช. ถูกอ้างชื่อขายเสียง

        จากนั้นในวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๑ ที่สถานีตำรวจภูธรเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายวัฒนะชัย สืบศิริบุษย์ หรือ เสี่ยจิว แกนนำกลุ่มคนโคราชเลือดใหม่ ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส เขต ๑ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) พร้อม พ.ท.ณรงค์ หรือ หมอเอก มณียารักษ์ นายทหารนอกราชการ และนายกวีรัช หรือ รัช เทพธรณี ผู้ประสานและสนับสนุนพรรคไทยรักษาชาติ เข้าพบ ร.ต.ท.สุพัฒนชัย สมปราชญ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อลงบันทึกประจำวันแจ้งเป็นหลักฐาน

        นายวัฒนะชัย หรือ เสี่ยจิว เปิดเผยว่า สถานการณ์การหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.เขต ๑ โคราช แม้ยังไม่ได้จับหมายเลขผู้สมัคร แต่เข้มข้นขึ้นตามลำดับ ล่าสุดรับเบาะแสมีผู้ประสงค์ร้ายแอบอ้างใช้ชื่อตน กระทำการซื้อสิทธิขายเสียง พฤติการณ์แจกสิ่งของสร้างแรงจูงใจให้เลือกผู้สมัครไทยรักษาชาติ ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง จึงต้องมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยนายวัฒนะชัย สืบศิริบุษย์ ว่าที่ผู้สมัครไทยรักษาชาติ มอบหมายให้ พ.ท.ณรงค์ หรือ หมอเอก และนายกวีรัช เทพธรณี ดำเนินการแทนทางธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งจำนวน ๒ คนเท่านั้น หากมี บุคคลอื่นแอบอ้าง อาจก่อให้เกิดความเสียหาย นายวัฒนะชัย ไม่มีส่วนรู้เห็นและไม่ยินยอมให้เกิดการกระทำดังกล่าว

กกต.โคราช เตือนหาเสียง

        ด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี อดีต ส.ส. เขต อ.จักราช พรรคเพื่อแผ่นดิน จ.นครราชสีมา ลูกชายร้อยตรีหญิงระนองรักษ์  สุวรรณฉวี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โดยส่งนายพีรพร สุวรรณฉวี ผู้เป็นน้องชาย ลงสมัคร ส.ส. เขต ๘ เปิดเผยว่า พบความผิดปกติในหลายเขตเลือกตั้งของ จ.นครราชสีมา ว่าที่ผู้สมัครฯ บางพรรคดำเนินกิจกรรมรณรงค์หาเสียงพร้อมกับถือโอกาสแจกสิ่งของ เช่น เสื้อ หมวก ร่ม รวมทั้งแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกันแบบโจ่งครึ่ม กราบเรียน กกต.ประจำ จ.นครราชสีมา รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบหาข้อมูล การกระทำเหล่านี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และเที่ยงธรรม ขอให้ กกต.เป็นที่พึ่งให้นักการเมือง พรรคการเมือง รวมทั้งชาวบ้านได้เลือก ส.ส. กันอย่างเสรี

        พล.ต.ต วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ภ.จ.นคร ราชสีมา กล่าวว่า ออกคำสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ๕๑ สถานี ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ให้วางตัวเป็นกลางเน้นปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย หากนักการเมืองท่านใด รู้สึกไม่ปลอดภัยในการลงพื้นที่ สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ตามความเหมาะสม กรณีบุคคลแปลกหน้า ผู้ไม่หวังดีที่อาจเข้าก่อความวุ่นวายทำลายบรรยากาศการหาเสียง การข่าวทางลับขอยืนยันไม่มีอย่างแน่นอน เนื่องจากเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการกวดขันและบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันอย่างเข้มงวด

        ด้านนายศิริชัย วิริยะพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงบรรดาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ว่า ขอให้จัดกิจกรรมการเมืองด้วยความระมัดระวัง บรรดาว่าที่ผู้สมัครและพรรคการ เมืองทราบข้อกฎ กติกา ข้อบังคับดี สิ่งที่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่น การแจกจ่ายสิ่งของ ซื้อเสียงด้วยการจูงใจในลักษณะต่างๆ รวมทั้งการจัดเลี้ยง สัญญาว่าจะให้ ล้วนขัดต่อกฎหมาย หากยังกระทำความผิด เมื่อมีพระราชกิจฎีกาเลือกตั้ง ข้อมูลที่ได้จากการสืบสวน สามารถนำไปประกอบเป็นสำนวนในชั้นไต่สวน กรณีที่มีเรื่องกล่าวหาการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง การตัดสินจะสิ้นสุดที่ชั้นศาลมีอายุความถึง ๑๐ ปี

        “ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาแต่อย่างใด แต่กกต.นครราชสีมา ดำเนินการด้านการข่าวติดตามความเคลื่อนไหวของทุกพรรคตลอดเวลา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุดและเพียงพอดำเนินการต่อผู้กระทำผิดได้ ขอให้ทุกพรรคการเมืองสร้างบรรยากาศเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เคารพกฎกติกาจะทำให้เกิดความชอบธรรมในสังคม” นายศิริชัย กล่าว

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๔๖ วันอังคารที่ ๑ - วันเสาร์ที่ ๕ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

911 7677