19thJuly

19thJuly

19thJuly

 

January 18,2019

เปิดผลกระทบ‘รถไฟความเร็วสูง’ ชี้ดีต่อระบบเศรษฐกิจ เชื่อ‘ทุบสะพานสีมาฯ’แก้รถติด

             ราชภัฏโคราช รายงานผลการศึกษาผลกระทบ พร้อมเปิดเวทีฟังความคิดเห็นประชาชน โครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-หนองคาย หลายฝ่ายห่วงประชาสัมพันธ์เข้าไม่ถึงชุมชนที่ได้รับผลกระทบ วอนดูแบบสถานีให้เชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นๆ อดีตประธานสภาอุตฯ เชื่อ ทุบสะพานสีมาธานีแก้รถติดได้ ด้าน สนข.เปิดอกรับฟังปัญหา พร้อมจะพูดคุยกับทุกหน่วยงาน

             สืบเนื่องจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราช สีมา มีเวที “การศึกษาผลกระทบทางสังคมจากการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หนองคาย” ซึ่งเป็นการจัดเวทีเสวนาแนะนำโครงการ และรับฟังข้อเสนอแนะ โดยมี รศ.ดร.วิเชียร ฝอยพิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาในขณะนั้น เป็นหัวหน้าโครงการฯ เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๑ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

             ล่าสุด เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ หอประชุมอนุสรณ์ ๗๐ ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดเวทีนำเสนอผลการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นของประชาคมจังหวัดนครราชสีมา ภายใต้โครงการวิจัย “การศึกษาผล กระทบทางสังคมจากการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพ-หนองคาย” โดยมี รศ.ดร.สุธานันธ์ โพธิ์ชาธาร รักษาราชการแทนอธิการบดี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน รศ.ดร.วิเชียร ฝอยพิกุล หัวหน้าโครงการฯ และ ผศ.ทวี วัชระเกียรติศักดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายงบประมาณและแผนงาน พร้อมด้วย ผู้แทนส่วนราชการ, รัฐวิสาหกิจ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ผู้ประกอบการ, ผู้นำชุมชน, สื่อมวลชน, นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมรับฟังกว่า ๓๐๐ คน 

             ภายในงานมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชน โดยมีคณะนักวิจัย ประกอบด้วย รศ.เอกรัตน์ เอกศาสตร์, ดร.พวงพรภัสสร์ วิริยะ และ ผศ.ดร.อนุจิตร ชิณสาร โดยมีนายธนพล จรัลวณิชวงศ์ หัวหน้าสำนักงานโครงการพัฒนาระบบราง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นผู้ตอบข้อซักถามและชี้แจงข้อมูลแก่ประชาชน ทั้งนี้ การจัดกิจกรรม      ดังกล่าว เพื่อยืนยันและเติมเต็มข้อมูลจากผลการศึกษาในการจัดทำรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำแผนหรือจัดเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบทางสังคมที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพ-หนองคาย

             ทั้งนี้ สืบเนื่องจากรัฐบาลได้มีนโยบายดำเนินโครงการภายใต้ความร่วมมือพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานทางรถไฟระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน เส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย ระยะทาง ๘๓๗ กิโลเมตร เชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศไทย สปป.ลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งโครงการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบเชิงบวกและลบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามเส้นทางที่รถไฟวิ่งผ่าน บริเวณสถานีรถไฟ จังหวัด และอำเภอที่สถานีรถไฟตั้งอยู่ ด้วยเหตุนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จังหวัดนครราชสีมา และสถาบันเครือข่าย จึงทำการศึกษาวิจัย ผลกระทบจากการดำเนินโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพ-หนองคาย 

ผลศึกษาสถานีอำเภอเมืองฯ

             รศ.เอกรัตน์ เอกศาสตร์ นักวิจัย กล่าวว่า “การเก็บข้อมูลผลกระทบด้านสังคมบริเวณรอบสถานีนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ ๑.ศึกษาสถานภาพปัจจุบัน (Existing Condition) ของพื้นที่ที่รถไฟวิ่งผ่าน และบริเวณโดยรอบสถานี ๒.ศึกษาผลกระทบด้านการก่อสร้างและบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ๓.ศึกษาผลกระทบด้านการค้าการลงทุน ๔.ศึกษาผลกระทบด้านการท่องเที่ยวและบริการ และการขยายตัว ของการใช้พื้นที่ ๕.ศึกษาผล กระทบด้านการเคลื่อนย้ายประชากร ๖.จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีวิธีการเก็บข้อมูลด้วยการสำรวจความคิดเห็นโดยใช้แบบสอบถาม (กลุ่มตัวอย่าง ๔๐๐ คน), การสัมภาษณ์เชิงลึก (ผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญ ๒๐ คน) และการสนทนากลุ่ม (focusgroup)  (ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน ๔๐ คน) ซึ่งมีประเด็นความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการป้องกันและแก้ไขในการดำเนินงานโครงการฯ ในช่วงระหว่างการก่อสร้างและหลังการก่อสร้าง ทั้งหมด ๗ ประเด็น ดังนี้ ๑.ด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ในระหว่างก่อสร้าง ประชาชนส่วนใหญ่เป็นห่วงเรื่องสภาพการจราจรมากที่สุด และหลังก่อสร้างเสร็จ มีความเป็นห่วงเรื่องสภาพพื้นที่ทำกิน เช่นแปลงเกษตรกรรม และสภาพพื้นที่ป่าไม้มากที่สุด 

             ๒.ด้านสาธารณสุขและความปลอดภัย ในระหว่างก่อสร้าง ประชาชนส่วนใหญ่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในการคมนาคมมากที่สุด และหลังก่อสร้างเสร็จ มีความเป็นห่วงเรื่องสุขภาพอนามัยและสุขภาพจิตของคนในพื้นที่มากที่สุด 

             ๓.ด้านสภาพสังคม/วิถีชีวิต/ความเป็นอยู่ ในระหว่างก่อสร้าง ประชาชนส่วนใหญ่เป็นห่วงเรื่องวิถีชีวิตหรือความเป็นอยู่ของคนในชุมชนมากที่สุด และหลังก่อสร้างเสร็จ มีความเป็นห่วงเรื่องความสัมพันธ์ของคนในชุมชนหรือหมู่บ้านมากที่สุด 

             ๔.ด้านเศรษฐกิจ ในระหว่างก่อสร้าง ประชาชนส่วนใหญ่เป็นห่วงเรื่องการใช้จ่ายเงินเพื่อการใช้บริการต่างๆ มากที่สุด และหลังก่อสร้างเสร็จ มีความเป็นห่วงเรื่องการเก็งกำไรในสินทรัพย์มากที่สุด 

             ๕.ด้านการท่องเที่ยว/บริการ ในระหว่างก่อสร้าง ประชาชนส่วนใหญ่เป็นห่วงเรื่องระยะเวลาในการเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุด และหลังก่อสร้างเสร็จ มีความเป็นห่วงเรื่องค่าครองชีพในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมากที่สุด 

             ๖.ด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ ในระหว่างก่อสร้าง ประชาชนส่วนใหญ่เป็นห่วงเรื่องสถานที่สำคัญทางศาสนา และหลังก่อสร้างเสร็จ มีความเป็นห่วงเรื่องสถาปัตยกรรมท้องถิ่น และ 

             ๗.ด้านการเคลื่อนย้ายประชากร ในระหว่างก่อสร้าง ประชาชนส่วนใหญ่เป็นห่วงเรื่องการหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่มากที่สุด และหลังก่อสร้างเสร็จ มีความเป็นห่วงเรื่องการอพยพย้ายออกของประชากรในพื้นที่มากที่สุด โดยสรุปได้ว่า ในระหว่างก่อสร้าง ประชาชนส่วนใหญ่เป็นห่วงด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยมากที่สุด และหลังก่อสร้างเสร็จ มีความเป็นห่วงด้านการเคลื่อนย้ายประชากรมากที่สุด”

ผลศึกษาสถานีอำเภอปากช่อง

             ดร.พวงพรภัสสร์ วิริยะ นักวิจัย กล่าวสรุปผลการศึกษาบริเวณสถานีอำเภอปากช่องประกอบด้วย ๑.ควรวางแผนระบบการจราจรบริเวณสถานีรถไฟความเร็วสูงที่บริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟความเร็วสูง ๒.ควรแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่สถานีรถไฟความเร็วที่มาจากทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในอำเภอปากช่อง โดยให้ความสำคัญกับการจ้างงานแก่คนในพื้นที่ ๓.ควรกำหนดแผนพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในระยะยาวเพื่อรองรับการเจริญเติบโตที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ๔.ควรวางแผนมาตรการควบคุมสิ่งแวดล้อมในระหว่างการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงและระบบราง ได้แก่ ฝุ่นละออง น้ำเสีย และขยะ ๕.ควรวางแผนมาตรการควบคุมมลพิษทางเสียงและความสั่นสะเทือนที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่มีสถานีรถไฟความเร็วสูงและบริเวณที่รถไฟความเร็วสูงผ่าน 

             ๖.การดำเนินพัฒนาสถานีรถไฟความเร็วสูงปากช่อง การรถไฟแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรวิเคราะห์ผลที่เกิดขึ้น ในประเด็นผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบ เพื่อกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ๗.ควรให้สิทธิส่วนลดค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงแก่บุคคลบางกลุ่ม ได้แก่ คนชรา ผู้พิการ เด็ก พระสงฆ์ และผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

ผลศึกษาสถานีอำเภอบัวใหญ่

             ผศ.ดร.อนุจิตร ชิณสาร นักวิจัย กล่าวว่า “จากข้อมูลการจัดกลุ่มสนทนาเกี่ยวกับผลกระทบด้านสังคมของสถานีอำเภอบัวใหญ่ โดยสรุปความคิดเห็นของประชาชนดังนี้ ๑.ความคิดเห็นทั่วไปเกี่ยวกับการเกิดโครงการรถไฟความเร็วสูงในพื้นที่ จากการสนทนากลุ่มผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนมีความคิดเห็นทางบวกต่อโครงการรถไฟความเร็วสูง เพราะคิดว่าจะทำให้ท้องถิ่นพัฒนาด้านการคมนาคม เกิดความสะดวกในการเดินทาง, เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ของท้องถิ่น เกิดเส้นทางการค้าขายระหว่างหมู่บ้านและอำเภอส่งผลให้เศรษฐกิจดีขึ้น มีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น และมีคนเข้ามาค้าขายมากยิ่งขึ้น 

             ๒.ความคิดเห็นต่อระบบโครงข่ายการคมนาคมในพื้นที่ และปัญหาอุปสรรคต่อระบบการการคมนาคม สถานการณ์ปัจจุบันในด้านการเดินทาง การท่องเที่ยว และการขนส่งในพื้นที่อำเภอบัวใหญ่ มีระบบการคมนาคมของอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา มี ๒ ทาง ได้แก่ รถโดยสารสาธารณะตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒ และทางรถไฟ ซึ่งใช้ระยะเวลาในการเดินทางค่อนข้างนาน 

             ๓.ความคิดเห็นที่มีต่อผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง ทั้งจากการสร้างตัวสถานีและเส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูงในพื้นที่ สภาพถนนในพื้นที่ก่อสร้างเป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่สะดวกอย่างยิ่งต่อการเดินทาง ช่วงที่มีฝนตกมีน้ำขังตามหลุมตามบ่อ ทำให้ถนนลื่น ผู้สัญจรเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ถนนที่เป็นจุดตัดกับทางรถไฟ บางช่วงมีการปิดการใช้ทำให้ต้องเดินทางไปข้ามจุดตัดซึ่งไกลกว่าปกติ ทำให้เสียเวลาในการเดินทาง นอกจากนี้ยังเกิดมลภาวะฝุ่นละออง เสียง มีฝุ่นละอองเยอะ มีการแก้ปัญหา ด้วยวิธีการฉีดน้ำเพื่อป้องกันฝุ่นกระจาย

บัวใหญ่’เจริญ

             ๔.ความคิดเห็นที่มีต่อผลกระทบด้านบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไประดับสถานี เมื่อก่อสร้างสถานีเสร็จและเปิดดำเนินการ สภาพบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง เมื่อโครงการดำเนินการแล้วเสร็จ จะเกิดผลดีต่อสภาพสังคมในพื้นที่หลายด้าน คือการเดินทางหรือสัญจรเข้ามาในพื้นที่ของคนต่างถิ่นจะสะดวกมากขึ้น อาจทำให้คนในพื้นที่ได้รับผล กระทบจากการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของคนต่างถิ่นมากขึ้น ทำให้คนในพื้นที่มีงานทำ ผู้ที่ไปทำงานต่างถิ่นก็จะกลับเข้ามาทำงานในชุมชนของตนเองมากขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัว และระหว่างเครือญาติมีความเหนียวแน่นและผูกพันกัน มีแรงงานนอกพื้นที่เข้ามาแต่จะมีพื้นที่อยู่บริเวณเขตอำเภอและทำมาหากินปกติ ไม่มีเหตุหรือความเสี่ยง การทำกิจกรรมของคนในชุมชนและระหว่างชุมชนใกล้เคียงมีความสะดวกสบายขึ้น เพราะการสัญจรไปมาหาสู่กันง่ายขึ้น เพราะชุมชนตลาดเก่า มีสถานศึกษา และส่วนราชการเยอะ โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ก็จะมีชื่อเสียง มีคนรู้จักมากขึ้น มีนักเรียนเพิ่มขึ้น เพราะผู้เรียนจากพื้นที่ใกล้เคียงมีความสะดวกในการเดินทางมาเรียนในพื้นที่ ทำให้ อ.บัวใหญ่ มีความเจริญ และโรงพยาบาลจะมีการขยายตัว และเพิ่มจำนวนบุคลากร และเตียงสำหรับผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น เพราะต้องเป็นศูนย์กลางในการรองรับ       ผู้ป่วยนอกจากอำเภอใกล้เคียง เช่น อำเภอสีดา ประทาย บัวลาย และโนนแดง ศักยภาพโรงพยาบาลรับได้ แต่ผู้ป่วยที่ได้รับบริการเพิ่มมากขึ้น ซึ่งโรงพยาบาลบัวใหญ่มีศักยภาพ เพราะมีแพทย์ พยาบาลเฉพาะทาง 

             ๕.ความคิดเห็นที่มีต่อผลกระทบด้านการเคลื่อนย้ายประชากรเมื่อก่อสร้างสถานีเสร็จและเปิดดำเนินการ มีการเคลื่อนย้ายประชากรเข้ามาจำนวนมากทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ ทั้ง ด้านภาษา การกิน ความเป็นอยู่ และการแต่งกาย มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น มีโอกาสการขยายตัวของการอุตสาหกรรม มีธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น กลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมใหม่ 

             ๖.ความคิดเห็นที่มีต่อผลกระทบด้านการค้า การลงทุน ที่มีต่อการเพิ่มโอกาสการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ เมื่อก่อสร้างสถานีเสร็จและเปิดดำเนินการเมื่อมีรถไฟความเร็วสูงและเปิดดำเนินการ ผลการค้า การลงทุน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ มีแนวโน้มดีขึ้นหลายด้าน ดังนี้ ๑.เกิดธุรกิจใหม่ๆ ในพื้นที่ เพราะการเดินทางสะดวก ผู้ประกอบการก็จะมีการย้ายฐานการผลิตมาในพื้นที่ เพราะต้นทุนค่าแรงราคาถูกลงเมื่อเปรียบเทียบกับเมืองใหญ่ในปัจจุบัน ๒.อาจส่งผลกระทบต่ออสังหาริมทรัพย์ ในพื้นที่มีราคาสูงขึ้นกว่าปัจจุบัน ทำให้คนในพื้นที่ถือครองที่ดินมีโอกาสได้กำไร ๓.นักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ ทำให้เกิดรายได้ของคนในชุมชนจากการจำหน่ายสินค้า เป็นอัตลักษณ์หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น การให้บริการอาหารท้องถิ่นและการให้บริการที่พัก

ส่งผลดีด้านท่องเที่ยว

             ๗.ความคิดเห็นที่มีต่อผลกระทบด้านการท่องเที่ยว/บริการ และการขยายตัวของการใช้พื้นที่ เมื่อก่อสร้าง สถานีเสร็จและเปิดดำเนินการ เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะส่งผลต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ การบริการที่ดีขึ้น พื้นที่อาจมีการรองรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะไม่ไกลจากแหล่งที่สำคัญของจังหวัด เช่น ปราสาทหินพิมาย แหล่งโบราณคดีบ้านวัด ฯลฯ ซึ่งมีโอกาสพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวได้ ดังนี้ ๑.บึงบัวใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีสัญลักษณ์ของอำเภอคือดอกบัว และมีเกาะกลางสระบัวให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพสวยๆ ๒.สวนสมเด็จย่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นเสมือนปอดของคนบัวใหญ่ มีสภาพสวนที่ร่มรื่น สง่างาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยว ๓.งานไหมบัวใหญ่ ซึ่งจัดขึ้นประจำทุกปี หากโครงการแล้วเสร็จอาจมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เพราะการเดินทางสะดวกรวดเร็วขึ้น 

             ๘.ความคิดเห็นของกลุ่มสนทนาที่มีต่อข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ในการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง ผู้ศึกษาควรประชาสัมพันธ์ข้อดี ข้อเสีย ความปลอดภัยของรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้คนในชุมชนรับมือได้ทัน ๙.ความคิดเห็นของกลุ่มสนทนาที่มีต่อข้อเสนอแนะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง ๑.ผู้ประกอบการยังขาดความรู้และความเข้าใจกับโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญในส่วนนี้มากขึ้น ๒.เพิ่มเติมทางเชื่อมเพื่อเข้าโรงพยาบาล เพื่อลดเวลาส่งตัวผู้ป่วย เป็นทางด่วนพิเศษ เส้นประทาย โนนแดง สีดา บัวลาย”

เปิดเวทีแสดงความเห็น

             จากนั้นคณะนักวิจัย ได้เปิดเวทีให้ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ เสนอแนะ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีนายธนพล จรัลวณิชวงศ์ หัวหน้าสำนักงานโครงการพัฒนาระบบราง สนข. เป็น  ผู้ตอบข้อซักถามและชี้แจงข้อมูลแก่ประชาชน 

             นายสม โพธิ์ใหม่ ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง ถามและแสดงความคิดเห็นว่า “โครงการรถไฟความเร็วสูงจากอำเภอสูงเนินถึงอำเภอเมืองยกระดับทั้งหมดหรือไม่ และสะพานข้ามของตำบลโคกกรวด จะมีการทุบหรือไม่ จำเป็นที่จะต้องทุบหรือไม่ในพื้นที่ตำบลโคกกรวด ข้อเสนอพี่น้องที่อยู่ในเขตติดกับทางรถไฟหลายท่านอยู่ในเขตเทียบทางรถไฟที่มีความเดือดร้อนที่มาฟัง แต่ยังไม่มีข้อมูลมากเท่าที่ควร เพราะว่ามีหนังสือไปยังหน่วยงานต่างๆ แต่ชุมชนที่อยู่ติดเขตรถไฟไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าที่ควร จึงเกรงว่าจะเกิดผลกระทบกับพี่น้องที่อยู่ติดทางรถไฟ ผมได้รับผลกระทบอย่างมาก มีประชุมที่ไหน ต้องไปที่นั่น อย่างกรณีที่ผมได้ของบจากการทำรถไฟทางคู่ ขอมาตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งมีหนังสือลายเซ็นต์ของชาวบ้านไปหลายพันคน วิศวกรมาดูพื้นที่ชุดแรกตกลงว่าจะมีทางลอดที่บ้านผม แต่เมื่อข้อมูลในเส้นทางที่ออกแบบมาปรากฏว่าไม่มี เมื่อประมาณ ๕ เดือนที่ผ่านมา ทางวิศวกรได้มาประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผมได้เชิญวิศวกรทั้งหมดมาดูพื้นที่ เขาก็เห็น จึงบอกว่าตรงนี้ต้องมีทางลอด เพราะว่าเป็นถนนยุทธศาสตร์ สมัยก่อนถนนสายนี้ คนที่จะเข้า กทม.ต้องผ่านเส้นทางนี้ไป จึงได้ทางลอด พี่น้องที่ได้ผลกระทบจึงอยากทราบเรื่องทั้งหมดว่าเป็นมาอย่างไร”

ตัดพ้อการรถไฟ

             นายไพสิทธิ์ ปิติทรงสวัสดิ์ อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า “ประเด็นที่ ๑ คือ รถไฟทางคู่กับรถไฟความเร็วสูงเป็นคนละโครงการกัน แต่ว่ารถไฟทางคู่กลายมาเป็นสภาพแวดล้อมของรถไฟความสูง แล้วทางคู่ก็สร้างปัญหาให้กับประชาชนที่อยู่ในบริเวณทางผ่าน ประชาชนมีความเป็นห่วง มีความกังวลมากขึ้น เกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูงตามไปด้วย เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ โครงการไม่สามารถแยกกันได้ขนาดนั้น เราทราบดีว่าการรถไฟคงไม่สนใจเรื่องอื่นเลยนอกจากจะสร้างทางรถไฟ แม้แต่โครงการรถไฟทางคู่ยังไม่คุยกับรถไฟความเร็วสูงด้วยซ้ำ จะให้เขาไปคุยกับการเชื่อมต่อถนน รถเมล์ การขนส่ง เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสนใจ การรถไฟเป็นอย่างนั้น ขณะนี้ความหวังเดียวที่เหลืออยู่คือ สนข. จึงต้องฝาก สนข.เป็นตัวเชื่อม ช่วยจัดการเรื่องการเชื่อมต่อโครงการให้ดีด้วย เพื่อให้รถไฟความเร็วสูงจะให้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ถ้ามีการเชื่อมต่อที่ดี ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้เลย คนที่อยู่โนนสูงตรงที่รถไฟไม่จอดจะต้องทำอย่างไร ต้องมาขึ้นรถไฟความเร็วสูงที่โคราชก็ลำบาก” 

             นายไพสิทธิ์ กล่าวต่อว่า “ประเด็นที่ ๒ เรื่องการประชาสัมพันธ์ คนโคราชอาจจะยังนึกภาพไม่ออกว่า บริเวณแยกบ้านโป่ง เขาสร้างเกือกม้าเสร็จแล้ว ชาวบ้านแถวนั้นก็ยังไม่รู้ว่าเขาสร้างเกือกม้าไว้ทำไม หรือให้ข้ามทางรถไฟ ในเมื่อตอนนี้ยังข้ามทางรถไฟที่เป็นทางตรงได้อยู่ แต่ทำไมจะต้องไปข้ามเกือกม้า ชาวบ้านเขาไม่รู้ว่าจะต้องกั้นรั้ว กั้นทางคู่ กั้นมาตั้งแต่บางซื่อจนถึงโคราช ถึงขอนแก่น หนองคาย ตอนนี้ชาวบ้านยังไม่ทราบ ตอนกั้นรั้วก็จะมีปัญหาอีกมาก เพราะมีชาวบ้านเดินสัญจรผ่านทางรถไฟอยู่ รถไฟความเร็วสูงที่อยู่ในรั้วก็ไม่ได้มีปัญหาเพราะเขากั้นรั้วแล้ว แต่เมื่อรถไฟความเร็วสูงมา มาพร้อมกับสายไฟแรงสูงด้วย ตอนนั้นก็สามารถโฆษณาได้เลยว่า ในรั้วนี้มีไฟแรงสูง เพราะถ้าไม่ติดป้ายว่าเป็นไฟแรงสูง ชาวบ้านก็จะรื้อรั้วแน่นอน เขาก็จะตัดช่องรั้วให้เดินผ่านได้ คนไทยเป็นแบบนั้น แล้วทางรถไฟเองไม่มีคนที่มาตรวจว่ารั้วตรงไหนโดนตัดมาแล้วบ้าง นี่เป็นเรื่องธรรมดาของคนไทย ซึ่งต้องประชาสัมพันธ์ให้มาก”

ทุบสะพานสีมาธานีแก้รถติด

             นายไพสิทธิ์ กล่าวอีกว่า “เรื่องของการเชื่อมต่อตัวสถานี ควรเตรียมที่จอดรถ รถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ รถบัส ให้พอเพียง การเดินทางการเชื่อมต่อก็จะสะดวกมาก ถนนที่เข้าออกก็มีปัญหาเหมือนกัน ที่ปากช่องต้องย้ายสถานีรถไฟเพราะว่าสถานีเดิมเล็กมากเข้าไม่ถึงอยู่แล้ว โคราชก็ยังมีปัญหาอยู่ขณะนี้ เคยบอกไปหลายรอบแล้วว่าเราอยากได้ถนนใหม่ เพื่อเข้าไปยังสถานีรถไฟ ขนานกับทางรถไฟ ต้องพูดอีกครั้ง เพราะรู้สึกว่าทางทีมงานวิจัยไม่พูดถึงเรื่องนี้เลย ที่เราต้องทุบสะพานสีมาธานี เพราะว่าเราอยากจะตัดถนนจากสีมาธานี ขนานทางรถไฟไปถึงสถานีหัวรถไฟ ใช้ที่ดินรถไฟตัดถนนเข้าไปสถานีรถไฟ เราสามารถจะทำถนนสี่เลนหรือหกเลนได้ ถ้าไม่ทุบรถขนาดใหญ่จะไม่สามารถลอดสะพานสีมาธานีได้ ซึ่งเราต้องทุบสะพานสีมาธานี แต่ถ้าไม่ทุบสะพานสีมาธานี และไม่มีถนนใหม่เข้าไปที่สถานีรถไฟ เวลารถไฟมาถึง รถต้องติดแน่นอน”

             ด้านนายสมพงษ์ โหจันทึก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๑๐ ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง กล่าวว่า “การสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงในส่วนอำเภอปากช่อง จากที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาไปเก็บข้อมูลผลกระทบจากความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ แต่เมื่อลงพื้นที่ไปแล้วชาวบ้านยังไม่ทราบว่า จะได้รับผลกระทบจากรถไฟความเร็วสูงในการสร้างสถานีรถไฟใหม่ เนื่องจากยังไม่ได้เห็นแบบพื้นที่ จำนวนเนื้อที่ว่าอยู่ตรงไหน จึงขอฝากความขัดเจนเรื่องสถานีรถไฟปากช่อง ซึ่งทราบมาว่า ห่างจากสถานีเดิมไปประมาณ ๗ กิโลเมตร แล้วไปศึกษาผลกระทบ ซึ่งไม่ตรงประเด็นว่า ตรงไหนบ้างที่ได้รับผลกระทบ เมื่อศึกษามาก็ไม่ตรงประเด็น จึงขอความชัดเจนในเรื่องของโครงการนี้ด้วย”

ไม่เข้าใจผลการศึกษา

             นายธฤษณุ ขจรโกวิทย์ ประธานเครือข่ายธุรกิจ biz club นครราชสีมา และประธานเครือข่ายธุรกิจ biz club ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า “ประเด็นที่ ๑ การทำโครงการวิจัย เรื่องของการทำความเข้าใจกับประชาชนชาวโคราชในเขตพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟความเร็วสูง เราได้ดูจากเอกสารเป็นโครงการที่ดีจะนำความเจริญต่างๆ เข้าสู่สังคม แต่ข้อสังเกตคือในโครงการสายโคราชมีการสำรวจแค่ ๔๐๐ คน สำรวจแบบเจาะลึก ๒๐ คน สนทนากลุ่ม ๔๐ ท่าน นี่คือประเด็นที่ประชาชนหรือชุมชนต่างๆ ไม่ได้ทำความเข้าใจมากนัก ในกลุ่มที่ไปสำรวจมาและขยายผลต่อใช้ไม่ได้ ผลที่สำรวจไม่มีการสื่อสารต่อ เมื่อไม่มีการเข้าถึงและเข้าใจในแต่ละเขตแต่ละชุมชน แต่ละอำเภอ ทำให้เกิดความสับสน นี่คือประเด็นแรกที่อยากให้เสริมเป็นอย่างมาก” 

             “ประเด็นที่ ๒ การนำเสนองานวิจัย ต้องยอมรับว่าพี่น้องส่วนใหญ่ ถ้าท่านนำเสนอเป็นเชิงตัวเลขเยอะ จะทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียงง มีโอกาสไหมที่จะนำในเรื่องผลงานวิจัย ให้มีประกอบภาพมากๆ เพราะในบางชุมชนไม่มีโอกาสที่จะเข้าถึงในบริบทรถไฟฟ้าความเร็วสูง ประชาชนที่อยู่มาอายุ ๗๐-๘๐ ยังไม่รู้เรื่องเลยว่า รถไฟความเร็วสูงเป็นอย่างไร รูปร่างหน้าตาการก่อสร้าง เขายังไม่เข้าใจเลย”

สนข.รับฟังทุกความเห็น

             นายธนพล จรัลวณิชวงศ์ หัวหน้าสำนักงานโครงการพัฒนาระบบราง สนข. กล่าวว่า “เรื่องของการเชื่อมต่อสถานีรถไฟ กับขนส่งสาธารณะต่างๆ เรื่องนี้ก็เป็นหน้าที่ของ สนข. จึงขออนุญาตรับเรื่องนี้ไว้ เพราะว่า สนข.กำลังทำงานร่วมกับการรถไฟ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขนส่งจังหวัดด้วย เราจะมีการศึกษาแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเมือง นอกจากนั้นจะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาเกี่ยวกับการเชื่อมต่อจากสถานีรถไฟความเร็วสูง สถานีรถไฟทางคู่ แล้วก็การเชื่อมต่อกับสถานีและพื้นที่โดยรอบ นอกจากนี้ สนข.จะมีการศึกษาโครงการพัฒนาเมืองบริเวณโดยรอบสถานีรถไฟความเร็วสูง แล้วจะพัฒนา TOD (Transit-Oriented Development) เป็นการแนะนำพื้นที่โดยรอบรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์โครงการสูงสุด เมืองในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งคิดว่าช่วงประมาณกลางปี ๒๕๖๒ น่าจะมีทีมวิจัยหรือทีมที่ปรึกษาอีกคณะหนึ่งที่เข้ามาในพื้นที่เพื่อจะมาศึกษาเรื่องนี้ ก็อาจจะเป็นเรื่องที่เราสามารถรับฟังความคิดเห็น แล้วมาเก็บตกในส่วนของปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ ยิ่งในส่วนของสะพานสีมาธานี ขณะนี้ก็ยังอยู่ระหว่างการออกแบบทางเลือกเพื่อที่จะแก้ไขปัญหา ยังไม่แล้วเสร็จ ส่วนตรงโคกกรวดเท่าที่ทราบแบบอาจจะยังไม่แน่ว่าจะปรับไปตามที่ประชาชนเสนอหรือยัง ถ้าเป็นไปได้อยากจะลงไปดูพื้นที่ ซึ่งเมื่อดูในแผนที่ก็เห็นว่าเป็นชุมชนใหญ่พอสมควร เพราะฉะนั้นในอนาคตถ้าไม่แก้ปัญหาตรงนี้ก็อาจเป็นปัญหาได้”

สถานีปากช่องใช้ที่ราชพัสดุ

             นายธนพล กล่าวต่อว่า “ส่วนอำเภอปากช่อง ขณะนี้ที่ทางประชาชนยังไม่ทราบในรายละเอียด คิดว่าเป็นการทำงานคู่ขนานกันระหว่างรถไฟกับหน่วยงาน เพราะว่าขณะนี้การรถไฟ ยังให้คำตอบไม่ชัดเจนกับใหญ่บ้านไม่ได้ เพราะว่าสถานะล่าสุดของทางสถานีรถไฟปากช่อง ก็คือว่าเราได้พื้นที่จากทางกองทัพบกซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ หมายถึงว่าจากการที่ได้ไปหารือกันกับทางกองทัพบกแล้ว ทางกองทัพบกจะยอมให้การรถไฟใช้พื้นที่ราวๆ ๑๕๘ ไร่ ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุในพื้นที่ทหาร แต่เราเข้าใจว่าน่าจะมีประชาชนเช่าพื้นที่อยู่ด้วย ถ้าเป็นพื้นที่ของท่านเองตอนนี้ก็ไม่กระทบ แต่ถ้าเช่าพื้นที่กรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ของกองทัพบกอาจจะได้รับผลกระทบ ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่ออกแบบไว้สำหรับสถานี แต่ว่าสำหรับพื้นที่ที่เป็นทางเข้าออกขึ้นอยู่กับการปรับแบบ”

 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๔๙ วันพุธที่ ๑๖ - วันอาทิตย์ที่ ๒๐ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

1033 8858