20thJuly

20thJuly

20thJuly

 

January 23,2019

เซ็นทรัลโคราช’คว้ารางวัล ต้นแบบอาคารประหยัดไฟ

           เซ็นทรัลโคราช คว้ารางวัล “BEC Awards 2018 ระดับดีมาก” พร้อมเปิดบ้านนำชมอาคารประหยัดพลังงานถึง ๖๙.๔% ใช้หลอดไฟ LED ทั้งอาคาร และผลิตไฟฟ้าใช้เองจากโซลาร์รูฟท็อปขนาด ๑ เมกะวัตต์ กว่า ๓,๐๐๐ แผง

           เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๔.๐๐ น. ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา นำโดยนายโกมล บัวเกตุ ผู้อำนวยการสำนักกำกับและอนุรักษ์พลังงาน พร้อมด้วยคณะ และสื่อมวลชน กว่า ๕๐ คน ร่วมกิจกรรม “สื่อมวลชนสัญจรเยี่ยมชมอาคารที่ได้รับรางวัล BEC Awards 2018 ระดับดีมาก” โดยมี นายเสฏฐวุฒิ ทัตสุระ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งมีการเดินเยี่ยมชมอาคาร ร้านค้า และบริเวณศูนย์พลังงานของศูนย์การค้าฯ

           นายโกมล บัวเกตุ ผู้อำนวยการสำนักกำกับและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า “พพ.ได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารที่ได้รับการรับรองอาคารธุรกิจ ในระดับดีมาก ที่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการออกแบบด้านพลังงานเกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน (Building Energy Code, BEC) ซึ่งเป็นที่สุดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ให้ความสำคัญในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบอาคาร การทำระบบส่องสว่าง และการเลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ที่สามารถประหยัดพลังงานโดยรวมได้ถึง ๖๙.๔% หรือประหยัดพลังงานในอาคาร ประมาณ ๗ ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง/ปี จากเดิมที่มีการใช้พลังงานของอาคารคิดเป็น ประมาณ ๒๓ ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง/ปี”            

           “การส่งเสริมให้ภาคเอกชน โดยเฉพาะอาคารธุรกิจขนาดใหญ่มาให้ความสนใจในเรื่องการนำมาตรฐานของ BEC มาเป็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพ หรือการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ รวมทั้งการออกแบบ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ในด้านของต้นทุนพลังงานที่ลดลง ที่ผ่านมา พพ.ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ เป็นต้นมา ซึ่งได้รับความสนใจจากภาคเอกชนเข้ามาร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา เป็นอีกอาคารหนึ่งที่จะเป็นต้นแบบและแนวทางของการนำไปปรับใช้เพื่อการวางระบบอาคารธุรกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” นายโกมล กล่าว

           นายเสฏฐวุฒิ ทัตสุระ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา กล่าวว่า “สำหรับการดำเนินการออกแบบอาคารเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา อนุรักษ์พลังงานดังกล่าว ได้ออกแบบตามหลักวิศวกรรมและภูมิสถาปัตย์ ที่เป็นโครงการมิกส์ยูส (Mixed-use) ของบริษัท ที่ใหญ่ที่สุด ประกอบด้วยศูนย์การค้า ศูนย์ประชุม โครงการที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนียม และโรงแรม ดังนั้นปริมาณการใช้ไฟในแต่ละปีคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บริษัทจึงได้มีการลงทุนในการวางระบบการบริหารจัดการด้านพลังงาน ประมาณ ๓-๕% ของวงเงินลงทุนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่ทำความเย็นภายในอาคารที่มีประสิทธิ ภาพ  การทำระบบส่องสว่างภายในอาคาร โดยเลือกติดตั้งกระจกโลว์อี (Low-E) ที่มีคุณสมบัติให้แสงสว่างกันความร้อนและป้องกันรังสีเข้าภายในอาคาร รวมถึงการใช้หลอดไฟ LED ที่ใช้พลังงานต่ำ และยังได้ออกแบบด้านข้างอาคารเป็นลานจอดรถทั้งสองด้าน เพื่อสามารถเป็นฉนวนกันความร้อนเข้ามาภายในตัวอาคารอีกด้วย”

           “นอกจากนั้นบริษัทยังได้ลงทุนติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ โซลาร์รูฟท็อปขนาด ๑ เมกะวัตต์ จำนวน ๓,๐๐๐ แผง สามารถผลิตไฟฟ้าได้ ๔,๐๐๐ หน่วย/วัน ซึ่งจะช่วยให้อาคารแห่งนี้สามารถลดใช้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าและเกิดการประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายเสฏฐวุฒิ กล่าว

           ทั้งนี้การตื่นตัวของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากฐานข้อมูลมีจำนวนอาคารกว่า ๓๘ อาคาร ส่วนใหญ่เป็นอาคารสถานศึกษาตามมหาวิทยาลัยต่างๆ มีผลประหยัด ๑.๔๘ พันตัน เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อปี(ktoe/y) หรือ คิดเป็น ๖๐ ล้านบาทต่อปี ซึ่ง พพ.มีเป้าหมายในการขยายผลการเข้าไปส่งเสริม ของอาคารธุรกิจอนุรักษ์พลังงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปี ๒๕๖๒ อย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของภาพรวมการดำเนินงานของโครงการ BEC ทั่วประเทศ พพ.ได้จัดทำขึ้นตั้งแต่เริ่มปี ๒๕๕๓-๒๕๖๑ ผ่านมาแล้ว ๙ ปี มีแบบอาคารที่ส่งแบบเข้ามาตรวจรวมแล้ว ๗๐๐ แห่ง มีผลประหยัด ๔๐.๕๗ พันตัน เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อปี (ktoe/y) หรือคิดเป็น ๑,๖๖๐ ล้านบาทต่อปี 

           นอกจากนี้การดำเนินการการออกแบบอาคาร BEC ถือเป็นไปตามแผนการอนุรักษ์พลังงานของประเทศ หรือ EEP 2015 เพื่อให้ผลบังคับใช้ และมีผลการอนุรักษ์พลังงานทั้งระบบ ซึ่งในปีนี้จะมีการบังคับใช้กับอาคารที่ก่อสร้างใหม่ หรือ ดัดแปลง ๙ ประเภทอาคาร ได้แก่ สำนักงาน, โรงแรม, โรงพยาบาล, ศูนย์การค้า, โรงมหรสพ, สถานบริการ, อาคารชุมนุมคน, อาคารชุด และสถานศึกษา โดยเริ่มบังคับใช้กับอาคารที่มีพื้นที่ขนาดตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป และบังคับใช้กับอาคารขนาด ๕,๐๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป ในปี ๒๕๖๓  และบังคับใช้กับอาคารตั้งแต่ ๒,๐๐๐ ตารางเมตรในปี ๒๕๖๔    

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๐ วันจันทร์ที่ ๒๑ - วันศุกร์ที่ ๒๕ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ 

 

 


1014 8455