19thJuly

19thJuly

19thJuly

 

February 05,2019

ต้านโรงไฟฟ้าน้ำตาล ยื่นหนังสือจี้กก.พลังงาน

            ราษฎรรวมตัวเรียกร้อง กกพ. ชะลอออกใบอนุญาตสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด ๖๑ เมกะวัตต์ของบริษัท มิตรผลฯ พร้อมให้ ลงพื้นที่ดูความสมบูรณ์ของดิน น้ำ ป่า ซึ่งประชาชนอาศัยทำกินมาตลอดชีวิต หากไม่ได้คำตอบจะบุกไปพบนายกฯ

            ที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเขต ๕ อุบลราชธานี มีกลุ่มราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด ๖๑ เมกะวัตต์ ของบริษัท มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์ (อำนาจเจริญ) จำกัด ในพื้นที่ตำบลเชียงเพ็ง จ.ยโสธร และตำบลน้ำปลีก จังหวัดอำนาจเจริญ รวม ๕ หมู่บ้าน กว่า ๑๐๐ คน นำโดยนายสิริศักดิ์ สะดวก ยื่นหนังสือเรียกร้องจำนวน ๔ ข้อคือ

๑.ให้นายปฏิภาณ แก้วรินขวา ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต ๕ อุบลราชธานี ลงพื้นที่พบชาวบ้านอีกครั้ง หากไม่ได้รับคำตอบชาวบ้านจะไม่เดินทางกลับ โดยจะรอจนกว่าจะได้รับคำตอบอย่างเป็นธรรม ๒.ให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเขต ๕ ทำหนังสือแจ้งไปยังคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานส่วนกลางเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ระงับการพิจารณาออกไปอนุญาตโรงไฟฟ้าชีวมวลไว้ก่อน จนกว่าจะได้ ข้อสรุปจากคณะศึกษาข้อเท็จจริงกรณีโรงไฟฟ้าชีวมวล จังหวัดยโสธร ที่กำลังลงพื้นที่เก็บข้อมูลในประเด็นด้านทรัพยากร ด้านสุขภาพ และด้านการมีส่วนร่วม

            ๓.ให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเขต ๕ ชี้แจงข้อมูลที่ได้นำเสนอต่อส่วนกลางว่ามีประเด็นอะไรบ้าง ๔.ให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานวางตัวเป็นกลางในกรณีนี้ ทั้งนี้สืบเนื่องจากจากเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ได้ลงพื้นที่รับฟังข้อมูลข้อกรณีคัดค้านโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด ๖๑ เมกะวัตต์ ของบริษัท มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์ (อำนาจเจริญ) จำกัด ในพื้นที่ตำบลเชียงเพ็ง จังหวัดยโสธร และพื้นที่ตำบลน้ำปลีก จังหวัดอำนาจเจริญ แต่แทนที่จะลงไปดูพื้นที่จริงและพบกับชาวบ้านที่ได้รับผล กระทบจากการสร้างโรงไฟฟ้าที่รออยู่ในพื้นที่ กกพ. กลับไปรับฟังข้อมูลแต่ลุ่มสนับสนุนโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็นเวลานาน ทำให้คณะกรรมการมีเวลารับฟังข้อมูลจากชาวบ้านที่เป็น กลุ่มคัดค้านน้อย พร้อมทั้งไม่มีโอกาสลงดูพื้นที่จริงอย่างละเอียด จึงไม่ทราบว่า การศึกษาผลกระทบที่ผ่านมาชาวบ้านกว่า ๙๐% ไม่ได้มีส่วนร่วมและไม่เคยรับรู้ข้อมูลข่าวสารมาก่อน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ศึกษาโดยคณะทำงานศึกษาข้อเท็จจริงการมีส่วนร่วมที่จังหวัดยโสธรได้ตั้งขึ้นมา

            นอกจากนี้ กลุ่มผู้คัดค้านยังมีความเป็นห่วงว่า บริษัท มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์ (อำนาจเจริญ) จำกัด ซึ่งยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวล เมื่อเดือนกรกฏาคม ๒๕๖๑ และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อยู่ระหว่างการพิจารณาใบอนุญาตก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด ๖๑ เมกะวัตต์ โดยใช้ EIA ประกอบการพิจารณานั้น ได้สะท้อนถึงกระบวนการที่ไม่ชอบธรรม ที่ประชาชนในพื้นที่รอบการก่อสร้างโรงไฟฟ้าไม่ยอมรับ ดังนี้

            ๑.พื้นที่ตั้งโรงงานไฟฟ้าอยู่ใกล้ชุมชน ๒.จะเกิดการแย่งชิงทรัพยากรน้ำในลำเซบาย ๓.ชุมชนไม่ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น ๔.ปัญหาด้านสภาพแวดล้อม ฝุ่นละออง  เสียง กลิ่นน้ำเน่าเสีย ปัญหาการจราจร ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติลดน้อยลง ปัญหาด้านสังคม ปัญหาด้านสุขภาพ ประเด็นสุดท้ายก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงต่อกลุ่มที่คัดค้านและสนับสนุน โดยเฉพาะในสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง

            รวมทั้งผลการศึกษาข้อเท็จจริงที่จังหวัดยโสธรตั้งขึ้น พบว่า ประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ในรัศมี ๕ กิโลเมตร ของโรงไฟฟ้าจำนวน ๕ หมู่บ้าน ของตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ได้แก่ หมู่ ๑, หมู่ ๒, หมู่ ๓, หมู่ ๔ และ หมู่ ๗ จำนวน ๕๕๙ ครัวเรือน จากครัวเรือนทั้งหมด ๘๓๘ ครัวเรือน กลุ่มเป้าหมายเกินกว่าร้อยละ ๙๐ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการรับรู้การประชาสัมพันธ์โครงการฯ ไม่มีส่วนร่วมในการร่วมรับฟังความคิดเห็นในการดำเนินงานก่อสร้างโรงงานฯ และประชาชนกลุ่มเป้าหมายเกินกว่าร้อยละ ๙๐ ไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่

            จึงต้องการมาเรียกร้องให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเขต ๕ ลงพื้นที่จริง เพื่อได้รับรู้ถึงทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ที่ชุมชนสองฝั่งลำน้ำเซบายได้พึ่งพาอาศัยมาตลอดชีวิต พร้อมให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานส่วนกลางระงับการพิจารณาออกไปอนุญาตโรงไฟฟ้าชีวมวลไว้ก่อน จนกว่าจะได้ข้อสรุปจากคณะศึกษาข้อเท็จจริงกรณีโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่จังหวัดยโสธร ตั้งขึ้นและอยู่ระหว่างเก็บข้อมูลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชน หากไม่เป็นผลกลุ่มชาวบ้านทั้งหมด จะเดินทางไปร้องเรียนกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลในสัปดาห์หน้า

            ต่อมานายปฏิภาณ แก้วรินขวา ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต ๕ อุบลราชธานี ได้มาพบกับกลุ่มประชาชน พร้อมระบุว่า ตนไม่มีอำนาจที่จะลงไปดูพื้นที่ หรือไปยับยั้งไม่ให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานพิจารณาออกใบอนุญาตหรือไม่ ซึ่งการลงพื้นที่ต้องเป็นคำสั่งของคณะกรรมการส่วนกลาง สำหรับการพิจารณาใบอนุญาตก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการใหญ่ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต ๕ อุบลราชธานี ไม่มีอำนาจ แต่จะรีบแจ้งข้อเรียกร้องของประชาชนให้กับคณะกรรมการทราบโดยด่วนภายในวันนี้ และรอคำสั่งจากส่วนกลางก่อน

            ด้านนายสิริศักดิ์ สะดวก แกนนำกลุ่มผู้ต่อต้านโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ประกาศว่า หากไม่ได้รับคำตอบภายใน ๑ สัปดาห์ จะพากันเดินทางไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นข้อเรียกร้องกับนายกรัฐมนตรี พร้อมกับได้จัดแสดงละครล้อเลียนบริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต ๕ อุบลราชธานี ก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับช่วงบ่ายวันเดียวกัน

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๒ วันศุกร์ที่ ๑ - วันอังคารที่ ๕ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

998 8427