18thNovember

18thNovember

18thNovember

 

February 18,2019

ดีเบต ๗ พรรคการเมือง ปชช.ท้าสาบานหน้าย่าโม อีสานโพล’ชี้‘เพื่อไทย’นำ

            เวที Debate โคราชแทบลุกเป็นไฟ ๗ พรรคการเมืองร่วมปะทะคารม “ลุยศึกเลือกตั้ง ๖๒ แก้ปัญหาความยากจนภาคอีสาน” ประชาชนหวั่นนโยบายทำไม่ได้จริง ท้าสาบานต่อหน้าย่าโม “ประชาธิปัตย์-อนาคตใหม่” ไม่ยกมือไหว้สาบาน “อีสานโพล” ชี้คนอีสานเลือกเพื่อไทยอันดับหนึ่ง

            เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เวลา ๑๗.๐๐ น. ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี สถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์ จัดกิจกรรม “ลุยศึกเลือกตั้ง ๖๒ แก้ปัญหาความยากจนภาคอีสาน” เพื่อให้ตัวแทนพรรคการเมืองแต่ละพรรคร่วม “Dbate” หรือการโต้วาทีปะทะคารม ชิงไหวชิงพริบและชี้แจงนโยบายการบริหารประเทศของพรรคการเมือง รวมถึงการชี้ให้เห็นจุดด้อยของฝ่ายตรงข้าม ครั้งนี้มีพรรคการเมืองร่วมดีเบตทั้งหมด ๗ พรรคการเมือง ได้แก่ ๑.พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ๒.พรรคอนาคตใหม่ นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ๓.พรรคชาติพัฒนา นายแพทย์ วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ๔.พรรคเพื่อไทย นายอดิศร เพียงเกษ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ๕.พรรคพลังประชารัฐ นายจำลอง ครุฑขุนทด แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต ๑๔ พรรคพลังประชารัฐ ๖.พรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และ ๗.พรรครวมพลังประชาชาติไทย ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคฯ จ.นครราชสีมา พรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งกิจกรรม “ลุยศึกเลือกตั้ง ๖๒” ดำเนินรายการโดย นายบรรจง ชีวมงคลกานต์ พิธีกรรายการ “บรรจงชงข่าว” ภายในงานมีสมาชิกพรรคการเมืองทั้ง ๗ พรรค และประชาชนกว่า ๗๐๐ คน ร่วมชมการปะทะคารมครั้งนี้

            เริ่มจาก นายบรรจง ชีวมงคลกานต์ พิธีกร ได้ให้ประชาชนตั้งคำถาม โดยตัวแทนพรรคการเมืองจะต้องตอบคำถามภายใน ๒ นาทีเท่านั้น โดยนายทวิสันต์ โลนาณุรักษ์ อดีตเลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งคำถามทั้งหมด ๓ ข้อดังนี้ คำถามที่ ๑ เรื่องของนักธุรกิจท้องถิ่นอ่อนแรงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจจะช่วยเหลืออย่างไร คำถามที่ ๒ โครงการประชานิยมคือท่านจะเอาเงินมาจากไหนบ้าง คำถามที่ ๓ เมกะโปรเจคต์ต่างๆ คุ้มค่าการลงทุนหรือไม่ จากนั้น นายเติมศักดิ์ บุญชื่น ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา ได้ตั้งคำถามว่า จะยกระดับชาวนาไม่ว่าในจังหวัดนครราชสีมาหรือชาวสวนทั่วประเทศให้อาชีพเกษตรกรอยู่ในระดับที่มั่นคงและยั่งยืนอย่างไร?

            นายบรรจง ชีวมงคลกานต์ พิธีกร ได้นำคำถามจากประชาชนที่รับชมการถ่ายทอดสด มาใช้ในการถามตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง ๗ พรรค ว่า ๑.จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจังหวัดนครราชสีมาอย่างไร? ๒.โครงการประชานิยมในปัจจุบันเป็นอย่างไร ส่งผลผลดีต่อประชาชนหรือไม่ และมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเมกะโปรเจกต์อย่างไร? ๓.เหตุผลในการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค และปิดท้ายด้วยคำถามจากประชาชนที่มาร่วมรับชมว่า “กล้าสาบานต่อหน้าย่าโมไหม ว่านโยบายที่พูดมานั้นสามารถทำได้จริง” ซึ่ง แต่ละพรรคการเมืองต่างยกข้อดีของตน และยกข้อเสียของอีกฝ่ายมาเสนอ ทำให้เกิดเสียงเชียร์ และเสียงโห่จากผู้ชมอยู่ตลอดเวลา

ท้าสาบานหน้าย่าโม

            ต่อข้อถามว่า “กล้าสาบานต่อหน้าย่าโมไหม ว่า นโยบายที่พูดมานั้นสามารถทำได้จริง?” นายอดิศร เพียงเกษ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า “สิ่งต่างๆ ที่เรารับปากไว้ ประชาชนเชื่อมั่นว่าเราทำได้ ผมขอทุกพรรคการเมือง หากได้เข้าไปในสภาแล้ว อย่ามีพฤติกรรมไปกระชากแขนประธานสภาเหมือนที่เคยทำได้ไหม ไม่ว่าจะเสียงข้างมากหรือข้างน้อย ให้ทำหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด ทุกอย่างต้องมีแพ้มีชนะ พรรคการเมืองทุกพรรค ต้องเคารพรัฐสภา และผมกล้าสาบานว่านโยบายที่พูดมาทำได้จริงแน่นอน พรรคเพื่อไทยขอสาบานว่า พูดอะไรจะทำอย่างนั้น เพราะว่า พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน”

อย่าออกกฎหมายล้างผิด

            นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สิ่งไหนที่ทำไม่ได้จริง ผมไม่พูดแน่นอน นโยบายทั้งหมดไม่ใช่อยู่ๆ จะคิดขึ้นมาเฉยๆ ทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไป ซึ่งนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ เกิดจากผลสำรวจความเดือดร้อน ความทุกข์ยากของประชาชนจริงๆ เราระดมความคิด พัฒนา และต่อยอดสิ่งที่เคยทำไว้แล้วเพื่อการแก้ปัญหาที่ทำได้จริงในอนาคต ดังนั้นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ทำได้จริง ซึ่งพรรคเพื่อไทย สักครู่ได้ขอว่า หากเลือกตั้งไปแล้วอย่าให้มีพรรคไหนไปกระชากแขนประธานสภา อย่างนั้นผมก็ขอเหมือนกันว่า หลังการเลือกตั้ง อย่าให้มีพรรคไหนไปออกกฎหมายล้างผิด กระทั่งทำให้เสียความเป็นประชาธิปไตย หากทำเช่นนี้ได้ การกระชากแขนในรัฐสภา ขณะปฏิบัติการลักหลับก็จะไม่เกิดขึ้นเช่นกัน หากให้สาบานว่านโยบายของประชาธิปัตย์ทำได้จริงไหม ซึ่งในชีวิตผม ผมไม่เคยสาบานอะไร แต่หากถามว่า กล้าสาบานต่อหน้าย่าโมไหม ผมขอบอกไว้เลยว่า กล้าครับ”

ชาติพัฒน์’สาบานได้ทุกที่

            นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า “ปกติแล้วผมไม่ใช่คนที่จะไปสาบานอะไรกับใคร ผมพูดตรงไปตรงมา ด้วยความเป็นหมอผมไม่เคยโกหกคนไข้แน่นอน ดังนั้นในชีวิตผมไม่เคยสาบานกับใคร เช่นเดียวกันกับนโยบายของพรรคชาติพัฒนา ซึ่งก่อนจะเป็นนโยบายได้ พรรคชาติพัฒนาจะต้องไปสอบถามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศ เมื่อรับทราบปัญหามาแล้ว เราก็นำไปปรึกษาหารือกับนักวิชาการในสาขาต่างๆ ว่า จะมีการแก้ไขปัญหานั้นๆ อย่างไร ซึ่งจากการตรวจสอบนโยบาย พบว่านโยบายของพรรคชาติพัฒนาสามารถทำได้จริง ถ้าต้องให้สาบานต่อหน้าย่าโม เรามั่นใจว่าเราทำได้แน่นอน และไม่เพียงแต่สาบานต่อหน้าย่าโม ไม่ว่าจะสาบานกับสิ่งศักดิ์ที่ไหนในประเทศพรรคชาติพัฒนาไม่มีปัญหาครับ”

พลังประชารัฐ’ทำได้จริง

            นายจำลอง ครุฑขุนทด อดีตพรรคชาติพัฒนา แกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า “นักการเมืองคำพูดเป็นนาย ถ้ายังไม่พูดไม่เสียหายอะไร แต่ถ้าพูดแล้วต้องทำได้ถึงจะถูก พลังประชารัฐตอนนี้เป็นรัฐบาลอยู่ส่วนหนึ่ง และมีข้อมูลชัดเจนว่ามีเงินหรือไม่ ทำอะไรบ้าง และได้รับไปบางส่วนแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องต่อยอดที่จะทำต่อไป ทำได้แน่นอน ถ้าไม่ทำไม่มาเขียนเป็นนโยบาย แล้วโอกาสที่จะได้ทำก็พอมี เรื่องที่พูดทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และพยายามไม่พูดถึงพรรคอื่น เพราะว่าจะพูดเรื่องที่จะทำ นักการเมืองจะทำอะไรต้องเสนอนโยบายต่อประชาชนว่าจะทำอะไร และทำได้หรือไม่ ที่เสนอมาทั้งหมดเป็นการเสนอนโยบายแบบครบวงจร สำหรับย่าโมไม่เคยสาบานแต่เคารพสักการะ แต่คราวนี้จะให้สาบานกี่หน สามารถสาบานได้ทั้งนั้น เชื่อว่าไม่มีการผิดคำพูดแน่นอน”

อนาคตใหม่ไม่ทิ้งปชช.

            นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า “นักการเมืองหน้าเลือกตั้งก็มา พูดดี พูดหวานทุกคน ยกมือไหว้ทุกคน ถึงเวลาจะทำได้จริงหรือไม่ คุณธนาธร รุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เคยให้คำตอบบอกว่าเรื่องนี้เรียบง่ายมาก เราคิดในสิ่งที่ศรัทธา เราพูดในสิ่งที่เราคิด และเราทำในสิ่งที่เราพูด สำหรับพรรคอนาคตใหม่นักการเมืองเป็นอาชีพที่ศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เพราะว่าเราสำคัญกว่าอาชีพอื่น แต่เป็นเพราะว่าในประเทศไทยอาชีพเดียวที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน คืออาชีพนักการเมือง เพราะฉะนั้นสำหรับพรรคอนาคตใหม่ ประชาชนคือผู้ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเพราะผู้ที่ทำให้เกิดอาชีพนักการเมืองขึ้น วันนี้เบื้องหลังคือย่าโม วีรสตรีคนกล้าแห่งเมืองโคราช เบื้องหน้าคือชาวโคราช คนกล้าของประเทศไทย กล้าที่จะเลือกตั้ง ลุกขึ้นเพื่ออนาคตใหม่ที่ดีกว่า พรรคอนาคตใหม่ขอสาบานว่าแม้ว่าประชาชนจะละทิ้งเรา แม้ว่าประชาชนจะไม่เลือกเรา พรรคอนาคตใหม่จะไม่ละทิ้งสัญญาที่ให้กับประชาชน”

กัญชาเสรี’ทำได้จริง

            นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า “กราบย่าโมที่เคารพ ผมนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และพรรคภูมิใจไทย ขอกราบสาบานกับยาโมว่า สิ่งที่เป็นนโยบายพรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยจะทำเพื่อพี่น้องประชาชนจริงทุกอย่าง ผมกล้าที่จะพูดทุกอย่างเพราะนโยบายของพรรคภูมิใจไทยเราศึกษาวิจัยและทำร่างกฎหมายหมด เราเชื่อว่าสิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ของประชาชนคือการที่มีหนี้สิน เกิดขึ้นจากการที่ รัฐออกกฎหมายบางอย่างที่ทำให้เราที่มีความสมารถในการทำอาชีพได้ เราเชื่อว่าหนี้สินของพี่น้องเกษตรกรเกิดจากการที่มีกลไกการแบ่งปันราคาที่ไม่เป็นธรรม เราเชื่อว่าสิ่งที่จะพลิกชีวิตประชาชนคือต้องทำพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ พืชแก้จนคือกัญชาเสรี”

ไม่ไว้ใจนักการเมือง

            ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี กล่าวว่า “ผมขอบอกทุกท่านทั้ง ๖ พรรคที่เหลือว่า คำพูดของพี่น้องประชาชนเมื่อสักครู่นี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งหนึ่งว่า ประชาชนไม่ไว้ใจนักการเมือง ดังนั้นเขาถึงได้ขอให้สาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนโคราชทั้งหมดให้การเคารพสักการะมาอย่างต่อเนื่องนี่คือเรื่องแรก เรื่องที่ ๒ พรรครวมพลังประชาชาติไทยนั้น ขอเรียนตามตรงว่า เรามีอุดมการณ์ ๗ ข้อ อุดมการณ์ข้อที่ ๑ ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการคิดค้านโยบายทั้งหมดเพื่อประชาชนนั้น คือการปกปักรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิตของพวกเรา ดังนั้นนโยบายทั้งหมดวางอยู่บนพื้นฐานและยึดโยงกับหลักสำคัญอันนี้ นโยบายทั้งหมดจะต้องถูกปฏิบัติ เพื่อแสดงความจงรักภักดีถวายพระเจ้าอยู่หัว นี่คือหลักสำคัญที่เป็นชีวิตจิตใจของพรรคนี้ ดังนั้นกระผม ในฐานะของผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย กระผมก็จะเดินมาตรงกับคุณย่าซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของกระผมและคนโคราชมาตลอด  ผมในนามของผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย แล้วขอเอ่ยสาบานในนามของคณะกรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทยทุกท่าน อันมีหม่อมราชวงค์จตุมงคล โสณกุล เป็นหัวหน้าพรรค ขอสาบานต่อหน้าคุณย่าที่เป็นเหมือนบรรพบุรุษอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราชาวลูกหลานโคราชว่า สิ่งที่พรรครวมพลังประชาชาติไทย จะทำต่อจากนี้ไป เป็นนโยบายสำคัญที่ทำไปเพื่อประชาชนนั้นทุกอย่าง จะต้องถูกกระทำไปตามความเป็นจริงและเป็นสัจจะต่อหน้าประชาชน ณ วันนี้ทุกประการ”

            ทั้งนี้ มีพรรคการเมือง ๒ พรรคที่ไม่ได้ยกมือไหว้สาบานต่อหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี คือ ๑.พรรคประชาธิปัตย์ ๒.พรรคอนาคตใหม่

“ทวิสันต์” สรุปดีเบต

            นอกจากนี้ นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตเลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่ีงเข้าร่วมรับฟังด้วยนั้น ภายหลังได้สรุปกิจกรรม “ลุยศึกเลือกตั้ง ๖๒ แก้ปัญหาความยากจนภาคอีสาน” ว่า “เวิร์คพอยท์ทีวียกทีมมาจัดเวทีที่ลานย่าโมในวันแห่งความรัก เชิญประชาชนมาช่วยกันตั้งคำถามให้ผู้สมัคร ๗ พรรค (ที่คาดว่าจะได้ที่นั่งในโคราช) เวทีร้อนเมื่อชาวโคราชไม่ค่อยเชื่อเรื่องที่นักการเมืองพูด ถึงขนาดขอให้สาบานต่อหน้าย่าโม ในงานมีประเด็นคำถามสำคัญๆ เช่น ๑.ถ้าได้บริหารชาติบ้านเมืองจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นลืมตาอ้าปากได้เหมือนในอดีต คนไทยวันนี้มีหนี้ครัวเรือนมากถึง ๘๐% ต่อ GDP แล้ว ถือเป็นระดับที่อันตราย ๒.นโยบายของทุกพรรคมีแต่ประชาชนนิยมแจกกันตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ จ่ายแบบครั้งเดียวและจ่ายทุกเดือน ประชาชนถามจะเอาเงินจากไหนมาแจกประชาชน ๓.เมกะโปรเจกต์ ทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ เฉพาะมาถึงโคราชต้องใช้งบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินเหล่านี้เป็นเงินที่จะทำให้หนี้สาธารณของประเทศสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้อยู่ที่ ๔๕% ต่อ GDPแล้ว ถ้าไม่คุ้มค่าและสร้างภาระเกินไปก็ควรยุติ

            ๔.เกษตรกรโคราช มีพืชสำคัญอยู่ ๔ ตัวคือ มัน ข้าว อ้อย ข้าวโพด ถ้าเราทำให้พืชทั้ง ๔ ตัวดีขึ้นเศรษฐกิจโคราชก็จะดีแน่นอน ปัญหาของคนกลางที่ไม่กำหนดราคาทำให้คนกลางร่ำรวยทุกๆ เหตุการณ์ แต่เกษตรกรจนตลอดชาติ เมื่อเข้าสภาฯแล้วจะช่วยอย่างไร? กล้าสู้กับนายทุนหรือไม่? เพราะท่านบอกเองว่าประเทศไทยเจริญแค่ ๒ เจริญเท่านั้น ๕.ปัญหาน้ำท่วมโคราช ตัวแทนทุกพรรคเสนอวิธีแก้ปัญหาเช่น ระบายน้ำ บริหารจัดการ แต่มีผู้แทนพรรคหนึ่งถามว่าใครไปถมอ่างสร้างสนามกีฬา เพราะนี่คือสาเหตุน้ำท่วมโคราชอย่างถาวรและเสียงบประมาณแก้ไขมากแล้ว อย่าแก้น้ำท่วมที่ปลายเหตุ

            ๖.คำถามดุเดือดเห็นจะเป็นคำถามว่าคนโคราชทำไมต้องเลือกนายกรัฐมนตรีของพรรคท่าน ๑.พรรคประชารัฐบอกว่า ลุงตู่เข้ามาทำให้ GDP ของประเทศดีขึ้นเรื่อยๆ ลุงตู่ดูแลคนจนดีมาก ๒.พรรคประชาธิปัตย์บอกว่า อภิสิทธิ์เป็นนักประชาธิปไตยตัวจริง ยึดหลักการ และมีจุดยืน มีความซื่อสัตย์สุจริต ๓.พรรคเพื่อไทย ชูสุดารัตน์ว่านี่คือนายกฯ สตรีหลานย่าโม เก่งเพราะจบปริญญาเอกเคยบริหารหลายกระทรวงมีประสบการณ์สูง ที่สำคัญคือไม่ชอบระบอบเผด็จการ ๔.พรรคภูมิใจไทยบอกว่า อนุทินเป็นนักบริหารบริษัทซิโนทัยเกือบล้มละลายแต่สามารถกลับมาเป็น ๑ ใน ๓ บริษัทก่อสร้างที่รับงานระดับแสนล้านได้ เป็นผู้นำที่กล้าบอกว่าจะเอากัญชามาช่วยประชาชน ๕.พรรคอนาคตใหม่ บอกว่า ธนาธรอายุ ๒๓ ปีก็เข้าบริหารบริษัทจากเล็กๆ วันนี้บริษัทมีมูลค่า ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่างประเทศยอมรับเชิญไปบรรยายบ่อยมาก เพราะเขาสนใจการตั้งพรรค ธนาธรตรงไปตรงมาไม่กั๊กเพื่อหาประโยชน์แบบบางพรรค ใครเบื่อของเก่าเบื่อแชมป์ต้องเลือกอนาคตใหม่ ๖.พรรคชาติพัฒนา พิธีกรบอกว่าเป็นพรรคแชมป์ของโคราช ทำไมต้องสุวัจน์เป็นนายกฯ พรรคนี้เกิดจากน้าชาติ คนโคราชรักน้าชาติ เพราะน้าชาติสร้างความเจริญให้โคราชราชมากมาย สุวัจน์คือตัวแทนน้าชาติ เวทีจบลงด้วยคำขอของอาจารย์มหาวิทยาลัยเอกชนที่ไปร่วมฟังดีเบต อาจารย์ลุกขึ้นขอให้ทุกพรรคสาบานว่าจะทำอย่างที่พูด ตัวแทนบางพรรคบอกว่า นี่คือการสะท้อนว่าคนโคราชไม่เชื่อคำพูดของนักการเมือง

อีสานโพล’หนุนเพื่อไทย

            ทางด้าน “อีสานโพล” (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยผลสำรวจเรื่อง “พรรคที่ชอบและนโยบายที่ใช่ของคนอีสาน” พบว่า ในการเลือกตั้ง ส.ส. ปี ๒๕๖๒ กลุ่มตัวอย่างคนอีสานมีแนวโน้มจะสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยมากที่สุด รองลงมา คืออนาคตใหม่, ไทยรักษาชาติ, พลังประชารัฐ, ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ ตามลำดับ โดยปัญหาและความท้ายทายของภาคอีสานที่สำคัญที่สุด ๓ ลำดับแรก คือ ๑.ภาคอีสานมีจำนวนคนจนมากที่สุด ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร จึงไม่สามารถหลุดพ้นความยากจนได้, ๒.ปัญหาเศรษฐกิจของภาคอีสานมีขนาดเล็ก มีอัตราการขยายตัวต่ำกว่าระดับประเทศ จึงมีแนวโน้มเกิดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ เมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ มากขึ้น และ ๓.ปัญหาภาคการผลิตหลักด้านเกษตรยังเป็นแบบดั้งเดิมพึ่งพาธรรมชาติ ทำให้มีผลิตภาพต่ำ  

            ขณะที่นโยบายที่โดนใจชาวอีสานมากที่สุด ๕ ลำดับแรก คือ ๑.การประกันรายได้เพื่อชีวิตที่มั่นคง, ๒.นโยบายเกษตรก้าวหน้าปลดหนี้เกษตรกร, ๓.กระจายอำนาจให้จังหวัดและประชาชน, ๔.ตั้งกองทุนแบ่งกำไรชาวนา ๗๐% และ ๕.เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร (ผลิตพืชปลอดสารพิษ)

            ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล เปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจว่าชาวอีสานจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดบ้างในการเลือกตั้ง วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ และชอบนโยบายหาเสียงประเด็นใดมากที่สุด ทำการสำรวจระหว่างวันที่ ๙-๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ จากกลุ่มตัวอย่างอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป จำนวน ๑,๑๐๘ รายในเขตพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๐ จังหวัด

            แนวโน้มที่จะสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคการ เมืองใดมากที่สุด พบว่า อันดับ ๑ กลุ่มตัวอย่างคนอีสาน ร้อยละ ๔๔.๘ จะสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย รองลงมา ร้อยละ ๒๑.๒ จะสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ตามมาด้วย ร้อยละ ๗.๕ พรรคไทยรักษาชาติ, ร้อยละ ๗.๔ พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ ๖.๑ พรรคภูมิใจไทย และร้อยละ ๓.๙ พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนที่เหลือ ร้อยละ ๙.๑ ให้การสนับสนุนพรรคอื่นๆ หรือยังไม่ตัดสินใจ หรือไม่ไปเลือกตั้ง

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๕ วันเสาร์ที่ ๑๖ - วันพุธที่ ๒๐ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

959 7763