19thJuly

19thJuly

19thJuly

 

February 28,2019

เจาะสนามเลือกตั้งบุรีรัมย์ รุมสกรัม‘ภูมิใจไทย’ หวังดับฝัน‘อนุทิน-เนวิน’

           สนามเลือกตั้งส.ส.บุรีรัมย์ ๘ เขตเข้มข้น หลายพรรคจ้องโค่น “ชิดชอบ” และ “ภูมิใจไทย” หวังดับฝัน “เนวิน-อนุทิน” ประเมินสถานการณ์ ทั้ง ๘ เขตเลือกตั้ง โอกาสที่ภูมิใจไทยที่จะรักษาแชมป์ทั้ง ๘ เขต ค่อนข้างสาหัสพอสมควร เมื่อทางพรรคเพื่อไทย กับพรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ หวังเจาะฐานที่มั่น “ตระกูลชิดชอบ” ให้สั่นคลอน

           เมื่อพูดถึง จ.บุรีรัมย์แล้ว เชื่อได้เลยว่าทุกคนต้องนึกถึงตระกูล “ชิดชอบ” แต่การเลือกตั้งที่จะมาถึงไม่ช้านี้ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ใช้จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นฐานที่มั่นของพรรค ถึงกับย้ายชื่อมาเป็นคนบุรีรัมย์ ถูกมองว่าเป็นพรรคขนาดกลาง แต่คราวหน้าถูกจัดให้เป็นพรรคระดับต้นๆ หวังกลับมาตั้งรัฐบาลอีกครั้ง

           ทางกลุ่มนายอนุทิน จึงคาดหมายได้ว่า พรรคภูมิใจไทย จะมุ่งยึด ส.ส.บุรีรัมย์ให้ได้ทั้ง ๘ คน และหวังกวาด ส.ส.ทั่วประเทศ ๕๐ ที่นั่งขึ้นไป ทั้งระบบเขต และบัญชีรายชื่อ (Party list) ซึ่งนายอนุทินยังเป็นตัวหลักในการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทยเช่นเคย อีกทั้งนายอนุทิน เป็นแกนนำหลักสำคัญในการทำศึก แต่จะเป็นไปอย่างที่คาดหมายหรือไม่ สติปัญญาของคนบุรีรัมย์ และคนทั่วประเทศเท่านั้นจะเป็นผู้ตัดสิน

           สนามเลือกตั้ง จ.บุรีรัมย์ ถูกจับตามองว่าเป็นพื้นที่แดงเดือดสำหรับการเลือกตั้งทุกระดับ และทุกสนามที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรงจากผู้สมัครของพรรคการเมืองต่างๆ โดยมีนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย ในสาย “ตระกูลชิดชอบ” เป็นตัวยืน ขณะที่บรรดาผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ เริ่มมีการเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคไทยรักษาชาติ พรรคประชา ธิปัตย์, พรรคอนาคตใหม่, พรรครวมพลังประชา ชาติไทย, พรรคพลังชาติไทย, พรรคเพื่อนไทย และพรรคเพื่อชาติ ซึ่ง จ.บุรีรัมย์ มี ๒๓ อำเภอ จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ๑,๒๒๙,๒๖๐ คน มี ส.ส.ได้ ๘ คน แบ่งการเลือกตั้งออกเป็น ๘ เขตเลือกตั้ง ได้แก่

เขต ๑ หวังล้มช้าง

           เขตเลือกตั้งที่ ๑ ประกอบด้วย อำเภอเมืองบุรีรัมย์ (ยกเว้น ต.บัวทอง ต.ถลุงเหล็ก ต.กลันทา) เขตนี้มีผู้สมัคร ๓๑ คน เดิมทีเขตนี้มี นายสนอง เทพอักษรณรงค์ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย หลายสมัย เป็นเจ้าของพื้นที่ ขยันลงพื้นที่คลุกคลีพี่น้องประชาชนมาตลอด มีฐานเสียงแน่นเกือบทุกหมู่บ้าน หากใครคิดจะโค่นค่อนข้างยากลำบากพอสมควร แต่เลือกตั้งคราวนี้เส้นทางการแข่งขันของนายสนอง ใช่ว่าจะสบาย ต้องเจอกับศึกหนัก เมื่อ พ.ต.ท.กิตติฤทธิ์ พูลสวัสดิ์ คราวที่แล้วสวมเสื้อเพื่อไทย แต่มาคราวนี้สังกัดพรรคไทยรักษาชาติ หวังจะล้มช้างให้ได้ ทำให้เขตนี้มีสีสันขึ้นมาทันที เพราะ พ.ต.ท.กิตติฤทธิ์ ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่อง ได้สร้างผลงานเข้าตาชาวบ้านอย่างยิ่งขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ส่งนายนภดล อังคสุภณ อดีตที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ คราวที่แล้วสวมเสื้อประชาธิปัตย์คอยเป็นตัวสอดแทรก ที่หวังล้มช้างด้วยเช่นกัน เพราะผ่านสนามการเมืองมาอย่างโชกโชนทั้งสนามเลือกตั้งท้องถิ่นและระดับชาติ ขยันลงพื้นที่เข้าถึงแบบเคาะประตูบ้านเลยทีเดียว

           นอกจากนี้ ในเขตเลือกตั้งที่ ๑ ยังมีผู้สมัครจากอีกหลายพรรคการเมือง ไล่ตั้งแต่นายชาญชัย โตพฤกษา จากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนักการเมืองหนุ่มรุ่นใหม่ ใจถึง ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ ส่งนางวันฟ้าสวย ภัทรไชยนันท์ ส่วนพรรครวมพลังประชาชาติไทย ส่งนางเลขา อินทร์สุวรรณ อดีต ข้าราชการมหาดไทย บำนาญ และพรรคพลังชาติไทย ส่ง นายคุณากร แสนธิ อดีตข้าราชการบำนาญ แม้ว่าทุกคนจะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ แต่ขอเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับคนบุรีรัมย์ในเขตนี้

           เขตนี้จึงเป็นการชิงดำ ๓ คน ยกเครดิตให้ นายสนอง ส่วน พ.ต.ท.กิตติฤทธิ์ กับ นายนภดล เป็นตัวสอดแทรก แต่หาก นายสนอง มีการแผ่วปลาย ทั้ง พ.ต.ท.กิตติฤทธิ์ และ นายนภดล อาจแซงช่วงโค้งสุดท้ายก็เป็นได้ รวมถึงผู้สมัครจากพรรคการเมืองอื่นก็มีสิทธิ์เข้าป้ายได้ด้วยเช่นกัน

เขต ๒ เพื่อไทยมาแรง

           เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบด้วย อำเภอสตึก อำเภอแคนดง อำเภอบ้านด่าน อำเภอเมืองบุรีรัมย์ (เฉพาะ ต.บัวทอง ต.ถลุงเหล็ก ต.กลันทา) เขตนี้มีผู้สมัคร ๓๑ คน เขตนี้แชมป์เก่า คือ นายรังสิกร ทิมาตฤกะ หรือ “เสี่ยหนุ่ม” พรรคภูมิใจไทย อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ หลายสมัย หลังว่างเว้นจากสนามการเมืองใหญ่  ก็ได้รับความไว้วางใจจาก “ตระกูลชิดชอบ”                ให้ดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ ช่วยบริหารงาน อบจ.บุรีรัมย์ ร่วมกับนางกรุณา ชิดชอบ นายก อบจ.บุรีรัมย์ จึงถือว่าเป็นนักการเมืองอีกคนหนึ่งที่มีความใกล้ชิดกับ ตระกูลชิดชอบ การเลือกตั้งคราวนี้ จึงเป็นที่คาดหมายว่าจะรักษาแชมป์ได้อีกสมัย เพราะมีกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ ทั้งสมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ เขต อ.สตึก นายกเทศมนตรี และนายก อบต.บางแห่ง ให้การสนับสนุน มีฐานคะแนนเสียงเกือบเต็มพื้นที่ อีกทั้งยังขยันลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง

           แต่ก็ต้องพบศึกหนักพอสมควร เมื่อมีหลายพรรคการเมืองต่างขันอาสาเสนอตัวมาสู้ศึกคราวนี้ โดยพรรคเพื่อไทย ส่ง นายสุรศักดิ์ นาคดี อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ลงมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญ อีกทั้งเมื่อครั้งเปิดตัวผู้สมัคร คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วยแกนนำพรรค ก็ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดี ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในพื้นที่  ประกอบกับนายสุรศักดิ์ ก็ขยันลงพื้นที่พบปะชาวบ้านอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งหากนายรังสิกร จะรักษาแชมป์ ไว้ได้ก็คงต้องหืดขึ้นคอเป็นแน่

           อีกทั้งเขตนี้ยังมีพรรคพลังประชารัฐ ส่ง นายวรพจน์ วิบุลย์วิริยะสกุล อดีตสมาชิกสภาเทศบาลตำบลสตึก จ.บุรีรัมย์ ลงชิงเก้าอี้ด้วย เป็นนักการเมืองหนุ่มไฟแรง ขยันลงพื้นที่ต่อเนื่อง รวมทั้งนายธีรวุฒิ ทับทิมหิน จากพรรคประชาธิปัตย์ นางสาวอิสรีย์ อภิสิริรุจิภาส จากพรรคอนาคตใหม่ นายชัชวาลย์ โกสุม รองเลขาสมาคมรถตู้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, คณะกรรมการสมาพันธ์รถตู้แห่งประเทศไทย จากพรรคพลังชาติไทย แม้ว่าฐานเสียงทั้งนายวรพจน์, นายธีรวุฒิ, นางสาวอิสรีย์ และนายชัชวาลย์จะสู้นายรังสิกร และนายสุรศักดิ์ ไม่ได้ แต่จะสร้างสีสันการแข่งขันในเขตนี้ให้คึกคักมากยิ่งขึ้น

           เขตนี้จึงเป็นการชิงดำระหว่าง นายรังสิกร กับ นายสุรศักดิ์ โดยมีนายวรพจน์  เป็นตัว สอดแทรก ซึ่งพรรคภูมิใจไทย จะรักษาแชมป์เขตนี้ได้หรือไม่ คงจะทราบผลในวันที่ ๒๔ มีนาคมนี้

เขต ๓ เพื่อไทยปะทะภูมิใจไทย             

           ไปต่อกัน เขตเลือกตั้งที่ ๓ ประกอบด้วย อำเภอคูเมือง อำเภอพุทไธสง อำเภอนาโพธิ์ อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์อำเภอลำปลายมาศ (เฉพาะตำบลโคกสะอาด และตำบลเมืองแฝก) เขตนี้มีผู้สมัคร ๓๒ คน เขตนี้ผู้สมัครล้วนหน้าใหม่ทางการเมือง และบางคนว่างเว้นการเมืองมานาน หลังจากทั้งนายโสภณ ซารัมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้ลงเขตนี้โยกตัวเองไปลงเขต ๔ แทน หนำซ้ำยังไม่มีกระดูกชิ้นโตอย่าง นายปณวัตร เลี้ยงผ่องพันธุ์ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ๗ สมัย มาคราวนี้ไม่ได้ลงเลือกตั้งเพราะถูกตัดสิทธิ์ และคาดว่าจะสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ส่ง นายพีระพงษ์ เฮงสวัสดิ์ หรือ “เฮียน้อย” อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ที่ว่างเว้นงานการเมืองมาระยะหนึ่ง ก่อนตัดสินใจมาลงสนามการเมืองอีกครั้ง ซึ่งอาศัยฐานคะแนนเสียงเดิมของพรรคเพื่อไทย บวกกับฐานการเมืองกลุ่มของนายปณวัตร ในเขต อ.คูเมือง แล้ว ต้องยอมรับว่าหากใครคิดจะโค่นคงยากพอสมควร

           ส่วนคู่แข่งเขตนี้ พรรคภูมิใจไทย ส่งนายสมบูรณ์ ซารัมย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ ๔ จ.ขอนแก่น พี่ชายของนายโสภณ ลงสมัครแทนในเขตนี้ โดยอาศัยฐานคะแนนเสียงจากกลุ่มครู กลุ่มผู้นำท้องถิ่น และ อสม. แม้จะไม่เคยลงสนามการเมือง แต่ นายสมบูรณ์ ก็ติดสอยห้อยตามนายโสภณ ลงพื้นที่หาเสียงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องพบศึกหนัก เมื่อพรรคพลังประชารัฐ ส่งนายนายอภิรักษ์ ลิ้มรัตน์  อดีต ส.อบจ.เขต อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ ด้านพรรคเพื่อชาติ ส่งนายวุฒิพงษ์ เหลืองอุดมชัย อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ๒ สมัย และพรรคพลังชาติไทย ส่งนายธนโรจน์ สร้อยสูงเนิน อดีต นายก อบต.บ้านแวง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์

           เมื่อดูจากชื่อชั้นของผู้สมัครทั้งหมดแล้ว หากจะสู้ต่อกรกับนายพีระพงษ์ และนายสมบูรณ์ คงลำบาก คาดว่าสนามเขตนี้ พีระพงษ์ เฮงสวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย และนายสมบูรณ์ ซารัมย์ จากพรรคภูมิใจไทย น่าจะแข่งกันเข้าป้ายช่วงโค้งสุดท้าย เพราะต่างได้ฐานคะแนนแน่นปึ๊กทุกพื้นที่ ส่วนผู้สมัครจากพรรคอื่น นั้นจะเป็นการแชร์คะแนนแต้มกันไปมากกว่า

เขต ๔ ภูมิใจไทยเจอศึกหนัก

           เขตเลือกตั้งที่ ๔ ประกอบด้วย อำเภอหนองหนองหงส์ อำเภอชำนิ อำเภอลำปลายมาศ (ยกเว้นตำบลโคกสะอาด และตำบลเมืองแฝก) เขตนี้มีผู้สมัคร ๓๓ คน เมื่อนายโสภณ ซารัมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย โยกตัวมาลงสมัครเอง หลังตัดสินใจไม่ส่งนางอารีญาภรณ์ ซารัมย์ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ภรรยาสุดที่รัก ลงสมัครในเขตนี้ โดยนายโสภณ มีฐานคะแนนเสียงจากกลุ่มผู้นำท้องถิ่น กลุ่มสตรี และ อสม. ลงพื้นที่หาเสียงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องพบศึกหนักเมื่อพรรคเพื่อไทย ส่งนายประกิจ พลเดช อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ลงชิงชัย แม้จะไม่ใช่พื้นที่หาเสียงเดิม แต่ก็ได้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วยแกนนำพรรคมาเปิดตัวให้ พร้อมลงพื้นที่พบปะประชาชน มีกระแสตอบรับที่ดี ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในพื้นที่ ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ส่งนายยุทธนา  ตีระมาศวณิช  อดีตนายกเทศมนตรีตำบลทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ และพรรคประชาธิปัตย์ ส่งนายปริวัชร มณีเติม ลงสมัคร สนามเขตนี้น่าจะเป็นการแข่งขันเข้มระหว่างภูมิใจไทย กับเพื่อไทย โดยมีพรรคพลังประชารัฐ ตามมาห่างๆ ส่วนพรรคอื่นหวังเล็กๆ เป็นตัวสอดแทรก หรือตาอยู่เท่านั้น

เขต ๕ ภูมิใจชนะชัวร์

           เขตเลือกตั้งที่ ๕ ประกอบด้วย อำเภอกระสัง อำเภอพลับพลาชัย อำเภอห้วยราช อำเภอประโคนชัย (เฉพาะตำบลไพศาล) เขตนี้มีผู้สมัคร ๓๒ คน เป็นเขตฐานเสียงของ ตระกูลชิดชอบ แน่นที่สุด ครอบคลุมทั้งพื้นที่ หากไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองคงไม่มีใครล้ม เดิมเขตนี้ เป็นพื้นที่ของ นายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ที่สวมเสื้อภูมิใจไทย แต่คราวนี้ไม่ได้ลงสมัคร เพราะเขตนี้นอกจากจะเป็นเขตเดิมของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายเนวิน แล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ ส่งนายอดิพงษ์  ฐิติพิทยา อดีตนายกเทศมนตรีตำบลอุดมธรรม อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นตัวแทนของนายศักดิ์สยาม ขยันลงพื้นที่พบปะประชาชนแบบถึงลูกถึงคนอยู่เป็นประจำ จนเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน ทำให้มั่นใจว่าเขตนี้ภูมิใจไทยเข้าวินชัวร์ ขณะที่พรรคไทยรักษาชาติ ส่ง นายเสนาะ พหรมสวัสดิ์ หวังล้มช้าง สร้างเซอไพรส์ ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ส่งนายสุประดิษฐ์ แสนทวีสุข และพรรคส่งนายฟันธงได้เลยว่าเขตนี้ ภูมิใจไทยเข้าป้ายชัวร์ โดยมีไทยรักษาชาติไล่หลังมาห่างๆ และพรรคพลังประชารัฐ ส่วนพรรคอื่นหวังเล็กๆ เป็นตัวสอดแทรกเท่านั้น

เขต ๖ เข้มข้น

           เขตเลือกตั้งที่ ๖ ประกอบด้วย อำเภอหนองกี่ อำเภอโนนสุวรรณ อำเภอนางรอง(ยกเว้น ตำบลทรัพย์พระยา และตำบลชุมแสง) เขตนี้มีผู้สมัคร ๓๔ คน เขตนี้มีอดีต ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย อย่างนายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ แชมป์เก่า เป็นตัวยืน ส่วนพรรคภูมิใจไทย ส่งนายไตรเทพ งามกมล อดีตรองนายก อบจ.บุรีรัมย์ เป็นคู่แข่งคนสำคัญ แม้คราวที่แล้ว จะพ่ายแพ้ต่อนายพรชัย แต่การเลือกตั้งคราวนี้ ทางพรรคภูมิใจไทย หวังกวาด ส.ส.บุรีรัมย์ ยกจังหวัด ๘ คน ทำให้สนามเลือกตั้งเขตนี้ เข้มข้นขึ้นมาทันที โดยมีนายสากล ศรีวันทา จากพรรคเพื่อชาติ และนายพีรวัส พันธุ์สัมฤทธิ์  อดีต ส.อบจ.เขต อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ จากพรรคพลังประชารัฐ นอกจากนั้นยังมีนายภุชงค์ รุ่งโรจน์ จากพรรคประชาธิปัตย์ คอยเป็นก้างขวางคออยู่ ส่วนพรรคไทยรักษาชาติ ส่งนายสุรศักดิ์ ชัยรัมย์ และพรรคส่งลงชิงชัยด้วย

           วัดกันปอนด์ต่อปอนด์ หากใครจะเข้าป้ายคงต้องทำการเมืองอย่างหนัก เนื่องจากเขตเลือกตั้งนี้แม้จะแบ่งใหม่ แต่ฐานนิยมส่วนตัวของนายพรชัย ยังมีอยู่เกือบเต็มพื้นที่ ขณะที่นายไตรเทพ มีฐานเสียงเหนียวแน่นในเขตเทศบาลเมืองนางรอง อ.นางรอง แต่คู่แข่งอย่าง นายสากล และนายพีรวัส ก็ประมาทไม่ได้เขตนี้โอกาสใครจะคว้าเก้าอี้ไปครองก็เป็นไปได้สูงหากแผ่วปลาย ส่วนผู้สมัครคนอื่นคอยสอดแทรก

เขต ๗ พปชร.หวังล้มแชมป์

           เขตเลือกตั้งที่ ๗ ประกอบด้วย อำเภอบ้านกรวด อำเภอประโคนชัย (ยกเว้นตำบลไพศาล) เขตนี้มีผู้สมัคร ๒๙ คน เขตนี้มีตัวยืน จากพรรคภูมิใจไทยส่ง นายจักรกฤษณ์ ทองศรี อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ลูกชายนายเพิ่มพูน ทองศรี อดีต ส.ว.บุรีรัมย์ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ หลานชายนายทรงศักดิ์ ทองศรี อดีต รมช.คมนาคม รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คาดว่าจะเจอกระดูกชิ้นโตอย่างนายวรณัฐ ศรีสุริยชัย อดีต สมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ ที่คราวมานี้ลงในนามพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ส่งนายภูมิสิทธิ์ มาประจง และพรรคไทยรักษาชาติ ส่งนายสิโรจน์ บุญข่าย อดีต ผอ.โรงเรียนนิคมสร้าง ตนเอง ๗ ต.บึงเจริญ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ หวังลึกๆ เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

           เขตนี้แม้จะไม่ดุเดือด แต่เป็นการเปิดศึกห้ำหั่นของคนกันเองล้วนๆ และคงต้องเหน็ดเหนื่อยด้วยกันทั้งสองฝ่ายหากคิดจะกำชัยชนะเพราะชื่อชั้นของ “นายจักรกฤษณ์ ทองศรี” แม้จะลงสนามการเมืองระดับชาติครั้งที่สาม มีดีกรีปริญญาโท รัฐศาสตร์ แต่ตระกูล “ทองศรี” เป็นลูกพี่ลูกน้องของนายเนวิน ชิดชอบ และมีฐานเสียงแข็งแกร่งมากในอำเภอประโคนชัย ที่ตระกูลทองศรี ยึดครองมาตลอดผนวกกับอำเภอบ้านกรวด บางส่วนเป็นฐานเสียงแน่นของภูมิใจไทย เชื่อแน่ว่า นายจักรกฤษณ์ จะเข้าวินชัวร์     

           แต่ทีเด็ดของพรรคประชารัฐก็ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้ นายวรณัฐ อดีตสมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ คนเด่นดังใน อ.ประโคนชัย อาศัยฐานเหนียวแน่นจากกลุ่มคนรากหญ้า ใน อ.ประโคนชัย เมื่อผนวกเข้าด้วยกันจึงกลายเป็น “กระดูกชิ้นโต” ที่พรรคภูมิใจไทยจะขย้อนลงคอไม่ได้ง่ายๆ ขณะที่คู่แข่งรายอื่นๆ ก็หวังเป็นตัวสอดแทรกเช่นกัน

เขต ๘ เดือด ‘ศึกช้างชนช้าง’      

           เขตเลือกตั้งที่ ๘ ประกอบด้วย อำเภอละหานทราย อำเภอปะคำ อำเภอโนนดินแดง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอนางรอง (เฉพาะตำบลทรัพย์พระยา และตำบลชุมแสง) เขตนี้มีผู้สมัคร ๓๔ คน เขตนี้ถือเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีช้างชนช้าง โดยพรรคภูมิใจไทย ส่งนายรุ่งโรจน์ ทองศรี น้องชายของนายทรงศักดิ์ ทองศรี ลูกพี่ลูกน้องของนายเนวิน ชิดชอบ ลงสมัคร ที่ขยันลงพื้นที่ทำงานการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง แม้คราวที่แล้วจะพลาดเก้าอี้ ส.ส. แต่มีฐานคะแนนเสียงแน่นในพื้นที่ อ.ละหานทราย และ อ.โนนดินแดง ส่วนพรรคไทยรักษาชาติ ส่งนายวิธันพัศ เฮงวาณิชย์ถิรธนา อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ส่งนายประชารัฐ กองพร อดีตนายกทต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ส่งนายสันติ โรจน์สุกิจ ลงชิงชัยสนามนี้ด้วย

           ส่งผลให้สนามเลือกตั้งเขตนี้ดุเดือดเลือดพล่านแน่นอน เพราะนายวิธันพัศ ถือเป็นแชมป์เก่า มีฐานคะแนนเสียงหลักอยู่ที่ อ.ละหานทราย ส่วนนายรุ่งโรจน์ ถือว่าเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่ก็ได้แรงสนับสนุนจากนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ โดยเฉพาะ อ.โนนดินแดง และ อ.ละหานทราย เขตนี้จึงเป็นการชิงดำ ๔ คน ยกเครดิตให้ วิธันพัศ กับ รุ่งโรจน์ ส่วน ประชารัฐ และสันติ เป็นตัวสอดแทรก แต่หากทั้ง วิธันภัทร และรุ่งโรจน์  แผ่วปลาย ประชารัฐ และสันติ อาจแซงโค้งสุดท้ายก็เป็นได้

           เมื่อประเมินสถานการณ์โดยรวมทั้ง ๘ เขตเลือกตั้ง วัดผลต่างได้เสียทั้งจากฐานคะแนนนิยมส่วนตัว และพรรคแล้ว โอกาสของพรรคภูมิใจไทยที่จะรักษาแชมป์ ๘ ที่นั่งนั้น น่าจะเป็นงานที่หนักหนาสาหัสพอสมควร เมื่อทางพรรคเพื่อไทย กับพรรคไทยรักษาชาติ รวมทั้งพรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ หวังเจาะฐานที่มั่น “ตระกูลชิดชอบ” ให้สั่นคลอน

           ศึกเลือกตั้งในครั้งนี้ จะเป็นการวัดฝีมือของ “อนุทิน” ว่าจะกวาด ส.ส.บุรีรัมย์ได้ทั้ง ๘ เขตหรือไม่ และค่ายกลอำนาจเก่าของ “ตระกูล ชิดชอบ” จะถูกเพื่อไทย ไทยรักษาชาติ และพลังประชารัฐ ตีแตกหรือไม่คงจะมีคำตอบในอีก ไม่ช้านี้

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๗ วันอังคารที่ ๒๖ - วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

1040 8459