18thNovember

18thNovember

18thNovember

 

March 04,2019

หญิงหน่อย’ฟุ้งพลิกเศรษฐกิจ ไม่สำเร็จอย่าเลือกอีก วิรัช’ชนะไม่ถึง ๑๐ เขต‘เนรเทศ’

         “หญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นำทัพพรรคเพื่อไทย ลุยเอาใจพ่อค้านักธุรกิจชั้นนำโคราช ปราศรัยใหญ่ ชูนโยบายเพื่อคนฐานราก ซัด คสช.ทำเศรษฐกิจตกต่ำ ด้าน ‘วิรัช รัตนเศรษฐ’ ประกาศลั่น ถ้า ‘พปชร.’ ได้ต่ำกว่า ๑๐ ที่นั่งจะไม่อยู่โคราชและประเทศไทย

 

         เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เวลา ๑๗.๐๐ น. ที่โรงแรมลีโอซอ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพงษ์เทพ เทพกาญจนา กรรมการบริหารพรรคฯ ทีมปราศรัยของพรรคฯ เพื่อพบปะกลุ่มพ่อค้านักธุรกิจชั้นแนวหน้าพื้นที่ จ.นครราชสีมา โดยมีผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีราชชื่อ เช่น นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท อดีตรองประธานหอการค้าจังหวัด และผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ทั้ง ๑๔ เขต ได้แก่ เขต ๑ ร.ต.อ. สุปชัย อินทรักษา, เขต ๒ นายสุธรรม พรสันเทียะ, เขต ๓ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, เขต ๔ นายจักรกฤช ผาสุขมูล, เขต ๕ นายโกศล ปัทมะ, เขต ๖ นายสมชาย ภิญโญ, เขต ๗ นายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร, เขต ๘ นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก, เขต ๙ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เขต ๑๐ พ.ต.อ.ปฏิวัติ นาคำ, เขต ๑๑ นายวรพล บวรลัทพล, เขต ๑๒ นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ, เขต ๑๓ นายรชตะ ด่านกุล และ เขต ๑๔ นายสุชาติ ภิญโญ ร่วมให้การต้อนรับ

โคราชศูนย์กลางเศรษฐกิจ

         คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า “ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น เพราะเป็นลูกหลานย่าโม เพราะฉะนั้น ยิ่งเข้าใจโคราช เห็นทั้งศักยภาพของเมืองและคน คนโคราชเป็นคนขยันอดทน มีความสามารถ แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนขาดผู้นำที่แท้จริง ในการบริหารจัดการให้โคราชเป็นเมืองศูนย์กลางของเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่แค่ภาคอีสาน เรามองว่าโคราชจะต้องเป็นศูนย์กลางการค้า ศูนย์กลางด้านการเกษตร ศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรม และการขนส่งสินค้าที่มาจากทางอีสานและประเทศเพื่อนบ้าน เราต้องใช้โคราชเป็นศูนย์กลางขนาดใหญ่ เพื่อจะส่งต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบัง เพราะฉะนั้น โคราชต้องเป็นศูนย์กลางทั้ง ๔ ด้าน การค้า เกษตร อุตสาหกรรม และการขนส่ง โคราชเป็นประตูหน้าด่าน แต่ไม่ใช่เอาแต่ตั้งด่าน ซึ่งได้ยินมาว่า ด่านตำรวจเยอะมาก ต่อไปนี้ต้องเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่เป็นประตูหน้าด่านเป็นแค่ทางผ่านไปเมืองอื่น ด้วยนโยบายของพรรค และด้วยการที่ตัวเองเป็นคนโคราช เป็นหลานย่าโม มีที่ปรึกษาที่รู้ปัญหาโคราชดี มั่นใจว่าจะพลิกฟื้นให้โคราชมีเศรษฐกิจที่ดี และเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจของประเทศ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างแน่นอน เสนอนโยบายและเสนอตัวให้พรรคเพื่อไทยได้มีโอกาสรับใช้ และโคราชจะเห็นการเปลี่ยนแปลง จะเป็นครั้งเดียวที่โคราชจะได้ลูกได้หลานมารับใช้อย่างเต็มที่ ลูกโคราชแท้ๆ หลานย่าโมแท้ๆ ให้มารับใช้อย่างเต็มที่ มั่นใจว่าเราสามารถยกจังหวัดนครราชสีมาได้ ชาวโคราชจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ถ้าเราทำไม่สำเร็จครั้งหน้าไม่ต้องเลือกเรา”

พปชร.ก็คนโคราช

         ต่อข้อถามว่า “พรรคพลังประชารัฐ มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเป็นคนโคราชเหมือนกันจะทำอย่างไร?” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า “คงไม่แข่งกัน หากเอาตามเลือดเนื้อเชื้อไข ที่พูดก็เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่ปู่ย่าตายายอยู่ที่โคราช ดังนั้นดิฉันพูดในส่วนของดิฉันเองเท่านั้น และประชาชนต้องตัดสินใจว่า จะเลือกใช้ชีวิต ๔-๕ ปีกับนายกฯ คนเดิม เบื่อชีวิตแบบเดิม เศรษฐกิจแบบเดิม ต่อไปอีกหรือไม่ ถ้าจะใช้ชีวิตแบบเดิม มีเศรษฐกิจแบบเดิม เหมือน ๔-๕ ปีที่ผ่านมา เลือกนายกฯ คนเดิมได้ แต่คิดว่าถ้าจะเดินออกไปสู่อนาคตที่ดีกว่า เศรษฐกิจที่ดีกว่า ซึ่งตลอดระยะเวลา ๑๗ ปี ที่พรรคเพื่อไทยตั้งแต่เป็นไทยรักไทย มีโอกาสเข้ามารับใช้ ทำงานให้กับประเทศชาติ เราทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นทุกครั้ง ดังนั้นครั้งนี้ไม่ยาก ในเรื่องของการบริหารจัดการที่จะทำให้เศรษฐกิจดี โดยเฉพาะเมืองที่มีศักยภาพอย่างโคราช เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนจะตัดสินใจ”

มุมมองเศรษฐกิจโคราช

         ต่อข้อถามว่า “มุมมองภาคการเกษตรของโคราชทั้ง ๑๔ เขต เป็นอย่างไร?” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า “เรื่องของการเกษตรเราได้ประกาศว่า ๑.เกษตรกรย่ำแย่มา ๔-๕ ปี จากราคาพืชผลเกษตรที่ตกต่ำอย่างมาก ดังนั้นคนที่เป็นกำลังซื้อหลักของประเทศ ไม่มีกำลังซื้อ ยากจนแบบนี้ทำให้เศรษฐกิจข้างบนตายไปด้วย โรงงานก็ปิดตัวลง เพราะว่ากำลังซื้อหมด ดังนั้นเราต้องเติมพลังให้เกษตรกร เรามีมาตรการคือ ๑.พักชำระหนี้เกษตรกรก่อน ๓ ปี เพื่อที่จะเอาภาระที่หนักวางไว้ข้างๆ ๒.ดันราคาเกษตรสินค้าทุกตัวขึ้นภายใน ๖ เดือน อย่างต่ำ ๓๐% เรามั่นใจว่าทำได้เพราะมีวิธีการแล้ว เราจะมุ่งไปสู่การปรับเปลี่ยนการทำเกษตร ของประเทศทั้งหมด มุ่งไปสู่การผลิตอาหารเพื่อสุขภาพ ที่จะส่งขายคนทั้งโลก ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มาก และเราจะให้ทุนในการปรับการผลิต เช่น ข้าว เราจะให้พี่น้องที่เป็นชาวนาเพื่อปรับเปลี่ยนการผลิต เกวียนละ ๕,๐๐๐ บาท สูงสุดได้ ๑๕ เกวียน ต้องการช่วยรายเล็ก ต่ำสุดประมาณ ๗ เกวียน ต่ำกว่า ๗ เกวียน ก็จะได้ ๓๖,๐๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่เรามองว่าจะปรับเปลี่ยนศักยภาพได้ และต่อยอดด้วยกองทุนปรับเปลี่ยนหน้าดิน ซึ่งจะเป็นทุนเข้าไปปรับเปลี่ยนการผลิต ให้มุ่งไปสู่สินค้าที่ปลอดภัย อาหารที่มีคุณภาพ ขายได้ราคาดี ปลูกน้อยลง ซึ่งเรามั่นใจว่า สามารถทำได้และมีแผนงานหมดแล้ว ระหว่างช่วงเปลี่ยนถ่ายเราจะช่วย เรื่องของปัจจัยการผลิต เพื่อปรับคุณภาพอย่างที่บอก เกวียนละ ๕,๐๐๐ บาท” 

         “สำหรับบัตรคนจน ประชาชนได้ประโยชน์อยู่แล้ว อะไรที่ประชาชนได้ประโยชน์ เราไม่ได้ขัดขวาง แต่จะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างเต็มที่มากกว่า แทนที่จะรูดแล้วส่งไปถึงคนที่เป็นเจ้าสัวใหญ่ๆ ไม่กี่บริษัท เราจะปรับกลไกของบัตรคนจนมาเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้เงินสดถึงมือประชาชนได้จริงๆ ไม่ใช่ให้แค่คนจนเป็นทางผ่านของเงิน และเงินไม่ได้เข้ากระเป๋าคนจน แต่เราจะทำให้เงินเข้ากระเป๋าเกษตรกรและคนจนให้ได้” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

ปราศรัยใหญ่’หน้าย่าโม

         จากนั้น เวลา ๑๘.๓๐ น. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และคณะพรรคเพื่อไทย เดินทางไปยังลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ลานย่าโม) เพื่อกราบไหว้สักการะคุณย่าโม ก่อนจะเข้าร่วมงาน “ปราศรัยใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา” โดยมี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และดร.อดิศร เพียงเกษ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นปราศรัยอยู่ก่อนแล้ว บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้น ประชาชนต่างรอต้อนรับ และส่งเสียงเชียร์กว่า ๑,๕๐๐ คน

         คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า “ตนเป็นลูกหลานชาวโคราชโดยกำเนิด จึงรู้จักคนในพื้นที่มาก และรู้จักพื้นฐานด้านเศรษฐกิจในโคราชดีที่สุด ซึ่งโคราชมีศักยภาพมากที่จะได้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ที่ผ่านมายังขาดผู้นำในพื้นที่ที่เข้มแข็ง เพื่อที่จะทำให้กลายเป็นจังหวัดศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยพรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่จะทำให้โคราชเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ๔ ด้าน ได้แก่ ๑.ด้านการค้า ๒.ด้านการเกษตร ๓.ด้านอุตสาหกรรม และ ๔.ด้านการขนส่ง รวมถึงนโยบายของพรรคฯ เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับ จ.นครราชสีมา ซึ่งจะไม่ใช่แค่ทางผ่านเท่านั้น โดยจะอาสามาเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง ประสานความร่วมมือกับนักธุรกิจในพื้นที่ที่ได้มาพบกันในวันนี้ ช่วยกันระดมสมองในการพัฒนาโคราชให้ไปสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจทั้ง ๔ ด้านให้ได้ในอนาคต ดังนั้น ครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ชาวโคราช จะได้เลือกลูกหลานชาวโคราชมารับใช้พัฒนาบ้านเมืองได้อย่างเต็มที่ และถ้าพรรคเพื่อไทย สามารถได้ที่นั่ง ส.ส.ยกจังหวัดทั้ง ๑๔ เขตได้ ก็จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโคราชแน่นอน”

         นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา กล่าวปราศรัยว่า “เศรษฐกิจของไทยช่วง ๕ ปีที่ผ่าน หลังจาก คสช.เข้ามายึดอำนาจส่งผลให้เศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนัก มีประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะเกษตรกร ซึ่งได้รับความลำบากยากเข็ญ ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ขณะเดียวกัน คสช.ได้วางแผนสืบทอดอำนาจและต้องการให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือลุงตู่ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกถึง ๘ ปี เพราะว่า ส.ว.ที่มาจากการคัดเลือกโดย คสช. มีวาระในสภาฯ ถึง ๕ ปี หรือ ๒ สมัย เพราะฉะนั้นถ้าประชาชนต้องการหยุดยับยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. ในวันที่ ๒๔ มีนาคมนี้ เราต้องพร้อมเพรียงกันเลือกพรรคเพื่อไทยทั่ง ๑๔ เขต เหมาทั้งจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้พรรคเพื่อไทยเข้าไปฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้กลับคืนมาอีกครั้ง พรรคเพื่อไทยทำได้และทำมาแล้ว”

         ด้านนายนพดล ปัทมะ กล่าวปราศรัยว่า “ประเทศไทยประสบปัญหาหนี้สาธารณะพุ่งขึ้นสูง เช่น มีเงิน ๒๐ บาท ใช้เงินไป ๒๕ บาท ทำให้เราขาดดุล ทำให้ประเทศมีหนี้ และสร้างความเหลื่อมล้ำให้สังคมอย่างหนักหน่วง คนจนยิ่งจนลงไม่มีเงินจะกิน และเป็นหนี้มากขึ้น หลายคนเป็นหนี้นอกระบบ กู้เงินมา ๑๐๐ แต่กลับต้องใช้เงินคืน ๒๐๐ ถูกเอาเปรียบต่างๆ นานา ขณะนี้พรรคเพื่อไทยมีนโยบายและบุคลากรพร้อมที่จะแก้ปัญหา และจะนำโครงการ ๓๐ บาท รักษาทุกโรค, กองทุนเติมเงินเสมอภาคทางการศึกษา, กองทุนอาชีวะเถ้าแก่ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ กลับคืนมาให้คนไทยอีกครั้ง เพราะฉะนั้น วันที่ ๒๔ มีนาคมนี้ ขอให้คนไทยทุกคนนำเสรีภาพ และประชา ธิปไตยกลับมาคืนสู่ประเทศไทยอีกครั้งด้วยการเลือกผู้สมัครพรรคเพื่อไทยทุกเขตทุกจังหวัด โดยเฉพาะ ๑๔ เขตในโคราช”

         ทั้งนี้ หลังจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ขึ้นปราศรัยได้ประมาณ ๓๐ นาที ฝนก็เริ่มตกลงมา โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เชื่อว่านี่เป็นการพรมน้ำมนต์ให้กำลังใจจากคุณย่าโม

พปชร.น้อยกว่า ๑๐ เขตจะไม่อยู่โคราช

         ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคฯ ลงพื้นที่โคราช โดยมีทั้งผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขตทั้ง ๑๔ เขต ร่วมด้วย โดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์ ๑๔ เขตเลือกตั้งของโคราช พปชร.มีความเข้มแข็งและคะแนนเสียงดีขึ้น ตนไม่ได้มาโคราชเป็นครั้งแรก เป็นครั้งที่ ๓-๔ ตนเป็นรองหัวหน้าพรรคฯ มาลงพื้นที่สร้างความมั่นใจให้กำลังให้ผู้สมัครและถือเป็นโอกาสได้มาเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในเขต ๑ เขต ๒ และ อ.โนนสูง โคราชเป็นเมืองหลวงอีสาน พปชร.ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นลูกหลานย่าโม “โคราชสร้างลุงตู่ ลุงตู่สร้างชาติ” เป็นประเด็นสำคัญที่เราจะต้องปักหมุดให้ชนะทั้ง ๑๔ เขต

         อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๗ ประกาศว่า หากในจังหวัดนครราชสีมาพรรคพลังประชารัฐได้ต่ำกว่า ๑๐ ที่นั่ง จะไม่ขออยู่โคราชและประเทศไทย

 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๘ วันศุกร์ที่ ๑ - วันอังคารที่ ๕ เดือนมีนาคม  พุทธศักราช ๒๕๖๒


949 7768