19thJuly

19thJuly

19thJuly

 

March 04,2019

เปิดวิสัยทัศน์ว่าที่ส.ส.โคราช ๑๓ พรรคโอ้อวดนโยบาย ดึงเศรษฐกิจเพิ่มสวัสดิการ

            เปิดเวทีดีเบตให้ ๑๓ พรรคการเมือง ขึ้นโชว์วิสัยทัศน์ เสนอนโยบาย ทุกพรรคคุยโวกระชากเศรษฐกิจโคราชกลับมา เพิ่มงบสวัสดิการผู้ด้อยโอกาส สร้างรายได้ให้เกษตรกร เชื่อมคนรุ่นใหม่ให้สนใจการเมือง

            วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ที่บริเวณลานกิจกรรมชั้น ๑ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช หน่วยงานภาคเอกชน ซึ่งประกอบไปด้วย สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา, หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา, เคซีทีวี, และเว็บไซต์อีสานบิซ ร่วมกันจัดเวทีดีเบตผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครราช สีมา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สมัคร ส.ส.ของแต่ละพรรคการเมือง แสดงวิสัยทัศน์ และเสนอนโยบายต่างๆ ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมารับรู้ โดยมีนายเจริญลักษณ์ เพชรประดับ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสานบิซ จำกัด เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งมีพรรคการเมืองต่างๆ ส่งผู้สมัคร ส.ส.ร่วมเวทีดีเบต จำนวน ๑๓ คน ประกอบไปด้วย ๑.นพ.สำเริง แหยงกระโทก ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย, ๒.นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๙ พรรคเพื่อไทย, ๓.นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรคชาติพัฒนา, ๔.นายเกษม ศุภรานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ, ๕.นายอัคคชา พรหมสูตร ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรคประชาชาติ, ๖.นางอารยา รุจิวรรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๒ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, ๗.นายธวัศชา เดชสุภา ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรคประชาภิวัฒน์, ๘.นาง วารินทร์ทิพย์ ธีรดนย์ศิริกุล ผู้สมัคร ส.สเขต ๑ พรรคเสรีรวมไทย, ๙.นายกฤศกร จิตดนัย ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรครวมพลังประชาชาติไทย, ๑๐.นาย วรพงศ์ โสมัจฉา ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่, ๑๑.นายอมร แก้วสุข ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรคเศรษฐกิจใหม่, ๑๒.นายชุบ ชัยฤทธิไชย ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ และ ๑๓.นายญาณกิตติ์ ศิริทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา ท่ามกลางกองเชียร์ของแต่ละพรรคเข้าร่วมรับฟังการดีเบตจำนวนมาก 

            ทั้งนี้ผู้จัดเวทีดีเบตเปิดโอกาสให้ผู้สมัคร ส.ส.แต่ละพรรคการเมือง ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์และตอบคำถาม คนละ ๓ นาที โดยมีคำถามจากตัวแทนภาคส่วนต่างๆ นางสาวมณีรัตน์ ตัณฑวรรธนะ นายกสมาคมคนพิการจังหวัดนครราช สีมา นางสาวอริสรา แตงกระโทก ประธานเด็กและเยาวชนจังหวัดนครราชสีมา, ดร.ปรีชา อุยตระกูล ประธานมูลนิธิชุมชนโคราช และนายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ ประธานสภาอุตสาห กรรมจังหวัดนครราชสีมา 

            คำถามประกอบด้วย ๑.นโยบายของพรรคที่มีต่อคนรุ่นใหม่ ๒.ประเด็นคำถามเรื่องธุรกิจของชาวโคราช และนโยบายช่วยเหลือประชากรที่เป็นเกษตรกร ๓.ประเด็นคำถามคนเปราะบาง คนพิการ คนชรา และ ๔.ประเด็นคำถามเรื่องเศรษฐกิจ จะกระชากเศรษฐกิจโคราชขึ้นมาได้อย่างไร

นโยบายตอบโจทย์ ‘คนรุ่นใหม่’ 

            นายวรพงศ์ โสมัจฉา ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของพรรคอนาคตใหม่บอกไว้ว่า คนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศ ไทยเท่าทันโลก เด็กคนหนึ่งที่เติบโตมาเมื่อได้รับการศึกษาจะมีต้นทุนเพิ่มมากขึ้น พรรคอนาคตใหม่เห็นความสำคัญของจุดตรงนี้ จึงเสนองบเงินเดือนอุดหนุนเยาวชน ให้เยาวชนอายุตั้งแต่ ๑๘-๒๒ ปี เดือนละ ๒,๐๐๐ บาท เพื่อให้เยาวชนไปสานฝัน หรือทำให้สิ่งที่ตนเองอยากทำ บางคนอาจเอาไปซื้อหนังสือ บางคนอาจเอาไปซื้ออุปกรณ์กีฬา หรือบางคนอาจจะนำไปใช้ในการท่องเที่ยวอื่นๆ เพื่อทำความต้องการของแต่ละบุคคล หรือเอาไปเป็นทุนการศึกษาที่ไม่ต้องมีการกู้ยืม ซึ่งปัจจุบันมีการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษามา ทำให้เป็นหนี้ ไม่มีต้นทุน จะได้รับสวัสดิการอย่างเท่าเทียมกันและถ้วนหน้า 

            ส่วนประเด็นที่ว่าทำอย่างไรให้เข้าถึงบทบาทของเด็กและเยาวชนและสนับสนุนจิตอาสา ในส่วนนี้ คนแต่ละช่วงอายุมีวัฒนธรรมการเมืองที่แตกต่างกัน เด็กรุ่นใหม่เข้าถึงการเมืองผ่านอินเทอร์เน็ตและเราได้เห็นว่า กระแสของฟ้ารักพ่อกำลังมาแรง ทำให้เยาวชนทุกคนหันมาสนใจในตัวนักการเมืองรุ่นใหม่อย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มากขึ้น และนโยบายของพรรคอนาคตใหม่อยากให้เยาวชนเข้ามามีส่วนรวมในการเสนอปัญหาและประเด็นทางการเมือง มีส่วนร่วมในการตัดสินใจประเด็นต่างๆ เพื่อจะนำเสนอหรือปัญหาเหล่านี้ สู่นโยบายในอนาคต เพราะนโยบายต่างๆ ที่สร้างมาโดยนักการเมืองรุ่นเก่าๆ นักการเมืองในรุ่นนั้นมักตอบโจทย์ประโยชน์ของตนเอง แต่ถ้าหากว่า เยาวชนหรือคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และเสนอปัญหาเหล่านี้เข้ามา ทางพรรคการเมืองยินดีรับฟัง และนำเสนอผ่านทางสภาต่อไปได้ และอยากจะสร้างผังเมืองที่เอื้อต่อเด็กและเยาวชน ในปัจจุบันจะเห็นว่าสวนสาธารณะมีน้อยมาก จะสนับสนุนด้วยโครงการเมกะโปรเจ็กต์พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งจะสนับสนุนการศึกษาถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อัดฉีดเรื่องการศึกษา เพื่อให้คนไทยเท่าเทียมกัน และให้ประเทศไทยเท่าทันโลก

ทรัพยากรมนุษย์ สำคัญสุด

            นายชุบ ชัยฤทธิไชย ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คนรุ่นใหม่ต้องเข้ามาสืบทอดการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป สิ่งที่เป็นนโยบายสำคัญของคนรุ่นใหม่คือ ต้องพัฒนาคุณภาพของคนรุ่นใหม่ โดยการถือว่าทรัพยากรที่มีค่าที่สุด คือทรัพยากรมนุษย์ เพราะฉะนั้นต้องทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องระดับชาติให้สำเร็จจงได้ ถ้าทรัพยากรมนุษย์ไร้คุณภาพ บ้านเมืองไม่มีทางพัฒนาได้อย่างแน่นอน ในหลักการคือ ทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่มีคุณภาพ คือเป็นคนดีและคนเก่ง เพราะฉะนั้นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์จะเริ่มสนับสนุน ตั้งแต่ปฏิสนธิขึ้นในครรภ์มารดา กระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เป็นอนาคตของชาติบ้านเมือง โดยในระยะแรกต้องพัฒนาในเรื่องคุณภาพ สุขภาพอนามัย การเจริญเติบโตของสมอง มีการเจริญวัยอย่างเหมาะสม โดยได้รับสารอาหารที่ถูกต้องและครบถ้วน เราดูแลตั้งแต่ปฏิสนธิขึ้นในครรภ์มารดาจนกระทั่งคลอดออกมาเป็นทารกที่สมบูรณ์ พร้อมทั้งสุขภาพกายสุขภาพสมอง พัฒนาต่อไปด้วยการจัดงบประมาณ กระทั่งอายุ ๘ ปี เด็กที่ได้รับการพัฒนาอย่างนี้ ย่อมพร้อมที่จะเข้ารับการศึกษาอย่างมีคุณภาพแน่นอน เด็กเรียนเก่งมีการพัฒนาที่ดี แต่เด็กที่เรียนอ่อน มีปัญหา ทำอย่างไรให้เด็กที่เรียนอ่อนมีคุณภาพ ต้องช่วยกันดูแลประคับประคองให้เด็กเหล่านี้อยู่ในสังคมได้ ทรัพยากรมนุษย์ ถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสูงสุด เยาวชนที่เข้าไปพัฒนาประเทศได้ต้องเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ เพราฉะนั้นต้องผ่านการดูแล ตั้งแต่ในเรื่องสุขภาพและอนามัย การเติบโตของสมอง และการพัฒนาในเรื่องการศึกษา เมื่อเติบโตสมบูรณ์แบบทุกประการแล้ว นี่คือชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่จะดูแลชาติบ้านเมืองต่อไป

หนุน‘หมอครอบครัว’

            นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า คำถามเยาวชน ความจริงเยาวชนเรามีเยอะ แต่ขณะนี้เยาวชนยังขาดการกระตุ้นการทำงาน เพราะฉะนั้น จะให้เยาวชนซึ่ง เป็น Gen y Gen z ได้มาทำงาน ผมคิดว่าสภาเยาวชนที่มีอยู่ทุกตำบล จะต้องให้เกิดการทำงาน จะต้องสนับสนุนจะต้องหาวิธีเชื่อมประสานกับผู้ใหญ่ด้วย จิตอาสาที่เขาทำดีแล้ว อีกอันหนึ่งที่น่ากระตุ้นคือให้เยาวชนเหล่านี้ มาสนใจการเมืองได้อย่างไร โดยเป็นการเมืองที่ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นวาทะกรรมที่กระตุ้นให้เอามัน แต่ว่าให้มีความครุ่นคิด แล้วก็ทำเรื่องการเมืองอย่างจริงจัง ร่วมกับ GEN-X GEN-Y และ GEN-Z 

            ส่วนเรื่องโรงพยาบาล ขณะนี้ นายแพทย์ พยาบาลเครียดกันมาก การรักษาก็อาจใช้เวลาในการตรวจแค่ ๒-๓ นาที มาเช้า บ่ายกลับ เราต้องก้าวไปอีกก้าวหนึ่ง คือเอานายแพทย์ ไปอยู่ทุกตำบลหรือเรียกว่าหมอครอบครัว แล้วก็ให้อยู่ตรงนั้นเพื่อสกัดกั้นคนไข้ แล้วก็ให้ อสม.มีศักดิ์ศรี มีเงินเพิ่มขึ้นมีหน้าที่ดูแลคนแก่ เพื่อไม่ให้คนไข้แน่นโรงพยาบาล อันนี้เป็นการก้าวต่อยอดอีกอันหนึ่ง 

เพิ่มป่า ลดสารเคมี สร้างรายได้

            นางอารยา รุจิวรรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๒ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย กล่าวว่า ในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกข้าว มัน สำปะหลัง อ้อย ปาล์ม ที่มีราคาที่ตกต่ำ พรรคของเรามีนโยบาย ในการปลูกป่าให้ประชากร โดยที่ประชาชนจะมีรายได้ในการปลูกป่า ทดแทนพืชผลทางการเกษตร จะต้องปลูกต้นไม้ในบัญชีหวงห้ามประเภท ก และ ประเภท ข ๑๗๑ ชนิด ของกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะเป็นผู้เพาะพันธุ์กล้าให้ กล้าไม้จะมีความสูงประมาณ ๘๐ เซนติเมตร เช่น ต้นมะค่า ประดู่ สะเดา โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และเกษตรกรจะปลูก ๔x๔ เมตร หรือ ๖x๖ เมตร ตามความเหมาะสมของพื้นที่ เมื่อปลูกไปแล้ว ในปีที่ ๒ และ ๓ และ ปีถัดไป จะได้เงินชดเชยการปลูกต้นไม้ตามความโตของต้นไม้ โดยวัดจากเส้นรอบวง และคิดออกมาเป็นจำนวนเงินทุกต้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะมีรายได้มากกว่าปลูกพืชผลทางการเกษตร พรรคของเรามีการสนับสนุนพันธุ์ต้นกล้าแจกให้ฟรี และการที่ปลูกป่าโดยไม่ใช้สารเคมีทำให้ลดต้นทุนการเพาะปลูก ก่อให้มีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น นโยบายของพรรคของเราคือเพิ่มป่า ลดสารเคมี สู้ภาวะโลกร้อน และสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารพิษ มุ่งเน้นให้เข้ากับโรงพยาบาล โรงเรียน สถานที่เอกชน เพื่อให้ประชาชนได้รับประทานผักที่ปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพของประชนชน 

โคราชด่านตรวจเยอะเศรษฐกิจแย่

            นายอัคคชา พรหมสูตร ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรคประชาชาติ กล่าวว่า ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำเพราะว่าต้นทุนสูง รัฐบาลต้องออกมาดูแลเรื่องราคาปุ๋ยและยา ส่วนราคาขายรัฐบาลต้องมาประกันราคาขายเท่านั้นเกษตรกรจะขายได้กำไร เมื่อมีกำไรสามารถใช้เงินจับจ่ายใช้สอยกับพ่อค้าแม่ค้า พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในเมืองสามารถมีเงินไปซื้อของมาขายต่อ เหมือนกับโรงงานไปเสียภาษีให้กับรัฐบาล รัฐบาลมาใช้หมุนเวียนในเศรษฐกิจ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไม่สนใจเกษตรกรอย่างจริงจัง กลายเป็นวงจรเศรษฐกิจที่ไม่โต นี้คือปัญหาภายนอกของเศรษฐกิจโคราช แต่ปัญหาภายในเศรษฐกิจโคราชเป็นแบบนี้ ปัญหาคือเรื่องการตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขออนุญาตในส่วนตรงนี้ มีคนมาต่อว่าผมเรื่องด่านตรวจเยอะ ไม่ได้หมายความว่า ให้ยกเลิกเรื่องตั้งด่าน แต่ต้องมีแบบพอสมควร ไม่ใช่ว่าตั้งแต่ ๑๙.๐๐ น. เงียบทั้งเมือง แต่ความจริงเป็นแบบนั้น เพราะว่ากลัวด่านไม่กล้าออกจากบ้านไปไหน ถ้าด่านจำกัดเสรีภาพของคนขนาดนี้ เราจะเอาด่านมาไว้ทำไม ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ มีแค่จังหวัดเดียวในประเทศไทยด่านตำรวจเยอะที่สุด คือจังหวัดนครราชสีมา ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเศรษฐกิจโคราชไม่มีวันฟื้น ถ้าถามว่าจะแก้ปัญหาด่านอย่างไร ประการแรกได้ทำหนังสือไปถึงผู้บังคับบัญชาเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผมได้มีโอกาสเป็นผู้แทนราษฎรผมจะปฏิรูปตำรวจ

สนับสนุนเรื่องสหกรณ์

            นายธวัศชา เดชสุภา ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรคประชาภิวัฒน์ กล่าวว่า ได้หัวข้อธุรกิจอยากจะพูด ๒ ประเด็น คือจะทำอย่างไรให้นักธุรกิจเข้ามาทำธุรกิจในโคราช เราต้องสนับสนุนเรื่องสหกรณ์ เมื่อชุมชนมีระบบสหกรณ์ที่ดี ระบบเศรษฐกิจยั่งยืน อันดับแรกที่ง่ายๆ ที่มองคือทำไมนักการเมืองคิดไม่เป็น มองง่ายๆ ทำอย่างที่ SME แต่ระบบจะเติมโต โคราชนักการเมือง นักธุรกิจเยอะ ทำไมไม่รวมกันสร้างเมืองโคราชให้เติมโตเป็นเมืองโมเดล ผมขอสัญญาว่าจะอุทิศชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อพัฒนาโคราช ไม่ว่าจะได้เป็นหรือไม่ได้เป็นก็ตาม แล้วประเด็นที่ ๒ ที่บอกว่าทำอย่างไรจะให้นักธุรกิจเข้ามา ถ้าชาวโคราชมีศีล ๕ ปัญหาอาชญากรไม่มี นักธุรกิจอยากเข้ามาลงทุนแน่นอน

เบี้ยผู้พิการ ๑ พันบาทต่อเดือน

            นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ชีวิตในราชการ ๑๖ เดือนสุดท้าย ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดที่ทำกิน ที่บ้านดอนกระชาย อำเภอบัวใหญ่ ให้กับคนที่ต้องไปขอที่อยู่อาศัยที่วัดจำนวน ๕๔ ครัวเรือน ๕๒๗ ไร่ มีคนขึ้นทะเบียนขอที่ทำกิน ๓ หมื่นกว่ารายในโคราช มีคนตกเส้นความยากจนอยู่หมื่นกว่าคน นโยบายพรรคการ เมือง ต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีจะไปเขียนนอกเหนือไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นต้องบอกแหล่งที่มาของงบประมาณ สำหรับสวัสดิการของผู้พิการ ขณะนี้ที่ระบบผู้พิการดูแลอยู่ คือจ่ายให้เดือนละ ๘๐๐ บาท ไม่เหมือนกับสวัสดิการของคนชรา ที่มีอยู่ ๓๘๐,๐๐๐ คน จ่ายตั้งแต่เดือนละ ๖๐๐, ๗๐๐, ๘๐๐ บาท จนไปถึง ๑,๐๐๐ บาท แต่สำหรับคนพิการก็ได้รับเดือนละ ๘๐๐ เช่นเดิม สำหรับนโยบายพรรคของเราจะเพิ่มสวัสดิการของผู้พิการจาก ๘๐๐ ไปเป็น ๑,๐๐๐ ซึ่งเป็นขั้นแรก จะไปแก้ไขในเรื่องการใช้จ่ายเงินกองทุนที่กู้ยืมประกอบอาชีพ กู้ยืมโดยองค์กรที่ไปพัฒนา และต้องกระจายอำนาจ จัดตั้งคณะกรรมการทุกระดับลงมา ตั้งแต่ระดับจังหวัดไปถึงระดับท้องถิ่น ซึ่งเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจ บ้านเมืองเราตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ เกิด อบต. เกิด เทศบาล มั่นใจว่า มาจากการกระจายอำนาจ พรรคชาติพัฒนาจึงเขียนนโยบายเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ และต้องกระจายอำนาจจาก ๒๐% ไปสู่ ๓๕% ให้ได้ 

เพิ่มอายุราชการเป็น ๖๕ ปี

            นายญาณกิตติ์ ศิริทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า คนพิการในประเทศไทยทั้งหมดมี ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านคน ที่ยังเป็นผู้ป่วยอยู่กับเตียง ทางพรรคชาติไทยพัฒนามีแผนปฏิบัติการ โดยการส่งคนเข้าไปดู และสร้างงานให้ผู้สูงอายุ จากที่จะเกษียณ ๖๐ ปี เป็น ๖๕ ปี เราจะต่อโดยการหางานให้ทำ นโยบายที่กล่าวพรรคชาติไทยพัฒนาทำได้จริงแน่นอน เพราะหัวหน้าพรรคนางสาวกัญจนา ศิลปอาชา ก่อนจะเข้ามาทำการเมือง ท่านดูแลมูลนิธิคนพิการอยู่แล้ว ผมขอพูดอีกเรื่องหนึ่ง ทุกวันนี้บ้านเราส่งออกยางพาราเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่มีการผลิตยางรถยนต์เป็นยี่ห่อของเราเอง สุดท้ายอยากฝากพรรคชาติไทยพัฒนาและหัวหน้าพรรคท่านกัญจนา ศิลปะอาชา นโยบายอาจจะไม่จี๊ด แต่เราเขียนมาทำได้จริง ไม่ขายฝันแน่นอน

ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส

            นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๙ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยคือ งดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส งดรายจ่ายคือ โครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เพิ่มรายได้คือ ยกระดับราคาสินค้าทางการเกษตรของพี่น้องประชาชน ขยายโอกาสคือมีกองทุนตั้งตัวได้ และอื่นๆ อีกมากมาย ประเด็นที่ถามคือ เราจะกระชากเศรษฐกิจโคราชขึ้นมาได้อย่างไร แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้  คือคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซึ่งคุณพ่อของท่านเป็นคนอำเภอพิมาย คุณแม่เป็นคนอำเภอปักธงชัย แน่นอนคุณหญิงสุดารัตน์เกิดมาคงไม่ใช่คนสงขลาหรือปัตตานี เป็นคนโคราชแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่จะอธิบายคือ การกระชากเศรษฐกิจของโคราช เรามีการเตรียมพร้อม คือโครงการที่เราคิดในอดีต ถ้าไม่มีรัฐประหาร ป่านนี้รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง หรือการพัฒนาสนามบิน สายการบิน และมอเตอร์เวย์จะได้เห็นชัดเจน แต่น่าเสียดายที่ว่าประเทศนี้ รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูงวิ่งช้ากว่ารถถัง ดังนั้นอธิบายโดยสรุปแล้วการกระชากเศรษฐกิจของคนโคราชได้ คือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส  

‘เศรษฐกิจใหม่’ขอโอกาสสักครั้ง

            นายอมร แก้วสุข ผู้สมัคร ส.ส.เขต ๑ พรรคเศรษฐกิจใหม่ กล่าวว่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่เก่ง นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ นำรถยนต์โตโยต้าขายให้กับประเทศไทยและต่างประเทศ และท่านบริหารช่อง ๙ อสมท. ซึ่งท่านมีรายได้ปีละ ๒๕๐ ล้านบาท ท่านมาบริหารพลิกเศรษฐกิจใหม่ ให้กำไรได้ ๕,๕๐๐๐ ล้านบาท โดยที่ไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น ท่านมิ่งขวัญท่านเก่งจริงๆ อยากให้พ่อแม่พี่น้องให้โอกาสท่านสักครั้ง เคยบริหารมาหลายหน่วยงาน เคยเป็นรองนายกรัฐมนตรี เคยเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์มาก่อน ประสบการณ์การทำงานสูงมาก พรรคเศรษฐกิจใหม่คิดนอกกรอบ ท่านจะบริหารให้ประชาชนทุกคนมีเงิน ขอโอกาสให้พรรคเศรษฐกิจใหม่สักครั้ง

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๘ วันศุกร์ที่ ๑ - วันอังคารที่ ๕ เดือนมีนาคม  พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

1028 8435