14thNovember

14thNovember

14thNovember

 

March 08,2019

ปชป.ชี้เลือกตั้งครั้งนี้มีหวัง หลังไร้ สส.โคราชนับ ๑๐ ปี ประกาศโค่น‘รัตนเศรษฐ’

           “บัญญัติ บรรทัดฐาน” นำทัพประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัย หวังพิชิตใจคนโคราช หลังไร้ ส.ส.นับ ๑๐ ปี อ้างเลือกตั้งครั้งนี้มีหวัง เพราะเศรษฐกิจซบเซา นโยบายพรรคโดนใจ “ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต” ชี้ยังเลือกไม่ได้ว่าจะเข้าร่วมกับพรรคใด

           เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๗.๐๐ น. ที่ลานกิจกรรมอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคฯ นายการุณ ใสงาม ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อกว่า ๑๐ คน เดินทางมาขึ้นเวทีปราศรัย เพื่อหาเสียงช่วยผู้สมัครทั้ง ๑๔ จังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วยเขต ๑ นายชุบ ชัยฤทธิไชย เขต ๒ นางณัฐธยาน์ พิพิทฐานนท์ เขต ๓ นายเกษม รังสุวรรณ์ เขต ๔ นายจรัญ เสาวกุล เขต ๕ นายสิทธิชัย เจริญใจ เขต ๖ นายประสพ หวังล้อมกลาง เขต ๗ นายวันชัย ก้องเจริญพาณิชย์ เขต ๘ นายนิธิศ บุญมีศิริธิพงศ์ เขต ๙ นายจำนง กันสำโรง เขต ๑๐ นางกาญจนา บุญมีศิริธิพงศ์ เขต ๑๑ นายฉัตรบรรจง เพ็ชรจีนพะเนา เขต ๑๒ นายสุชาติ อำนวยมงคลพร เขต ๑๓ จ.ส.ต.เฉลิม เทียนขุนทด และเขต ๑๔ นายสิทธิพงษ์ ระหาญนอก ท่ามกลางบรรยากาศที่ครึกครื้น มีประชาชนเข้าร่วมรับฟังกว่า ๑,๐๐๐ คน และคอยส่งเสียงเชียร์อยู่ตลอดเวลา 

           นายชุบ ชัยฤทธิไชย ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ เขต ๑ เบอร์ ๑๓ กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า “วันนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมรับฟังการปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ เรามาจับเข่าคุยกัน ปรับทุกข์ ผูกมิตร ถึงเรื่องราวต่างๆ ประชาธิปัตย์มีนโยบายดีๆ มานำเสนอ เช่น นโยบายการแก้จน สร้างคน สร้างชาติ เรามีนโยบายที่จะอธิบายให้ประชาชนรับทราบ การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทุกกลุ่มอาชีพ ทุกกลุ่มอายุ คือการยกระดับรายได้ของพี่น้องประชาชน สำคัญที่สุดพี่น้องเกษตรกรถูกเอาเปรียบในเรื่องของการขายสินค้า ถูกกดราคาข้าว นอกจากนั้นนโยบายที่บอกว่าเกิดปั๊บรับสิทธ์เงินแสน ที่ดูแลเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ให้เด็กคลอดออกมาแล้วสมบูรณ์ มีสมองที่เฉลียวฉลาด พรรคประชาธิปัตย์อยู่มาถึง ๗๒ ปี เพราะไม่เคยโกงกิน ทำงานอย่างสุจริตทุกอย่าง กระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ในอดีตพรรคประชาธิปัตย์เคยมีนายกรัฐมนตรีถึง ๔ คน คือ ๑.นายควง อภัยวงศ์ ๒.หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ๒ ท่านนี้เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาคนละ ๔ สมัย ๓.นายชวน หลีกภัย เป็นคนแก้ปัญหาต้มยำกุ้งในปี ๒๕๔๐ และ ๔.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนปัจจุบัน”

           นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์ กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า “ผมเพิ่งมาจากการปราศรัยที่อำเภอพิมาย ปราศรัยเสร็จแล้วก็รีบออกมา ตอนกลางวันก็อยู่ที่หนองแค (สระบุรี) ไปช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียง เสร็จแล้วก็มาที่นี่ รู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสมาพบกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาอีกครั้ง ความจริงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมก็เพิ่งมีโอกาสมาโคราช ที่เรียกภาษาอังกฤษว่า ‘ดีเบต’ (debate) ของโทรทัศน์ช่อง Workpoint ที่หน้าคุณย่าโม พร้อมกับอีก ๗ พรรคการเมือง และวันนั้นได้มีโอกาสไปเดินกับทนายชุบ ผู้สมัครเขต ๑ และมีโอกาสไปเยี่ยมโรงพยาบาลมหาราช ที่ตั้งใจไปเยี่ยมเพราะว่า สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีโอกาสจัดงบประมาณมาดูแลโรงพยาบาล มาดูแลประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาหลายแห่ง แต่ยังไม่มีโอกาสไปเยี่ยมแต่ละแห่งว่า ที่ให้งบประมาณไปนั้น เสร็จหรือยัง หากเสร็จแล้วเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากน้อยแค่ไหน โรงพยาบาลมหาราชฯ สร้างอาคารผู้นอก เป็นอาคาร คสล. ๗ ชั้น สร้างเสร็จเมื่อประมาณ ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ผมไปถามว่าทำไมเพิ่งเสร็จ ผมให้งบไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ บอกว่าเพิ่งเสร็จก็เพราะว่าผู้รับเหมามีปัญหาจึงล่าช้า เมื่อไปเห็นแล้วก็ดีใจว่า พี่น้องประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาหลายอำเภอ และจังหวัดใกล้เคียงได้ใช้บริการตึก ๗ ชั้นของโรงพยาบาลมหาราชเป็นอาคารผู้ป่วยนอก อาคารบริการ ผมให้งบประมาณมา ๗๑๙ ล้านบาท ดีใจที่เห็นอาคารเสร็จสิ้นสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว ความจริงไม่ได้ให้เฉพาะโรงพยาบาลมหาราชอย่างเดียว แต่ว่าไปนั่งดูย้อนหลังแล้วให้งบประมาณมาทั้งหมด ๓๖ หลัง เพื่อสร้างอาคารในโรงพยาบาล เฉลี่ยแล้วในหลายๆ อำเภอ เช่น อาคารหอนอน ๑๐ ชั้น วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครราชสีมา ๑๐๗ ล้านบาท”

นโยบายดีทุกเรื่อง

           นายการุณ ใสงาม ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า “ผมไปเสิงสาง ครบุรี เจอพี่น้องปลูกมันสำปะหลัง ปรากฏว่าคุณลุงถามว่า พรรคไหนมาหาเสียง ผมจึงบอกว่า ‘พรรคประชาธิปัตย์ครับ’ และลุงก็เล่าว่า ‘ปีที่อภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ มันสำปะหลังกิโลละ ๓.๕๐ บาท ผมขายได้ ๓ แสนกว่าบาท’ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีวิธีช่วยเกษตรกร คือเราใช้วิธีประกันราคา เราเคยเป็นรัฐบาลที่ใช้วิธีประกันราคาข้าวเปลือก ปรากฏว่าการประกันราคาข้าวเปลือกเป็นผลดี หากปีนี้ประชา ธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล ข้าวขาวธรรมดาตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท โรงสีรับซื้อแค่ ๑๒,๐๐๐ บาท ทางรัฐบาลจะโอนเข้าบัญชีโดยตรงเลย ๓,๐๐๐ บาท เพื่อให้ครบ ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่มีใครโกงได้ นี่คือวิธีของประชาธิปัตย์ ทำมาแล้วยั่งยืนมาแล้ว ประชาชนได้รับประโยชน์ทั้งหมด ประชาธิปัตย์จะทำอย่างนี้ นโยบายทั้งหมด ๑๐ กว่าเรื่อง ดีทั้งนั้น ยอดเยี่ยมทั้งนั้น กินได้อร่อยทุกเรื่อง นโยบายประชาธิปัตย์เยี่ยมทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมพูดแค่เรื่องเดียวพอ เท่านี้คงจะตัดสินใจกันได้แล้ว แค่เรื่องประกันราคาข้าวก็ดีมากแล้ว นโยบายดีๆ แบบนี้ต้องช่วยกันเลือกพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น และจะได้นโยบายดีๆ แบบนี้ไปบริหารประเทศ แล้วท่านดูหน้าตาคนที่จะมาเป็นนายกฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ คือ นายอภิสิทธิ์ฯ เป็นนายกได้ดีที่สุด แจ๋วที่สุด เหมาะสมดีที่สุด บริหารได้เยี่ยมที่สุด บ้านเมืองเจริญยั่งยืนแน่นอนที่สุด”

ดูแลตั้งแต่เกิด-ตาย

           ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยว่า “พรรคประชาธิปัตย์มีอายุ ๗๒ ปี เรามีนโยบายดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย ที่พูดอย่างนี้ เราทำมาแล้ว เราทำได้ เราทำสำเร็จ แต่ครั้งนี้จะต่อยอดทุกๆ นโยบายดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย จากโบชัวร์ที่แจกไปนั้น จะเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายดูแลตั้งแต่เกิด และนโยบายครั้งนี้ กินได้สัมผัสได้ คุณการุณ บอกว่า ‘นโยบายของเราอร่อยทุกคำ’ แล้วแต่ว่าจะเลือกกินคำไหน ตั้งแต่เด็กกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์มีคำตอบ แก้ปัญหาของประเทศชาติและประชาชนอย่างมีระบบ ประชาธิปัตย์ไม่ยอมรับว่า นโยบายเป็นประชานิยม เพราะเราต่อยอดสิ่งที่ทำมาแล้ว ในฐานะที่เป็นคนโคราช จึงต้องการบอกว่า ทำไมครั้งนี้จะต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์ให้มากๆ เพราะเราแตกต่าง ไม่โกงกินตลอด ๗๒ ปี พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายดูแลคนทุกช่วงวัย อดีตนายกรัฐมนตรีของพรรคทั้ง ๔ ท่าน ไม่มีประวัติเกี่ยวกับทุจริตเหมือนพรรคอื่นๆ ความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ คือความซื่อสัตย์ สุจริตต่อประชาชน เราจึงมีสโลแกนว่า ‘ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต’ นโยบายของพรรคครั้งนี้ จากการวิจัยพัฒนาของที่ปรึกษาพรรค ได้คุยกับประชาชนในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมา กระทั่งกลั่นออกมาเป็นนโยบายแก้จน สร้างคนสร้างชาติ อย่างมีระบบ”

เลือกตั้งครั้งนี้มีหวัง

           ด้านนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ต่อข้อถามว่า “พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายอะไรมัดใจคนโคราช หลังไม่มีส.ส.มานานนับ ๑๐ ปี อย่างไร” นายบัญญัติ ตอบว่า “เราต้องทำตรงไปตรงไปมา ทำสิ่งที่ดีไปเรื่อยๆ จนกว่าประชาชนจะเข้าใจเรา การเลือกครั้งนี้เรามีความหวังมาก เพราะเป็นเวลา ๔-๕ ปีแล้ว ที่ประเทศมีปัญหาเศรษฐกิจซบเซา ทำให้ประชาชนเรียนรู้เท่าทันทางการเมือง ทำให้พวกเรามีความหวังมาก และพรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายตอบโจทย์การแก้ปัญหาอย่างครอบคลุม ทั้งประกันรายได้ให้ทุกกลุ่มเกษตร ให้ความสำคัญการศึกษาและชีวิตความเป็นอยู่ เมื่อประชาชนรับฟังเกิดความพึงพอใจมาก และที่สำคัญเราเป็นพรรคทางเลือกที่ ๓ ยืนหยัดกับประชาธิปไตย ซึ่งขณะนี้การเมืองยังเหมือนฝุ่นตลบ การตลาดนำหน้าการเมือง ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย หากทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง พรรคประชาธิปัตย์จึงจะบอกได้ว่า จะเข้าร่วมกับพรรคไหน”

           ทั้งนี้ ในช่วงการแนะนำตัวผู้สมัครและเปิดให้ผู้สมัคร แต่ละเขตปราศรัยแนะนำตัวนั้น นายเจริญ เสาวกุล ผู้สมัครเขต ๔ เบอร์ ๑๓ กล่าวว่า เลือกตั้งครั้งนี้ตั้งใจว่า จะมาล้มตระกูลรัตนเศรษฐ ขอแรงพี่น้องเขต ๔ ช่วยกันลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ชนะอย่างถล่มทลายด้วย

           สำหรับเขตเลือกตั้งที่ ๔ เป็นเขตที่น่าจับตามอง เนื่องจากนายวิรัช รัตนเศรษฐ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๗ พรรคพลังประชารัฐ ส่งลูกชายซึ่งเป็นอดีตส.ส.คือนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ลงสมัครสังกัดพรรคพลังประชารัฐ โดยมีนายจักรกฤช ผาสุขมูล จากพรรคเพื่อไทยเป็นคู่แข่ง

           อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตระกูลรัตนเศรษฐส่งผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขต ๔ เขต ได้แก่ เขต ๔ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ, เขต ๖ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ, เขต ๗ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ และเขต ๘ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ในขณะที่แบบบัญชีรายชื่อประกอบด้วย นายวิรัช รัตนเศรษฐ ลำดับที่ ๗, นางวลัยพร รัตนเศรษฐ ลำดับ ๒๙ และนายตติรัฐ รัตนเศรษฐ ลำดับ ๓๕ 

 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๕๙ วันพุธที่ ๖ - วันอาทิตย์ที่ ๑๐ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

945 7704