22ndJuly

22ndJuly

22ndJuly

 

March 12,2019

รถไฟความเร็วสูงคืบหน้า ประมูล‘สีคิ้ว-กุดจิก’แล้ว ลุงตู่’เก็บคะแนน‘นม.-ขก.’

         ครม.สรุปผล “การประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ ๒๔-๒๖” เพื่อรายงานผลความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง สีคิ้ว-กุดจิก ๑๑ กม. เริ่มประกวดราคาแล้ว ด้านโครงการฯ ระยะที่ ๒ นครราชสีมา-หนองคาย จีนพร้อมส่งราคาประเมินงานระบบ ภายใน ๑ เดือน คาดเริ่มก่อสร้างปี’๖๒ “ลุงตู่” กำหนดหาเสียงโคราช-ขอนแก่นแบบไม่ดีเบต

         เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๒ มีการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย–จีน ครั้งที่ ๒๔–๒๖ ภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน การคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. ๒๕๕๘–๒๕๖๕ (คณะกรรมการบริหารการพัฒนา โครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย–จีน กระทรวงคมนาคม)

สาระการประชุมรถไฟไทย-จีน

         สรุปการประชุมได้ ๒ เรื่องหลักดังนี้ ๑.เรื่องผลการประชุมคณะกรรมการร่วมฯ ครั้งที่ ๒๔-๒๖ มีประเด็นคือ ๑.การดำเนินโครงการฯ ระยะที่ ๑ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา มีสาระสำคัญดังนี้ ๑.๑ ทั้งสองฝ่ายรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินการประกวดราคาช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ระยะทาง ๑๑ กิโลเมตรว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประกวดราคาของฝ่ายไทย ๑.๒ ทั้งสองฝ่ายได้หารือประเด็นเรื่องงานเชื่อมประสานระหว่างงานโยธาและระบบภายในสถานีดอนเมืองและสถานีบางซื่อ โดยตกลงที่จะรวมงานเชื่อมประสานไว้ในสัญญางานก่อสร้าง และองค์การออกแบบรถไฟของจีนจะส่งข้อกำหนดเฉพาะที่เกี่ยวข้องให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อประสานกับผู้ออกแบบต่อไป 

         ๑.๓ ทั้งสองฝ่ายจะพยายามอย่างสูงสุดในการปรับเกลี่ยค่าใช้จ่ายบางรายการ (หากมี) ระหว่างสัญญา ๒.๓ และสัญญา ๑ ให้มีความถูกต้องมากยิ่งขึ้นโดยเร็วที่สุด 

         ๑.๔ ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าจะใช้ทางวิ่งแบบไม่ใช้หินโรยทางบริเวณสถานี อุโมงค์ต่างๆ และเส้นทางระหว่างสถานีบางซื่อ-ดอนเมือง ภายใต้โครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ ๑ โดยจะหารือความเหมาะสมของงานออกแบบรายละเอียดเกี่ยวกับทางแบบใช้หินโรยทางและไม่ใช้หินโรยทางในเส้นทางดังกล่าว รวมถึงขบวนรถ ภายหลังได้รับบัญชีปริมาณงานแล้ว 

         ๑.๕ ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าเส้นทางช่วงที่ใช้หินโรยทางจะเปลี่ยนเป็นไม่ใช้หินโรยทาง และฝ่ายไทยรับทราบค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าว 

         ๑.๖ ฝ่ายจีนได้ส่งมอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอกสารข้อเสนอทางเทคนิคและบัญชีปริมาณงานของสัญญา ๒.๓ เพื่อให้ฝ่ายไทยทบทวนข้อมูลแล้ว 

         ๑.๗ ฝ่ายไทยยืนยันการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน ๘๘๕-๘๙๐/๙๓๐-๙๓๕ MHz รองรับระบบ GSM-R เพื่องานปฏิบัติการเดินรถไฟ 

         ๑.๘ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันในหลักการของสัญญา ๒.๓ และจะใช้ความพยายามอย่างสูงสุดเพื่อแก้ไขประเด็นคงค้างให้ได้โดยเร็ว

         ประเด็นที่ ๒ การดำเนินโครงการฯ ระยะที่ ๒ นครราชสีมา-หนองคาย มีสาระสำคัญดังนี้ ๒.๑ ทั้งสองฝ่ายจะหารือเกี่ยวกับประเด็นด้านเทคนิคของโครงการฯ ช่วงนครราชสีมา-หนอง คาย เพื่อประเมินราคางานระบบรถไฟ ฝ่ายจีนจะส่งราคาประเมินงานระบบภายใน ๑ เดือน หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันเกี่ยวกับประเด็นด้านเทคนิคแล้ว และจะพยายามอย่างสูงสุดเพื่อเริ่มการก่อสร้างภายในปี ๒๕๖๒ และ ๒.๒ ฝ่ายไทยจะรับผิดชอบการออกแบบรายละเอียดงานโยธาของโครงการระยะที่ ๒ และจะพิจารณาความเหมาะสมในการที่ฝ่ายไทยจะเป็นผู้ออกแบบรายละเอียดระบบไฟฟ้าและเครื่องกล

         ประเด็นที่ ๓ การเชื่อมต่อทางรถไฟช่วงหนองคาย-เวียงจันทน์ มีสาระสำคัญดังนี้ ๓.๑ ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความจำเป็นของการเชื่อมโยงทางรถไฟช่วงหนองคาย-เวียงจันทน์ เพื่อบรรลุเป้าหมายการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค ๓.๒ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันในหลักการเกี่ยวกับสะพานแห่งใหม่ซึ่งจะตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสะพานมิตรภาพไทย–ลาว (หนองคาย-เวียง จันทน์) ประมาณ ๓๐ เมตร โดยจะมีทั้งทางรถไฟขนาดทางมาตรฐานและขนาดทาง ๑ เมตร ๓.๓ ฝ่ายไทยเสนอให้มีจุดตรวจสำหรับพิธีการด้านศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงาน อื่นๆ พร้อมทั้งสถานีเปลี่ยนถ่ายตั้งอยู่บริเวณชายแดนในฝั่งไทยและลาว ฝ่ายจีนจะรับผิดชอบการจัดทำผลการศึกษาความเหมาะสมของโครงการช่วงหนองคาย-เวียงจันทน์ ซึ่งจะแล้วเสร็จภายใน ๒ เดือนหลังจากได้รับการยืนยันประเด็นดังกล่าวข้างต้นจากฝ่ายไทยและฝ่ายลาวแล้ว และ ๓.๔ ฝ่ายไทยเห็นชอบที่จะหารือกับฝ่ายลาวเกี่ยวกับการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟช่วงหนองคาย-เวียงจันทน์โดยเร็วที่สุด เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับสถานีเปลี่ยนถ่าย ด่านตรวจคนเข้าเมือง และยืนยันปริมาณผู้โดยสารและสินค้าของเส้นทางรถไฟเชื่อต่อหนองคาย-เวียงจันทน์

         ประเด็นที่ ๔ การฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านรถไฟความเร็วสูง มีสาระสำคัญดังนี้ ๔.๑ ฝ่ายไทยได้เสนอหัวข้อการฝึกอบรม ๖ หัวข้อแก่ฝ่ายจีน ซึ่งเน้นเกี่ยวกับครูฝึกหรือผู้สอนในหลักสูตรฝึกอบรม และวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมในประเทศไทยและฝ่ายไทยจะมอบหมายบุคลากรเพื่อประสานงานกับฝ่ายจีนเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กร รูปแบบการเดินรถ และแผนทรัพยากรบุคคลขององค์กรบริหารรถไฟความเร็วสูงของไทย ๔.๒ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในหลักการว่าภายใต้สัญญา ๒.๓ ในส่วนของการฝึกอบรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี จะประกอบไปด้วย ๔ หัวข้อหลัก คือ การฝึกอบรมการเดินรถและซ่อมบำรุง การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมในประเทศไทย ห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการทดสอบและการตรวจสอบและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ๔.๓ ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญจีนในการให้คำปรึกษา ฝึกอบรม และพัฒนากำลังความสามารถของบุคลากร/องค์กรของไทยในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบชิ้นส่วน/ผลิตภัณฑ์ ๔.๔ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กรและจำนวนบุคลากร ประมาณ ๙๐๐ คน ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับการฝึกอบรมในประเทศไทย ๔.๕ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบการจัดสรรกรอบวงเงินงบประมาณในการฝึกอบรมจำนวน ๙๒๐ ล้านบาท และ ๔.๖ ทั้งสองฝ่ายมอบหมายคณะทำงานร่วมเพื่อตัดสินใจในขั้นตอนการออกใบอนุญาตขับรถไฟความเร็วสูง

         ประเด็นที่ ๕ ความร่วมมือด้านการเงิน มีสาระสำคัญดังนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกันในร่างสัญญาเงินกู้ รวมถึงข้อตกลง ๑๑.๑ ของร่างสัญญาเงินกู้ที่ได้เจรจากันในการประชุมครั้งที่ ๒๔ และทั้งสองฝ่ายได้ปรับปรุงแผนการดำเนินงานด้านการเงินให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าของสัญญา ๒.๓ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือรายละเอียดและเงื่อนไขเงินกู้ที่ฝ่ายจีนได้เสนอและที่จะเจรจากันต่อไป

ความคืบหน้าล่าสุด

         สำหรับความคืบหน้านั้น แบ่งเป็น ๖ เรื่องดังนี้ ๑.การดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ ๑ ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา แบ่งออกเป็น ๔ ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ ๑ กลางดง–ปางอโศก ๓.๕ กิโลเมตร เริ่มการก่อสร้างแล้ว ปัจจุบันมีความคืบหน้าประมาณร้อยละ ๔๐ ช่วงที่ ๒ สีคิ้ว-กุดจิก ๑๑ กิโลเมตร เริ่มประกวดราคาแล้ว ช่วงที่ ๓ (๕ สัญญา) ๑๔๓.๘๕ กิโลเมตร คาดว่าจะพิจารณาข้อเสนอการประกวดราคา และเสนอคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยภายในเดือนเมษายน ๒๕๖๒ และช่วงที่ ๔ (๗ สัญญา) ๙๐.๒๘ กิโลเมตร คาดว่าจะพิจารณาข้อเสนอการประกวดราคาและเสนอคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยภายในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ 

         สำหรับการเจรจาสัญญา ๒.๓ ระบบรถไฟและการฝึกอบรม ฝ่ายจีนยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่ได้หารือกันไว้ เนื่องจากฝ่ายจีนเห็นว่างานในสัญญา ๒.๓ ระบบรถไฟและการฝึกอบรมมีลักษณะเป็นงานเหมาจ่าย และงานบางส่วนจำเป็นต้องมีการประกวดราคาในประเทศจีนและทำการออกแบบรายละเอียดก่อน จึงจะสามารถส่งข้อมูลดังกล่าวให้ฝ่ายไทยได้ ซึ่งต้องมีการทำความเข้าใจกับฝ่ายจีนถึงความจำเป็นของฝ่ายไทยและเร่งรัดให้ฝ่ายจีนดำเนินการต่อไป

         ๒.การดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ ๒ ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ขณะนี้ รฟท.อยู่ระหว่างจัดทำรายงานทบทวนผลการศึกษาโครงการฯ ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย โดยกระทรวงคมนาคม (คค.) จะเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติโครงการในเดือนมีนาคม ๒๕๖๒ และ รฟท.อยู่ระหว่างการดำเนินการขอรับจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดจ้างที่ปรึกษาไทยเพื่อดำเนินการออกแบบรายละเอียดโครงการฯ ระยะที่ ๒ ซึ่งคาดว่าจะได้รับงบประมาณในเดือนมีนาคม ๒๕๖๒ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการฯ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๑ ที่เห็นชอบให้ฝ่ายไทยรับผิดชอบการออกแบบรายละเอียด โครงการฯ ระยะที่ ๒

         ๓.การเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างรัฐบาลไทย ลาว และจีน โดยฝ่ายจีนจะรับผิดชอบศึกษาความเหมาะสมของโครงการช่วงหนองคาย-เวียงจันทน์ และจะเจรจากับฝ่ายลาวในการอำนวยความสะดวกสำหรับการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟดังกล่าว และฝ่ายลาวเสนอให้มีจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าอยู่ที่ฝั่งไทย ทั้งนี้ จะมีการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย ลาว และจีนในรายละเอียด ต่อไป

         ๔.การถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้มีการฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการออกแบบรายละเอียดงานโยธาตามมาตรฐานการออกแบบรถไฟความเร็วสูงของประเทศจีน ซึ่งจัดขึ้นโดยฝ่ายจีน จำนวน ๑๑ หลักสูตร ระหว่างวันที่ ๙–๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ณ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทเอกชน และสถาบันการศึกษาต่างๆ เข้าร่วม สำหรับฝ่ายไทยจะดำเนินการวิจัยสำรวจข้อมูลความสามารถในการทดสอบและเครื่องมือทดสอบที่มีในปัจจุบันที่สามารถทดสอบผลิตภัณฑ์ ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบรางและรถไฟความเร็วสูง เพื่อขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการทดสอบ และขึ้นทะเบียนผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้บริการทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ในระบบรางและรถไฟความเร็วสูง ในส่วนของการจัดตั้งสถาบันพัฒนาเทคโนโล ยีระบบขนส่งทางรางแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการบริหารจัดการงานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยสถาบันฯ จะดำเนินงานประสานงานในด้านต่างๆ จำนวน ๕ ด้าน ได้แก่ การถ่ายทอดเทคโนโลยีมาตรฐานระบบราง อุตสาหกรรมระบบราง การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และการทดสอบและการทดลอง โดยพิจารณาแนวทางจัดตั้งองค์กรเป็นรูปแบบองค์การมหาชน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน (กพม.)

         ๕.การจัดตั้งองค์กรบริหารรถไฟความเร็วสูง คณะอนุกรรมการจัดตั้งองค์กรพิเศษเพื่อกำกับการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง ภายใต้คณะกรรมการบริหารโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ได้พิจารณาการจัดตั้งองค์กรพิเศษฯ ในรูปแบบ Asset Corporation (Asset Co.) โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และให้ รฟท. เข้าร่วมเป็นผู้ถือหุ้น ปัจจุบันสำนักงานบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน คค. อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดร่างขอบเขตงาน (TOR) เพื่อขอรับงบประมาณ และดำเนินการจัดจ้างที่ปรึกษาจัดทำรายละเอียดการจัดตั้งองค์กรพิเศษฯ เพื่อให้มีรายละเอียดครบถ้วนตามหลักเกณฑ์การจัดตั้ง/การร่วมทุนและกำกับดูแลบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจ

         ๖.เงื่อนไขเงินกู้ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ฝ่ายจีน โดยธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีนได้เสนอเงื่อนไขเงินกู้ให้ฝ่ายไทย โดย กค.ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๓ ต่อปี สำหรับวงเงินกู้ไม่เกินร้อยละ ๘๕ ของวงเงินสัญญา ๒.๓ งานระบบรถไฟและการฝึกอบรม โดยมีอายุเงินกู้ไม่เกิน ๒๐ ปี ระยะเวลาปลอดหนี้ ๕ ปี ฝ่ายไทยเสนออัตราดอกเบี้ยร้อย ๒.๖ ต่อปี ซึ่งอยู่ระหว่างฝ่ายจีนพิจารณาตอบรับอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว

‘ลุงตู่’ หาเสียงแบบนิ่ม

         อนึ่ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเป็นประธานเปิดงาน “One Transportation for all : ระบบคมนาคมหนึ่งเดียว เพื่อประชาชนทุกคน” โดยกระทรวงคมนาคม เพื่อพัฒนาเครือข่ายคมนาคมและศูนย์กลางคมนาคมขนส่งทางรางและถนน ที่จังหวัดนครราชสีมา และทดลองการเดินรถในโครงการพัฒนาระบบโครงข่ายรถไฟทางคู่ เส้นทางสายชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น และความก้าวหน้าการดำเนินโครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยในวันพุธที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๒ 

         และกำหนดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. มีกำหนดการเดินทางไปตรวจราชการจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา ในวันพุธที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๒ ช่วงเช้าตั้งแต่เวลา ๐๗.๓๐ น. นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร ๒ กองบิน ๖ หรือบน.๖ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร ๒ กองบิน 6 ดอน เมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานขอนแก่น ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ

         จากนั้นเวลา ๐๘.๑๕ น. จะเดินทางถึงท่าอากาศยานขอนแก่น ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น เพื่อติดตามการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารอาคารใหม่ของท่าอากาศยานขอนแก่น และสักการะศาลเทพารักษ์หลักเมือง ณ ศาลหลักเมืองขอนแก่น ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จากนั้นเวลา ๐๙.๒๕ น.ออกเดินทางจากศาลหลักเมืองขอนแก่น โดย Smart city bus ไปยังสถานีรถไฟขอนแก่น เป็นประธานพิธีเปิดการใช้งานอาคารสถานีรถไฟขอนแก่น ตรวจเยี่ยมความคืบหน้า การก่อสร้างโครงการทางคู่และทดลองการเดินรถ ในโครงการพัฒนาระบบโครงข่ายรถไฟทางคู่ “เส้นทางสายชุมทางถนนจิระ–ขอนแก่น” ที่สถานีรถไฟขอนแก่น ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น

         ขณะที่ในช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานขอนแก่น มายังท่าอากาศยานทหารกองบิน ๑ ต.หนองไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยเครื่องบินของ กองทัพอากาศ ไปยังจังหวัดนครราชสีมา และสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา

         โดยเวลา ๑๕.๓๐–๑๖.๓๐ น. นายกรัฐมนตรี ตรวจพื้นที่โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน–นครราชสีมา ขณะที่เวลา ๑๗.๐๐-๑๘.๐๐ น. นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงาน “One Transportation for all: ระบบคมนาคมหนึ่งเดียว เพื่อประชาชนทุกคน” โดยมีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวต้อนรับ และนายกรัฐมนตรีรับชมวิดีทัศน์ผลการดาเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล และรมว.คมนาคม กล่าวรายงานร่วมชมชมวิดีทัศน์ “One Transportation for all : ระบบคมนาคมหนึ่งเดียว เพื่อประชาชนทุกคน โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานสักขีพยานในพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัย ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และมอบนโยบาย

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๐ วันจันทร์ที่ ๑๑ - วันศุกร์ที่ ๑๕ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

687 8590