20thNovember

20thNovember

20thNovember

 

March 21,2019

‘ชาติพัฒน์’หาเสียงโค้งสุดท้าย สุวัจน์’ลั่น‘โคราชคือเรือนตาย’

          “สุวัจน์” นำทัพชาติพัฒนา ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ปราศรัยใหญ่ครั้งแรกรอบ ๑๐ ปี ท่ามกลางประชาชนกว่า ๒ หมื่นคน ปล่อยลูกอ้อน “โคราชคือเรือนตาย” มั่นใจรักษาฐานที่มั่นเมืองหลวง ชวนคนไทยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ชูนโยบาย ๙ ข้อเพื่อโคราช เศรษฐกิจต้องดี ไม่มีขัดแย้ง ตามคำพูดน้าชาติ “โคราชโนพรอบเบลม”

          เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๑.๒๐ น. ที่โรงแรมซิตี้พาร์ค อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคฯ รวมทั้งผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตทั้ง ๑๔ เขต จังหวัดนครราชสีมา นัดพบปะพูดคุยกับนักธุรกิจและผู้แทนองค์กรเอกชนประกอบด้วยหอการค้าจังหวัดฯ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดฯ มูลนิธิ สมาคม ชมรมต่างๆ ในเขตเมืองนครราชสีมา 

          จากนั้นนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นำผู้สมัคร ส.ส. ออกเดินพบปะประชาชนในเขตเทศบาลนครฯ เริ่มต้นที่ศาลหลักเมืองจนถึงประตูชุมพล เพื่อแนะนำตัวผู้สมัครและบอกกล่าวนโยบาย รวมทั้งรับฟังปัญหาจากชาวโคราชในเย็นนี้

เปิดเวทีใหญ่ครั้งแรกรอบ ๑๐ ปี

          เวลา ๑๗.๐๐ น. ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา พรรคชาติพัฒนาจัดเวทีปราศรัยใหญ่ขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ ๑๐ ปี นำโดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคฯ และผู้อำนวยการพรรคฯ, พ.อ.วินัย สมพงศ์ ที่ปรึกษาพรรคฯ, นายดล เหตระกูล เลขาธิการพรรคฯ, นายสมบัติ กาญจนวัฒนา ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รวมทั้งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง ๑๔ เขต ได้แก่ เขต ๑ นายธงชัย ลืออดุลย์, เขต ๒ นายวัชรพล โตมรศักดิ์, เขต ๓ นายประเสริฐ บุญชัยสุข, เขต ๔ นายสิทธิชัย พุฒกลาง, เขต ๕ นายยงยุทธ คำประพันธ์, เขต ๖ นายประสิทธิ์ ทองนาเมือง, เขต ๗ นายนิรันดร ชัยศรี, เขต ๘ นายเกริกฤทธิ์ โชติธาพิพัฒน์, เขต ๙ นายองอาจ พฤกษ์พนาเวศ, เขต ๑๐ นายชัยพัทธ์ ธรรมสถิตไพศาล, เขต ๑๑ นายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ, เขต ๑๒ นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์, เขต ๑๓ นายสำเร็จ วงศ์ศักดา และเขต ๑๔ นายอุทัย มิ่งขวัญ ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงเชียร์ของประชาชนที่มาร่วมฟังปราศรัยกว่า ๒ หมื่นคน

          ก่อนปราศรัย มีฝนตกลงมาเล็กน้อยประมาณ ๑๕ นาที ก่อนที่พรรคชาติพัฒนาจะเปิดโอกาสให้ผู้สมัคร ส.ส.ในเขตเลือกตั้งที่ ๑, ๒ และ ๓ ขึ้นเวทีปราศรัย ซึ่ง ๓ เขตเลือกตั้งนี้ถือเป็นพื้นที่เมืองหลวงของพรรคชาติพัฒนามาตลอดตั้งแต่สมัย พล.อ.ชาติชาย เป็นนายกรัฐมนตรี 

๓ ผู้สมัครอ้อนคะแนนเสียง

          เขต ๑ นายธงชัย ลืออดุลย์ (ผู้ว่าเบิร์ด) อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ๑๖ เดือน มุ่งมั่นที่จะทำงานให้กับคนโคราช ยกระดับโรงพยาบาลอำเภอบัวใหญ่ให้เป็นโรงพยาบาลที่มีความสามารถในการรักษาผู้ป่วย เทียบเท่ากับโรงพยาบาลในจังหวัดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรักษาผู้ป่วย จัดที่ดินทำกินให้ผู้คนที่ไม่มีที่ดินทำกิน ยกระดับเก็บกักน้ำเขื่อนลำพระเพลิงจาก ๑๐๓ ลูกบาศก์เมตร เป็น ๑๕๐ กว่าลูกบาศก์เมตร จัดระเบียบผู้บุกรุกก่อสร้างร้านค้าที่พักต่างๆ บริเวณมอปลาย่างที่ปล่อยสิ่งปฏิกูลลงอ่างน้ำลำตะคองที่คั่งค้างมานานนับสิบๆ ปี และปรับปรุงศูนย์ราชการ ปูพื้นผิวจราจรอย่างดี ให้เป็นที่สำหรับจอดรถ

          “ทุกท่านสงสัยว่า ทำไมผมถึงตัดสินใจร่วมงานกับพรรคชาติพัฒนา ก่อนที่ผมจะตัดสินใจมาทำงานการเมือง ผมรับราชการในโคราชหลายตำแหน่งรวมกว่า ๒๐ ปี เหตุผลคือมาสานงานสิ่งต่างๆ ต่อ ผมมั่นใจว่า ผมมีข้อมูลของโคราชมากกว่าคนอื่นๆ มีวิธีการที่จะจัดการกับปัญหาต่างๆ ให้กับชาวโคราช มีความรู้ความเข้าใจในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ว่า ต้องติดต่อกับหน่วยงานไหนบ้างอย่างไรถึงจะได้รับการแก้ไข มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเจริญ หาความสงบเป็นสุขร่มเย็นให้กับชาวโคราช” ผู้ว่าฯ เบิร์ด กล่าวปิดท้าย

          เขต ๒ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ (บิ๊กโต) กล่าวว่า ผมไปพบพี่น้องประชาชน ๑๖ ตำบลในเขต ๒ และเมื่อไหร่ที่ชาติพัฒนาปราศรัยใหญ่ เราจะแสดงสัญลักษณ์ของคนที่รักชาติพัฒนา วันที่ ๒๔ มีนาคม เข้าคูหาเลือกพรรคชาติพัฒนายกจังหวัด  ในวันอาทิตย์ที่ ๒๔ มีนาคม เขต ๒ ของผมจะช่วยกันเลือกชาติพัฒนา วัชรพล โตมรศักดิ์ เบอร์ ๑๘ คนโคราชรักจริง ไม่ทิ้งกัน

          เขต ๓ นายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กติกาใหม่ของการเลือกตั้งครั้งนี้ กาได้ครั้งเดียว กาได้เบอร์เดียว แต่ให้ประชาชน ๓ อย่าง ๑.เลือกผู้สมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้ง ๒.เลือกพรรคเพื่อให้ได้ ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ ๓.เลือกคนที่อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี นี่คือความสำคัญของประชาชน เมื่อก่อนท่านชาติชายเป็นนายกรัฐมนตรีพวกเรามีความสุขทั้งประเทศ โดยเฉพาะคนโคราช เพราะคนโคราชรวมหัวใจกันเลือกพรรคชาติพัฒนา วันนี้ถ้าอยากให้คนโคราชเป็นนายกรัฐมนตรีให้เลือกพรรคชาติพัฒนา แต่คราวนี้พรรคเดียวกันคนละเขต คนละเบอร์ ฉะนั้นไม่ต้องจำเบอร์ จำแค่พรรค ถ้าอยากเลือกชาติพัฒนา ให้ดูโลโก้พรรค คือ ช.ช้าง ก็คือชาติพัฒนา และ ช.ช้าง คือการรำลึกนึกถึงหัวหน้าพรรคคนที่ ๑ คือ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี 

สุวัจน์’ลั่นปราศรัยใหญ่รอบ ๑๐ ปี

          จากนั้นเวลา ๑๘.๓๐ น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ขึ้นเวทีปราศรัย กล่าวกับประชาชนว่า วันนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า ๑๐ ปี ที่ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา นครราชสีมา เพื่อชี้แจงนโยบายและเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพรรคชาติพัฒนา ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ได้ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ช่วงปี ๒๕๔๘ วันนี้มีอะไรหลายเรื่องที่อยากมาเรียนพี่น้องชาวโคราช เพราะวันที่ ๒๔ มีนาคมนี้ จะมีการเลือกตั้ง เมื่อวานนี้ประชาชนคงจะเห็นว่า มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ๒ ล้านกว่าคนที่ไปลงทะเบียนไว้ มีสถิติที่น่าสนใจคือ ร้อยละ ๘๐% ที่ไปเลือกตั้ง บ่งชี้ว่าในครั้งนี้จะมีประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก 

          “ขณะนี้มีความเห็นใจประชาชนเรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะพี่น้องในชนบท เกษตรกร ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ เศรษฐกิจรากหญ้ากำลังจะตาย เมื่อวานไปหาเสียงที่เชียงราย เชียงใหม่ พิษณุโลก ปกติชอบไปที่คนเยอะๆ พอเห็นตลาดก็เข้าไป เมื่อเข้าไปตลาดทั้งสามแห่ง ปรากฏว่า มีแค่ผมกับพ่อค้าแม่ค้าไม่มีคนเดินตลาด เหมือนกับตลาดร้าง พี่น้องประชาชนบอกช่วยซื้อของ ช่วยจัดการเศรษฐกิจหลังเลือกตั้ง ทุกท่านฝากความหวังกับพรรคชาติพัฒนา ให้ช่วยเอาเศรษฐกิจกลับมา ช่วยยุติความขัดแย้งต่างๆ ทางการเมือง พรรคจึงจัดทำนโยบายที่จะมาแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและความขัดแย้ง การจัดทำนโยบายครั้งนี้ เราจัดทำนโยบายที่เกิดผลมาแล้วในอดีต พี่น้องชาวโคราชต้องระลึกถึงพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากเลือกตั้งของภาคอีสาน เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ เป็นนายกรัฐมนตรีของคนโคราช ในช่วงที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านสร้างเศรษฐกิจไทยที่ยิ่งใหญ่ เรียกว่า เศรษฐกิจยุคทอง เศรษฐกิจยุคน้าชาติ ดำเนินนโยบายแปรสนามรบเป็นสนามการค้า อีสานเป็นประตูสู่อินโดจีน มีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกล มองว่าอินโดจีนคือตลาดการค้าของคนโคราช โคราชเป็นตลาดการค้าของคนอีสาน”  

ตามรอยเศรษฐกิจน้าชาติภาค ๒

          นายสุวัจน์ ปราศรัยอีกว่า สมัยก่อนเมืองไทยไม่มีถนน ๔ เลน มีแค่ ๒ เลน มาเริ่มทำในสมัยพลเอกชาติชาย ท่านมีความคิดว่า ถนนอยู่ที่ไหน ความเจริญอยู่ที่นั่น ชวนคนมาตั้งนิคมอุตสาหกรรม ตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สอนเฉพาะด้านช่าง ด้านอุตสาหกรรม และด้านเทคโนโลยี จนในวันนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เมื่อโคราชมีมหาวิทยาลัย มีถนน ๔ เลน ทำให้นักลงทุนต่างๆ เข้ามาลงทุนในโคราชจำนวนมาก เมื่อมีโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลให้ประชาชนขายพืชผลต่างๆ ทางการเกษตรได้ดี ในสมัยท่านชาติชายไม่มีม็อบเกษตร ทั้งม็อบข้าว อ้อย ยาง เกษตรกรได้ราคาดี เพราะพลเอกชาติชายใช้นโยบายชวนคนมาตั้งโรงงานและซื้อสินค้าทางการเกษตร แปรรูปสินค้าทางการเกษตรส่งไปขายตลาดอินโดจีนและต่างประเทศ เพราะฉะนั้นเมื่อมีโรงงานจำนวนมาก คนโคราชจึงไม่ตกงาน 

          “เศรษฐกิจยุคน้าชาติ ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อสร้างรายได้ ตั้งมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างอาชีพ นำการคมนาคมมาดึงดูดนักลงทุน ฉะนั้นนโยบายหลักของเศรษฐกิจคือ เอาโรงงานอุตสาหกรรมมาตั้ง เอามหาวิทยาลัยมาตั้ง สร้างการคมนาคม และเป็นมิตรกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเปิดตลาดการค้า ด้วยเหตุนี้จึงเป็นความสำเร็จของเศรษฐกิจยุคน้าชาติ สมัยท่านชาติชายได้ทำเรื่องสำคัญให้เมืองโคราชคือ ๑. สร้างถนนมิตรภาพ ๔ เลน ๒.สร้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ๓.นิคมอุตสาหกรรม ๔.สวนสัตว์นครราชสีมา และ ๕.วิทยาลัยนาฏศิลป์นครราชสีมา คือสิ่งที่พลเอกชาติชายวางพื้นฐานไว้ให้เมืองโคราช”

สุวัจน์’อวดผลงานในอดีต

          นายสุวัจน์ กล่าวว่า สิ่งแรกที่ผมทำในสมัยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ ขณะนั้นในเขตพื้นที่เทศบาลนครนครราชสีมา มีพื้นที่ ๓๗.๕ ตารางกิโลเมตร คนหลายแสนคน ไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย ในเขตเทศบาล นครฯ เต็มไปด้วยน้ำเน่าน้ำเสีย กระทรวงวิทยาศาสตร์จึงจัดทำระบบบำบัดน้ำเสีย พัฒนาเมือง เทศบาลนครฯ ได้งบประมาณ ๗ ล้านบาท สร้างระบบบำบัดน้ำเสียที่ตำบลหัวทะเล บำบัดน้ำเสียได้ ๔๕,๐๐๐ คิวต่อวัน จึงทำให้โคราชเป็นเมืองสะอาด โครงการที่ ๒ ขณะที่ผมเป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ปรับปรุงจากถนน ๔ เลน ที่ท่านพลเอกชาติชายสร้างไว้เป็นถนน ๑๐ เลน จากกรุงเทพฯ มาโคราช วิ่งผ่ากลางเมือง ทำให้โคราชเป็นเมืองทันสมัย โครงการที่ ๓ คือสนามบิน ในขณะนั้นมีนักลงทุนอยากมาลงทุนในโคราช มาท่องเที่ยว จึงสร้างสนามบินโคราชที่เขตป่าสงวนแห่งชาติหนองเต็ง-จักราช ทำให้โคราชมีสนามบินทันสมัย ทำให้เป็นเมืองเศรษฐกิจ เมืองลงทุน เมืองท่องเที่ยว และต่อมาเมื่อเป็นรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม เมืองโคราชเป็นเมืองที่คนทั้งโลกรู้จักว่ามีไม้กลายเป็นหิน ซึ่งไม้เปลี่ยนสี เป็นสีแดง สีทับทิม สีเขียว และสีเหลือง ตามประเภทต่างๆ ของแร่ธาตุ ทั่วโลกมีแค่ ๗ แห่ง โคราชเป็นหนึ่งในนั้นที่มีพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน วันนี้มีคนมาเที่ยวนับแสนคน ในส่วนนี้เป็นผลงานด้านการท่องเที่ยวของพรรคชาติพัฒนา 

          “ในสมัยพลเอกชาติชาย อยากให้คนไทยเล่นกีฬา ต้องสร้างสนามกีฬาเมืองหลักของประเทศ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคอีสาน ในขณะนั้นโคราชฉลองครบ ๓๓๓ ปี ผมเป็นรองนายกรัฐมนตรี ช่วงปี ๒๕๔๗-๒๕๔๘ ผ่านมา ๑๕ ปี ก็ยังไม่ได้สร้าง จึงเสนอรัฐบาลว่า ท่านชาติชายต้องการให้คนโคราชได้เล่นกีฬา และเป็นสนามกีฬาเพื่อจัดกีฬาใหญ่ๆ คณะรัฐมนตรียุคนั้นจึงอนุมัติเงินมา ๓ พันล้าน วันนี้สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา เป็นสนามกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ผ่านการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์มาแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่พรรคชาติพัฒนาทำคือ เรื่องน้ำประปา มีโรงกรองน้ำ ๓ แห่ง โรงกรองน้ำแห่งแรกคือ โรงกรองน้ำอัษฎางค์ ซึ่งสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ผลิตน้ำวันละ ๓๕๐,๐๐๐ คิว แห่งที่ ๒ คือ โรงกรองน้ำมะขามเฒ่า ผลิตน้ำได้วันละ ๕๐,๐๐๐ คิว และได้งบประมาณ ๓,๐๖๐ ล้านบาท จึงสร้างโรงกรองน้ำแห่งใหม่ คือ โรงกรองน้ำบ้านใหม่หนองบอน ตำบลด่านเกวียน ทำให้เมืองโคราชไม่ขาดแคลนน้ำ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่พรรคชาติพัฒนาทำเพื่อชาวโคราช” 

ชพน.นโยบายเพื่อโคราช

          นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า ในครั้งนี้ได้นำเสนอนโยบายเรื่องแรก คือการเกษตร มีการพัฒนาแหล่งน้ำให้ทั่วถึงส่งเสริมการเลี้ยงโคพันธุ์โคราชวากิว และในส่วนของรถไฟความเร็วสูง จะเสร็จภายใน ๒ ปี ความเร็ว ๒๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง การเดินทางจากกรุงเทพฯ-โคราช ๑.๑๐ ชั่วโมง มีมอเตอร์เวย์ที่จะเสร็จภายในปีหน้า เปิดประตูโคราชสู่ท่าเรือน้ำลึก มีการขยายถนน ๓๐๔ เพื่อเป็นการเปิดประตูสู่ ๒๐ จังหวัดของภาคอีสาน นอกจากนั้นมีการเปิดประตูอีสานสู่อินโดจีน ในการพัฒนาโครงการโครงข่ายคมนาคมต่างๆ ให้ทั่วถึง สำคัญที่สุดคือ เขตเทศบาลนครฯ มีปัญหาเรื่องการจราจรติดขัด เรามีนโยบายในการแก้ไขปัญหาจราจร สร้างทางแยกต่างระดับ สร้างทางลอดบนถนนมิตรภาพ วงแหวนรอบเมืองโคราชเหลือแค่ ๒ ตอน ๓๐ กิโลเมตร ซึ่งต้องใช้งบอีก ๔ พันล้าน จึงต้องไปผลักดันกันให้จบ เพื่อแก้ไขปัญหาจราจร 

          “ในวันนี้โคราชกำลังจะมีความทันสมัย คือ รถไฟฟ้ารางเบา ขณะนี้มีการอนุมัติโครงการเรียบร้อย มี ๓ สายคือ สายสีเขียว สีส้ม และสีน้ำเงิน สายละ ๕๐ กิโลเมตร ใช้เงินลงทุน ๓ หมื่นล้านบาท ซึ่งต้องผลักดัน ถ้าสำเร็จโคราชก็จะเป็นเมืองรองของกรุงเทพฯ เหล่านี้เป็นส่วนที่สร้างการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา และสุดท้ายเรามีนโยบายแก้ไขปัญหาน้ำท่วม รวมทั้งการพัฒนาเรื่องกีฬา เพราะกีฬาทำให้คนโคราชรักกัน อีกทั้งโคราชเป็นจังหวัดที่มีนักกีฬาที่มีชื่อเสียง เหรียญทองโอลิมปิกคนแรก คือ อุดมพร พลศักดิ์ (น้องอร) นักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย และสมจิตร จงจอหอ นักกีฬามวยสากลสมัครเล่น เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก ฉะนั้นเราจึงมีโครงการที่จะพัฒนากีฬาที่โคราช อาทิ สร้างมินิสปอร์ต คอมเพล็กซ์ นี่คือภาพรวมที่พรรคชาติพัฒนาจะมาพัฒนาเมืองโคราช เราจะพัฒนาไม่ได้หากเราขาดพลัง ฉะนั้นจึงชวนพี่น้องชาวโคราช มาร่วมกับพรรคชาติพัฒนา พัฒนาโคราชตามนโยบายสร้างเมืองโคราช และเชื่อว่าจากนี้ไป ถ้าเร่งรัดเรื่องรถไฟความเร็วสูง เรื่องมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ นิคมอุตสาหกรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว โคราชจะกลับมาเป็นยุคทองทางเศรษฐกิจอีกครั้ง” 

          นายสุวัจน์ กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนาประกาศนโยบาย no problem ไม่มีปัญหา ซึ่งเป็นประโยคของพลเอกชาติชาย ในสมัยที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี บ้านเมืองเรียบร้อย เพราะท่านเป็นสุภาพบุรุษทางการเมือง ไม่ทะเลาะกับใคร เล่นการเมืองแบบมีกติกา ก่อนเลือกตั้งคือการเมือง หลังเลือกตั้งคือบ้านเมือง เมื่อเลือกตั้งจบแล้วทุกคนคือเพื่อนกัน ฉะนั้นขอให้ประชาชนสบายใจ เพราะพรรคชาติพัฒนาทำการเมืองแบบนักกีฬา คือ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย 

ฝากผู้สมัคร‘โคราชคือเรือนตาย’

          นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า พรรคชาติพัฒนาได้เสนอบุคคลที่ดีที่สุด ที่จะมาเป็น ส.ส.โคราช เพราะเป็นลูกโคราช เกิดโคราช และยังเป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รู้จักทุกแห่งของเมืองโคราช มีผลงานเป็นอย่างดียิ่ง ขอฝากประชาชน เขต ๑ ผู้ว่าฯ ธงชัย ลืออดุลย์ เบอร์ ๖, เขต ๒ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ เบอร์ ๑๘, เขต ๓ ประเสริฐ บุญชัยสุข เบอร์ ๔ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตเลขาธิการพรรคชาติพัฒนา ทั้ง ๓ เขต ต้องทำงานเชื่อมโยงกัน เพื่อให้เกิดคุณภาพ และพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา 

          “วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ขอให้ชาวโคราช ไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันให้มาก ผลการเลือกตั้งจะมีความชอบธรรม การเลือกตั้งครั้งนี้ถ้าหากเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกพรรคการเมืองจะได้คำตอบจากพี่น้องประชาชนว่าประชาชนได้ตัดสินใจทางการเมืองอย่างไร  และการเลือกตั้งครั้งนี้จะนำไปสู่เศรษฐกิจที่ดีขึ้น แก้ไขปัญหาความ ขัดแย้ง จึงขอเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เลือกพรรคการเมืองที่ท่านชอบ นโยบายที่ท่านชอบ สำหรับพรรคชาติพัฒนาส่งผู้สมัคร ส.ส.ครบทั้ง ๑๔ เขต พรรคชาติพัฒนาขออาสารับใช้พี่น้องประชาชนต่อไป เพราะโคราชคือเรือนตายของชาติพัฒนา” นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวปิดท้าย

 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๒ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ - วันจันทร์ที่ ๒๕ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒


995 7610