20thJuly

20thJuly

20thJuly

 

March 27,2019

อนค.โวยเสียงหายขอนับใหม่ หญิงหน่อย’ฝอยสุดได้แค่ ๔ พ่อค้าทองให้สติการเมืองเก่า

          ผลนับคะแนน ส.ส. ๑๔ เขตโคราช “ชาติพัฒนา” เขต ๑ ล็อกถล่ม “เกษม” พลังประชารัฐ อดีตผอ.มีชื่อคว้าที่ ๑ ด้านอนาคตใหม่ “วรพงศ์” โวยคะแนนหายกลางอากาศ ยื่นเรื่องกกต.ขอนับใหม่ “เพื่อไทย” โม้สนั่นจะเหมา แต่แพ้ลูกหม้อเก่า “ตระกูลรัตนเศรษฐ” ยกครอบครัว ๕ ที่นั่ง “ภูมิใจไทย” พระรองตัวจริง คว้าเท่าเดิม ๓ ที่นั่ง กกต.โคราชยัน ไม่มีบัตรเกินแน่นอน แต่บัตรเสียอื้อ

          เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ บรรยากาศการเลือกตั้งทั่วไปสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขต ของจังหวัดนครราชสีมา ทั้ง ๑๔ เขต ซึ่งมีจำนวน ส.ส. ๑๔ ที่นั่ง อันดับสองรองจากกรุงเทพฯ มีประชากรรวมทั้งจังหวัด ๒,๖๓๙,๒๒๖ คน ประชากรมีสิทธิ์เลือกตั้ง ๒,๐๘๒,๕๔๖ คน มีหน่วยเลือกตั้งทั้ง ๓๒ อำเภอ ๔,๓๕๒ หน่วยเลือกตั้ง มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ ๑,๕๔๗,๒๘๑ คน หรือร้อยละ ๗๔.๓๐ บัตรเสีย ๑๐๐,๒๔๓ ใบ หรือร้อยละ ๖.๔๘ และบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด ๒๒,๖๑๙ ใบ หรือร้อยละ ๑.๔๖

‘สุวัจน์’ ควง ‘เทวัญ’ ใช้สิทธิ

          เวลา ๐๘.๔๕ น. ที่ศาลาหลังหอระฆัง วัดหลักร้อย หน่วยเลือกตั้งที่ ๑๕๗ เขตเลือกตั้งที่ ๑ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อยู่ในลำดับที่ ๒๘๔ และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ ลำดับที่ ๒๘๕ 

          นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เปิดเผยว่า บรรยากาศช่วงเช้าถือเป็นนิมิตหมายที่ดี แสดงถึงพี่น้องประชาชนตื่นตัวออกมาใช้สิทธิกันเยอะมาก ต้องยืนรอคิวกันยาว มั่นใจการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ใช้สิทธิมากที่สุด ซึ่งมีปัจจัยมาจากเนื้อหาที่รัฐธรรมนูญเปิดกว้าง ทุกพรรคประชา สัมพันธ์ทั่วถึง การดีเบตตามเวทีต่างๆ รวมทั้งนโยบายที่โดนใจ เป็นเรื่องที่ดี การมาใช้สิทธิเยอะจะให้คำตอบชัดเจน ฝ่ายการเมืองจะได้รู้ประชาชนคาดหวังหากการเลือกตั้งเรียบร้อยได้รัฐบาลที่ดี เข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความขัดแย้งก็สามารถคลี่คลาย 

          ต่อข้อถาม พรรคชาติพัฒนามีสูตรการจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร นายสุวัจน์ตอบสั้นๆ ว่า ยังไม่ได้คุยกับใคร สาละวนกับการลงพื้นที่ รอหลังปิดหีบ ที่ผ่านมาทุกคนก็ให้ความเห็นกันหมดแล้ว จากนี้ไปต้องรอทราบผลการเลือกตั้ง ตนให้ความเห็นอะไรมากไม่ได้ อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีในดวงใจ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคำตอบของประชาชน

          บรรยากาศการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.เขต จ.นครราชสีมา ที่โดมอเนกประสงค์ โรงเรียนโยธินนุกูล ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมือง เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่หน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ ๒ ค่ายสุรนารี และครอบครัวมารอใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ ๑-๙ กันอย่างคึกคัก ส่วนใหญ่ทราบหน่วยเลือกตั้งและเลขลำดับในบัญชีทำให้การดำเนินการค่อนข้างรวดเร็วและราบรื่น

          อย่างไรก็ดีผู้สันทัดการเมืองต่างวิจารณ์ว่า ผู้มีสิทธิในค่ายทหารนับหมื่นเสียงจะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนพรรคหนึ่งพรรคใดได้

๓ ราย ฉีกบัตรเลือกตั้ง

          ที่ศูนย์ปฏิบัติการการเลือกตั้ง ส.ส. กองบังคับ การตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา รายงานเหตุการณ์หลังปิดหีบบัตรเลือกตั้ง โดยพบการกระทำผิดฉีกบัตรเลือกตั้ง ๓ ราย รายแรกที่หน่วยเลือกตั้งที่ ๘ เขตเลือกตั้งที่ ๙ ตำบลลุงเขว้า อำเภอหนองบุญมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายอ๋อย ปล่องกระโทก อายุ ๖๐ ปี ซึ่งมีพฤติการณ์เมาสุราฉีกบัตรเลือกตั้งในแนวตรงเป็นสองส่วน ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.หนองบุญมาก ดำเนินคดีตามกฎหมาย

          รายที่ ๒ เมื่อเวลา ๑๓.๓๐ น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ ๑๑ เขตเลือกตั้งที่ ๓ ตำบลมิตรภาพ อำเภอสีคิ้ว นางนฤมล  สวัสดี ฉีกบัตรเลือกตั้ง พบประวัติและหลักฐานซึ่งเป็นบัตรประจำตัวผู้ป่วยโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ สอบถามญาติทราบว่า ขาดยาที่ต้องกินต่อเนื่อง ทำให้อาการกำเริบ และรายสุดท้ายที่หน่วยเลือกตั้ง ๘ เขตเลือกตั้งที่ ๙ วัดดอนขวาง ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง นายวันชัย เครื่องกลาง มีพฤติการณ์ฉีกบัตรเลือกตั้ง สอบสวนนายวันชัย ประกอบอาชีพขับรถรับจ้าง อ้างเพิ่งมาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรก โดยลูกชายเป็นคนพามาลงคะแนน เห็นรอยปรุเข้าใจผิดจึงฉีกส่วนที่ไม่ได้ใช้กากบาทเก็บไว้และอีกส่วนที่กาหมายเลขผู้สมัครส่งให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยฯ

โซเชียลโวย ปิดกระดาษทับชื่อผู้สมัคร

          ขณะที่เขตเลือกตั้งที่ ๓ หน่วยเลือกตั้งที่ ๒ ศาลาการเปรียญ บ้านน้ำเมา หมู่ ๖ ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Apisak Sukkasem มีการโพสต์ภาพและข้อความว่า เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง เอากระดาษขาวมาปิดทับรายชื่อผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ อ้างว่าโดนตัดสิทธิ์ สอบถามไปแล้วเช็คข้อมูลแล้วไม่โดนตัดสิทธิ์ กกต.+กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งต้องมีคำตอบนะครับ ซึ่งมีชาวโลกโซเชียลต่างพากันแชร์และแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

          ด้านนายศิริชัย วิริยพงศ์ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ชี้แจงว่า น่าจะเกิดจากความเข้าใจผิดของเจ้าหน้าที่หลังจากรับทราบเรื่องจากกกต.เขตแล้วสั่งการให้ตรวจสอบข้อมูลของผู้สมัครส.ส.ทราบว่า ไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์แต่อย่างใด จึงสั่งการให้ผอ.ประจำหน่วยเลือกตั้งฯ รีบนำกระดาษขาวที่ปิดทับรูป ชื่อ และหมายเลขของผู้สมัครส.ส.คนดังกล่าวออก พร้อมกันนี้ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ ๓ นครราชสีมา ได้ตั้งกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงและรายงานให้ทราบโดยเร็ว

ปิดหีบนับคะแนน

          เวลา ๑๗.๐๐ น. ทั้ง ๔,๓๕๒ หน่วยเลือกตั้งโคราช ปิดการลงคะแนน และเริ่มนับคะแนนแต่ละหน่วย โดยจังหวัดนครราชสีมา มีผู้ออกมาใช้สิทธิ ๑,๕๔๗,๒๘๑ คน หรือร้อยละ ๗๓.๓๐ บัตรเสีย ๑๐๐,๒๔๓ ใบ หรือร้อยละ ๖.๔๘ และบัตรไม่เลือก ผู้สมัครผู้ใด ๒๒,๖๑๙ ใบ หรือ ร้อยละ ๑.๔๖ เขตเลือกตั้งที่ ๙ มีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุด ๑๑๙,๔๐๗ คน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ๑๔๗,๕๓๙ คน หรือร้อยละ ๘๐.๙๓  

พลิกล็อกเขต ๑ ชพน.แพ้ขาด

          เขตเลือกตั้งที่ ๑ อำเภอเมืองนครราชสีมา (เฉพาะตำบลในเมือง ตำบลหนองจะบก ตำบลโพธิ์กลาง และตำบลหนองไผ่ล้อม) เป็นเขตเมืองหลวงพรรคชาติพัฒนามาโดยตลอดระยะเวลา ๓๓ ปี ตั้งแต่สมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ครั้งนี้ส่งนักการเมืองใหม่ แต่หน้าเก่า นายธงชัย ลืออดุลย์ (ผู้ว่าเบิร์ด) อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา หวังฐานเสียงจาก              ผลงานที่ดีสมัยเป็นผู้ว่าโคราช แต่กลับพลิกล็อกแพ้คะแนนแบบไม่ได้ลุ้น ผิดกับนายเกษม ศุภรานนท์ จากพรรคพลังประชารัฐ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา ที่ลงเล่นการเมืองครั้งแรก ยึดฐานที่มั่นพรรคชาติพัฒนาไปแบบไม่เห็นฝุ่น โดยมีนายวรพงศ์ โสมัจฉา จากพรรคอนาคตใหม่ ที่หายใจรดต้นคอมีคะแนนห่างไม่กี่พันคะแนน 

          คะแนนเขต ๑ ปรากฏกังนี้ อันดับ ๑ นายเกษม ศุภรานนท์ พลังประชารัฐ ๒๕,๙๘๒ คะแนน, อันดับ ๒ นายวรพงศ์ โสมัจฉา อนาคตใหม่ ๒๓,๘๕๕ คะแนน, อันดับ ๓ ร.ต.อ.สุปชัย อินทรักษา เพื่อไทย ๑๕,๙๙๐ คะแนน และอันดับ ๔ นายธงชัย ลืออดุลย์ ชาติพัฒนา ๑๕,๕๒๖ คะแนน  

ผู้ว่าฯเบิร์ด’ ยอมรับความปราชัย

          นายธงชัย ลืออดุลย์ เปิดเผยกับโคราชคนอีสาน ว่า ยอมรับในผลของการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะคะแนนถือว่าห่างเยอะพอสมควร ผลที่ออกมาเช่นนี้ต้องยอมรับเสียงของคนรุ่นใหม่ ที่ให้กับพรรคอนาคตใหม่ คะแนนเหล่านี้จากที่เคยเป็นฐานของพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่ง ไหลไปที่พรรคอนาคตใหม่ ส่งผลให้เห็นว่า ยุคสมัยนี้ประชาชนตอบรับการเมืองแบบใหม่มากกว่า และที่ประชาชนเทคะแนนให้พรรคตรงกันข้ามเป็นจำนวนมาก อาจจะคำนึงถึงสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องการพึ่งพารัฐ และขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกผม ถือว่าเยอะพอสมควร ความรู้สึกรวมๆ คือไม่ได้ผิดหวังหรืออะไรมากนัก ไม่ได้คิดมาก เพราะตอนที่ตัดสินใจสมัครมาจากการชักชวน คิดว่าจะทำประโยชน์เพื่อสังคมได้ ส่วนการเมืองท้องถิ่นไม่ได้มีความสนใจอยู่แล้ว ต้องขอขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่ให้กำลังใจ การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดหวังหรือสมหวังอะไร เพราะเมื่อดูคะแนนแล้ว ได้ถึง ๑๕,๕๒๖ คะแนน ถือว่าเยอะพอสมควร เพราะการที่มีผู้สมัครส.ส.มากขนาดนี้ และมีจำนวนพรรคการเมืองมากขนาดนี้ ต้องมีตัวแปรเยอะเป็นธรรมดา

‘อนาคตใหม่’ ร้องกกต.นับคะแนนใหม่ 

          นายวรพงศ์ โสมัจฉา พรรคอนาคตใหม่ เขียน เฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อ วรพงศ์ โสมัจฉา ก้อง อนาคตใหม่โคราช ว่า ผมกราบขอบพระคุณพ่อแม่พี่น้องชาวโคราชทุกท่าน ที่ลงให้คะแนนให้กับเบอร์ ๙ เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ ผมขอแจ้งให้ทราบว่า ผมจะขอให้ กกต. มีการตรวจนับคะแนนใหม่ เพราะคะแนนผมหายไปถึงเกือบหมื่นคะแนน ในพื้นที่เขต ๑ อำเภอเมือง การส่งหีบบัตร รวมคะแนน ควรจะแล้วเสร็จใน ไม่เกินสี่ทุ่มเศษ ซึ่งคะแนน น่าจะนิ่งแล้ว ณ ตอนนั้น สื่อทุกช่องรายงานว่านำมาเป็นที่ ๑ คือ ๓๑,๗๖๔ คะแนน แต่แล้ว วันนี้ กกต. แจ้งผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ในวันนี้ คือ ๒๓,๘๕๕ ซึ่งสร้างความสับสน เป็นอย่างมาก เพราะคะแนนที่มี น่าจะนิ่ง ก็ควรเท่าเดิม หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่ลดลงถึงเกือบหนึ่งหมื่นคะแนน ถ้าท่านฝากเงินไว้วันนี้ ๓๐,๐๐๐ บาท แล้ววันรุ่งขึ้นมียอดคงเหลือเพียง ๒๐,๐๐๐ บาท ท่านจะคิดอย่างไร โดยที่ท่านรู้ว่าท่านไม่มีสิทธิ์ถอนเงินนั้นมาใช้ ผมว่า กกต.ควรมีคำตอบที่ชัดเจน ผมคิดว่า คนโคราช รักความสงบสุข แต่ไม่ชอบความอยุติธรรมด้วยเช่นกัน

          “โคราชคนอีสาน” ติดต่อขอสัมภาษณ์ แต่นายวรพงศ์ โสมัจฉา อ้างว่าต้องขอปรึกษาทางพรรคก่อน จึงยังไม่พร้อมให้ข้อมูล 

‘บิ๊กโต’ กู้หน้า ‘ชาติพัฒนา’

          เขตเลือกตั้งที่ ๒ ประกอบด้วย อำเภอเมืองนคร ราชสีมา (เฉพาะตำบลจอหอ ตำบลบ้านใหม่ ตำบลหมื่นไวย ตำบลโคกสูง ตำบลพุดซา ตำบลบ้านโพธิ์ ตำบลหนองกระทุ่ม ตำบลตลาด ตำบลสีมุม ตำบลหนองไข่น้ำ ตำบลบ้านเกาะ ตำบลมะเริง ตำบลพลกรัง ตำบลโคกกรวด ตำบลสุรนารี และตำบลปรุใหญ่ เป็นอีกหนึ่งฐานที่มั่นสำคัญของพรรคชาติพัฒนา ที่มั่นใจว่าเขตนี้ไม่ต่ำกว่า ๓-๔ หมื่นเสียงแน่นอน ซึ่ง “บิ๊กโต” นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ไม่ทำให้ผิดหวัง แม้จะมีเสียวบ้าง แต่ยังคงเก๋าพอที่จะเก็บคะแนนเสียงมาเป็นที่หนึ่ง เฉือนชนะสองพรรคน้องใหม่อย่าง อนาคตใหม่ และพลังประชารัฐ โดยผลคะแนนอันดับ ๑ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ชาติพัฒนา ๒๗,๓๖๐ คะแนน, อันดับ ๒ นายประพิศ นวมโคกสูง พลังประชารัฐ ๒๓,๔๒๙ คะแนน และอันดับ ๓ พัลลภ เสนาดี อนาคตใหม่ ๒๒,๖๓๐ คะแนน

ชพน.เหลือแค่หนึ่งสู้สุดใจ

          นายวัชรพล โตมรศักดิ์ เปิดเผยว่า หลังจากมีการนับคะแนนการลงคะแนนเลือกตั้ง ผลปรากฏว่า ผมได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ให้กลับมาทำหน้าที่ เหลือเพียงอย่างเดียวคือ การประกาศรับรอง เพื่อให้ได้เข้ามารับตำแหน่ง จึงอยากขอบคุณกับคะแนนที่พี่น้องประชาชนได้มาเลือก แต่ขออนุญาตยังไม่พูดเรื่องการทำงาน หลังจากนี้มีอยู่สิ่งเดียว คือต้องไปสอบถามกกต.ว่า สามารถแห่ขบวนรถขอบคุณพี่น้องประชาชนในทุกตำบล ๑๗๐ หมู่บ้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถทำได้ จะรีบออกไปพบประชาชนถึงที่

          “ในฐานะของพรรคชาติพัฒนา ขอขอบคุณจากใจ ที่พี่น้องประชาชนให้ความเมตตา สัญญาว่าจะเป็นนักการเมืองที่ดี ทำให้ดีที่สุด อย่างน้อยถึงแม้จะเหลือเพียงคนเดียว จะไม่ยอมให้พี่น้องประชาชนที่ลงคะแนนให้ต้องผิดหวัง” นายวัชรพล กล่าว 

เขต ๓ ไม่สนุกอย่างที่คิด

          เขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเล สอ อำเภอสีคิ้ว (เฉพาะตำบลสีคิ้ว ตำบลลาดบัวขาว ตำบลหนองน้ำใส ตำบลคลองไผ่ ตำบลมิตรภาพ และตำบลหนองหญ้าขาว) เป็นอีกหนึ่งเขตเลือกตั้งที่ได้รับการจับตามอง เพราะเป็นศึกช้างชนช้าง ระหว่างสองอดีตรัฐมนตรี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายประเสริฐ บุญชัยสุข พรรคชาติพัฒนา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แม้จะมีการอ้างเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ แต่ผลคะแนนที่ออกมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง พรรคเพื่อไทย เข้าป้ายอันดับหนึ่ง โดยทิ้งอันดับสองพรรคชาติพัฒนาขาดลอยเป็นหมื่นคะแนน โดยอันดับ ๑ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เพื่อไทย ๔๑,๔๑๒ คะแนน, อันดับ ๒ นายประเสริฐ บุญชัยสุข ชาติพัฒนา ๒๗,๕๘๔ คะแนน และอันดับ ๓ นางจันทิมา โกสินทร์รักษา พลังประชารัฐ ๑๒,๔๑๒ คะแนน

ทวิรัฐ’ เลือกตั้งครั้งแรก บารมีพ่อ

          เขตเลือกตั้งที่ ๔ อำเภอโนนสูง อำเภอโนนไทย (เฉพาะตำบลกำปัง ตำบลถนนโพธิ์ ตำบลสำโรง ตำบลด่านจาก และตำบลมะค่า), อำเภอพิมาย (เฉพาะตำบลสัมฤทธิ์ ตำบลท่าหลวง ตำบลกระเบื้องใหญ่ และตำบลชีวาน) สมกับราคาคุย นายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แม้จะพาครอบครัวย้ายข้างจากพรรคเพื่อไทย สู่อ้อมกอดพลังประชารัฐ แต่ก็ไม่ทำให้ฐานเสียงตัวเองสั่นคลอน กวาดชัยชนะยกครอบครัว ส่งลูกชายคนกลาง นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ลงการเมืองใหญ่ครั้งแรก เฉือนชนะ นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล จากพรรคภูมิใจไทย อดีต ส.อบจ.โนนสูง ไปแบบสนุกแค่หลักพันคะแนน ซึ่งอันดับ ๑ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ พลังประชารัฐ ๓๙,๗๗๔ คะแนน, อันดับ ๒ นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ภูมิใจไทย ๓๓,๖๗๔ คะแนน และอันดับ ๓ นายจักรกฤช ผาสุขมูล เพื่อไทย ๑๔,๙๔๗ คะแนน

‘เพื่อไทย’ ยังครองเขต ๕

          เขตเลือกตั้งที่ ๕ อำเภอบัวใหญ่ อำเภอแก้งสนามนาง อำเภอบัวลาย อำเภอสีดา และอำเภอบ้าน เหลื่อม นายโกศล ปัทมะ จากพรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส. มากประสบการณ์ ลงสนามเขตนี้มองดูคู่แข่งแล้วกระดูกคนละเบอร์ นายโกศลเอาชนะไม่ยาก โดยผลคะแนนอันดับ ๑ นายโกศล ปัทมะ เพื่อไทย ๓๓,๖๐๖ คะแนน, อันดับ ๒ นางอรทัย พลวิเศษ พลังประชารัฐ ๒๔,๑๗๗ คะแนน และอันดับ ๓ นายพิเชฎฐ์ ชัยศรี ภูมิใจไทย ๑๕,๑๘๕ คะแนน 

อนาคตใหม่’ไม่สันทัดชนบท

          ลูกชายคนโตนายวิรัช รัตนเศรษฐ ขยับมาลงเขต ๖ อำเภอประทาย อำเภอโนนแดง อำเภอเมืองยาง อำเภอลำทะเมนชัย อำเภอคง (เฉพาะตำบลเทพาลัย ตำบลขามสมบูรณ์ และตำบลตาจั่น นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เรื่องประสบการณ์ไม่ต้องพูดถึง ผ่านการเป็น ส.ส.สมัยอยู่เพื่อไทยมาแล้ว การลงสนามครั้งนี้เหมือนแค่ให้ครบโปรแกรมเท่านั้น เพราะคะแนนที่ออกมาชนะนายสมชาย ภิญโญ จากพรรคเพื่อไทยแบบขาดลอย โดยอันดับ ๑ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ พลังประชารัฐ ๔๐,๔๕๔ คะแนน, อันดับ ๒ นายสมชาย ภิญโญ เพื่อไทย ๒๖,๖๙๗ คะแนน และอันดับ ๓ นายประธาน คงเรืองราช อนาคตใหม่ ได้เพียง ๗,๕๔๕ คะแนน แม้จะเป็นแกนนำในโคราช

ย้ายเขตก็ไม่หวั่น

          นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ภริยานายวิรัชลงสนามเขต ๗ อำเภอชุมพวง อำเภอพิมาย (ยกเว้นตำบลสัมฤทธิ์ ตำบลท่าหลวง ตำบลกระเบื้องใหญ่ และตำบลชีวาน) เปิดหน้าวัดคะแนนกับฐานเสียงเดิม นายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร เจ้าถิ่นพรรคเพื่อไทย แต่เหมือนช่วงนี้นามสกุล “รัตนเศรษฐ” จะมาแรงจริงๆ ได้คะแนนเสียงมาอันดับ ๑ ชนะฐานเสียงเดิมแบบขาดลอย โดยอันดับ ๑ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ พลังประชารัฐ ๓๕,๙๘๓ คะแนน, อันดับ ๒ นายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร เพื่อไทย ๒๓,๓๘๕ คะแนน และอันดับ ๓ นายกลวัชร อึ้งสวัสดิ์ ภูมิใจไทย ๒๑,๐๘๒ คะแนน

น้องเมียก็เข้าวิน

          เขตเลือกตั้งที่ ๘ ประกอบด้วย อำเภอห้วยแถลง อำเภอจักราช และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ จากพรรคพลังประชารัฐ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลห้วยแถลง และเป็นน้องสาวนางทัศนียา รัตนเศรษฐ เหมือนจะยากหากจะเอาชนะในเขตนี้ เพราะเป็นฐานเสียงหลักของนายพลพีร์ สุวรรณฉวี จากพรรคภูมิใจไทย และเป็นที่มั่นใจด้วยว่า ภูมิใจไทยจะชนะในเขตเลือกตั้งนี้ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีอะไรแน่นอน นางทัศนาพรกระโดดปาดหน้าคว้าชัยด้วยคะแนนห่างกันไม่ถึงสองพันคะแนน อันดับ ๑ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ พลังประชารัฐ ๓๖,๔๗๓ คะแนน, อันดับ ๒ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ภูมิใจไทย ๓๔,๘๑๗ คะแนน และอันดับ ๓ นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก เพื่อไทย ๑๒,๙๘๖ คะแนน

‘ปื๊ด’ ปาด ‘บุญจง’

          เขตเลือกตั้งที่ ๙ อำเภอโชคชัย อำเภอหนองบุญมาก อำเภอเมืองนครราชสีมา (เฉพาะตำบลหัวทะเล ตำบลหนองระเวียง และตำบลพะเนา) นายอภิชา (ปื๊ด) เลิศพชรกมล พรรคภูมิใจไทย เบียดเอาชนะคู่ปรับเก่า นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ จากพลังประชารัฐ ไปแบบสนุก ซึ่งอันดับ ๑ นายอภิชา เลิศพชรกมล ภูมิใจไทย ๓๘,๖๓๒ คะแนน, อันดับ ๒ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ พลังประชารัฐ ๓๐,๗๙๕ คะแนน และอันดับ ๓ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เพื่อไทย ๑๓,๕๔๒ คะแนน

‘พรชัย’ มีโค้ชดีล้ม ‘แรมโบ๋’

          เขตเลือกตั้งที่ ๑๐ อำเภอครบุรี อำเภอเสิงสาง อำเภอวังน้ำเขียว (เฉพาะตำบลวังน้ำเขียว และตำบลไทยสามัคคี) เขตนี้ก่อนเลือกตั้งสู้กันสนุก ระหว่างนายสุภรณ์ อัตถาวงค์ จากพลังประชารัฐ เจ้าของฉายาแรมโบ๋ ที่ถอนคำสาบานกับย่าโม มาลงสนามการเมืองอีกครั้ง กับนายพรชัย อำนวยทรัพย์ จากภูมิใจไทย อดีต ส.อบจ.เสิงสาง-ครบุรี คู่นี้ปะทะคารมกันตลอด ทั้งยื่นเรื่องกกต. เดินขึ้น-ลงสถานีตำรวจ อ้างมีคนติดตาม อ้างแจกเงินซื้อเสียง อ้างเก็บบัตรประชาชน แต่เมื่อผลคะแนนออกมา นายพรชัยที่ลาออกจาก ส.อบจ. มุ่งสู่การเมืองใหญ่เต็มตัว เอาชนะนายสุภรณ์ แบบไม่เห็นฝุ่น ลำพังนายพรชัยไม่ได้น่ากลัวอะไร แต่ลูกพี่ใหญ่ “กำนันป้อ” นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ เขต ๑๐ เป็นเขตเดียวที่มีคะแนนเกิน ๕๐,๐๐๐ คะแนน ดูแล้วกำลังนายพรชัยคงไม่พอ ต้องมี “เสี่ยแป้งมันพันล้าน” นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ประธานบริหาร บริษัท แป้งมันเอี่ยมเฮง จำกัด เป็นโค้ชช่วย โดยอันดับ ๑ นายพรชัย อำนวยทรัพย์ ภูมิใจไทย ๕๑,๗๒๘ คะแนน, อันดับ ๒ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ พลังประชารัฐ ๒๘,๗๗๘ คะแนน และอันดับ ๓ พ.ต.อ.ปฏิวัติ นาคำ เพื่อไทย ๙,๙๓๓ คะแนน

          นายพรชัย อำนวยทรัพย์ เปิดเผยว่า ต้องขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ หลังจากนี้จะหาโอกาสออกมาขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ออกมาลงคะแนนเสียงให้ ซึ่งสามารถเอาชนะได้แบบขาดลอย และสูงถึง ๕๑,๗๒๘ คะแนน ซึ่งก่อนจะมาลงสมัคร ส.ส.ตนมีความมั่นใจอยู่แล้ว และไม่เคยกลัวว่าจะต้องสู้กับนายสุภรณ์ อัตถาวงค์ จากพลังประชารัฐ เพราะตนเข้าใจและเข้าถึงประชาชนตลอด และมั่นใจมากว่าจะได้คะแนนถล่มทลายไม่คิดว่าจะสูสีแน่นอน ซึ่งนายสุภรณ์ก็รู้อยู่แก่ใจว่าสู้ไม่ได้ จึงพยายามจะหาเรื่องใส่ร้ายตนมาโดยตลอด เสียงของประชาชนที่ออกมาน่าจะได้บทสรุปแล้วว่า ใครคือคนที่ประชาชนจะฝากความหวังไว้   

เขต ๑๑ พปชร.นอนมา

          เขตเลือกตั้งที่ ๑๑ อำเภอปักธงชัย อำเภอวังน้ำเขียว (ยกเว้นตำบลวังน้ำเขียว และตำบลไทยสามัคคี) อำเภอเมืองนครราชสีมา (เฉพาะตำบลหนองบัวศาลา และตำบลไชยมงคล) อำเภอปากช่อง (เฉพาะตำบลวังกะทะ) นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม อดีตส.ส.พรรคชาติพัฒนา ขยับมาลงสนามเขตนี้แทนนายประนอม โพธิ์คำ เจ้าของฐานเสียงเดิม ที่ย้ายไปลงระบบบัญชีรายชื่อ และเมื่อมองคู่แข่งในกลุ่ม ที่ส่วนใหญเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ คะแนนของพลังประชารัฐนอนมาแน่นอน คะแนนอันดับ ๑ นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม พลังประชารัฐ ๔๑,๙๑๘ คะแนน, อันดับ ๒ นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจน กุล ภูมิใจไทย ๒๗,๗๘๐ คะแนน และ อันดับ ๓ นายวรพล บวรลัทธพล เพื่อไทย ๑๔,๔๑๔ คะแนน

ชาวปากช่อง’ให้เพื่อไทยเจ้าเก่า

          เขตเลือกตั้งที่ ๑๒ อำเภอปากช่อง (ยกเว้นตำบลวังกะทะ) พรรคเพื่อไทย นอนมาแต่ในมุ้ง นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ อดีต ส.ส. และเจ้าของฐานเสียงเดิม เข้าป้ายที่หนึ่งชนะนายมิชา พงษ์สว่าง จากพรรคภูมิใจไทย เกือบหมื่นคะแนน โดยอันดับ ๑ นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ เพื่อไทย ๓๓,๗๒๙ คะแนน, อันดับ ๒ นายมิชา พงษ์สว่าง ภูมิใจไทย ๒๕,๗๘๘ คะแนน และอันดับ ๓ นายอัฏฐกร อินทร์ศร พลังประชารัฐ ๑๔,๗๒๖ คะแนน

‘ภูมิใจไทย’เชือด‘เพื่อไทย’

          เขตเลือกตั้งที่ ๑๓ อำเภอด่านขุนทด อำเภอเทพารักษ์ อำเภอสีคิ้ว (ยกเว้นตำบลสีคิ้ว ตำบลลาดบัวขาว ตำบลหนองน้ำใส ตำบลคลองไผ่ ตำบลมิตรภาพ และตำบลหนองหญ้าขาว) พรรคภูมิใจไทยรักษาฐานเสียงเดิมไว้ได้ หลังส่งนายวิสิทธิ์ (ต๋อง) พิทยาภรณ์ อดีตส.ส. เอาชนะนายรชตะ ด่านกุล จากพรรคเพื่อไทย แบบหายใจไม่ทั่วท้อง ซึ่งอันดับ ๑ นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ภูมิใจไทย ๓๙,๑๖๑ คะแนน, อันดับ ๒ นายรชตะ ด่านกุล เพื่อไทย ๓๓,๙๘๓ คะแนน และ อันดับ ๓ นายจำลอง ครุฑขุนทด พลังประชารัฐ อดีตส.ส.และอดีตรัฐมนตรีได้เพียง ๑๐,๖๙๗ คะแนน

‘สุชาติ’ พท.เกือบตกม้าตาย

          เขตเลือกตั้งที่ ๑๔ อำเภอขามสะแกแสง อำเภอพระทองคำ อำเภอคง (ยกเว้นตำบลเทพาลัย ตำบลขามสมบูรณ์ และตำบลตาจั่น), อำเภอโนนไทย (ยกเว้นตำบลกำปัง ตำบลถนนโพธิ์ ตำบลสำโรง ตำบลด่านจาก และตำบลมะค่า) เขตนี้พรรคเพื่อไทยส่ง นายสุชาติ ภิญโญ อดีต ส.ส. แต่เกือบตกม้าตาย เพราะเจอม้ามืดมาแรงอย่างนายไพศาล เกียรติชัยพัฒน จากพรรคภูมิใจไทย อดีตกำนันตำบลเมืองคง ที่ลงการ เมืองใหญ่ครั้งแรก แต่แพ้อดีต ส.ส.แค่หลักร้อยคะแนน ซึ่งอันดับ ๑ นายสุชาติ ภิญโญ เพื่อไทย ๒๗,๕๖๙ คะแนน, อันดับ ๒ นายไพศาล เกียรติชัยพัฒน ภูมิใจไทย ๒๖,๗๓๑ คะแนน และ อันดับ ๓ นายพจน์ เจริญสันเทียะ พลังประชารัฐ ๒๑,๕๓๖ คะแนน

          สำหรับผู้ชนะเลือกตั้งเป็นว่าที่ ส.ส.โคราชทั้ง ๑๔ เขต ได้แก่ เขต ๑ นายเกษม ศุภรานนท์ พรรคพลังประชารัฐ ๒๕,๙๒๘ คะแนน, เขต ๒ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ พรรคชาติพัฒนา ๒๖,๗๒๔ คะแนน, เขต ๓ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง พรรคเพื่อไทย ๔๑,๓๔๑ คะแนน, เขต ๔ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ พรรคพลังประชารัฐ ๓๙,๗๗๔ คะแนน, เขต ๕ นายโกศล ปัทมะ พรรคเพื่อไทย ๓๐,๔๐๙ คะแนน, เขต ๖ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ  พรรคพลังประชารัฐ ๓๙,๗๔๐ คะแนน, เขต ๗ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ พรรคพลังประชารัฐ ๓๕,๗๘๕ คะแนน, เขต ๘ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ พรรคพลังประชารัฐ ๓๖,๑๔๖ คะแนน, เขต ๙ นายอภิชา เลิศพชรกมล พรรคภูมิใจไทย ๓๘,๖๓๒ คะแนน, เขต ๑๐ นายพรชัย อำนวยทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย ๕๑,๗๒๘ คะแนน, เขต ๑๑ สมศักดิ์ พันธ์เกษม พรรคพลังประชารัฐ ๓๙,๙๖๓ คะแนน, เขต ๑๒ นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ พรรคเพื่อไทย ๓๓,๗๒๙ คะแนน, เขต ๑๓ นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ พรรคภูมิใจไทย ๓๖,๓๓๔ คะแนน และ เขต ๑๔ นายสุชาติ ภิญโญ พรรคเพื่อไทย ๒๗,๕๐๓ คะแนน

          สรุป ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ๑๔ ที่นั่ง อย่างไม่เป็นทางการ พรรคพลังประชารัฐ ๖ ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย ๔ ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย ๓ ที่นั่ง และพรรคชาติพัฒนา ๑ ที่นั่ง

          ส่วน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อที่อยู่ในจังหวัดนคร ราชสีมา มีทั้งหมด ๗ คน ได้แก่ ๑.นายวัชรา ณ วังขนาย เลขาธิการพรรคเสรีรวมไทย ๒. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรรมการที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ๓. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ๔. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ๕. นางลินดา เชิดชัย ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ ๖.นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และ ๗. นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย 

วิรัช’ไม่โม้พาพปชร.ยึดโคราช

          พรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายวิรัช รัตนเศรษฐ แกนนำยุทธศาสตร์การเลือกตั้งจังหวัดนคร ราชสีมา พาครอบครัวยึดครองพื้นที่ ส.ส.ในจังหวัดนครราชสีมามากที่สุดรวม ๖ ที่นั่ง โดย ๕ ที่นั่งเป็นคนในครอบครัวทั้งสิ้น ทั้งภริยา ลูกชาย ๒ คน และ น้องภริยา สรุปการย้ายพรรคออกจากเพื่อไทยครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อฐานเสียงเลย

          นายวิรัช รัตนเศรษฐ กล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่มอบความไว้วางใจให้ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐเข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทน เราจะทำให้ดีที่สุดและไม่ทำให้ผิดหวัง โดยเร่งรัดเชื่อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ ผันน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์สู่อ่างเก็บน้ำลำตะคอง รถไฟฟ้ารางเบา ฯลฯ ต้องแล้วเสร็จตามกำหนด เพื่อให้ชาวนครราชสีมาได้ประโยชน์จากโครงการสูงสุด

ฝอยดุ ‘เพื่อไทย’ หลุดโค้งติดแค่ ๔ ที่นั่ง

          ไม่มีคำว่าแน่นอนกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ก่อนการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประกาศกร้าวบนเวทีปราศรัยข้างลานย่าโมเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ว่า จะคว้า ส.ส.ยกจังหวัด หลังจากครั้งที่แล้วปี ๒๕๕๔ คว้าไปมากสุด ๘ ที่นั่ง ครั้งนี้บุญหมด ส.ส.หลุดกระจาย คว้ามาได้เพียง ๔ ที่นั่ง ที่สำคัญฐานเสียงเดิมสมัยที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ เคยอยู่กับพรรคเพื่อไทย ถูกดูดไปสู่พลังประชารัฐด้วย 

ม้ามืดตัวจริง ‘อนาคตใหม่’

          นับเป็นปรากฎการณ์ใหม่ของการเลือกตั้งยุค ๔.๐ พรรคการเมืองน้องใหม่ อนาคตใหม่ ที่ส่งผู้สมัครหน้าใหม่และไม่เคยผ่านการเมืองระดับชาติ ชื่อเสียงและดีกรีไม่เป็นที่รู้จัก แต่ด้วยตัวพรรคที่ได้รับความนิยมทางสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ผู้สมัครได้รับความสนใจตามไปด้วย อนาคตใหม่ ส่งผู้สมัคร ส.ส.ครบทั้ง ๑๔ เขต และไม่มีเขตไหนเลยที่ได้คะแนนต่ำกว่า ๗,๐๐๐ คะแนน และมีถึง ๗ เขต ที่มีคะแนนเกิน ๑๐,๐๐๐ คะแนน แม้จะไม่ได้ ส.ส.แบบแบ่งเขต แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาเช่นนี้ น่าจะส่งผลกระทบไปยังการปรับตัวของพรรคการเมืองใหญ่ในอนาคตแน่นอน

กกต.โคราชยันไม่มีบัตรเกิน

          นายศิริชัย วิริยพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีโลกโซเซียลได้แชร์ข้อมูลระบุจังหวัดนครราชสีมามีคะแนนรวมมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยมีผู้มาใช้สิทธิ ๙๑๓,๕๗๕ คน แต่นับคะแนนรวมได้ ๑,๗,๕๓,๑๓๙ คะแนน เกินมา ๘๓๙,๕๖๔ ใบ และมีบัตรเสียกว่า ๔ แสนใบว่า ข้อมูลเหล่านี้ไม่เป็นความจริง ซึ่งเป็นการแชร์ข้อมูล โดยไม่ทราบแหล่งผลิตข้อมูลที่มีเจตนาไม่ดี ข้อเท็จจริงในจังหวัดนครราชสีมา มีจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาประมาณ ๒.๑ ล้านคน การจัดพิมพ์บัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ต้องดำเนินการในลักษณะไม่เกิน ๕-๑๐% ดังนั้นการพิมพ์บัตรฯ เกินจึงเป็นไปไม่ได้ กกต.ไม่มีงบดำเนินการมากเกินความเป็นจริง บัตรเลือกตั้งทุกเล่มต้องมีหมายเลข ข้อมูลกำกับทุกฉบับจัดทำบัญชีคุมรายจ่ายอย่างรัดกุมสามารถพิสูจน์ได้ ส่วนผลคะแนนที่ผิดพลาดอาจเกิดจากการคีย์ข้อมูลลงในสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นการรายงานผล เบื้องต้น ผลการรวมคะแนนจริงต้องมีการลงลายมือชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ได้กำชับให้ดำเนินการรอบคอบและรัดกุม รวมทั้งสามารถตรวจสอบได้

          ต่อข้อถามเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้ง นายศิริชัยตอบว่า ต้องขออนุญาตไม่ให้ข้อมูลมากกว่านี้ ยอมรับขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนอยู่ในกระบวนการสอบสวน ทั้งความปรากฏและมีผู้ร้องกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ก่อนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งยังสามารถร้องเรียนกับ กกต. ได้

ความเห็นพ่อค้าทอง

          นายชัยชนะ ประพฤทธิพงษ์ เจ้าของห้างทองอึ้งเตียงกี่ (ถนนจอมพล นครราชสีมา) และอุปนายกสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญนครราชสีมา ให้ความเห็นถึงผลการเลือกตั้งในจังหวัดนครราชสีมาว่า นับเป็นผลการเลือกตั้งที่เปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ประชาชนคนรุ่นใหม่ มีแนวคิดแบบใหม่ โดยเฉพาะอายุ ๑๘-๓๐ ปี เริ่มมีแนวคิดใหม่ และเบื่อกับการเมืองสมัยอดีต ส่วนพรรคหลักอย่างชาติพัฒนา ถึงแม้ที่ผ่านมาพรรคจะมีกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับชาวโคราชมากมาย แต่ตัวพรรคไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ ไม่มีอะไรมาดึงดูดใจชาวโคราช ทำให้คนรุ่นใหม่มีแนวความคิดเปลี่ยนไป ยกตัวอย่างพรรคอนาคตใหม่ เป็นคนรุ่นใหม่ ใช้สื่อโซเชียลในการกระจายข่าวสารของพรรค ซึ่งพรรคใหญ่ๆ ไม่สามารถสู้เขาได้ จะมาตั้งเวทีย่อยปราศรัยหาเสียงแบบนี้ สู้เขาไม่ได้แล้ว ซึ่งโซเชียลต่างๆ สามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่าย จากที่อ่านหนังสือมาคนส่วนใหญ่ที่เล่นโซเชียล อายุระหว่าง ๑๘-๓๐ ปี เขาเปิดโซเชียล มาตอนไหนสามารถรับข่าวสารได้เลย แต่สำหรับการจัดเวทีปราศรัย เมื่อกลับบ้านไป คนก็ลืมแล้ว ส่วนตัวคิดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการทำงานทางการเมือง

          “ฝากให้ ส.ส. ที่เข้ามาทำงานการเมืองอยากให้ใช้คำว่า ‘มาทำงานการเมือง’ ไม่ใช่ ‘มาเล่นการเมือง’ ใช้คำนี้แล้วเหมือนการเข้ามาผลาญงบประมาณ ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจริงๆ อย่างเช่น “บิ๊กโต” วัชรพล โตมรศักดิ์ พรรคชาติพัฒนา หรือ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง พรรคเพื่อไทย จะเห็นว่าทั้งสองท่านนี้ ทำงานทุกอย่าง เขาเข้าถึงประชาชนหมด แบบนี้ถือว่ามาทำงานจริงๆ ประชาชนเชิญไปงานไหนไปหมด แต่หลายคน เมื่อได้เป็น ส.ส.แล้ว กลับส่งแต่ตัวแทนมา อยากให้ทุกคนตั้งใจทำงานให้คุ้มค่าเงินเดือนที่ได้รับ และเกียรติยศที่ประชาชนให้”

          นายชัยชนะ ปิดท้ายว่า “เบื้องต้น อยากให้ทำตามคำพูดที่พูดไว้ แต่ถ้าสิ่งไหนยังไม่สามารถทำได้ ต้องแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบ ต้องมีเหตุผลอย่างเพียงพอ เมื่อเป็น ส.ส.แล้ว อย่าลืมที่รับปากกับประชาชนไว้ ทำได้ไม่ได้ต้องบอก อย่าปล่อยให้ประชาชนต้องมานั่งเดากันเอง” 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๓ วันอังคารที่ ๒๖ - วันอาทิตย์ที่ ๓๑ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒


535 8489