18thNovember

18thNovember

18thNovember

 

March 27,2019

เพื่อไทย’ได้ส.ส.อีสานนำโด่ง ‘เนวิน’โชว์พลังยึดบุรีรัมย์

         สรุปเลือกตั้ง ๗ จังหวัด ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลฯ, อุดรธานี และขอนแก่น “พท.” ยังถูกใจ คว้าส.ส. อันดับ ๑ กวาดทั้งอุดรฯ แต่ขอนแก่นเมืองหลวงเสื้อแดง “อนาคตใหม่” “พลังประชารัฐ” ชิงคนละ ๑ สำเร็จ “ภท.” พิสูจน์ชัดบุรีรัมย์คือเมืองหลวง ด้าน “ปชป.” ส่งหน้าเดิมรักษาถิ่นไว้ได้

         แม้ว่าการเลือกในวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ผ่านไปแล้วกว่า ๒๔ ชั่วโมง แต่ กกต.ยังประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการไม่ได้ หลายพรรค การเมืองก็เริ่มเคลื่อนไหว เพื่อเตรียมตัวจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งพื้นที่ในภาคอีสานมีทั้งพรรคหน้าใหม่และพรรคหน้าเก่า เข้ามาแบ่งสันปันส่วนคะแนนไป โดยเรียงลำดับพรรคที่ได้ ส.ส.เขต รวม ๑๑๖ ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย ๘๔ ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย ๑๖ ที่นั่ง พรรคพลังประชารัฐ ๑๑ ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ ๒ ที่นั่ง สำหรับพรรคอนาคตใหม่ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา ได้ไปพรรคละ ๑ ที่นั่ง 

         “โคราชคนอีสาน” ขอสรุปคะแนนที่ประกาศออกมาอย่างไม่เป็นทางการของแต่ละจังหวัดในภาคอีสาน โดยจะยกมาเพียง ๗ จังหวัดเท่านั้น ได้แก่ ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อุดรธานี และขอนแก่น 

พปชร.ขอเพื่อไทย ๒ เขต

         สำหรับจังหวัดชัยภูมิ ที่เคยเป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย ครั้งนี้ยังคงรักษาไว้ได้ ๔ เขต แม้ว่าจะเสียให้พรรคหน้าใหม่มาแรงอย่าง พรรคพลังประชารัฐ ที่ชนะไปได้ ๒ เขต สำหรับครั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิ์อย่างไม่เป็นทางการ จำนวน ๕๑๑,๑๔๗ คน โดยมีทั้งหมด ๖ เขต ดังนี้ เขต ๑ มาใช้สิทธิ์ ๘๕,๗๗๓ คน ผู้ได้คะแนนอันดับ ๑ คือ นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย เบอร์ ๖ พรรคเพื่อไทย ๓๓,๑๕๙ คะแนน, เขต ๒  มาใช้สิทธิ์ ๘๘,๓๘๒ คน ผู้ได้คะแนนอันดับ ๑ คือ นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ เบอร์ ๔ พรรคพลังประชารัฐ ๓๐,๕๐๘ คะแนน, เขต ๓ มาใช้สิทธิ์ ๖๗,๓๑๐ คน ผู้ได้คะแนนอันดับ ๑ คือ นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ เบอร์ ๔ พรรคพลังประชารัฐ ๒๗,๑๐๙ คะแนน, เขต ๔  มาใช้สิทธิ์ ๗๘,๑๙๔ คน ผู้ได้คะแนนอันดับ ๑ คือ นายมานะ โลหะวณิชย์ เบอร์ ๙ พรรคเพื่อไทย ๓๒,๒๓๑ คะแนน, เขต ๕ มาใช้สิทธิ์ ๑๐๙,๘๔๒ คน ผู้ได้คะแนนอันดับ ๑ คือ นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล เบอร์ ๑๓ พรรคเพื่อไทย ๒๗,๘๘๕ คะแนน และเขต ๖ ผู้ได้คะแนนอันดับ ๑ คือ นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เบอร์ ๑๕ พรรคเพื่อไทย ๒๘,๓๕๔ คะแนน 

         ทั้งนี้ ในส่วนของเขต ๒ ชัยภูมินั้น พรรครักษ์ผืนป่าแห่งประเทศไทย ตั้งความหวังว่าจะได้ ส.ส.จากนางปาริชาติ ชาลีเครือ แต่ก็ต้องอกหัก

ภูมิใจไทย’ยึดบุรีรัมย์ยกจังหวัด

         สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ที่นำโดย “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค กวาด ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ทุกเขต แม้การเลือกตั้งครั้งก่อนจะได้ไปไม่ครบทั้งจังหวัดก็ตาม จึงเป็นการพิสูจน์แล้วว่า บุรีรัมย์คือเมืองหลวงของภูมิใจไทยอย่างแท้จริง สำหรับครั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิ์ ๗๐๒,๙๖๓ คน มีทั้งหมด ๘ เขต ได้แก่ เขต ๑ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ เบอร์ ๒ พรรคภูมิใจไทย ๓๗,๘๒๐ คะแนน, เขต ๒ นายรังสิกร ทิมาตฤกะ เบอร์ ๓ พรรคภูมิใจไทย ๓๐,๒๔๖ คะแนน, เขต ๓ นายสมบูรณ์ ซารัมย์ เบอร์ ๒ พรรคภูมิใจไทย ๔๓,๔๕๑ คะแนน,  เขต ๔  นายโสภณ ซารัมย์ เบอร์ ๔ พรรคภูมิใจไทย ๔๔,๔๐๑ คะแนน, เขต ๕ นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา เบอร์ ๑๒ พรรคภูมิใจไทย ๔๖,๐๐๐ คะแนน, เขต ๖ นายไตรเทพ งามกมล เบอร์ ๕ พรรคภูมิใจไทย ๔๐,๓๐๓ คะแนน, เขต ๗ นายจักรกฤษณ์ ทองศรี เบอร์ ๖ พรรคภูมิใจไทย ๓๗,๑๘๓ คะแนน และเขต ๘ นายรุ่งโรจน์ ทองศรี เบอร์ ๓ พรรคภูมิใจไทย ๓๘,๕๔๙ คะแนน

เพื่อไทยรักษาที่มั่น’เมืองช้าง

         สำหรับจังหวัดสุรินทร์ ฐานที่มั่นเดิมของพรรคเพื่อไทย มาครั้งนี้ต้องแบ่งเก้าอี้ให้พรรคพลังประชารัฐและพรรคภูมิใจไทยไปคนละ ๑ ที่ ส่วนอีก ๕ เขตที่เหลือ พรรคเพื่อไทยยังคงรักษาแชมป์ไว้ได้ สำหรับครั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิ์ ๖๕๕,๘๘๘ คน มีเขตเลือกตั้งทั้งหมด ๗ เขต ได้แก่ เขต ๑ ดร.ปกรณ์ มุ่งเจริญพร เบอร์ ๔ พรรคภูมิใจไทย ๓๐,๗๙๗ คะแนน สามารถรักษาที่นั่งให้ภูมิใจไทยไว้ได้, เขต ๒ นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ เบอร์ ๑๐ พรรคพลังประชารัฐ ๓๔,๑๖๔ คะแนน, เขต ๓ นายคุณากร ปรีชาชนะชัย เบอร์ ๑๒ พรรคเพื่อไทย ๒๘,๒๕๔ คะแนน, เขต ๔ นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล เบอร์ ๑๐ พรรคเพื่อไทย ๓๓,๖๑๗ คะแนน, เขต ๕ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เบอร์ ๗ พรรคเพื่อไทย ๔๔,๒๒๖ คะแนน, เขต ๖ นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ เบอร์ ๕ พรรคเพื่อไทย ๒๒,๔๙๑ คะแนน และเขต ๗ นายชูศักดิ์ แอกทอง เบอร์ ๖ พรรคเพื่อไทย ๒๗,๓๕๑ คะแนน

ศรีสะเกษ ‘ภูมิใจไทย’ แบ่ง ๒

         สำหรับจังหวัดศรีสะเกษ เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เป็นฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทย โดยครั้งนี้ต้องยกให้พรรคภูมิใจไทยไป ๒ เขต ส่วนที่เหลือ ๖ เขต ยังคงปกป้องไว้ได้ สำหรับครั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิ์ ๗๑๙,๐๓๐ คน มีเขตเลือกตั้งทั้งหมด ๘ เขต ได้แก่ เขต ๑ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เบอร์ ๑๑ พรรคภูมิใจไทย ๔๕,๕๙๗ คะแนน ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา แต่สมัยนี้ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย, เขต ๒ นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ เบอร์ ๖ พรรคเพื่อไทย ๔๗,๓๘๐ คะแนน, เขต ๓ นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ เบอร์ ๑๑ พรรคเพื่อไทย ๓๙,๐๙๕ คะแนน, เขต ๔ นพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เบอร์ ๓ พรรคเพื่อไทย ๓๘,๘๓๔ คะแนน, เขต ๕ นายธีระ ไตรสรณกุล เบอร์ ๒ พรรคเพื่อไทย ๓๓,๖๑๔ คะแนน, เขต ๖ นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ เบอร์ ๘ พรรคเพื่อไทย ๓๐,๑๑๐ คะแนน, เขต ๗ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เบอร์ ๒ พรรคภูมิใจไทย ๔๗,๔๕๓ คะแนน และเขต ๘ นางผ่องศรี แซ่จึง เบอร์ ๑๓ พรรคเพื่อไทย ๔๘,๐๙๘ คะแนน

อุบลฯ’พปชร. แบ่ง ๑ เขต

         สำหรับจังหวัดอุบลราชธานี มีทั้งหมด ๑๐ เขต ประชาธิปัตย์ยังรักษาฐานเสียงเดิมได้ ๒ เขต ส่วนพรรคที่มาแรงต้องยกให้เพื่อไทย คงไว้ ๗ เขตเช่นเดิม และน้องใหม่ที่เข้ามาของแบ่งคะแนนไป ๑ เขต คือ พรรคพลังประชารัฐ สำหรับครั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิ์ ๘๙๘,๖๓๓ คน โดยมีผลคะแนนดังนี้ เขต ๑ นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ เบอร์ ๖ พรรคเพื่อไทย ๓๖,๐๐๑ คะแนน, เขต ๒ นายวุฒิพงษ์ นามบุตร เบอร์ ๖ พรรคประชาธิปัตย์ ๔๐,๑๐๕ คะแนน, เขต ๓ นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี เบอร์ ๕ พรรคเพื่อไทย ๔๒,๐๕๔ คะแนน ส่งผลให้ น.ส.โยธากาญจน์ ฟองงาม ลูกสาวนายสุพล ฟองงาม ต้องพ่ายแพ้เพราะได้อันดับ ๒, เขต ๔ นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ เบอร์ ๙ พรรคเพื่อไทย ๒๑,๗๕๘ คะแนน, เขต ๕ นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ เบอร์ ๔ พรรคเพื่อไทย ๔๕,๐๗๖ คะแนน, เขต ๖ นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ เบอร์ ๑๐ พรรคพลังประชารัฐ ๓๑,๓๑๑ คะแนน, เขต ๗ นายชูวิทย์ (กุ่ย) พิทักษ์พรพัลลภ เบอร์ ๔ พรรคเพื่อไทย ๓๓,๔๔๐ คะแนน, เขต ๘ นางสาวบุณย์ธิดา (แนน) สมชัย (ลูกสาวนายอิสสระ สมชัย) เบอร์ ๑๓ พรรคประชาธิ ปัตย์ ๒๓,๓๙๒ คะแนน, เขต ๙ นายประภูศักดิ์ จินตะเวช เบอร์ ๙ พรรคเพื่อไทย ๓๑,๙๓๒ คะแนน และเขต ๑๐ นายสมคิด เชื้อคง เบอร์ ๑๐ พรรคเพื่อไทย ๓๔,๘๙๙ คะแนน

อุดรฯ’แดงยกจังหวัด

         สำหรับจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยยังคงรักษาจังหวัดสีแดงดังเดิม สำหรับครั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิ์ ๗๓๕,๗๔๖ คน มีเขตเลือกตั้งทั้งหมด ๘ เขต โดยพรรคเพื่อไทยกวาดไปได้ทุกเขต ดังนี้ เขต ๑ นายศราวุธ เพชรพนมพร เบอร์ ๒ พรรคเพื่อไทย ๒๙,๗๗๕ คะแนน, เขต ๒ นายอนันต์ ศรีพันธุ์ เบอร์ ๑๐ พรรคเพื่อไทย ๓๐,๗๖๐ คะแนน, เขต ๓ นายขจิตร ชัยนิคม เบอร์ ๕ พรรคเพื่อไทย ๓๔,๗๕๖ คะแนน, เขต ๔ นางอาภรณ์ สาราคำ (ภริยาขวัญชัย สาราคำ) เบอร์ ๒ พรรคเพื่อไทย ๔๕,๙๑๔ คะแนน, เขต ๕ นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ เบอร์ ๙ พรรคเพื่อไทย ๓๗,๙๔๕ คะแนน, เขต ๖ นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น เบอร์ ๑๕ พรรคเพื่อไทย ๔๐,๖๑๗ คะแนน, เขต ๗ นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม เบอร์ ๔ พรรคเพื่อไทย ๔๓,๖๖๙ คะแนน และเขต ๘ นางเทียบจุฑา ขาวขำ (ภริยานายวิเชียร ขาวขำ นายกอบจ.อุดรธานี) เบอร์ ๖ พรรคเพื่อไทย ๕๕,๗๓๑ คะแนน

ขอนแก่น’ถูกเจาะเขตเมือง

         สำหรับจังหวัดขอนแก่น ถือว่าเกินคาดสำหรับน้องใหม่อย่างพรรคอนาคตใหม่ที่มาแรงชิงคะแนนเขต ๑ ที่เป็นฐานที่มั่นเดิมของพรรคเพื่อไทยไปได้ นอกจากนี้เขตเมืองอีกเขตอย่าง เขต ๒ พรรคเพื่อไทยก็ต้องเสียให้กับพรรคพลังประชารัฐอีกด้วย ส่วนที่เหลืออีก ๘ เขต พรรคเพื่อไทยก็ยังคงรักษาเอาไว้ได้ สำหรับครั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิ์ ๙๒๒,๖๗๔ คน มีเขตเลือกตั้งทั้งหมด ๑๐ เขต ดังนี้ เขต ๑ นายฐิตินันท์ แสงนาค เบอร์ ๒ พรรคอนาคตใหม่ ๓๖,๖๘๐ คะแนน โค่น ‘เสี่ยเต๋า’ นายจักริน พัฒน์ดำรงจิต อดีต ส.ส.หลายสมัย, เขต ๒ นายวัฒนา ช่างเหลา (ลูกชาย นายเอกราช ช่างเหลา) เบอร์ ๕ พลังประชารัฐ ๔๔,๐๙๐ คะแนน, เขต ๓ นายจตุพร เจริญเชื้อ เบอร์ ๑ พรรคเพื่อไทย ๓๓,๓๑๐ คะแนน, เขต ๔ นางมุกดา พงษ์สมบัติ เบอร์ ๑๔ พรรคเพื่อไทย ๔๓,๔๙๖ คะแนน, เขต ๕ นายภาควัต ศรีสุรพล เบอร์ ๗ พรรคเพื่อไทย ๓๗,๖๗๙ คะแนน, เขต ๖ นายสิงหภณ ดีนาง เบอร์ ๕ พรรคเพื่อไทย ๓๑,๑๒๑ คะแนน, เขต ๗ นายนวัธ เตาะเจริญสุข (อดีต ส.ส.และผู้ต้องหาคดีจ้างวานฆ่าอดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น คดีอยู่ในชั้นศาล) เบอร์ ๑๖ พรรคเพื่อไทย ๒๘,๐๕๗ คะแนน, เขต ๘ นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เบอร์ ๑๓ พรรคเพื่อไทย ๕๒,๒๘๐ คะแนน, เขต ๙ นายวันนิวัติ สมบูรณ์ เบอร์ ๑๑ พรรคเพื่อไทย ๔๙,๑๖๙ คะแนน, เขต ๑๐ นายบัลลังก์ อรรณนพพร เบอร์ ๓ พรรคเพื่อไทย ๒๔,๖๙๑ คะแนน

เขต ๑ ขก.น้อมรับคำตัดสิน กกต.

         สำหรับบรรยากาศที่ กกต.ขอนแก่นตลอดทั้งวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ประชาชนทยอยมาติดตามความคืบหน้า และรอการประกาศผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการจาก กกต.ขอนแก่น ภาพรวมทั้ง ๑๐ เขตเลือกตั้งกันอย่างต่อเนื่อง และในจำนวนนี้ มีนายฐิตินันท์ แสงนาค ว่าที่ ส.ส.ขอนแก่น เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ ได้เดินทางมาตรวจสอบผลคะแนนที่ กกต. ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับนายจักริน พัฒน์ดำรงจิตร ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ที่ได้ขับรถยนต์ส่วนตัวมาตรวจสอบผลคะแนนเช่นกัน โดยที่ นายจักรินได้จับมือนายฐิตินันท์ พร้อมกล่าวแสดงความยินดี ในขณะที่นายฐิตินันท์ กล่าวขอบคุณนายจักริน ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองและรอยยิ้มของผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ 

         นายจักริน พัฒน์ดำรงจิตร กล่าวว่า “ขออวยพรให้แต่ละท่านได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ ให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้โดยส่วนตัวไม่รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ตำแหน่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนว่าจะวางมือทางการเมืองหรือไม่นั่น ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน อย่างไรก็ดี ขอขอบคุณชาวขอนแก่นที่ลงคะแนนเสียงให้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งในการลงพื้นที่หาเสียงไม่ได้ขอคะแนนให้กับตัวเอง มีแต่การบอกกับประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนน อย่างไรก็ตามทิศทางทางการเมืองหลังจากนี้ หากทางพรรคเพื่อไทยเรียกให้ไปช่วยงานก็จะไปทำงานตามหน้าที่ ตอนนี้ขอดูแลครอบครัว โดยเฉพาะกับการเลี้ยงลูกทั้ง ๓ คนก่อน”

         ด้านนายฐิตินันท์ แสงนาค ว่าที่ ส.ส.ขอนแก่น เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า “คะแนนที่ชาวขอนแก่นเทให้กับพรรคอนาคตใหม่นั้น มาจากนโยบายที่ตอบโจทย์และโดนใจ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันหัวหน้าพรรคเป็นคนผู้ที่มีวิสัยทัศน์และประสบความสำเร็จในชีวิต รวมถึงคณะกรรมการบริหารทุกคน ที่มีความโดดเด่นทางความคิด อีกทั้งทีมงานอนาคตใหม่ ถือเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีความคิดทันสมัยก้าวข้ามความขัดแย้ง เพื่อนำพาประเทศไปสู่อนาคตข้างหน้า อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวยังคงต้องรอผู้บริหารพรรคว่า วางกรอบการทำงานอย่างไร และขณะนี้ต้องรอการรับรองจาก กกต.เสียก่อน”

พปชร.ล้ม พท. เขต ๒ ขอนแก่น

         ในขณะเดียวกัน ที่ศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ จ.ขอนแก่น ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตรงข้ามศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ถ.ศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ทันทีที่ทราบข่าวว่า ผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐมีคะแนนทิ้งห่างจากผู้สมัครพรรคการเมืองอื่น นับหมื่นคะแนน ทำให้เหล่าบรรดากองเชียร์และผู้ให้การสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ ที่มาร่วมลุ้นคะแนนภายในศูนย์ประสานงานแห่งนี้ ต่างพากันไชโยโห่ร้องด้วยความดีใจ เนื่องจากสามารถฝ่าด่านการแข่งขันที่ยากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยมีนายเอกราช ช่างเหลา ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้พาลูกชายคือ นายวัฒนา ช่างเหลา ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ขอนแก่น เขต ๒ และนายพิทักษ์ชน ช่างเหลา รองนายก อบจ.ขอนแก่น มากราบขอบคุณประชาชนในพื้นที่จากผลคะแนนที่ได้รับ ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องของประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง

         นายเอกราช ช่างเหลา กล่าวว่า “ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ ทำให้วันนี้พรรคพลังประชารัฐปักหมุดเขต ๒ สำเร็จ และสามารถฝ่าด่านที่สำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ จากนี้ไปขอนแก่นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่จะแสดงให้เห็นถึงผลการทำงานระหว่างของเก่าและของใหม่ เพราะ ๑ ที่นั่งในระบบ ส.ส.เขตของเรานั้น แสดงให้เห็นชัดเจนว่าประชาชนในพื้นที่ต้องการเปลี่ยนคนที่มาทำงานเพื่อประชาชนมาทำงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่อย่างแท้จริง”

         ด้านนายวัฒนา ช่างเหลา กล่าวว่า “ถึงเวลาในการพัฒนาจังหวัดขอนแก่นในภาพรวม ๑ เสียงที่พรรคพลังประชารัฐได้รับจะประสานกาทำงานร่วมกันกับ ส.ส.ของพรรคทั้งในระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อเพื่อให้ขอนแก่นเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับการพัฒนาที่ตรงจุดและมีความพร้อมในด้านต่างๆ โดยยกกรณีศึกษาจากบุรีรัมย์และสุพรรณบุรี มาเป็นต้นแบบของการดำเนินงาน ทั้งหมดจะเริ่มทำทันที ผมขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้กับคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำหน้าที่ ที่ผ่านมาการทำงานร่วมกับชุมชนนั้นผมลงพื้นที่ตลอด ทั้งในตำแหน่งรองนายก อบจ.ขอนแก่น และร่วมกับสโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด ซึ่งผมจะทำหน้าที่ ส.ส.ของประชาชนในเขต ๒ อย่างเต็มความสามารถ ให้สมกับการที่ได้ให้ความไว้วางใจเลือกผมให้มาทำหน้าที่ผู้แทนประชาชนในครั้งนี้”

         โดยสรุปแล้ว ๗ จังหวัดในภาคอีสาน ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, อุดรธานี และขอนแก่น นั้น พรรคเพื่อไทย ได้ ส.ส.แบบแบ่งเขตไปทั้งสิ้น ๓๘ คน ตามมาด้วย พรรคภูมิใจไทย ได้ ส.ส.แบบแบ่งเขตไปทั้งสิ้น ๑๑ คน พรรคพลังประชารัฐ ๕ คน พรรคประชาธิปัตย์ ๒ คน และพรรคอนาคตใหม่ ๑ คน

         ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมด เป็นเพียงคะแนนที่ออกมาอย่างไม่เป็นทางการ ของวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๒ ซึ่งต้องให้กกต.ประกาศรับรอง หากมีความคืบหน้า “โคราชคนอีสาน” จะนำเสนอต่อไป

 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๓ วันอังคารที่ ๒๖ - วันอาทิตย์ที่ ๓๑ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

957 7775