22ndJuly

22ndJuly

22ndJuly

 

April 02,2019

‘อนาคตใหม่’ซักกกต.โคราช พุ่งเป้าลุยการเมืองท้องถิ่น

           ยื่นหนังสือคัดค้านผลการนับคะแนน ข้องใจคะแนนหายช่วงกลางดึก ตื่นเช้ามาพลิกแพ้ ‘พลังประชารัฐ’ ด้านเขต ๒ บัตรเสียเยอะผิดปกติ ผอ.กกต.เผย สามารถรวบรวมคะแนนแต่ละหน่วยให้ได้ แต่ถ้าจะขอนับใหม่ต้องให้ กกต.กลางพิจารณา ‘อุบล’ ปธ.ยุทธศาสตร์พรรคฯ ชี้พรรคสนใจชิงการเมืองท้องถิ่น

           เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๓๐ น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา นายวรพงศ์ โสมัจฉา ผู้สมัคร ส.ส เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายพัลลภ เสนาบดี ผู้สมัคร ส.ส เขต ๒ พรรคอนาคตใหม่ นายอุบล เอื้อศรี อดีต ส.ว.นครราช สีมา และอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคอนาคตใหม่ จังหวัดนครราชสีมา และกลุ่มผู้สนับสนุน เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียน และคัดค้านผลการนับคะแนน ของ กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา กับ นายศิริชัย วิริยพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา

           นายวรพงศ์ โสมัจฉา ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า เนื่องจากรายงานการนับคะแนนของ กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ในคืนวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ มีรายงานผ่านช่องทางสื่อกับรายงานหน้าหน่วยเลือกตั้ง ที่เขตเลือกตั้งที่ ๑ ไม่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน และมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น คือคะแนนรายงานผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของเขต ๑ ช่วงดึก ที่มีการนับคะแนนไปแล้ว ๖๙% โดยมีบัตรลงคะแนน ๑๐๔,๖๓๕ ใบ ผู้สมัครเบอร์ ๙ พรรคอนาคตใหม่ ได้คะแนน ๓๑,๗๒๔ คะแนน นำมาเป็นอันดับที่ ๑ แต่พอมารุ่งเช้า เวลา ๐๖.๔๗ น. คะแนนกลับลดลงเป็น ๒๐,๕๘๓ คะแนน ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ ตกลงมาเป็นอันดับที่ ๒ เมื่อตรวจสอบไปที่หน้ากระดานนับคะแนน ซึ่งติดอยู่ที่เขตเลือกตั้ง โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่กลับมีคะแนน ๒๓,๘๕๕ คะแนน

           “ส่วนนายเกษม ศุภรานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กลับมีคะแนนนำขึ้นมาเป็นอันดับที่ ๑ โดยได้ ๒๕,๙๘๒ อีกทั้งปกติแล้วหลังจากการนับคะแนนเสร็จสิ้น ต้องมีใบประกาศคะแนนรวมติดอยู่ที่กระดาน ตามหน่วยเลือกตั้ง แต่ปรากฎว่าไม่พบประกาศคะแนนรวมรายหน่วยเลือกตั้งที่ติดอยู่ในบริเวณหน่วยเลือกตั้งเลย เหตุการณ์นี้นำมาซึ่งความสับสนต่อประชาชน และผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่เป็นอย่างมาก เพราะการนับคะแนนดิบไม่ควรมีการลดลงของคะแนนอย่างมาก จนสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับประชาชนขนาดนี้ พรรคอนาคตใหม่ จึงขอให้ กกต.จังหวัดนครราชสีมา ชี้แจงรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยข้อมูลผลการนับคะแนนรายหน่วยเลือกตั้ง ต่อสาธารณชน เพื่อนำมาตรวจสอบ ให้เกิดความโปร่งใส สุจริต ยุติธรรมด้วย” นายวรพงศ์ กล่าว 

           โดยนายวรพงศ์ โสมัจฉา มีผลคะแนนรวม ๒๓,๘๕๕ คะแนน เป็นอันดับ ๒ แพ้นายเกษม ศุภรานนท์ ว่าที่ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีผลคะแนนรวม ๒๕,๙๘๒ คะแนน ยื่นเอกสารเป็นภาพที่บันทึกจากหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์อ้างอิงจากสำนักข่าวส่วนกลางช่วงเวลากำลังประมวลผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.นครราชสีมา เขต ๑ 

           ด้านนายพัลลภ เสนาบดี ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต ๒ ซึ่งได้ ๒๒,๖๓๐ คะแนน เป็นอันดับ ๓ แพ้นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ว่าที่ ส.ส. พรรคชาติพัฒนา ได้ ๒๗,๓๖๐ คะแนน และนายประพิศ นวมโคกสูง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ อันดับ ๒ ได้ ๒๓,๔๒๙ คะแนน มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนับคะแนนที่ไม่โปร่งใส โดยเฉพาะบัตรเสีย ๘,๘๕๗ คะแนน ซึ่งอาจจะเป็นวินิจฉัยบัตรดีและเสียที่คลาดเคลื่อน รวมทั้งเป็นเหตุให้ตนมีคะแนนรวมลดลงจากความเป็นจริง

           นายศิริชัย วิริยพงศ์ ผอ.กกต.จังหวัดนครราช สีมา กล่าวว่า การรายงานผลของสื่อต่างๆ อาจจะได้ข้อมูลมาไม่ตรงกับที่ กกต.นับ เพราะที่ จังหวัดนครราชสีมา มีหน่วยเลือกตั้งมากถึง ๔,๓๕๒ หน่วย จึงมีการทยอยส่งข้อมูลเข้ามาในแอพลิเคชั่นต่อเนื่อง ถึงอย่างไรก็ตาม ผู้สมัครที่เกิดความสงสัยสามารถมาร้องเรียนได้ ยืนยันว่าไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง กระทำความผิดกฎหมาย จะต้องมีความผิดรับโทษ ๒ เท่าของประชาชนทั่วไป ส่วนเรื่องจะขอให้ กกต.เปิดเผยข้อมูลการนับคะแนนเป็นรายหน่วยเลือกตั้ง ก็ให้ทำเรื่องร้องเรียนมา ถ้าอยู่ในอำนาจของตน ก็ยินดีที่จะดำเนินการให้ แต่ถ้าเกินอำนาจของตนเอง ก็จะต้องส่งเรื่องรายงานให้ กกต.ส่วนกลางเป็นผู้พิจารณาสั่งการมาอีกครั้ง ส่วนหีบบัตรได้จัดเก็บรักษาไว้ที่สถานีตำรวจในแต่ละพื้นที่ เรื่องร้องดังกล่าว สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา จะนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง มีความคืบหน้าอย่างไรจะแจ้งให้ทราบทันที การขอผลรวมคะแนนในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง กกต.นครราชสีมา สามารถดำเนินการให้ตามที่ต้องการ แต่ขอเวลารวบรวมก่อนและการเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง เพื่อนับคะแนนใหม่เป็นอำนาจของ กกต.กลาง

ส.ว. ๘๐ ปี นำยุทธศาสตร์

           นายอุบล เอื้อศรี อายุ ๘๐ ปี อดีต ส.ว.จังหวัดนครราชสีมา (พ.ศ.๒๕๔๓) ในฐานะประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคอนาคตใหม่ จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการนับผลคะแนนการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ มีคะแนนเท่าไหร่ อยากขอข้อมูลจาก กกต.ว่า ผลการเลือกตั้งเขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ได้กี่เสียง ขอเปิดหีบนับคะแนนใหม่ ซึ่งกกต.แจ้งว่า กรณีนี้ต้องแจ้ง กกต.ส่วนกลางที่กรุงเทพฯ ส่วนเขต ๒ คะแนนของพรรคอนาคตใหม่ต่างจากพรรคพลังประชารัฐประมาณ ๒,๐๐๐ คะแนน แต่มีบัตรเสีย ๘,๔๖๔ ใบ ซึ่งมากเป็นอันดับ ๒ รองจากเขตเลือกตั้ง ๑๑ จากทั้งหมด ๑๔ เขตเลือกตั้งจังหวัดนครราชสีมา จึงสงสัยว่าทาง กกต. นับอย่างถี่ถ้วนหรือไม่ ประเด็นนี้ทางเขตเลือกตั้งกกต. จะเสนอไปยัง กกต.ที่กรุงเทพฯ ก่อนจะแจ้งให้ทราบอีกที คาดว่าไม่น่าเกิน ๗ วัน 

อนาคตใหม่ เตรียมลงท้องถิ่น

           ต่อข้อซักถามว่า แนวทางของพรรคอนาคตใหม่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา นายอุบล เปิดเผยว่า พรรคอนาคตใหม่มีความสนใจที่จะลงการเมืองระดับท้องถิ่นต่อ ทั้งอบต. เทศบาลฯ และอบจ. แต่ยังไม่มีตัวผู้สมัครในขณะนี้ ต้องรอกกต.ประกาศการเลือกตั้งออกมาก่อน ถึงจะหาตัวผู้สมัครต่อไป 

           “เหตุที่ผมลาออกจากพรรคเพื่อไทย มาสมัครอนาคตใหม่ เพราะชื่นชอบนโยบาย อุดมการณ์ ที่อยากให้การปกครองของประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ ที่ไม่ได้มีรัฐบาลมาจากรัฐประหาร แต่มาจากการเลือกตั้ง โดยต้องมีนโยบาย ๓ ปอ. ปลดล็อคการรัฐประหาร ปรับโครงสร้างการบริหารการจัดการแผ่นดิน และเปิดโอกาสในการพัฒนาตนเองในระบบกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่น ทางพรรคอนาคตใหม่มี ๒ ระบบ ๑.ผู้ที่ทำหน้าที่ในรัฐสภา ๒.ผู้ที่ทำหน้าที่พัฒนาระบบพรรค ระดับเขตและหมูบ้าน ส่วนตัวผมอยากไปช่วยตรงนี้ เป็นตัวแทนพรรคไปพบปะประชาชน เพื่อรวบรวมความทุกข์ยากของประชาชนส่งไปที่พรรค เพื่อนำปัญหาต่างๆ ยกมาทำเป็นนโยบายในโอกาศต่อไป” นายอุบล กล่าว   

 

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๔ วันจันทร์ที่ ๑ - วันศุกร์ที่ ๕ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

  


510 8494