20thJuly

20thJuly

20thJuly

 

April 26,2019

ประชาชนขู่ปิดสถานีรถไฟ ลอดบัวใหญ่ไม่แก้ปัญหา อำนาจอยู่ที่ผู้ว่าการ รฟท.

           ถกปัญหารถไฟทางคู่บัวใหญ่ หลังยื่นเรื่องร้องเรียน ๔ ครั้ง ไม่มีคืบหน้า ไร้หน่วยงานรัฐเหลียวแล โอดทางลอดแคบ ฝนตกน้ำท่วม ทางข้ามรางรถไฟเปิดใช้ ๗ วันสะพานทรุด สถานีใหม่สะพานลอยสูง ๓ เมตร             คนชราเป็นลม ประชุมเดือดภาครัฐขัดขากันเอง โยนความรับผิดชอบไป-มา อ้าง รฟท.เท่านั้นมีอำนาจตัดสินใจ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการเดินรถภาค ๒ สัญญาช่วยถึงที่สุด ชาวบัวใหญ่ลั่น! ขู่ปิดชุมทางรถไฟ 

 

           จากกรณีปัญหาทางลอดใต้รางรถไฟ ในโครงการรถไฟทางคู่จิระ-ขอนแก่น วิ่งผ่านเส้นทางอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หวังแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟในพื้นที่ต่างๆ จึงออกแบบเป็นทางลอด และสะพานข้ามทางรถไฟ โดยตามสัญญาจะก่อสร้างแล้วเสร็จเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ แต่มีการขยายสัญญาเพิ่มเติมถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๖๒ และเริ่มเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการแล้ว ซึ่งจากการเปิดให้ใช้บริการพบมีการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากว่า ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากมีช่องทางลอดแคบ มีความลาดชัน และมีน้ำขัง ทำให้รถเล็ก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ และรถสามล้อมบรรทุก (ซาเล้ง) ผ่านไปมาด้วยความยากลำบาก ที่ผ่านมาตัวแทนภาคประชาชนร่วมกับเทศบาลเมืองบัวใหญ่มีการยื่นหนังสือขอปรับแบบแก้ไข เพราะหวั่นประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนในอนาคต 

           นอกจากนี้ เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๒ มีการประกาศให้ย้ายไปใช้สถานีชุมทางบัวใหญ่แห่งใหม่ ซึ่งห่างจากสถานีเดิมประมาณ ๑๐๐ เมตร พบปัญหาการร้องเรียนจากผู้โดยสารจำนวนมากถึงสะพานลอยเชื่อมชานชาลาระหว่างช่องทางซื้อตั๋วโดยสารกับจุดรอขึ้น-ลงรถไฟ เพราะสะพานมีความสูงถึง ๓ เมตร สร้างปัญหาให้กับคนชรา คนพิการ และผู้มีสัมภาระ กลุ่มประชาชนจึงออกมาเคลื่อนไหวให้การรถไฟแห่งประเทศไทย แก้ปัญหาความเดือดร้อน และมีการนัดประชุมร่วมกับผู้บริหาร รฟท.ในเวลาต่อมา

           ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองบัวใหญ่ สำนักงานเทศบาลเมืองบัวใหญ่ นายศักดิ์ชัย ทรัพย์ใจเที่ยง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเดินรถภาค ๒ เป็นประธานรับฟังปัญหาของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากผลกระทบการก่อสร้างรถไฟทางคู่ในเขตพื้นที่สถานีชุมทางบัวใหญ่ โดยมีนายนิพนธ์ ลิ้มวงศ์ยุติ นายกเทศมนตรีเมืองบัวใหญ่ พร้อมด้วยนายอรุณ อัครปรีดี อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลบัวใหญ่ และคหบดีในอำเภอบัวใหญ่ และนายยุทธนา ท้าวนอก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก สำนักคอมพิวเตอร์ มหา วิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในฐานะตัวแทนภาคประชาชนชาวอำเภอบัวใหญ่ พร้อมหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง, ที่ปรึกษาโครงการฯ และผู้รับจ้างฯ ตลอดทั้งพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน เข้าร่วมรับฟังกว่า ๗๐ คน ซึ่งบรรยากาศในการประชุมครั้งนี้ เป็นไปอย่างตึงเครียด เนื่องจากฝ่ายผู้เกี่ยวข้องให้เหตุผลว่า ไม่อยู่ในอำนาจและความรับผิดชอบของตนที่จะมาตัดสินใจแก้ปัญหาต่างๆ ในวันนี้ โดยทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า ปัญหาเหล่านี้ต้องให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดูแลและแก้ไขเท่านั้น

๔ จุดใหญ่ที่ต้องแก้ไข

           นายยุทธนา ท้าวนอก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกฯ ในฐานะตัวแทนภาคประชาชนชาวอำเภอบัวใหญ่ กล่าวชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากโครงการรถไฟทางคู่จิระ-ขอนแก่น สร้างผ่านอำเภอบัวใหญ่ว่า ที่ผ่านมามีการร่วมประชุมหาแนวทางและผลกระทบที่เกิดขึ้นมาแล้ว ๔ ครั้ง แต่ชาวอำเภอบัวใหญ่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเรื่องใดๆ เลย ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ ๕ ที่มาพูดคุยเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ผมไม่ต้องการมายืนยื่นเอกสารถ่ายรูปแล้ว เพราะ ๓ วันเรื่องก็เงียบหายไป วันนี้เรามีปัญหาถึง ๔ จุดใหญ่ๆ ที่อยากให้การรถไฟฯ ช่วยปรับปรุงแก้ไขคือ 

           ๑.ทางลอดถนน ๒๐๒ ทางลอดใต้สะพานยกระดับ ทางตรงค่อนข้างยาว สูง ๒.๕ เมตร กว้าง ๓.๕ เมตร รถที่มาจากทางอำเภอสีดา จะไปโรงพยาบาลเมืองบัวใหญ่ ไปอำเภอบัวลาย หรือเข้าตลาดบัวใหญ่ ต้องใช้ทางลอดนี้ ปัญหาคือ ความสูงของทางลอด จะทำให้เกิดปัญหากับรถฉุกเฉินหรือรถกู้ภัย ที่มีเสาวิทยุ ความสูงรวมมากกว่า ๒.๕ เมตร ความกว้างของทางลอดเป็นอุปสรรคต่อการกลับรถ หรือการเข้าไปช่วยเหลือของกู้ภัย กรณีที่เกิดอุบัติเหตุภายในทางลอด คนเดินเท้า รถจักรยาน ต้องใช้ทางลอดที่แคบร่วมกับรถยนต์ ๔ ล้อ ความรวดเร็วในการซ่อมแซมระบบสูบน้ำในทางลอดหลังหมดระยะประกัน ๒ ปี โดยอยากให้แก้ไขปัญหาระยะสั้น คือ ทำทางข้ามที่ระดับผิวดินด้านบน ใช้ที่กั้นรถไฟอัตโนมัติ ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว ให้ทำทางลอดใหม่ที่มีความกว้างและสูงมากกว่านี้

           ๒.ทางลอดและสะพานเกือกม้า ถนนเทศบาล ๑๕ (บีวาย-ชูมิตร) แคบและชันมากที่สุดในโครงการ มุมอับในทางเลี้ยว น้ำซึมจากผนังทางลอด น้ำขังในทางลอด และอันตรายจากรถจอดค้างบนทางชัน เมื่อรถไฟสายใหม่วิ่งเข้ามา คนเดินเท้า รถจักรยาน ต้องใช้ทางลอดที่แคบ มีมุมอับ และชันมาก ร่วมกับรถยนต์ ๔ ล้อ ความรวดเร็วในการซ่อมแซมระบบสูบน้ำในทางลอดหลังหมดระยะประกัน ๒ ปี สะพานเกือกม้าทรุดตัวหลังเปิดใช้งานประมาณ ๒๐ วัน ไม่มีแถบสะท้อนแสงบนราวสะพาน ไม่มีไฟแสงสว่างในทางตรงก่อนขึ้นสะพาน แก้ไขปัญหาระยะสั้น เปิดใช้ทางข้ามที่ระดับผิวดินด้านบนตรงจุดเดิม ใช้ที่กั้นรถไฟอัตโนมัติ หรือเจ้าหน้าที่ดึงแผงกั้น แก้ไขปัญหาระยะยาว ทำทางลอดแบบสะพานที่มีระดับรางถึงใต้สะพานน้อยกว่าทางลอดแบบปัจจุบัน จะทำให้ได้ความสูงทางลอดมากกว่า เจาะลอดเป็นทางตรงผ่านรางทั้งสองสาย สายเก่าและสายใหม่ ให้กว้างและสูงมากกว่านี้ แก้ไขสะพานเกือกม้าให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย

           ๓.ทางลอดและสะพานเกือกม้า ถนนเทศบาล ๙ (บึงบัวใหญ่-บ้านดอนขุนสนิท) ทางลอดเล็กเกินไป ขนาดเพียง ๒ x ๒ เมตร รถมอเตอร์ไซค์สวนกันไม่ได้ รถยนต์ ๔ ล้อลงไม่ได้ สร้างความลำบาก สิ้นเปลืองน้ำมันให้กับประชาชน และเพิ่มเวลาในการเดินทาง เพราะต้องไปใช้สะพานเกือกม้าระยะทาง ๑ กิโลเมตรแทน ทางลอดที่ไม่เหมาะสมกับปริมาณรถมากกว่า ๘,๐๐๐ คันต่อวัน ทางลอดมีน้ำซึมจากผนังทางลอด น้ำขังในทางลอด เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ คนเดินเท้า รถจักรยาน ต้องใช้ทางลอดที่แคบนี้ ความรวดเร็วในการซ่อมแซมระบบสูบน้ำในทางลอดหลังหมดระยะประกัน ๒ ปี สะพานเกือกม้าทรุดตัวหลังเปิดใช้งานประมาณ ๒๐ วัน ไม่มีแถบสะท้อนแสงบนราวสะพาน ไม่มีไฟแสงสว่างในทางตรงก่อนขึ้นสะพาน และเกิดอุบัติเหตุจากสะพานทรุดตัว หลังเปิดใช้งานเพียง ๑ เดือน ๓ วัน บาดเจ็บ ๓ ราย แก้ไขปัญหาระยะสั้น เปิดใช้ทางข้ามที่ระดับผิวดินด้านบนตรงจุดเดิม ใช้ที่กั้นรถไฟอัตโนมัติ หรือเจ้าหน้าที่ดึงแผงกั้น แก้ไขปัญหาระยะยาว ทำทางลอดแบบใหญ่กว่า ให้รองรับรถยนต์สี่ล้อ สวนทางได้ มีทางเท้าให้คนเดิน แก้ไขสะพานเกือกม้าให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย

           ๔.สถานีรถไฟชุมทางบัวใหญ่แห่งใหม่ ปัญหาคือผู้โดยสารต้องขึ้นสะพานลอย ๔๘ ขั้น เพื่อไปยังชานชาลา หรือเลือกเดินไปลงทางลาดสุดชานชาลาแล้วเดินกลับมายังจุดรถไฟจอด (ประมาณ ๓๐๐ เมตร) ผู้โดยสารกลุ่มพิเศษ (คนชรา คนป่วย คนพิการ ตั้งครรภ์ และผู้มีสัมภาระหนัก) ไม่สามารถใช้ได้ หรือไม่สะดวกในการใช้งานสะพานลอยข้ามไปยังชานชาลาได้ หลังเปิดใช้งานเพียง ๗ วัน พบผู้โดยสารกลุ่มนี้เป็นลม ๓ คน จากการใช้สะพานลอย แก้ปัญหาระยะสั้น กลับมาใช้สถานีเก่า รถไฟจอดที่ปลายชานชาลา หน้าสถานีเก่า แก้ปัญหาระยะยาว ลิฟต์สำหรับผู้โดยสารพิเศษ, บันไดเลื่อนขึ้นสะพานลอย, สร้างชานชาลาเพิ่ม ให้อยู่ติดสถานี เหมือนสถานีเมืองพล และเพิ่มทางข้ามระดับราง ใต้สะพานลอย

แนะทางลอดเชื่อมชานชาลา

           นายอรุณ อัครปรีดี อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลบัวใหญ่ และคหบดีในอำเภอบัวใหญ่ กล่าวว่า สถานีรถไฟชุมทางบัวใหญ่แห่งใหม่ ที่จำหน่ายตั๋วโดยสารกับชานชาลาอยู่คนละฝั่ง ซึ่งสร้างปัญหาให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และคนที่มีสัมภาระมากมายที่ต้องขนข้ามไปรอรถไฟ เพราะตัวสะพานลอยข้ามรางรถไฟมีความสูงถึง ๓ เมตร ซึ่งที่เปิดให้บริการมาได้สร้างปัญหาให้กับผู้โดยสารชัดเจน การแก้ไขปัญหาควรทำเป็นทางลอดจากฝั่งที่ขายตั๋วลอดผ่านไปฝั่งชานชาลา ซึ่งจะเป็นการประหยัดงบประมาณในการสร้างลิฟต์หรือบันไดเลื่อน เพราะจะมีค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าที่สูงมากในแต่ละเดือน ทางการรถไฟฯ ควรจะหาแนวทางให้เหมาะสมและรองรับรถไฟความเร็วสูงในอนาคตอีกด้วย

ขอดูหนังสือประชาพิจารณ์

           นายนิพนธ์ ลิ้มวงศ์ยุติ นายกเทศมนตรีเมืองบัวใหญ่ กล่าวว่า ทางเทศบาลเมืองบัวใหญ่ไม่ได้นิ่งนอนใจในความเดือดร้อนของประชาชน มีการทำหนังสือยื่นไปทางผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยและผู้อำนวยการก่อสร้างโครงการ แต่เรื่องก็ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งปัญหาที่ประชาชนได้รับทุกฝ่ายก็เห็นอยู่ชัดเจน จึงอยากให้ตัวแทนการรถไฟฯ ช่วยนำเรื่องเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลงมาปรับแก้ไขให้กับประชาชนด้วย ก่อนหน้านี้ทางเทศบาลเมืองบัวใหญ่ได้เคยขอดูผลการทำประชาพิจารณ์ร่วมกับประชาชนเมื่อปี ๒๕๕๔ แต่ก็ยังไม่มีหนังสือชี้แจงมาจากการรถไฟแห่งประเทศไทย  

บริษัทที่ปรึกษายันสร้างตามแบบ

           นายพุฒากาศ ศรีหนา วิศวกรโครงการกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา MPA กล่าวชี้แจงว่า ในการก่อสร้างเรามีการออกแบบมาแล้วจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไม่ใช่มาก่อสร้างตามใจตนเอง มีการศึกษาถึงการออกแบบเนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ในการสร้างสะพานถนน ๒๐๒ ต้องขยายพื้นด้านข้างของกรมทางหลวงออก ส่งผลให้กระทบต่อประชาชนบางส่วน เพราะเป็นชุมชนเมือง พบว่ามีปัญหาค่อนข้างมาก ผู้ตรวจการสำนักนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่มาครั้งหนึ่งแล้วเพื่อ ดูรูปแบบศึกษาทางเลือก ซึ่งสุดท้ายเป็นรูปแบบปัจจุบัน และได้เชิญตัวแทนสถานีตำรวจบัวใหญ่มาร่วมด้วย ในฐานะเป็นผู้ดูแลการจราจรในเขตเทศบาล ผมยืนยันว่า ทั้งสามทางผ่าน ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวงชนบท การรถไฟ และกรมทางหลวง จัดทำตามรูปแบบมาตรฐาน รูปแบบที่เลือกในครั้งนี้ คือข้ามทางรถไฟเป็นทางหลัก สะพานรูปตัว U และสะพานถนน ๒๐๒ ซึ่งขนาดไม่เท่ากัน เนื่องจากขนาดของการจราจรไม่เท่ากัน สะพานถนน ๒๐๒ สร้างเป็น ๔ เลนได้ เนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างมาก แต่สุดท้ายต้องไปเวนคืนที่ดินด้านข้าง เพราะใช้พื้นที่เกินร่วม ๒ กิโลเมตร อีกทั้งมีทางโค้งจึงต้องขยายถนนด้านล่างเพื่อให้เชื่อมกับชุมชน ที่เลือกสร้างในเขตพื้นที่รถไฟ เพราะไม่สามารถไปกระทบพื้นที่ชุมชนได้ และขนาดของผิวการจราจรเป็นไปตามขนาดมาตรฐานของกรมทางหลวงชนบท ไม่ว่าจะเป็นความกว้างและความลาดชัน รูปแบบที่กรมทางหลวงและการรถไฟใช้คือขนาด ๔.๕ เมตร สูงสุด คือ ๕% สะพานจะไม่อนุญาตให้สร้างเกิน ๕% กรมทางหลวงไม่ว่าจะสร้างสะพานที่ไหนจะไม่สร้างอุโมงค์ให้ เต็มที่ที่สุดคือสร้างสะพานลอยเพื่อให้ประชาชนเดินข้ามสะพานลอย จะไม่สร้างทางลอดเนื่องจากพื้นที่ไม่เพียงพอ แต่การรถไฟเห็นถึงความจำเป็นว่า เนื่องจากสองข้างชุมชนไม่มีลักษณะตัดขาด จึงออกแบบให้มีทางลอด แต่จุดอ่อนของทางลอดคือไม่มีทางเท้า ปัญหาของเทศบาลบัวใหญ่คือน้ำท่วม จึงพยายามแก้ไขและยืนยันว่า สะพานทั้ง ๓ แห่ง สร้างตามมาตรฐานของกรมทางหลวง

ผู้ว่าการรถไฟฯ อำนาจสูงสุด

           นายศักดิ์ชัย ทรัพย์ใจเที่ยง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเดินรถภาค ๒ กล่าวว่า การมารับฟังปัญหาในวันนี้ ผมไม่มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องทั้งหมด การทำงานส่วนราชการมีขั้นตอนตามระดับชั้น หน่วยงานของผมจะเข้ามาทำงานก็ต่อเมื่อมีการส่งมอบงานเรียบร้อย และให้ฝ่ายผมเข้ามาบริหารจัดการ ที่ผ่านมาการส่งมอบงานทั้งหมดผมเองก็ยังไม่รู้เรื่อง ก็มารับรู้พร้อมกับทุกคน อำนาจหน้าที่อยู่ที่ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นคนตัดสินใจ ซึ่งผมได้ติดต่อสอบถามถึงหนังสือที่ยื่นไปแล้วหลายฉบับ ล่าสุดผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยรับทราบแล้ว และส่งเรื่องลงมาแล้ว หลังจากนี้คงจะมีการแก้ไขต่อไป แต่จะมากน้อยเพียงใดผมก็ตอบไม่ได้ และผมสัญญาว่าผมจะช่วยดูปัญหานี้จนถึงที่สุด

ขู่ปิดชุมทางรถไฟบัวใหญ่

           นายยุทธนา ท้าวนอก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก สำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า บทสรุปในวันนี้ก็ยังคงไม่ชัดเจน เพราะแต่ละฝ่ายยังโยนความรับผิดชอบไปให้ฝ่ายนั้น ฝ่ายนี้ พวกเราประชาชนก็คงได้แค่รอต่อไป เราต้องการให้แก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว หน่วยงานที่รับผิดชอบบอกแต่เพียงว่า มีเพียงผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยเท่านั้น จะสั่งการโดยตรงได้ ถ้าอย่างนั้นก็เชิญท่านมาเลยมารับฟังปัญหาประชาชน ถ้าท่านไม่มาพวกผมพร้อมจะเหมารถบัสขึ้นไปหาท่านเอง

           ท้ายสุดตัวแทนภาคประชาชนบัวใหญ่ในที่ประชุม กล่าวสั้นๆ ว่า ในเมื่อสถานีรถไฟใหม่สร้างมาเพื่อรองรับรถไฟทางคู่ แต่เมื่อรถไฟใหม่ยังไม่ผ่านคณะรัฐมนตรี จะย้ายไปสถานีใหม่ทำไม ทำไมไม่ใช้สถานีเดิม และถ้าทางลอดมีปัญหาเราก็ไม่ต้องใช้ปิดไปเลยในเมื่อทางลอดไม่ดีก็ไม่ต้องลอด สถานีรถไฟใหม่ยังไม่มาก็น่าจะกลับไปใช้ที่เดิม เคยเห็นแต่ข่าวปิดถนนหลวง แต่ต่อไปอาจจะมีข่าวปิดทางรถไฟ ปิดสถานีรถไฟบัวใหญ่ก็เป็นได้

           อนึ่ง โครงการรถไฟทางคู่ช่วงชุมทางจิระ นครราชสีมา-ขอนแก่น ระยะทาง ๑๘๗ ก.ม. การรถไฟแห่งประเทศไทย เซ็นสัญญาก่อสร้างกับกลุ่มกิจการร่วมค้าซีเคซีเอช ที่มี บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) เป็นแกนหลักด้วยงบประมาณ ๒๓,๔๓๐ ล้านบาท โดยตามสัญญาพร้อมจะเปิดให้บริการตลอดสายภายในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ซึ่งตามสัญญานอกจากการก่อสร้างระบบราง สถานี งานโยธาอื่นๆ เช่น ระบบระบายน้ำ สะพานลอยคนเดินข้าม ถนนยกระดับ (overpass) ถนนยกระดับรูปตัวยู เพื่อแก้ปัญหาระหว่างถนนกับทางเป็นความรับผิดชอบของโครงการรถไฟทางคู่ ซึ่งจะหมดสัญญาจ้างในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๒

           ตลอดระยะเส้นทางจะมีสถานีรถไฟ ทั้งสิ้น ๑๙ สถานี โดยจะเป็นการปรับปรุงจากสถานีเดิมที่มีในปัจจุบันทั้งหมด ประกอบด้วย สถานีขนาดใหญ่พิเศษ ๑ แห่ง ได้แก่ สถานีขอนแก่น, สถานีขนาดใหญ่ จำนวน ๒ แห่ง ได้แก่ สถานีชุมทางบัวใหญ่ และสถานีเมืองคง, สถานีขนาดกลาง จำนวน ๓ แห่ง ได้แก่ สถานีโนนสูง สถานีเมืองพล และสถานีบ้านไผ่, สถานีขนาดเล็ก จำนวน ๑๓ แห่ง ได้แก่ สถานีบ้านเกาะ สถานีบ้านกระโดน สถานีหนองแมว สถานีบ้านดงพลอง สถานีบ้านมะค่า สถานีพลสงคราม สถานีบ้านดอนใหญ่ สถานีโนนทองหลาง สถานีหนองบัวลาย สถานีหนองมะเขือ สถานีบ้านหัน สถานีบ้านแฮด และสถานีท่าพระ พร้อมทั้งมีพื้นที่ลานกองสินค้า (Container Yard หรือ CY) ที่สถานีบ้านกระโดน สถานีบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา และสถานีท่าพระ จังหวัดขอนแก่น 

           อย่างไรก็ตาม หากโครงการนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำให้ลดระยะเวลาในการเดินทางจาก ๓ ชั่วโมง เหลือแค่ ๑ ชั่วโมง ๒๐ นาที และลดระยะเวลาการขนส่งสินค้าจากเดิม ๖ ชั่วโมงเหลือเพียง ๒ ชั่วโมง ๓๐ นาที เพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าจาก ๔ แสนตันต่อปีเป็น ๔ ล้านตันต่อปี ตลอดแนวเส้นทางและยังรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นจาก ๒ ล้านคนต่อปีเป็น ๑๐ ล้านคนต่อปี

 

 

 ปีที่ ๔๔ ฉบับที่ ๒๕๖๘ วันศุกร์ที่ ๒๖ - วันอังคารที่ ๓๐ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒

 

399 8587