
นายสุรินทร์ แสงไทยทวีพร
พลังงานจังหวัดบุรีรัมย์
กระทรวงพลังงานให้ “เหยียนฉาง ปิโตรเลียมฯ” สัมปทานสำรวจขุดเจาะน้ำมัน ๔ จังหวัด ๓ หลุมงบ ๙๐๐ ล้านบาท เตือนประชาชนอย่าตกเป็นเหยื่อผู้ไม่หวังดี เก็งกำไรปั่นราคาที่ดิน อ้างมีน้ำมัน ยืนยันยังอยู่ขั้นสำรวจและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม คาดเริ่มงานปลายปี ๒๕๕๕
ตามที่บริษัท เหยียนฉาง ปิโตรเลียม กรุ๊ป ไทยแลนด์ จำกัด ได้รับสัมปทานจากกระทรวงพลังงาน เพื่อดำเนินโครงการเจาะหลุมปิโตรเลียม แปลงสำรวจบนบก หมายเลข L 31/50 ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, บุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ มีพื้นที่รวม ๓,๙๖๐ ตารางกิโลเมตร โดยจะทำการเจาะสำรวจ ๓ หลุมเจาะ ในพื้นที่หมู่ที่ ๘ บ้านหนองไทร ตำบลหนองขมาร อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์, หมู่ที่ ๑๕ บ้านโคกกลาง ตำบลชุมพลบุรี อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ และหมู่ที่ ๔ บ้านหนองสรวง ตำบลสระบัว อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จะทำการศึกษาในรัศมี ๕ กิโลเมตรต่อหลุม โดยมีบริษัท ทอพ–คลาส คอนซัลแทนท์ จำกัด ดำเนินการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ ถึงเดือนมกราคม ๒๕๕๕ ใน ๔ ด้าน ได้แก่ ด้านทรัพยากรทางภายภาพ ทรัพยากรทางชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ ในการศึกษาจะดำเนินการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ศึกษารัศมี ๕ กิโลเมตรรอบพื้นที่ฐานเจาะ ทั้งการประชุมรับฟังความคิดเห็นระดับจังหวัด, อำเภอ, ตำบล, หมู่บ้าน, ชุมชน และระดับครัวเรือน ภายหลังศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว คาดว่าจะสามารถดำเนินการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมได้ในปี ๒๕๕๕ หลังจากได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) แล้ว โดยจะทำการขุดเจาะสำรวจ ปิโตรเลียมใต้ผิวดินลึกประมาณ ๔,๐๐๐ เมตร
โดยที่ผ่านมาได้ขุดเจาะในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์แล้ว ซึ่งอยู่ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิชั้นดี ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่บางส่วนตื่นเต้นว่าจะมีบ่อน้ำมันในพื้นที่ เพราะจะทำให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้น ขณะที่ประชาชนอีกส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วย เนื่องจากเกรงจะเกิดมลภาวะ อีกทั้งยังเกรงว่านาข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้จะหายไป รวมทั้งยังมีข่าวว่า มีประชาชนบางคนเตรียมที่ดินให้บริษัทดังกล่าวสำรวจน้ำมันในราคาไร่ละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่บางรายต้องการขายไร่ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และยังมีเสียงประชาชนส่วนหนึ่งระบุว่า ประชาชนในพื้นที่จะไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะบริษัท ซ่านซี เหยียนฉาง ปิโตรเลี่ยม (กรุ๊ป) จำกัด ขุดเจาะน้ำมันได้ก็จะดูดขึ้นไปกลั่นที่โรงกลั่นน้ำมันที่จังหวัดระยอง ประชาชนในพื้นที่จะเดือดร้อนเพราะมลภาวะที่เกิดขึ้น ซึ่งยังต้องทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นของประชาชนทุกฝ่ายจนกว่าจะได้ข้อสรุป
ล่าสุดนายสุรินทร์ แสงไทยทวีพร พลังงานจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงพลังงาน มีโครงการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมบนบกแปลงสำรวจบนบก หมายเลข L 31/50 จะครอบคลุมพื้นที่ ๓,๙๖๐ ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, บุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ โดยได้ให้สัมปทานกับบริษัท เหยียนฉาง ปิโตรเลียม กรุ๊ป ไทยแลนด์ จำกัด สำหรับการสำรวจหาก๊าซธรรมชาติในพื้นที่จ.บุรีรัมย์ ครอบคลุมพื้นที่ ๙ อำเภอ ดำเนินการสำรวจมาตั้งแต่ในปี ๒๕๕๓-๒๕๕๔ ผลการสำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจะทำการเจาะสำรวจ ๓ หลุมเจาะ ได้แก่ YPT1, YPT2 และ YPT3 ในพื้นที่หมู่ ๘ บ้านหนองไทร ตำบลหนองขมาร อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์, หมู่ ๑๕ บ้านโคกกลาง ต.ชุมพลบุรี อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ และหมู่ที่ ๔ บ้านหนองสรวง ต.สระบัว อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์นั้น ขณะนี้มีผู้ไม่หวังดีออกมาเก็งกำไรที่ดิน ด้วยการกว้านซื้อที่ดินไว้ก่อน แล้วปล่อยข่าวว่าเจอน้ำมันบ้าง เจอก๊าซธรรมชาติบ้าง ทำให้ที่ดินมีราคาแพงขึ้น และมีผู้สนใจต้องการเข้าไปซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร จึงขอเตือนประชาชนว่า ไม่มีน้ำมันจริงๆ หากจะมีใน ๓ หลุมที่ขุด น่าจะเป็นก๊าซธรรมชาติมากกว่า แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะยังไม่รู้ว่าใต้ดินลึกลงไป ๕ กิโลเมตร จะมีอะไรบ้าง ภายใต้งบขุดเจาะ ๑ หลุมประมาณ ๑๐ ล้านเหรียญสหรัฐฯ เทียบเป็นเงินไทยประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท จึงจำเป็นต้องศึกษาความคุ้มค่าในการลงทุน
“สำหรับพื้นที่ขุดหลุมเจาะจะใช้เพียง ๑๐ ไร่ ถ้ามีน้ำมันอยู่ใต้ดินลึก ๕ กิโลเมตร การลงทุนกว้านซื้อที่ดินดักไว้รอบๆ ไม่มีทางเจอ เพราะหากขุดเจาะเจอจริงอาจต้องตั้งโรงแยกก๊าซและโรงไฟฟ้า ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นคงจะต้องหาสถานที่ที่เหมาะสมอีกครั้ง ยกตัวอย่างกรณีเจอก๊าซธรรมชาติที่อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น มีการสร้างโรงไฟฟ้าน้ำพองขึ้นมา มีการผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเจ้าของที่ดินและอบต.ในพื้นที่จะได้รับค่าภาคหลวง และได้กองทุนชดเชยพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เช่นเดียวกับที่จ.บุรีรัมย์ หากมีปริมาณมากพออาจเกิดโรงแยกก๊าซและโรงไฟฟ้าเอาไปทำเอ็นจีวีเติมรถยนต์ นี่คือสิ่งที่เราจะได้ในอนาคต” พลังงานจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าว
นายสุรินทร์ กล่าวอีกว่า พื้นที่หลุมเจาะที่ ๑ จะอยู่ที่บ้านหนองไทร หมู่ที่ ๘ ต.หนองขมาร อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ และหลุมเจาะที่ ๒ อยู่ที่บ้านหนองสรวง หมู่ที่ ๔ ต.สระบัว อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งพื้นที่ทั้งสองแห่งนี้ บริษัท เหยียนฉางฯ ได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่ เพื่อเตรียมตั้งแท่นขุดเจาะเรียบร้อยแล้ว รวมถึงโฉนดที่ดินแปลงอื่นๆ ที่จะถูกใช้งาน ส่วนการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จะทำการศึกษาในรัศมี ๕ กิโลเมตร/หลุม เมื่อศึกษาเสร็จเรียบร้อย จะส่งผลไปยังสำนักงานนโยบายและแผน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นชอบ จึงจะสามารถดำเนินการขุดเจาะ โดยคาดว่าจะเริ่มได้ในปลายปี ๒๕๕๕ ถึงต้นปี ๒๕๕๖
อนึ่ง บริษัท เหยียนฉาง ปิโตรเลียม กรุ๊ป ไทยแลนด์ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ทุนจดทะเบียน ๗๕ ล้านบาท ต่อมาในวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๓ เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม กรุ๊ป จำกัด” มีกรรมการบริษัท ๑ คน คือนายแจ๊กกี้ แซ่เฉิ่น มีสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ ๔๔/๑ อาคารรุ่งโรจน์ธนกุล ชั้นที่ ๑๖ ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ประกอบกิจการค้าน้ำมันก๊าซธรรมชาติ เอทานอล กระแสไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ แร่โปแตซ และแร่อื่นๆ ทุกชนิด
นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๓๗ ฉบับที่ ๒๐๖๔ วันพุธที่ ๒๕-วันอาทิตย์ที่ ๒๙ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๕






