เกี่ยวกับเรา

E-mail Print PDF

14 ตุลาคม 2516 นอกจากเป็นวันสำคัญต่อประวัติศาสตร์การเมืองไทยแล้ว เหตุการณ์ครั้งนั้นยังเปรียบเสมือนแรงบันดาลใจ และเป็นแรงผลักดันให้กลุ่มคนที่มีความคิดก้าวหน้า กล้าวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์บ้านเมือง และที่สุดก็ได้ก้าวเข้าสู่การทำหน้าที่สื่อมวลชน เพื่อนำเสนอข่าว วิพากษ์วิจารณ์การเมืองอย่างตรงไปตรงมา ตามแนวทางของสื่อสารมวลชนที่ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

ลุล่วง ถึงต้นเดือนมีนาคมพ.ศ.2517ยุคสมัยของประชาธิปไตยเบ่งบาน “โคราชสัปดาห์วิจารณ์” ถูกก่อตั้งขึ้น โดยคนรุ่นใหม่ในยุคนั้น นำโดย สุนทร จันทร์รังสี และผองเพื่อนอาทิเช่น อ.ศรีศักดิ์ นพรัตน์ อ.สุขสันต์ เหมือนนิรุธ และวิจิตร สมนึก เป็นต้น โดยว่าจ้างโรงพิมพ์จุรีรัตน์ ถนนโพธิ์กลาง ของอดีตครูรัตน์ ผาสุกมูล ซึ่งรับพิมพ์ด้วยความคิดที่สอดคล้องกัน แต่ผู้ก่อการทั้งหมดไม่มีใครคิดถึงอนาคตเลย

หลังจากโคราชสัปดาห์ วิจารณ์ออกมาสร้างความแปลกใหม่แก่สังคมโคราชเพียง ๔ เดือน “ครูรัตน์” ใช้สายตาของผู้อาวุโสวางแผนก้าวกระโดดเงียบๆ แล้วเย็นวันหนึ่งก็กล่าวกับ สุนทร จันทร์รังสีว่า “เราจะทำหนังสือพิมพ์โคราชรายวันนะ ติดป้ายในสวนรักแล้ว จะวางตลาดในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๗

มีคำถามจากคนฟังว่าใครจะเป็นคนทำ? ครูรัตน์ตอบดื้อๆว่า “นายนั่นแหละเป็นคนทำ เราเชื่อมือแล้วว่านายทำได้" เรารับผิดชอบค่าพิมพ์  “สุนทร จันทร์รังสี” ไม่มีโอกาสปฎิเสธภารกิจที่ท้าทายได้ จึงวางมือจากการทำโคราชสัปดาห์วิจารณ์ ผันตัวเองและคณะโดดเข้าสู่เวทีที่เข้มข้นและตรากตรำขึ้น ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากนักหนังสือพิมพ์รุ่นพี่ว่า”ไม่เกิน๗วันก็หมอบ จะมีข่าวอะไรมาลงทุกวัน”

แต่ก็ผิดคาด โคราชรายวัน กลับวิ่งฉิวปลิวลมด้วยความแรงที่ไม่สิ่งใดมาหยุดยั้งกระทั่งปลายปี ครูรัตน์ก็ขีดชะตาชีวิตของตัวเองใหม่ ด้วยจิตใจที่ต้องการรับใช้บ้านเมืองอีกระดับหนึ่ง จึงลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล พร้อมกับยกโคราชรายวันให้“สุนทร จันทร์รังสี” บริหารและรับผิดชอบเต็มตัว

การนำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา กัดไม่ปล่อย และไม่ยอมตกอยู่ภายใต้ผลประโยชน์ที่นำมาล่อ หนังสือพิมพ์โคราชรายวัน จึเป็นความไม่พอใจของผู้มีอิทธิพล  “สุนทร จันทร์รังสี” ในฐานะบรรณาธิการอำนวยการ จึงตกเป็นเป้าหมายของการกำจัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และด้วยนโยบายขวาพิฆาตซ้ายของพลตรีประมาณ อดิเรกสาร รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ในคืนวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๑๙เวลา๔ทุ่ม สุนทร ถูกยิงด้วยอาวุธสงครามเช่นปืนขนาด๑๑ม.ม.และปืนกลเอ็ม๑๖หน้าสำนักงานสนั่น เมือง ขณะจะขึ้นรถไปตรวจข่าว อาการสาหัสร่อแร่ไม่มีใครคิดว่าจะรอดชีวิต

การถูกสังหารด้วยอาวุธสงครามอย่างเหี้ยมโหด แม้สร้างบาดแผลทางกายให้กับสุนทรอย่างหนัก ต้องผ่าตัดอวัยวะสำคัญภายใน แต่ยิ่งทำให้สภาพจิตใจของความเป็นสื่อมวลชนกล้าแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม เห็นได้จากหลังรอดตายราวปาฏิหาริย์ด้วยฝีมือของนายแพทย์อนุศักดิ์ ตั้งไพบูลย์ ซึ่งภายหลังได้กลับมาเกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช

แม้พ่อแม่จะขอร้องให้หยุดอาชีพนักหนังสือพิมพ์เพราะเป็นห่วงในสวัสดิภาพ แต่เมื่อหัดเดินได้แข็งใกล้จะเหมือนเดิม “สุนทร” กลับนำเงินจากแม่๓หมิ่นบาทไปหาซื้อแท่นพิมพ์จากกรุงเทพฯเพื่อทำโรงพิมพ์ เพราะสรุปว่าถ้าจะทำหนังสือพิมพ์ต่อต้องมีโรงพิมพ์ของตัวเอง

หลังเหตุการณ์ลอบสังหารแต่รอดตายเหนือความคาดหมาย สุนทรยังคงเจอปัญหาจากการทำอาชีพนักหนังสือพิมพ์ต่อเนื่อง เวลาผ่านไปโคราชรายวันโด่งดังมากขึ้นจึงถูกมุ่งทำลายอีกครั้ง โดยหวังจะให้ได้รับโทษจำคุกถึง๑๒ปีจากกฎหมายอาญามาตรา๑๑๒ สุนทร จันทร์รังสี ในฐานะบรรณาธิการอำนวยการหนังสือพิมพ์โคราชรายวัน ถูกผู้ร่วมอาชีพแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่ที่สุดแล้ว ศาลทหารได้พิจารณาตัดสินยกฟ้อง โดยพิพากษาว่า การทำหน้าที่ของสุนทร มีเจตนาปกป้องพระบรมเดชานุภาพ

“โคราชรายวัน” ณ ช่วงเวลาที่มรสุมผ่านพ้นไป กลายเป็นชื่อหนังสือพิมพ์ที่ได้รับการกล่าวถึง และให้การยอมรับมากที่สุด ทั้งในจังหวัดนครราชสีมา ระดับประเทศ รวมถึงนานาชาติ ซึ่งสุนทร จันทร์รังสี ได้รับเชิญจากรัฐบาลประเทศต่างๆ เพื่อศึกษาดูงาน ทั้งในทวีปเอเชีย สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ยังเป็นสนามให้นิสิตนักศึกษา โดยเฉพาะด้านนิเทศศาสตร์หรือ สื่อสารมวลชน ได้มีโอกาสฝึกงาน เป็นเสมือนห้องเรียนที่บ่มเพาะสื่อมวลชนรุ่นใหม่ก่อนเข้าสู่วงการวิชาชีพ สื่อในอนาคต ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานการทำหน้าที่สื่อมวลชนท้องถิ่นที่ เข็มแข็ง สะท้อนให้เห็นความสามารถของกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ รวมถึงระบบโรงพิมพ์ที่พัฒนาเติบโตอย่างต่อเนื่อง

และด้วยเหตุที่คนหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ในประเทศชอบพอและนับถือ “สุนทร” จึงถูกเลือกเป็นตัวแทนเข้าคัดเลือกเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และที่สุดได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2550 นับเป็น สสร.คนเดียวของจังหวัดนครราชสีมา โดยก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครราชสีมา ประธานสภาเทศบาลนครราชสีมาถึง 3 สมัย ประธานกรรมการประจำสภาเทศบาลนครราชสีมา ประธานองค์กรกลางอำเภอเมือง นครราชสีมาแล้ว

ในด้านวิชาชีพมีบทบาทต่อองค์กรวิชาชีพสื่อทั้งระดับ จังหวัดและระดับประเทศ โดยดำรงตำแหน่งเป็นประธานสมาพันธ์สื่อมวลชนพันธมิตรนคราชสีมาหลายสมัย ประธานเครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาคอีสานสองสมัยติดต่อกัน กรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมจริยธรรม สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และได้รับเลือกให้เป็นรองประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติคนที่ 1 เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552 นับเป็นนักหนังสือพิมพ์ต่างจังหวัดที่มีตำแหน่งสูงสุด

กระทั่งปี พ.ศ.๒๕๕๐มีการเลือกตั้งสภาระดับต่างๆทั่วประเทศ “หนังสือพิมพ์โคราชรายวัน” จึงเพิ่มชื่อเป็น “โคราชรายวัน คนอีสาน” เพื่อตอบสนองการทำหน้าที่สื่อหนังสือพิมพ์ ที่ไม่จำเพาะแต่เพียงในจังหวัดนครราชสีมาเท่านั้น แต่ยังขยายเนื้อหาครอบคลุมทั้งภาคอีสาน

Comments (3)

Subscribe to this comment's feed
...
0
หน้า รร.อนุบาล รถติดเช้า เย็น ทางเทศบาล จลาจร มีนโยบายแก้ไขปัญหานี้อย่างไร หากคิดไม่ออกก็สนอให้ถมคูคลองด้านหน้า เพื่อใช้เป็นที่จอดรถรับ ส่ง นักเรียน ก็จะสะดวกขึ้นได้ประโยชน์ทั้งผู้ใช้รถ และผู้ปกครองนักเรียนก็มีที่จอดรถ
suranarai , January 24, 2012
...
0
แก้ไข ปัญหาการจราจรในโคราชหน่อย
suranarai , January 24, 2012
...
0
ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ คนดีผีคุ้มครับ
Dekklangsoi , May 06, 2011

Write comment

smaller | bigger

busy