๒ สภาวิชาชีพ ตั้ง ‘คสทก.’ ศึกษาปัญหาไทย-เขมร ย้ำไม่ใช่การตัดสินถูกผิด

E-mail Print PDF


สภาการหนังสือพิมพ์จับมือสภาทนายความ ร่วมคลี่ปมปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งคณะกรรมการร่วมศึกษาสัมพันธภาพแห่งดินแดนไทย-กัมพูชา (คสทก.) กำหนดระยะเวลาศึกษาภายใน ๓ เดือน ย้ำผลการศึกษาไม่ใช่การตัดสินถูกผิด แต่ผู้ตัดสินคือสาธารณชนคนไทยเท่านั้น

ที่สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เมื่อเวลา ๑๓.๓๐ น. วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔ คณะทำงานศึกษาปัญหาข้อขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา จากสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสภาทนายความ ได้มีการประชุมเป็นครั้งแรก ภายหลังการประชุมกว่า ๔ ชั่วโมง ที่ประชุมมีมติจะแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งชื่อว่า คณะกรรมการร่วมศึกษาสัมพันธภาพแห่งดินแดนไทย-กัมพูชา (คสทก.) โดยสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสภาทนายความ หรือ Joint Commission for the Study of Thai-Cambodian Border Relations (JCTCB) By the National Press Council of Thailand (NPCT) and the Lawyers Council of Thailand (LCT) เพื่อทำการศึกษาในหัวข้อ “มิติเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา : ข้อเท็จจริงจากสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสภาทนายความ” ซึ่งจะแบ่งหัวข้อการศึกษาออกเป็น ๕ ส่วน ประกอบด้วย บทที่ ๑ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ จะมีเนื้อหาอาทิ ๑. สนธิสัญญาปักปันเขตแดน ๒. เอกสาร-หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ๓. ข้อพิพาทในศาลโลกในคดีเขาพระวิหาร ๔. กรณีสงครามกลางเมืองในกัมพูชา ๕. ข้อโต้แย้งเรื่องเขตแดนรอบเขาพระวิหาร

บทที่ ๒ ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์จากเขตชายแดนไทย-กัมพูชา ศึกษาครอบคลุมเนื้อหา ดังนี้คือ ๑. ผลจากสงครามกลางเมืองกัมพูชาต่อเขตแนวชายแดน ๒. การแก้ปัญหาเขตชายแดนหลังสงคราม ๓. คณะกรรมการชายแดนชุดต่างๆ ๔. วิถีชีวิตประชาชนตามเขตแนวชายแดน 5. ประเด็นที่หลักเขตแดนที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้

บทที่ ๓ ผลจากความไม่ชัดเจนของหลักเขตแดน ประกอบด้วยเนื้อหาด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้ ๑. ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการค้าชายแดน ๒. ผลกระทบต่อวิถีชีวิตประชาชนบริเวณชายแดน ๓. กรณีการจับกุมคนไทย ๗ คน ๔. ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชากับแรงกดดันในแต่ละประเทศ ๕. ปัญหาในภาพรวมต่อกลุ่มประเทศอาเซียน

บทที่ ๔ ข้อเสนอเชิงนโยบายเขตชายแดนไทย-กัมพูชา จะมีเนื้อหาในด้าน ๑. ความสัมพันธ์ของประชาชนบริเวณชายแดน ๒. ความสัมพันธ์เชิงเศรษฐกิจ ๓. ความสัมพันธ์ด้านความมั่นคง ๔. ความสัมพันธ์เชิงสังคมและวัฒนธรรม ๕. ความสัมพันธ์เชิงบูรณาการและอธิปไตยแห่งดินแดน และ บทที่ ๕ บทสรุปและข้อเสนอแนะการสร้างความสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ระหว่างไทย-กัมพูชา บนหลักการของการบูรณาการเพื่อประสานประโยชน์ร่วมกัน 

ทั้งนี้ที่ประชุมได้กำหนดระยะเวลาในการศึกษาโครงการดังกล่าว ๓ เดือน โดยใช้งบประมาณของสภาการหนังสือพิมพ์ฯ และสภาทนายความในเบื้องต้น ๓ ล้านบาท หลังจากนั้นจะสรุปผลการศึกษาเป็นเล่มเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณชนได้รับทราบต่อไป.  

อนึ่ง ที่ประชุมได้แสดงความห่วงใยกรณีการจับกุมคนไทย ๗ คน ในข้อหารุกล้ำเขตแดนกัมพูชา ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาลกัมพูชา โดยเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ขณะเดียวกันเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเจรจาทางการทูตเพื่อให้การช่วยเหลือ ๗ คนไทยกลับสู่มาตุภูมิโดยเร็ว.
 

 

---------------------------------------------------------------------------
 

 

แถลงการณ์ร่วม

เรื่อง การจัดตั้งคณะกรรมการร่วมศึกษาสัมพันธภาพแห่งดินแดนไทย-กัมพูชา (คสทก.)

โดย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสภาทนายความ

 
โดยวิชาชีพของสื่อมวลชน ซึ่งมีหัวใจหลักในการทำความจริงให้ปรากฏ โดยที่ความจริงนั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “ความถูกต้อง” นำเสนอสาธารณชน เพื่อเป็นข้อมูล เป็นความรู้ และเป็นแนวทางของการนำไปประกอบเป็นนโยบาย เป็นยุทธศาสตร์ และแนวทางของการตัดสินดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไป และโดยที่สภาทนายความเป็นวิชาชีพในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการศึกษารวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลข้อเท็จจริงให้ถูกต้องและเป็นธรรม

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสภาทนายความ ได้มีการประชุมร่วมกัน เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔ มีข้อเสนอโดยนำประเด็นเรื่องเขตชายแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน กลายเป็นประเด็นข้อขัดแย้งที่เริ่มยืดเยื้อยิ่งขึ้น และความขัดแย้งดังกล่าว นำมาซึ่งข้อโต้แย้งในมิติต่าง ๆ จนไม่อาจหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ ดังจะสังเกตได้จากการให้ข้อมูลและการให้สัมภาษณ์ของแต่ละฝ่าย ปรากฏข้อขัดแย้งที่โต้แย้งกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้สาธารณชนเกิดความไม่แน่ใจในความถูกต้องและความเป็นจริงของประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น

โดยที่ได้ตระหนักถึงพันธกิจขององค์กรวิชาชีพทั้งสอง สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสภาทนายความ จึงได้มีมติให้จัดตั้ง คณะกรรมการร่วมศึกษาสัมพันธภาพแห่งดินแดนไทย-กัมพูชา (คสทก.) ขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อศึกษาประเด็นปัญหาเรื่องเขตแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา คณะกรรมการร่วมดังกล่าวนี้ ประกอบด้วยกรรมการจากสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและกรรมการจากสภาทนายความ ซึ่งจะร่วมกันทำงานเพื่อพยายามทำความจริงให้ปรากฏ และให้มีความถูกต้องชัดเจนยิ่งขึ้น

การทำงานของคณะกรรมการร่วมระหว่างสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสภาทนายความ จะเป็นการศึกษามิติต่างๆ ต่อประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความพยายามที่จะตัดสินความถูกผิดโดยตรง หากแต่ต้องการนำเสนอผลจากการศึกษาและข้อค้นพบของคณะกรรมการร่วมฯ ต่อสาธารณชนให้รับทราบอีกมิติหนึ่ง และจะต้องเป็นการตัดสินใจของสาธารณชนไทยต่อกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นเอง.

 
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ

สภาทนายความ

๑๗ มกราคม ๒๕๕๔

Comments (21)

Subscribe to this comment's feed
 1 2 > 
...
0
ทนายเอย พวกเล่นการเมือง แอบใส่เสื้อสื่อเอย กรณีนี้คงหลับหูหลัตา แกล้งมองไม่เห็น ว่าเกิดอะไรบ้าง

วันนี้เห็นข่าว คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข แล้วก็เสียใจกับกระบวนการยุติธรรมนี้ ที่ไม่เห็นเขาเป็นมนุษย์อีกต่อไปแล้ว


ขอเล่าความเดิมนิดนึง
สมยศ พฤกษาเกษมสุข เป็นบรรณาธิการนิตยสารวอยซ์ออฟทักษิณและเรด
พาวเวอร์ และแกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาฯ ถูกกล่าวหาว่ามีความผิดตามประมวล
กฎหมายอาญามาตรา 112 จากการเป็นบรรณาธิการนิตยสารวอยซ์ออฟทักษิณ
ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเนื้อหาในหนังสือว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นะครับ




--------------------------------------------------------------------------------

การสืบพยานที่ผ่านมา คุณสมยศ ต้องเดินทางไปสืบพยาน กับศาลจังหวัดที่
พยาน นั้น ๆ มีภูมิลำเนาอยู่ ทั้ง นครสวรรค์ สระแก้ว เพชรบูรณ์ ทั้ง ๆ ที่ พยาน
เหล่านั้น ต่างพำนักอยู่ กรุงเทพฯ/ปริมณทล แม้ ทนายจำเลยแจ้งต่อศาลว่า
ยินดี จ่ายค่าเดินทางให้พยานมาให้การเป็นพยานโจทก์ (อัยการ) ที่ กทม. แต่
ก็ไม่มีใครสนใจที่จะทำ

การเดินทาง ต้องใช้รถของกรมราชทัณฑ์ และ ในการเดินทางแต่ละครั้ง ก้มี
นักโทษ ปะปนมากมาย บางครั้ง ต้องยืนกันไปตลอดทาง

ผมคงไม่ต้องพูดถึงสุขภาพ บรรณาธิการฯท่านนี้ ไม่พูดถึง น้องไท ที่ตอนนี้
อดอาหารเป็นเวลา 112 ชั่วโมง นะครับ เพราะ เรา รู้ ๆ กันดี

คุณสมยศ ได้เดินทางด้วยรถของกรมฯ อีกแล้ว ไปจังหวัด สงขลา 900 กิโล
จากกรุงเทพฯ ใช้เวลา 12 ชั่วโมง ส่วนภรรยา (แม่น้องไท) ก็ตามไปด้วย

วันนี้ 13 กพ. 55 นัดสืบพยาน ที่ศาลจังหวัด สงขลา ปรากฏว่า พยานไม่มา
อัยการ โทรติดต่อไป ก็แจ้งกลับมาว่า อยู่ปทุมธานี (ซะงั้น) ไม่สามารถไป
สงขลาที่เป็นภูมิลำเนาของตัวพยานเองได้

สรุป คือ ศาลเลื่อนการสืบพยานปากนี้ ไปเป็นวันที่ 18 เมษายน 2555 และ
คุณสมยศ ก็ต้องกลับเข้าเรือนจำสงขลา และ เดินทางกลับ กทม. ด้วยรถของ
กรมราชทัณฑ์ ซึ่งผมเองก็ไม่รู้เขาจะนอนเรือนจำสงขลาถึงวันไหน

จริง ๆ แล้ว ถ้าคุณสมยศ สารภาพว่า ตัวเองผิด ก็ไม่ต้องตะลอน ๆ ไปไหน
เพราะ ไม่จำเป็นต้องสืบพยาน เนื่องการรับสารภาพ

รับสารภาพเถอะครับ คุณสมยศ ผมขอร้องเถอะ


--------------------------------------------------------------------------------

ผมขอเรียกร้องให้ รตอ. เฉลิม หรือ พล.ต.อ ประชา เข้ามาดูรายละเอียดเรื่อง
นี้หน่อยครับ ศักดิ๋ศรีของความเป็นมนุษย์ของนายสมยศ ยังมีอยู่หรือไม่ หรือ
ว่าชีวีตเขานั้นกลายเป็นหมู กลายเป็นหมาไปแล้วครับ


จากคุณ : โบกกรัก
เขียนเมื่อ : 14 ก.พ. 55 02:54:59 A:41.220.163.27 X:
ถูกใจ : แอบมาซุ่ม, ย่าแจ๊คกี้, ใบโหระพา, piggy_aa, ลมสบาย, เฒ่าวัย 56, pongsri, ยัยเซีย, ออสก้าอินเดีย, น้ำมิตร, สวนดอก, tookbao, Mr.นน, YOUWIN, Observe99, churd-L, คนอุบล, คนชาววัง, m_mr38, เฒ่าเฝ้าเรือน, py_kennel, ภูเขาทะเล, อีกา, บางระจันวันเพ็ญ, รังสรรค์, สะเลียม, คนหลงป่า, ขันติ, BigTony, sb*star, สัจจะธรรมคือความจริง, จ่าปืนเรือ, huttytanny, เดินไปข้างหน้า, excell

หำน้อย , February 14, 2012
...
0
http://redcyberclub.thai-forum.net/t139-topic#224
ซีรีสฮารดคอรลากไสสื่อเห (ตอน4) : สมาคมสื่อโจร พวกมึงแหละตัวดีที่ ตองหยุดทำรายประเทศไทย
by dimistry on Thu Dec 03, 2009 6:13 pm

.โดย คุณรักในหลวงห่วงลูกหลาน
ที่มา บอร์ดฟ้าเดียวกัน
3 พฤษภาคม 2552

หมายเหตุไทยอีนิวส์:ผู้ ใช้นามปากกาว่า"รักในหลวงห่วงลูกหลาน"ได้เขียนลงในเวบบอร์ดฟ้าเดียวกัน แบบเจาะลึกวงในแวดวงสื่อมวลชนแบบรายตัว อย่างถึงรากถึงโคน และมีรสชาติความมันส์ในสไตล์ดิบเถื่อนฮาร์ดคอร์ ซึ่งไทยอีนิวส์เห็นว่าเป็นประโยชน์ที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าด้วยเหตุใด สื่อจึงมีบทบาทอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งมีปรากฏการณ์ลำเอียง เคียงข้างเผด็จการต่อต้านประชาธิปไตย โดยได้นำเสนอตามต้นฉบับเดิม แต่เนื่องจากเนื้อหายาวมาก เราจึงจะพิจารณานำเสนอเป็นตอนๆอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณผู้เขียนมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ

ไอ้ดิษฐ์เลขาสมาคมนักข่าวฯ:วีรบุรุษเล้าไก่

ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ เลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย(คนเสื้อขาวยืนกลาง)วัน ไปชวนปู่ชัย ชิดชอบ ประธานสภารณรงค์หยุดทำร้ายประเทศไทย โดยดีเดย์ชักธงหยุดความรุนแรงทั่วประเทศ4พฤษภาคมนี้

ไม่มีใครว่าหรอกครับ และน่าสนับสนุนที่จะรณรงค์หยุดทำร้ายประเทศไทยในวันที่4พฤษภาคมนี้ แต่ปัญหาที่น่าหมั่นไส้ก็คือว่า ไอ้องค์กรที่กำลังรณรงค์ให้ชาวบ้านหยุดทำร้ายประเทศนี่ แม่งเคยได้หันมาดูตัวพวกมันมั่งรึเปล่า ก็พวกมึงนี่แหละเหี้ยตัวพ่อเลยที่กระทำย่ำยีประเทศมาหนแล้วหนเล่า

ยังๆยังไม่รู้ตัวอีก ก็พวกมึงไอ้สมาคมนักข่าวเหี้ยทั้งหลายนี่แหละ รึว่ามึงจะเถียง...

เอาพอหอมปากหอมคอนะ ตัวที่มันกำลังร่วมมือกับดร.ปื๊ดพระปกเกล้า เรื่องหยุดทำร้ายประเทศไทยเนี่ย

คนเป็นคีย์แมนเรื่องนี้มันชื่อไอ้ดิษฐ์ ที่เป็นเลขาสมาคมนักข่าวนะครับ

ท่าน ดิษฐ์นี่เป็นเด็กรุ่นหลังผมหลายปีเหมือนกัน มันเป็นเด็กกิจกรรมรามฯ ทำค่ายชาวเขา แล้วก็เคยไปรณรงค์เรื่องนาเกลือทางภาคอีสาน ตอนนั้นตำรวจทหารล้อมปราบพวกนักศึกษาที่ไปประท้วงนาเกลือ กวาดจับซัก40คนได้

ผู้นำชาวบ้านกลายเป็นฮีโร่ ได้เป็นผู้แทนสารคามหลายสมัยชื่อสุชาติ ศรีสังข์(หลังๆมาเป็นหน่วยแนวหน้าพันธมิตรตอนไปยึดสนามบิน)

พวก เด็กๆรามเล่าให้ฟังว่าตอนนั้นพรรคพวกนักศึกษาโดนกวาดจับตีหัวร้างข้างแตก แต่ไอ้ดิษฐ์สวมบทผู้นำนักศึกษาหนีรอดไปหลบในเล้าไก่ชาวบ้าน ยังโดนอำขี้แตกมาจนป่านนี้

มันเคยมาสมัครงานนักข่าวกับผมซัก15ปีมา นี่แหละครับ ผมดูแล้วแม่งพูดไทยกลางยังไม่ชัด ทองแดงมาก ผมก็เลยบอกมึงไปหาเอาข้างหน้าก่อนป้ะ มันเลยไปได้งานมติชน แล้วต่อมาอยู่บางกอกโพสต์ ยังงงอยู่ว่าแค่ภาษาไทยกลางก็ไม่รอดแล้ว เสือกไปอยู่ฉบับภาษาฝรั่งอีก ไอ้ห่า

อาศัยความเป็นนักกิจกรรมเก่า มันไปเข้าสมาคมนักข่าว เลยได้ผูกขาดเป็นเลขาฯ แต่น่าผิดหวังอยู่หน่อยตรงที่ว่าเวลามันออกแถลงการณ์ทีมักจะไว้หน้าพวก พันธมิตร ผมเคยถามว่าทำไมมึงทำตัวยังงี้ มันบอกพี่ผมเกรงใจมันพวกเดียวกันคนปักษ์ใต้ทั้งนั้น แต่ทีพวกเสื้อแดงนี่มันใส่ไม่ยั้ง เพราะไม่ใช่พวกมัน ตอนอยู่รามมันก็เชียร์พรรคสาน คู่แข่งพรรคของไอ้ตู่จตุพร ส่วนณัฐวุฒิก็เด็กรุ่นหลังมัน เลยไม่ต้องเกรงใจ

ตอนพันธมิตรชุมนุม มันก็เลยออกแนวเชียร์ ออกแถลงการณ์ไล่รัฐบาลเหลี่ยมออก ให้ตั้งนายกฯมาตรา7 กูถามหน่อยมันธุระอะไรของนักข่าว เสือกทำตัวเป็นข่าวซะเอง

รัฐบาล สมัคร สมชายออกพรก.ฉุกเฉินมันรีบแร่ออกแถลงการณ์ว่ารัฐห้ามทำร้ายม็อบ แล้วไล่รัฐบาลออก แต่พอม็อบยึดทำเนียบ ยึดสนามบินแม่งเฉย ขนาดไปยึดโทรทัศน์NBTแม่งก็ออกแถลงการณ์ด่าพันธมิตรแบบเสียไม่ได้ ด่าแบบขอไปที

แต่พอเสื้อแดงนี่แม่งเอาใหญ่ อภิสิทธิ์ประกาศฉุกเฉิน แม่งออกแถลงการณ์เลยอนุญาตรัฐใช้กำลังปราบ แต่ปราบอย่าให้เจ็บตายนะ กูกลัวเลือด...ดูความกระแดะของพวกมัน พอรัฐปราบเสื้อแดงเสร็จ มันก็ออกแนวรณรงค์รักสันติภาพ หยุดทำร้ายประเทศไทย...เชี่ยมั้ยหละสัดด!!?

ก็พวกมึงแหละไอ้ดิษฐ์ นักข่าวนี่แหละตัวเหี้ยเลยในการทำร้ายประเทศไทย พวกมึงเก็บกวาดขยะที่ทำเรี่ยราดก่อน แล้วค่อยไปบอกชาวบ้าน

ทุเรศ


ภัทระ คำพิทักษ์ :ผู้ทำลายเกียรติภูมิสื่อลงราบคาบใต้ตีนเผด็จการ

หำน้อย , February 14, 2012
...
0
คัดมาให้อ่าน จะได้มีเร่ยวแรงในการทำชั่วต่อไปอีก
++++++++++++++++++++++
เสธ.อ้าย ร่วมงานเลี้ยง ก้าวขึ้นสู่ปีที่ 9 เอเอสทีวี


พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานมูลนิธิโรงเรียนเตรียมทหาร ร่วมงานเลี้ยง ก้าวขึ้นสู่ปีที่ 9 เอเอสทีวี พร้อมลั่น“ เราไม่ใช่เสื้อเหลือง เราเสื้อเขียวเพราะเป็นทหาร แต่เรารักเสื้อเหลืองมาก เพราะคนเสื้อเหลืองทำเพื่อชาติ และพระราชาผู้ทรงธรรม”

วานนี้(3ก.พ.) มีงานเลี้ยงของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้สื่อข่าว สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ก้าวสู่ปีที่ 9 ที่ห้องอาหารภายในราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดเป็นการภายในเพื่อเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่และให้กำลังใจพนักงานทุกคนของสถานีในการทำงานก้าวสู่ปีที่ 9

ในงานนี้ พลเอกบุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เลขาธิการกิตติมศักดิ์ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ประธานมูลนิธิโรงเรียนเตรียมทหาร และครอบครัว ได้ให้เกียรติมาร่วมในงาน และกล่าวกับทุกคนในงานว่า

“ ในฐานะเจ้าของพื้นที่รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นกำลังใจให้กับพนักงานของสถานีและผู้สื่อข่าว ผมรับรู้มาตลอดว่าหลายปีที่ผ่านมา น้องๆ ผู้สื่อข่าว พิธีกร บุคลากร ทำงานกันด้วยความยากลำบาก อดทน เพื่อบ้านเมืองที่ดีกว่า พวกท่านมีความอดทนมากในวิชาชีพ ทำให้ประชาชนช่วยกันสนับสนุน ยิ่งไปกว่านั้นสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีให้ความรู้ มีความกล้าหาญจริงๆ ผมนับถือในน้ำใจของน้องทุกคน ที่ปลูกจิตสำนึกให้คนดูรักบ้านรักเมือง ผมเองไม่ใช่เสื้อเหลือง เพราะเป็นทหาร แต่รักเสื้อเหลืองมาก เพราะคนเสื้อเหลืองทำเพื่อชาติ ทำเพื่อพระราชาผู้ทรงธรรม ขอเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ ทุกคนได้มีกำลังใจเสมอ”

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000015904

อ๋อ เข้าใจละ อย่างนี้นี่เอง ชัดแจ้ง เหลืองแจ๋

จากคุณ : เกาะคา
เขียนเมื่อ : 4 ก.พ. 55 15:02:27 A:58.11.150.75 X:
ถูกใจ : สโนว์ไวท์แทะมะขวิดแล้วสลบ, ดีไม่ห่างเหิน, ลุงหมีมุ่ย

kontai , February 05, 2012
...
0
เลวสุดบรรยาย..ไอ้หมอหน้าโง่..ด่าคนไทยด้วยกันยังไม่พอ ยังข้ามฟากไปด่าเพื่อนบ้านเขาอีก..

เลิกเถอะครับ เลิกใช้คำว่านายแพทย์นำหน้าชื่อตัวเองเถอะ..นายตุลย์ สิทธิสมวงษ์ แกนนำเสื้อหลากสี..

นี่ก็ไม่รู้ว่าตอนทำคลอด แอบด่าคนไข้ในใจหรือเปล่าก็ไม่ทราบ..

เพราะพฤติกรรมดูถูก เหยียดหยามชาวบ้านร้านช่องนี่ มิใช่จรรยาบรรณของคนที่เป็นหมอ..แม้แต่น้อย..

ดูถูกเหยียดหยามคนไทยด้วยว่าโง่..มันก็สาหัสสากรรจ์แล้ว..ยังข้ามฟากไปด่าคนลาวเขาอีกว่า..โง่..พอๆกัน..

******************************************************

"คนลาวมันก็โง่เหมือนคนไทย ที่ไม่รู้ว่าเปลือกนอกแม้วที่ดูเก่งดูคล่องขายฝัน สร้างความเจริญ สุดท้ายทรัพยากรและความมั่งคั่งจะตกอยู่กับแม้ว ทิ้งให้ลาวจนกรอบ เจริญแต่วัตถุ สังคมฟอนเฟะ ดูพี่ไทยเป็นตัวอย่างก็แล้วกัน น้องลาวที่รัก"

******************************************************

ดูเอาเถอะครับ..วาจาเช่นนี้ เป็นวาจาของผู้ดีเดินตรอก หรือวาจาของพวกขี้ครอกกันแน่..

เป็นวาจาที่ส่อไปในทางดูหมิ่น กดขี่ เสียดสี..เพียงเพราะมีอคติกับคนๆเดียว..อย่างนี้เขาเรียกว่า..พาล..

โดยศักดิ์ศรี ของความเป็นประเทศเอกราชด้วยกัน..คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่น้อย ที่จะเที่ยวด่าคนลาวว่า โง่ และไม่ทราบว่าเขาเป็นน้องคุณตั้งแต่เมื่อไหร่..?

แต่ถ้าอยากรู้ว่าคนลาวเขาคิดอย่างไร..ลองข้ามฟากไปที่หลวงพระบางดูบ้างเป็นไร..

จะได้รู้ว่าคนโง่น้องรักในสายตาของเอ็ง..มือ ตรีน..ของเขาหนักเอาการขนาดไหน..

อยู่ดีไม่ว่าดี..โดนแบล๊คลิสต์เข้าให้แล้ว..ไอ้หมอตูดหมึก..

ที่มา
วาทะสุดโต่ง
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
สมิงสามผลัด
ข่าวสดออนไลน์ 03-02-2555

จากคุณ : แมวน้ำสีคราม
เขียนเมื่อ : 3 ก.พ. 55 16:49:02 A:180.180.94.132 X:
ถูกใจ : ซุปเปอร์เดปอร์, Hamsky, JUGCIO, zombie99, ทิศทางลม, cnbc, คนโบราณ_จริงๆ, คนอุบล, รังสรรค์, แคนู, อเวราโหนตุ, pentacles, คนเจริญ, ไทยเดิ้ง, Tanui, pthakurn, fluctuation, iamdanai, vicker, zazakuza, satanmipop, SIMONs, คำล้านคำ

หำน้อย , February 03, 2012
...
0
เห็นนายกยิ่งลักษณ์ แล้ว ดิฉัน "ยิ่งรัก" ท่านนายกค่ะ ^_^...ถ่ายรูปคู่กับ มิเชล โหย่ว สวยทั้งคู่ กินกันไม่ลงเลย

เห็นนายกยิ่งลักษณ์ แล้ว ดิฉัน "ยิ่งรัก" ท่านนายกค่ะ ^_^...ถ่ายรูปคู่กับ มิเชล โหย่ว สวยทั้งคู่ กินกันไม่ลงเลย


เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2555 เวลา 19.00 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้ร่วมงานเปิดตัวและชมภาพยนต์รอบปฐมทัศน์เรื่อง The lady "อองซาน ซูจี ผู้หญิงท้าอำนาจ" ที่ โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ ชั้น 6 สยามพารากอน โดยมี ลุค แบร์ซง ผู้กำกับชาวฝรั่งเศส และมิเชล โหย่ว นักแสดงนำ ตลอดจนนักศึกษา วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ให้การต้อนรับ


นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ที่มาชมภาพยนต์เรื่องนี้ เพราะเมื่อครั้งเดินทางไปเยือนประเทศพม่า เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 4 ที่สถาน เอกอัคราชทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2554 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสพบปะพร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางด้านการเมืองกับนางออง ซาน ซูจี ซึ่งเป็นสตรีที่มีความเสียสละ และความมุ่งมั่นในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย จึงทำให้รู้สึกชื่นชม ประทับใจในความเสียสละ


สำหรับภาพยนต์เรื่อง The lady "อองซาน ซูจี ผู้หญิงท้าอำนาจ เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิต ของออง ซาน ซูจี ซึ่งเป็นผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือเอ็นแอลดี ของพม่า โดยใช้สถานที่ถ่ายทำในประเทศไทย


พม่ามี อองซาน....ไทยก็มี ยิ่งลักษณ์ ค่ะ
หญิงเหล็ก หญิงแกร่ง ดิฉันปลื๊มปลื้มค่ะ
ขอเสียงแฟนคลับนายกฯปูหน่อยค่าาาาาาาาาาาา~~~!!!

จากคุณ : SUNWINDY
เขียนเมื่อ : 1 ก.พ. 55 20:32:08 A:180.183.102.6 X:
ถูกใจ : สโนว์ไวท์แทะมะขวิดแล้วสลบ, เมฆาไร้เงา, โอ้ดวงจำปา, หนุ่มเทคนิค

หำน้อย , February 01, 2012
...
0
ขำๆ.. ยามค่ำคืน วันอาทิตย์กับ.วาตะะวัน สุพรรณเภษัช..ว่าด้วยเรื่องกาแฟ กับแมงสาบ..ค๊อกโคดโปรดอย่าเข้ามาอ่าน

ว่าด้วยเรื่องโกปี้ หรือกาแฟ แต่เด็กนอกมักเรียกว่า ค๊อฟฟี่..ของพรรค ของคนขี้เหนียว ขี้โม้ และขี้คุย..!!!

สุดท้ายจะมีจุดจบ หรือเรื่องราวจะเป็นเช่นไร..ผมคัดมาบางส่วนให้มาอ่าน..ด้วยความบันเทิง..ในยามย่ำค่ำคืน วันอาทิตย์

ผม.มิได้มีเจตนาลบหลู่ใคร..แต่รสชาติอาจจะขมขื่นสำหรับใครบางคน และออกจะ ยาวไปหน่อยก็อย่าว่ากันน่ะครับ..



ประชาธิปไตยของไทยเรา เกิดขึ้นใน...ร้านกาแฟ!

หลังจากกาแฟเป็นที่นิยม ในบ้านเมืองของเรา ร้านกาแฟประเทศเรา ก็ไม่ต่างจากบ้านเมืองอื่น คือ เป็นแหล่งสำคัญในการสนทนาเรื่องการบ้านการเมือง และในอดีตบางครั้ง ก็เป็นแหล่งซ่องสุมสำคัญของนักการเมืองต่างลัทธิด้วย

ผมเคยเล่าเรื่องการต่อสู้ของ ‘ตำรวจสันติบาล’ ที่เป็นหน่วยงานที่องค์กรตำรวจได้จัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นหัวหอกในการดำเนินงานข่าวกรอง และต่อต้านการข่าวกรอง ในการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย โดยตรงในหนังสือ “กาแฟขม..ขนมหวาน” เล่ม 1 เอาไว้ว่า

การแพร่ขยายของลัทธินี้ ได้เผยแพร่มาสู่ประเทศไทย พร้อมกับคนจีนอพยพเมื่อ ปี พ.ศ.2464 ซึ่งสันติบาลได้เป็นเสาเอกของชาติ ที่ต้องติดพันในการพันตู ต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งกินเวลายาวนานกว่าค่อนศตวรรษเลยทีเดียว เรียกว่า...

สู้กันมาตั้งแต่ยกแรก...ยันยกสุดท้ายทีเดียว!

ความเป็น “มืออาชีพ” ของตำรวจสันติบาลที่มีเรื่องเล่าขานกันเป็นตำนาน นั่นก็คือตำรวจสันติบาลชั้นประทวน ได้ปลอมตัวหาข่าวเป็นพ่อค้าขายหาบเร่ หาบกระจาดข้าวเหนียวไปนั่งฟังพวกข้าราชการนักการเมือง คุยเรื่องการเมืองกัน ใน “ร้านกาแฟ” ทางภาคเหนือตอนบน ในจังหวัดซึ่งเป็นเป้าหมาย พอสายก็หาบกระจาดข้าวเหนียวกลับ ไปนั่งเขียนรายงาน ส่งให้เจ้านายที่กรุงเทพทราบ

เขาทำอย่างนั้น ติดต่อกันยาวนานกว่า 10 ปี โดยผู้คนไม่รู้ว่าเป็นตำรวจ

แม้แต่ ‘ภริยา’ ของเขาเอง!

นี่แสดงให้เห็นความสำคัญของ “ร้านกาแฟ-การเมือง” ได้เป็นอย่างดี!!

ร้านกาแฟการเมืองนั้น ได้สร้างความหวั่นไหวให้ผู้ปกครองบ้านเมืองที่นิยมใช้อำนาจเผด็จการ ผมมีตัวอย่าง ที่จะยกมาเล่าสู่กันฟังกัน ดังนี้
สุลต่านมูราดที่ 4 (Sultan Murad IV) ผู้ปกครองจักรวรรดิออตโตมาน ออกกฎห้ามราษฎรของพระองค์ ดื่มกาแฟโดยเด็ดขาด
พระองค์มักเสด็จออกจากพระราชวังในตอนกลางคืน พร้อมด้วยพระแสงดาบหนักอึ้ง (ดังที่เห็นในภาพ) หากพบคนกินกาแฟ จะทรงตัดหัวไอ้คนนั้นเสียเลย ฐาน

ฝ่าฝืนราชโองการ!

นอกจากกาแฟแล้ว สุลต่านยังทรงห้ามการกินเหล้า และสูบยาเส้น ในราชอาณาจักรของพระองค์อีกด้วย ใครฝ่าฝืนหัวจะกระเด็นออกจากบ่าไม่รู้ตัว แต่ส่วนพระองค์เองนั้น กลับเสวยทั้งน้ำจันท์ ยาสูบ และกาแฟ และในที่สุด ทรงเด็ดสะมอเร่ด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง

สุลต่านผู้สืบทอดบัลลังก์จากพระองค์ ดีขึ้นมาหน่อย โดยให้ลงโทษสถานเบา สำหรับความผิดครั้งแรก แต่ถ้าถูกจับได้ครั้งที่สอง จะโดนยัดลงในถุงหนัง แล้วเย็บปิดปากถุง และจะต้องถูกหวดด้วยกระบองหลายครั้ง จนน่วมดีแล้ว ก็โยนถุงทิ้งลงแม่น้ำ

ทรงพระเมตตาดีแท้ๆ!!

อย่าว่าแต่เมืองแขก อย่างจักรวรรดิออตโตมานเลย แม้แต่ในยุโรปเองก็ไม่เบานะครับ ทั้งการปฏิวัติในฝรั่งเศสและการปลดแอกของคนอเมริกันจากอังกฤษ ก็ถูกวางแผนที่มุมมืด…

ในร้านขายกาแฟ!

พระเจ้าเฟรดเดอริคมหาราช (Frederick the Great) จักรพรรดิผู้เกรียงไกร แห่งเยอรมนี แม้จะทรงมีพระราชอำนาจมากก็จริง แต่ยังทรงประหวั่นพรั่นพรึง ต่อการฟักตัวของการต่อต้าน ที่มักจะก่อตัวขึ้นในร้านขายกาแฟ พระองค์ถึงกับส่งสายตรวจไปสังเกตการณ์ตามร้านเหล่านั้นอย่างถี่ยิบ

ในที่สุดทรงเห็นว่า มาตรการที่ใช้สายตรวจ น่าจะมีพวกก่อการที่รอดหูรอดตาไปบ้าง จึงทรงมีพระราชบัญชา ให้ร้านกาแฟทุกร้านในอาณาจักรของพระองค์ เปลี่ยนเป็นร้านขาย “เบียร์” ให้หมดทุกร้าน เพราะทรงคิดว่าคนดื่มเบียร์ไม่คุยเรื่องการเมือง

แนวความคิด พระเจ้าเฟรดเดอริคมหาราช ไปพ้องกับความเห็นของ Grand Vizier (อัครมหาเสนาบดี) คนหนึ่ง ของจักรวรรดิออตโตมานในยุคก่อนนั้น

แกรนด์วิเซียร์ท่านนี้ แฝงตัวไปยังร้านกาแฟต่างๆ ในกรุงอิสตันบูลอย่างลับๆ สังเกตคนกินกาแฟ แล้วท่านลงความเห็นว่า

“คนที่เสพสุรานั้น มักจะคุยและร้องเพลงกัน ด้วยความร่าเริงสนุกสนาน ผิดกับพวกที่ไปมั่วสุมในร้านกาแฟ ไอ้พวกเป-รตนี่ จิบกาแฟแล้วชอบซุบๆซิบๆ เรื่อง ‘การบ้านการเมือง’ กันซะจริงๆ!”

ในประเทศสาระขันขัน ร้านกาแฟประจำพรรคการเมือง( ที่เป็นที่นิยม )ของคนใต้ ที่พยายามเปิดขึ้นในที่ทำการพรรค โดยหวังจะให้ลูกพรรค ไปจิบกาแฟ สังสรรค์กัน

แต่กลับไปไม่รอด ต้องปิดกิจการไป เพราะไม่มีคนกิน!

ทุกวันนี้ บรรดาสมาชิกพรรคนี้ จะนั่งกินกาแฟคุยกัน ต้องเดินไปอาศัยร้านใกล้ๆพรรค จนผู้คนเขาแอบนินทาว่า สมาชิกไม่อยากไปกินร้านของพรรค เพราะ...

จะนั่งจิบกาแฟกับประธานพรรค ท่านก็ไม่จ่ายค่ากาแฟให้ เพราะตัวท่านเอง เคยบอกว่า

ในชีวิตกาแฟแก้วเดียว...แกไม่เคยเลี้ยงใคร!

ผู้คนเลยค่อนขอดกันสนุกสนานว่า ลูกพรรคคงกลัวต้องจ่ายเงินให้ประธานพรรค

เลยไม่อยากกินกาแฟในพรรค สุดท้ายร้านเจ๊งจนได้!

นอกจากนั้น หัวหน้าพรรคการเมืองแห่งนี้ เป็นนักเรียนนอกไฮโซ แต่เป็นคนไม่มีเพื่อน แถมยังไม่ชอบคุยกับลูกพรรค จะคุยก็เฉพาะคนที่พูดภาษาปะกิต ‘ฟุดฟิด-ฟอร์ฟัก’ ด้วยกันเท่านั้น เรื่องอะไรจะให้ท่านหัวหน้า มานั่งคุยภาษาไทยกับลูกพรรค ซึ่งเป็นคนบ้านนอกคอกนา เอาแต่แหลงใต้ทำพรือ ด้วยกันเกือบทั้งนั้น ซึ่งหัวหน้าพรรคเองฟังไม่ออก...

จะนั่งกินโกปี๊ ให้เสียเวลาเปล่าๆทำไม ไม่เข้าการแน่!

ร้านกาแฟของพรรคเส็งเคร็งนี่ จึงไม่มีใครสนใจ จนในที่สุดต้องปิดตัวลงไปเอง...น่าสงสารจริง!

ส่วนรองหัวหน้าพรรคคนหนึ่ง ซึ่งหวังว่าตัวเองจะได้เป็นหัวหน้าพรรคกับเขาบ้าง รายนั้นก็เคย เปิดร้านกาแฟหรูหรา ให้พวกไฮโซไฮซิ้มมานั่งชิมกัน เคยให้สัมภาษณ์ว่า

“ร้านกาแฟผม มีผัด ‘ฟั๊กแม้ว’ ด้วย!”

คงคิดว่าตัวเองพูดเก๋ไก๋ตายห่า แต่ปรากฏว่า ในที่สุดร้านกาแฟของแก ที่ให้เมียแก่แม่ม่ายลูกติด ดูแลอยู่นั้น แต่บัดนี้...

เจ๊งสนิท...ปิดกิจการ ไปเรียบร้อยแล้ว!!

ขนาดทำแค่ร้านกาแฟยังเจ๊ง แล้วเป็นรัฐมนตรีคลัง มันจะได้เรื่องได้ราวอะไรกัน...โถ!!!

ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

คนไทยเราต้องไม่สร้าง ‘นิสัยเสีย’ ให้ตัวเอง จนกลายเป็นคนติดกาแฟ และต้องไปกินกาแฟในร้านประจำเพราะ...

ถ้าวันหนึ่งข้างหน้า ไอ้[^_^]บางกลุ่ม เกิดฮึกเหิม ก่อพฤติกรรมเลียนแบบ ไอ้พวกยำสุนัข ร.ส.ช. หรือ แก๊ง ค.ม.ช. กลับมายึดอำนาจ ไปจากพวกเราคนไทยอีกครั้ง!

ไม่แน่นะครับ

พวกมันอาจ ‘เลียนแบบ’ แขกตุรกี หรือพวกยุโรปสมัยโบราณ โดย ห้ามเปิดร้านกาแฟ, ห้ามคนไทยกินกาแฟ ในประเทศไทยของเราเอง เพื่อตัดโอกาส ‘มั่วสุม’ กันทางการเมืองของพี่น้องประชาชน

ได้ ‘ลงแดง’ ตายกันบ้างเชียวนะ...จะบอกให้!!!
...555…
...................

ที่มา คอลัมน์ประจำสัปดาห์ กาแฟ-การเมือง ออนไลน์วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม 2555
หมายเหตุ : แก้ไขบางตอนที่ใช้คำที่อาจไม่สุภาพ

จากคุณ : แมวน้ำสีคราม
เขียนเมื่อ : 29 ม.ค. 55 22:23:34 A:180.180.211.159 X:
ถูกใจ : dunk_16
หำน้อย , January 30, 2012
...
0
ชมรมคนว่างงาน ลำบากหน่อยนะครับ พรรคพวกไม่มีอำนาจ
=============================================

ฝนก็ไม่ตกขี้หมูมันก็ยังไหล..พวกเวรตาไล..จึงมารวมกัน..เหตุเกิดที่ลานหน้าบ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์..

ตรุษจีนยังมาไม่ถึง ก็เสรือกทะลึ่งแต่งชุดจีนออกมาสร้างกระแสป่วนบ้านป่วนเมืองให้มันวุ่นวายซะอย่างนั้น..

แต่คราวนี้ เหลือหัวหน้าหมูตัวเหลืองๆแก่ๆแค่ 4 ตัว ออกมาขี้โชว์..โชว์อย่างไรโปรดกลั้นใจดู..


หมูตัวแรก : พิภพ ธงไชย..

“ ทักษิณไม่ได้แข็งแรงขึ้น แต่จริยธรรมอ่อนแอลง ฐานเสียงจาก 19 ล้านเสียง จากเมื่อสมัยพรรครักไทยไทย เป็นรัฐบาล ขณะนี้เหลือ 15 ล้านเสียง ในยุคของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี แสดงให้เห็นแล้วว่า ระบอบทักษิณไม่ได้เข้มแข็งขึ้น..”

วิจารณ์ : สงสัยอีตาพิภพ คงจะเป็นอัลไซเมอร์..ตอนสมัยไทยรักไทย..มีทั้งก๊วน เนรวิน ,สมศักดิ์,พินิจ, สุวัจน์,ปรีชา ฯลฯ ตอนนี้เขาแยกตัวออกไปตั้งพรรค แถมบางพรรค แถมยังอ้อนขอเข้าร่วมรัฐบาล แต่เขาไม่เอา ก็เท่านั้น..เหลือฐาน 15-16 ล้านเสียงแท้ๆ แล้วมาบอกว่าอ่อนแอลงได้อย่างไร..55555


หมูตัวที่สอง : สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

“การต่อสู้ของระบอบทักษิณในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งสุดท้าย หวังล้มล้างสถาบัน ทราบว่า ไปจ้างนักรบจากเขมรและเวียดนาม ไว้ 5,000 คน เพื่อชิงราชบัลลังก์ และเปลี่ยนการปกครองจากระบบประชาธิปไตยเป็นระบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข ก่อนสถาปนาตัวเอง พันธมิตรฯ

ต้องเตรียมตัวให้พร้อม หากเมื่อไรมีการแตะต้องเพื่อแก้ รธน.112 ในหมวดสถาบันกษัตริย์ หรือแก้ รธน.เพื่อนิรโทษกรรมให้นช.แม้ว เราต้องออกมาแน่”

วิจารณ์ : สงสัยโดน เจ้าเก่ง ถีบคว่ำคะมำหงายจนกลายเป็นกระต่ายแก่เสียสติไปแล้วกระมัง..เห็นย้ำพูดย้ำทำเรื่องนักรบนี่เป็นปีมะโว้แล้ว ก็ไม่เห็นได้เรื่องได้ราว..มีแต่จับคนไปขังร่วมปีสุดท้ายหาหลักฐานไม่ได้ก็ต้องปล่อยตัวออกมา..อย่างกรณีพระเด่น หรือนายเด่น ม่วงเกษม..ใส่ร้าย ใส่ความคนบริสุทธิ์ซิไม่ว่า..อยากถามจริงๆว่าได้ค่าปั่นเรื่องขี้ๆนี้เท่าไหร..?


หมูตัวที่สาม : จำลอง ศรีเมือง

“ไม่มีพลังไหนจะยิ่งใหญ่ไปกว่าการชุมนุมของพันธมิตรฯ 384 วัน 384 คืน ถือเป็นการชุมนุมที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกนี้

มีคำถามว่า เมื่อไหร่พันธมิตรฯจะลงจากภู ลงมาเตะหมา ก็อยู่ที่พลังของพี่น้องพันธมิตรฯ แต่เราต้องปล่อยให้หมากัดกันให้บอบช้ำเสียก่อน ..”

วิจารณ์ : สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับฉันใด สันดานคนก็ไม่เคยเปลี่ยนฉันนั้น..เคยคิดบ้างมั้ยว่า 384 วันของลุง สร้างความบรรลัย ความพินาศให้กับบ้านเมืองขนาดไหน แล้วยังยืดหัวเกรียนๆออกมาคุยด้วยความภาคภูมิใจเหมือนได้สร้างเจดีย์ 7 ชั้นซะอย่างนั้น..

ส่วนที่บอกว่าปล่อยให้สุนัขกัดกันให้บอบช้ำก่อน นี่ก็แสดงว่าเชื้อร้าย เชื้อชั่วยังฝังหัวอยู่..เพียงแต่รอเวลาออกมาป่วนใหม่ใช่มั้ย..อย่ามาคุยว่าถือศีล 8 เลย แค่ศีล 5 ก็แทบไม่เหลือแล้ว..


หมูตัวที่สี่ : สนธิ ลิ้มทองกุล

“การชุมนุมเคลื่อนไหวในครั้งต่อไป ไม่ใช่ออกมาสู้บนถนนอีก แต่ต้องยึดอำนาจรัฐสถานเดียว และต้องถึงคราวแตกหัก ไม่เช่นนั้นพระเจ้าอยู่หัวจะอยู่ไม่ได้

หากทหารไม่ทำหน้าที่ปกป้องสถาบันกษตริย์ พี่น้องพันธมิตรฯ จะทำหน้าที่เอง เราจะไม่ปล่อยให้พวกแมลงสาบออกมาตีกินอีก พร้อมเรียกร้องให้ทหารร่วมมือประชาชนรีบออกมาปฏิวัติโดยเร็ว เพื่อยึดอำนาจรัฐให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด”

วิจารณ์ : สารภาพออกมาเต็มปากแล้วว่า ร่วมมือกับพรรคแมงสาบเพื่อสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง..สุดท้ายก็หมดท่า หมดทางหาแดรกเลยต้องเสี้ยม..เสี้ยมไปเสี้ยมมาให้ทำปฏิวัติระวังจะโดนข้อหา กบฏ ต่อราชอาณาจักร พ่วงกับข้อหาก่อการร้ายที่โดนไปแล้วน่ะเว้ย..ไอ้แป๊ะกบฏ..

ขอแถมภาพแนวร่วมที่มาร่วมชุมนุมในวันนี้เพื่อฟังหมูแก่ ตัวเหลืองๆทั้ง 4 ตัว..คนเยอะ เต็มออก เต็มออก..

http://img.coolz-server.com/img/2012-01-21/00-12-48_0.248552.JPEG

จากคุณ : แมวน้ำสีคราม
เขียนเมื่อ : 21 ม.ค. 55 00:38:48 A:180.180.211.206 X:
ถูกใจ : ตาเป๋า, nana_tjj, สีน้ำเงินแก่

ko , January 21, 2012
...
0
ข่าวเดียวกัน มติชน สื่อที่คนอ่านแล้วรู้สึกว่าฉลาด เขาเขียนอย่างนี้
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
"8 ราชนิกูล" ดัง ร่วมส่งจดหมายถึงนายกฯ แนะรัฐบาลปรับปรุงแก้ไข ม.112 /สุดยอดเลยครับ

จากข่าวนี้ผมเห็นอะไร...

ผมเห็น ความปราดเปรื่อง ในวิศัยทัศน์ถึงบุคคลเหล่านี้

ผมเห็น ทัศนคติ บุคคลเหล่านี้ เปรี่ยมไปด้วย เมตาธรรม คุรธรรม และยุติธรรม สมเหตุสมผล

ผมเห็น การปกป้องสถาบันเบื้องสูง อย่างถูกหลักการ อย่างอาระยะชน คือ เน้นโทษให้พอเหมาะ แต่เน้นและทำให้ ปชช.รักเคารพสถาบัน"ด้วยใจ"มากว่า ใช้กฏความรุ่นแรง

ผมเห้น การไม่นิ่งนอนใจต่อเพื่อนร่วมชาติ ที่ได้รับความอยุติธรรม

ผมเห้น ฯลฯ....

ต้องขอขอบคุณด้วยใจจริง ที่พวกท่าน เห็น ปชช.มีคุณค่า และออกมาทำอะไรให้เห้นเป้นประจักร์อย่างเป้นรูปธรรม...

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1326360201&grpid=03&catid=&subcatid=

"8 ราชนิกูล" ดัง ร่วมส่งจดหมายถึงนายกฯ แนะรัฐบาลปรับปรุงแก้ไข ม.112

หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ฉบับประจำวันที่ 12 มกราคม 2555 รายงานว่า ราชนิกูลกลุ่มหนึ่งได้ออกมาเรียกร้องให้มีการปรับปรุงแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ


โดยราชนิกูลผู้มีชื่อเสียงจำนวน 8 คน ได้แก่ หม่อมราชวงศ์สายสวัสดี สวัสดิวัตน์ (ธิดาในหม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน์ หรือ ท่านชิ้น - มติชนออนไลน์), หม่อมราชวงศ์สายสิงห์ ศิริบุตร (ธิดาในหม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน์ - มติชนออนไลน์), หม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์ (ธิดาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ - มติชนออนไลน์), นายวรพจน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (อดีตเอกอัครราชทูต - มติชนออนไลน์), พลเอก หม่อมราชวงศ์กฤษต กฤดากร, หม่อมราชวงศ์ภวรี สุชีวะ (รัชนี), หม่อมราชวงศ์โอภาส กาญจนะวิชัย และนายสุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ได้ลงนามในจดหมายที่ส่งไปถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มกราคม ซึ่งมีเนื้อหาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายมาตราดังกล่าว


จดหมายที่ส่งไปถึงนายกรัฐมนตรีมีเนื้อหาระบุว่า จำนวนคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้เพิ่มขึ้นอย่างสำคัญในช่วงเวลา 7 ปี จากจำนวน 0 คดี ในปี พ.ศ.2545 มาเป็น 165 คดี ในปี พ.ศ.2552 ซึ่งข่าวคราวเกี่ยวกับคดีความเหล่านั้นได้ถูกรายงานไปทั่วโลก และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงมากขึ้นต่อสถาบันพระมหากษัตริย์


จดหมายของราชนิกูลกลุ่มนี้ยังได้อ้างถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2548 ซึ่งทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่าการลงโทษจับกุมคุมขังบุคคลผู้วิพากษ์วิจารณ์สถาบันนั้น มีแต่จะก่อปัญหาให้แก่พระองค์เอง ("แต่อย่างไรก็ตาม เข้าคุกแล้ว ถ้าเป็นการละเมิดพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์เองเดือดร้อน เดือดร้อนหลายทาง ทางหนึ่งต่างประเทศเขาบอกว่าเมืองไทยนี่พูดวิจารณ์พระมหากษัตริย์ไม่ได้ ว่าวิจารณ์ไม่ได้ก็เข้าคุก มีที่เข้าคุก เดือดร้อนพระมหากษัตริย์" - พระราชดำรัส 4 ธันวาคม 254smilies/cool.gif


"นับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสดังกล่าว มีรัฐบาลหลายชุดหมุนเวียนกันเข้ามาบริหารประเทศ แต่ไม่มีรัฐบาลชุดใดเลยที่จะริเริ่มดำเนินการแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมทั้งรัฐบาลชุดปัจจุบัน" จดหมายที่ส่งถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุ


"เมื่อครั้งที่รัฐบาลจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 7 รอบ ในปี พ.ศ.2554 รัฐบาลควรใช้โอกาสนั้น ทำความเข้าใจในพระราชประสงค์ของในหลวงต่อประเด็นดังกล่าวด้วย" นายสุเมธ หนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อในจดหมายกล่าวและว่า ราชนิกูลกลุ่มนี้ได้พบปะกันในช่วงสิ้นปี 2554 เพื่อร่วมครุ่นคิดในประเด็นว่าด้วย "การบังคับใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 ในทางที่ผิดซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผลกระทบของการบังคับใช้กฎหมายเช่นนั้นที่มีต่อประเทศไทย ทั้งภายในไทยเองและภายนอกประเทศ"


"ที่สำคัญสุดเหนือสิ่งอื่นใด พวกเราต้องการให้มีการคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเองก็ทรงวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายมาตราดังกล่าว" นายสุเมธ ให้สัมภาษณ์


อย่างไรก็ตาม ขณะที่ราชนิกูลกลุ่มนี้ออกมาเสนอให้รัฐบาลปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่กลับไม่มีการระบุอย่างเด่นชัดว่าเนื้อหาของกฎหมายในส่วนใดที่ควรได้รับการแก้ไข


"พวกเราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย เราคิดว่านี่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลซึ่งต้องแสวงหาหนทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น" นายสุเมธกล่าวและว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดนี้ที่จะทำการปกป้องสถาบัน และในกรณีนี้ ยังถือเป็นการเอาใจใส่ต่อความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สังคมไทยกำลังแตกแยก ประชาชนแบ่งออกเป็นฝักฝ่ายอย่างสุดขั้ว รัฐบาลจึงควรให้ความสนใจกับคำแนะนำของในหลวง ก่อนจะดำเนินมาตรการอื่นใด

จากคุณ : ทิศทางลม
เขียนเมื่อ : 12 ม.ค. 55 17:58:55 A:125.24.42.132 X:
ถูกใจ : สัจจะธรรมคือความจริง, กันยายน, ปลากระสง, เฒ่าเฝ้าเรือน, trimitr249, moontown-69, Merati

จ่อยหลาย , January 12, 2012
...
0
คัดมาให้อ่าน คราวหลังนั่งประชุมใกล้ๆ กันก็ให้เขายืมโทรศัพท์หน่อยนะครับ สงสัยว่าลายเซ็นปลอม มีชื่อ นามสกุลเต็มๆ ยังไม่มีปัญญาตรวจสอบ สื่อสมัยนี้ หากคนฉลาดๆ เข้ามาทำงาน เด๊ยวนี้ชาวบ้านเขาสื่อสารกันเอง ไม่ต้องอาสัยสื่อมวลชน รู้บ้างไม่รู้บ้าง
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ราชนิกูล กับ ม 112

เขาจะใช้ "เจ้าล้อมเจ้า" เพื่อแก้ ม.112? (เส้นใต้บรรทัด)

มีเรื่องที่น่าประหลาดใจให้ต้องขบคิดอะไรหลายอย่าง เมื่อได้เห็นหนังสือฉบับหนึ่ง

เป็นหนังสือที่ทำขึ้นเพื่อเสนอต่อ "นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ "ปรับปรุงประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112" พูดง่ายๆ ว่า มีการล่ารายชื่อกัน เพื่อเสนอให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นเจ้าภาพในการแก้ไข ม.112

เพียงแต่รายชื่อที่แนบมานั้น มีความ "ไม่ธรรมดา" ในสังคมไทย

ท้ายหนังสือลงวันที่ 6 ธันวาคม ฉบับดังกล่าว มีลายเซ็นที่อ่านชื่อออกแล้วผมจำได้อยู่ 3 ชื่อ คือ หม่อมราชวงศ์สายสวัสดี สวัสดิวัตน์ หม่อมราชวงศ์ นริศรา จักรพงษ์ (ซึ่งท่านเป็นสะใภ้ของหม่อมราชวงศ์สายสวัสดี) และหม่อมราชวงศ์ ภวรี สุชีวะ (รัชนี) อีกท่านนามสกุลกฤดากร ชื่อขึ้นต้นด้วย ก ไก่ ที่เหลือจำไม่ได้และอ่านไม่ออกก็มี

นอกจากนี้ยังมีการอ้างด้วยว่า ท่านประธานชมรมราชสกุลวังหน้า ก็ได้ลงนามสนับสนุนด้วยเช่นกัน และหลังจากนี้ อาจจะมีการล่ารายชื่อสมาชิกใน "บวรราชสกุล" ที่เห็นด้วย หาก "กระแสแก้มาตรา 112" แรงพอ โดยมีบิ๊กเนมอย่าง "หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล" เป็นเรี่ยวแรงสำคัญอยู่ข้างหลัง

ผมยังไม่เชื่อ เห็นใจทุกท่านที่มีชื่อ ท่านคงจะถูกแอบอ้าง หนังสือนี้ต้องเป็นเอกสารปลอม ถูกทำขึ้นมาแน่ๆ และคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเป็นจริงด้วย!!

จะจริงได้อย่างไรกันครับ ในเมื่อแต่ละท่านที่ถูกอ้างถึงนั้น มีการศึกษา มีฐานะ มีชาติตระกูล มากเพียงพอที่จะทำให้ท่านอยู่ในภาวะ "รู้คิด" และ "คิดถูก" ว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นี้ ได้รับการตราไว้เพื่อเป็นความคุ้มครองแด่องค์พระประมุขของชาติ ซึ่งอยู่ในสภาพของ "สถาบัน" ที่เกี่ยวพันกับความมั่นคงของแผ่นดินและของสังคมด้วย

การที่มีคนที่ไม่พอใจ "เจ้า" แล้วปลุกปั่น ปั้นปฏิบัติการพิเศษขึ้นมาเป็นกระแส เริ่มจากจะล้มหรือจะแก้ ม.112 มันเป็นความผิดของตัวกฎหมายหรือสถาบันเสียที่ไหนกันเล่า

ยังไม่เคยมีการแสดงให้ประจักษ์ว่า มี "สุจริตชน" คนไหน ถูกคุกคามทำร้าย หรือลงโทษอย่างอยุติธรรม ชนิดไม่มีโอกาสต่อสู้เพราะกฎหมายมาตรานี้ให้เห็นเลย

ต้องไม่ลืมว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ระบุว่า "มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี องค์รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี" นี้ ไม่ใช่แค่กล่าวหากัน แจ้งความ ดำเนินคดี แล้วก็ติดคุกเลย ยังมีขั้นตอนของการต่อสู้ในศาลทั้ง 3 ศาล คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาได้ ซึ่งไม่ว่าศาลตัดสินอย่างไร ศาลก็ต้อง "อธิบาย" ผ่านคำพิพากษาอย่างละเอียดอยู่แล้ว

จะเห็นได้ว่า ปฏิบัติการเคลื่อนไหวล้ม ม.112 นี้ ไม่เคยหยิบยก "พฤติการณ์ในคดี" มาแจกแจกให้เห็นเลยว่า มีสุจริตชนถูกเล่นงาน แต่มักจะเลี่ยงไปพูดในเชิงปรัชญาเรื่องความเหลื่อมล้ำบ้าง เรื่องใช้กฎหมายมาตรานี้กลั่นแกล้งกันทางการเมืองบ้าง เรื่องโทษหนักเกินไปบ้าง หรือปีนั้นปีนี้ไม่มีคดีแบบนี้เลย ทำไมช่วงนี้ มีคดีแบบนี้มากเหลือเกิน ซึ่งในจดหมายที่ถูกอ้างว่า จะระดมรายนามของสมาชิก "บวรราชสกุล" มาสนับสนุนก็อ้างประเด็นนี้

ซึ่งเราก็ไม่ควร "เขลา" หูเบาแล้วเชื่อโดยไม่คิด

ก็เพิ่งไม่กี่ปีมานี้มิใช่หรือ ที่เกิดขบวนการล้มเจ้า ปลุกปลั่นประชาชนให้มีความชิงชังในสถาบันพระมหาษัตริย์ ประชาชนที่หลงเชื่อหรือคล้อยตาม ก็เลยแสดงความเห็นที่ "เกินเลย" ไปจากการวิพากษ์วิจารณ์อย่างบริสุทธิ์ใจ ไปถึงขั้นดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้าย ซึ่งประชาชนทั่วไปก็มีกฎหมายหมิ่นประมาทคุ้มครองเช่นกัน

หนังสือฉบับนี้ ยัง "แอบอ้าง" พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาชี้นำทำนองว่า พระองค์ท่านเคยมีพระราชดำรัสในทำนองที่ว่า กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทำให้พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในฐานะลำบากด้วย ซึ่งเป็นการ "ตีความ" และแอบอ้างอย่างไม่บังควร

เอาเป็นว่า ผมยังไม่เชื่อว่าจะเกิดกระบวนการเช่นนั้นจากฝ่าย "ผู้มีชาติมีตระกูล" ในช่วงนี้แน่ และขอเรียกร้องด้วยความเคารพว่า ท่านที่มีชื่อถูกแอบอ้างก็ควรจะต้องติดตามตรวจสอบว่าเป็นฝีมือใคร หรือเปิดเผยต่อสังคมให้มัน "สง่าๆ" ไปเสียเลย หากว่านั่นมิใช่การแอบอ้าง

สังคมไม่ควรทำให้กฎหมายมาตรา 112 นี้ เป็นเรื่องที่ต้องพูดถึงกันอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ใครจะเลิกใครจะแก้ ใครจะไม่เลิก ไม่แก้ ก็ควรเสนอแนวคิดออกมาอย่างเปิดเผยและบริสุทธิ์ใจ จากนั้นก็ถอยไปฟังความคิดของคนอื่นด้วย

ในการจะแก้หรือไม่แก้ ต้องพูดถึง

1.เจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่สัมพันธ์กันอยู่ในหลายๆ มาตราและหลายฉบับ จะพูดแค่มาตรา 112 ด้วยข้อความทีละท่อนๆ แบบคิดเองเออเองไม่ได้

2.เทียบเคียงให้เห็นชัดๆ ว่า นานาอารยประเทศ ต่างก็มีกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองประมุขของตนแยกไปต่างหาก แต่ด้วยหลักการเดียวกันคือ ห้ามหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ซึ่งก็เป็นหลักเดียวกับการคุ้มครองพลเมืองอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เราอย่าทำเป็น "แกล้งโง่" แยกไม่ออกเลยนะครับ ว่าพฤติกรรมที่ว่านี้ แตกต่างจากการ "วิพากษ์วิจารณ์อย่างบริสุทธิ์ใจ" ยังไง และต่อให้เราแกล้งโง่ ถึงขั้นตอนการพิจารณาคดีในศาล ก็ต้องพิสูจน์ในประเด็นนี้กันอยู่ดี โดยที่ศาลก็จะต้องใช้เป็นหลักในการตัดสินด้วย

3.พูดมาตรงๆ ว่า กรณีที่แก้ ม.112 นี้ คิดจะล้มทั้งเจ้าล้มทั้งศาลเลยหรือเปล่า เพราะชอบพูดกันแต่ความบกพร่องผิดพลาดในชั้น "เจ้าพนักงาน" ทั้งนั้น ไม่พูดถึงกระบวนการยุติธรรมของศาล ตกลง การปฏิบัติในชั้นพนักงานที่อยุติธรรมนั้น มาได้ความยุติธรรมในชั้นศาลไหม? ทำไมต้องเลือกที่จะ "ข้ามหัวศาล" และทำเหมือนกฎหมายมันผิด หรือชวนให้คิดว่า สถาบันเป็นอุปสรรคต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยลบหลักการเรื่องสิทธิเสรีภาพที่มีขอบเขตทิ้งไปอย่างหน้าตาเฉย

4.ส่วนข้อที่โอดครวญว่า ใครไปแจ้งความก็ได้ ก็ต้องเข้าใจว่า ความผิดนี้เป็นอาญาแผ่นดิน เพราะพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในฐานะ "ประมุข" ของ "ราชอาณาจักร" ท่านทรงยกหรือตั้งตนขึ้นไปเองรึ? ก็มิใช่ เราต่างมีฉันทามติ ยกท่านไว้ในฐานะนี้ ทั้งในทางวัฒนธรรมของสังคม เราก็มีความเคารพเทิดทูนต่อพระองค์ท่านโดยไม่ต้องมีกฎหมายมาบังคับอีกด้วย จะให้พระองค์ท่านลงมาเป็นคู่ความกับประชาชนของท่านเองได้ยังไง รวมถึงจะให้องคมนตรี ซึ่งก็ปฏิบัติงานในนามของท่าน รวมถึงสำนักราชเลขาธิการไปแจ้ง ก็ไม่ต่างกัน นอกจากนี้คนที่ไปแจ้งความอย่างในปัจจุบัน ก็ไม่ได้เป็นคู่ความด้วยสักหน่อย เป็นแต่เพียงไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่ก็ใช้ดุลพินิจให้ถูกต้องสิ จะไปร่วมกับขบวนการกลั่นแกล้งเขาทำไมล่ะ พิสูจน์ ไตร่ตรอง ทบทวน และทำสำนวนให้มันเที่ยงธรรมสิ เฉพาะประเด็นนี้ก็ไปปฏิรูปการทำงานของเจ้าหน้าที่ไป ไม่ใช่มาล้มหรือแก้กฎหมาย ม.112 และต้องเอาผิดพวกแจ้งความเท็จหรือใส่ความให้มันหลาบจำด้วย จะได้เข็ด

5.เรื่องการห้ามประกันตัวที่โวยวายกันนั้น ก็เป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงานหรือศาล กฎหมายไม่ได้เขียนว่า "ห้ามประกันตัว" ฉะนั้น มีปัญหาก็ไปถามพนักงานกับศาลว่าทำไมไม่ให้ประกัน นอกจากนี้ ใช่ว่าทุกคดีความผิด ทุกคนต้องได้รับการประกันตัวเสียเมื่อไหร่ล่ะ คดีอื่นๆ ที่ไม่ได้ประกันกันก็เยอะแยะ แล้วจะมาโทษกฎหมายอาญา ม.112 กับสถาบันกันทำไม

6.อัตราโทษสูงไปไหม ก็ต้องดูว่า การละเมิดต่อองค์พระประมุขของราชอาณาจักร มันกระทบไปถึงอะไรบ้าง แล้วยังต้องเทียบเคียงกับอัตราโทษในการคุ้มครองประมุขของชาติต่างๆ ที่กฎหมายเราก็ตราไว้ด้วย แต่ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่า อัตราโทษอยู่ที่พฤติการณ์ในคดี และอยู่ที่ดุลยพินิจของศาล กฎหมายไม่ได้บังคับศาลว่าต้องลงโทษในอัตราสูงสุด และการกำหนดโทษสูงๆ ในทางอ้อมมีผลต่อการ "ปราม" คนที่คิดจะละเมิดด้วยมิใช่หรือ

7.ประเด็นที่ว่า เป็นอุปสรรคต่อการแสดงความเห็น พูด เขียน หรือพิมพ์เผยแพร่ยิ่งไม่จริง กฎหมาย ม.112 ไม่ได้ห้ามการแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ แต่ห้ามหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ถ้าหยุดปากตัวเองไม่ได้ ก็เข้าคุก มันไม่ถูกตรงไหนล่ะ นอกจากนี้ยังมี "ค่านิยม" ของสังคมกำกับด้วย เราด่าพ่อล่อแม่ตัวเองไม่ได้ ก็ไม่เห็นโวยวายกันนี่นะ

ฉะนั้น ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็ไม่เห็น "ความบริสุทธิ์ใจ" ที่จะแก้ ม.112 นี้เลย

กฎหมายมีไว้คุ้มครองป้องปราม คนดีๆ คนไหนถูกกฎหมายนี้เล่นงาน ก็บอกมาสิ ถ้าไม่มี แปลว่าคนดีๆ เขาไม่เดือดร้อน

และอย่าคิดว่า จะเอา "คนเชื้อเจ้า" มาเป็นหัวหอกในการเคลื่อนไหวเลย เพราะนี่เป็นเรื่องที่ "คนในชาติ" ได้สร้างกฎหมายขึ้น ใช้มานานมากแล้ว ไม่เคยเกิดปัญหา แต่คนบางพวกกำลังทุรนทุรายกับกฎหมายที่ห้ามจาบจ้วงให้ร้ายประมุขในชาติของตนเอง ไม่ใช่เรื่องของ "ชนชั้นในสังคม"

คนเชื้อเจ้าเหล่านั้น ในทางนิตินัยก็คือ "ประชาชน" เท่ากับคนอื่นๆ

ถึงจะมีเชื้อเจ้า ก็ไม่ใช่ความชอบธรรมของการแก้กฎหมายอย่างไม่มีเหตุผล และไม่ได้รับฉันทามติจากสังคม เพราะกฎหมายข้อนี้ ไม่ใช่ "ระเบียบปฏิบัติ" ใน "บ้านเจ้าวังนาย" ที่จะใช้ "ระบบเครือญาติ" มาแก้ แต่เป็น "หลักการทางกฎหมาย" ของ "ประเทศชาติ"

แต่ละท่านก็ต้องกลั่นกรองให้ดีๆ ว่าเรื่องแบบนี้ควรที่จะรั้งสังคมให้กลับมามีเหตุมีผล หรือจะรีบพลีตนเป็น "อาวุธ" ให้คนที่อยากจะล้มเจ้าใช้อย่างเอิกเกริก

กระนั้นก็เถอะ ต่อให้ความเคลื่อนไหวแบบนี้มีอยู่จริง ผมก็ยังเชื่อว่า "คนเชื้อเจ้า" อยู่ในชั้นที่จะ "รู้คิด" และ "คิดเป็น"

แม้เขาจะพยายามแอบอ้าง "พระราชดำรัส" มาทำให้ไขว้เขวได้อย่างง่ายๆ ก็ตาม!!

จิตกร บุษบา
http://www.naewna.com/news.asp?ID=295908

จากคุณ : อำแหลก
เขียนเมื่อ : 12 ม.ค. 55 18:22:51 A:124.120.224.166

จ่อยหลาย , January 12, 2012
...
0
คนบางคนเมื่อ เผด็จการเชิญไปตดใส่สภา ได้เงินเดือนง่ายๆ มักจะเกิดอาการเพี้ยน แถวนี้ สื่อระดับสมาชิกครึ่งร้อย ก็คล้ายๆ กัน
==============================================================================
ดร.สมเกียรติ เพี้ยน และแกล้งโง่

ผมก็เคยเป็นแฟน มติชน มานานแต่เลิก อ่านมา 5-6 ปีแล้ว หลังจากที่เลิกอ่าน สยามรัฐ เนฃั่น ผู้จัดการ ผมหันไปอ่านเวบประชาไทยหรือไม่ก็อ่านหรือชม รายการ วอยซ์ทีวี อ้อลืมไป รวมข่าวสดด้วย แต่ตอนนี้กำลังพิจารณามาอุดหนุน มติชนอีกหลังจากที่ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ประกาศเลิกอุดหนุ่น เหตุึผลหลัีกก็เพราะ มติชน รายสัปดาห์ไปขึ้นปก คุณทักษิณ ว่าเป็นบรุษแห่งปี ผมเองก็ไม่สนใจการขึ้นปก ของมติชน ก็เพราะเห็นว่าผลงานทางวิชาการ และของสื่อ ในบ้านเราในการ ชื่นชม และตำหนี ชนชนนำ มันแปลกพิกล
ก็อย่าง ผลงานวิชาการ(ทำโพล) ยังบอกว่า พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา เป็นยอด ซีอีโอ ก็ไม่รู้ว่าใช้อะไรเป็นมาตรฐาน จะเป็นด้วยผลงาน 91 ศพ หรือเปล่าก็ไม่มีคำอธิบาย ผมก็ไม่เห็นว่า ดร.สมเกียรติ แกข้อคำธบาย ขอดัชนีชี้วัด แต่พอ ทัีกษิณได้ขึ้นปกเท่านั้นแหละ โวยวายข้อหลักเกณฑ์ ขอคำอธิบาย และก่อนหน้านี้ไม่นาน แกตำหนิ คุณยิ่งลักษณ์ เรื่องการใช้ภาษาอังกฤษ ก็เห็น แกชี้แจงเพียง 4-5บรรทัดทั้งทีก่อนหน้านั้นเรามีนายกเช่น คุณชวน คุณบรรหารทั้งที่ภาษาอังกฤษไม่ดีกว่าคุณยิ่งลักษณ์ แล้วก็ไม่ได้ทำให้การติดต่อกับต่างประเทศเสียหาย แกยังกล่าวถึง มติชนว่า....

...ในช่วงวิกฤตการเมือง 3-5 ปีที่ผ่านมา การทำงานของหนังสือพิมพ์มติชน ทั้งรายวันและรายสัปดาห์ ผมสรุปเป็นความเห็นส่วนตัวว่า คุณภาพงานข่าวสารของมติชนตกต่ำลงมาก ความคิดของกองบรรณาธิการสับสนอลวน แนวทางหลักเอียงไปทางสนับสนุนคุณทักษิณมากโดยไม่แสดงนโยบายการบรรณาธิการให้ผู้อ่านได้รับทราบให้ชัดเจน ไม่แสดงความโปร่งใสต่อสาธารณชนในเรื่องการถือหุ้นจากกลุ่มการเมือง วิกฤติการเมืองภายในองค์กรมติชนเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ละครั้งไม่ได้รับการชี้แจงให้หายกังขา....
ก็เห็นแกบอกว่า การชืนชมทักษิณเป็นสิทธิเสรีภาพของมติชน แล้วจะมีวิจารณ์ซ้ำทำไม ซ้ำยังพูดเรื่องความโปร่งใสในการถือหุ้นของมติชน จากกลุ่มการเมือง เป็นการชี้นำ ให้ผู่อ่านเข้าใจว่ามติชนถํกซื้อโดยทักษิณ ผมว่าข้อนี้แกแกล้งโง่(ผมหวังว่าผมเข้าใจหรือแกล้งโง่นี้ถูกต้อง) ดร.สมเกียรติ ควรจะรู้ว่า
มติชนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งต้องรายงานความโปรงใสในการทำธุรกิจ การบริหารการถือหุ้นให้ตลาดหลักทรัพย์ทราบ ข้อมูลการถือหู้นของมติชนนั้น คลิกไปที่เวบไซด์ตลาดหลักทรัพย์ทีันทีก็รู้


แก้ไขเมื่อ 07 ม.ค. 55 17:26:00

จากคุณ : โรงเรียนวัด
เขียนเมื่อ : 7 ม.ค. 55 17:19:36 A:110.169.254.82 X:
ถูกใจ : อีกา, หนึ่ง ต. กับ สามตัว

ko , January 07, 2012
...
0
ส่งพวกปลายแถวไปพบเสียให้จบก็พอ นายกคนทั้งประเทศเลือกมา กับ ตำแหน่งที่ไม่ใช่คนทั้งประเทศเลือก จะเอามาเทียบกันทำไมให้เสียเวลาทำงานให้ประชาน
===============================================================================
เอ่อ... ทำไมเขาต้องเข้าพบด้วยล่ะ เป็นใครเหรอ มันควรพอแล้ว ไอ้ระบบพินอบพิเนาไม่รู้จักจบสิ้นนี่ น่าเกลียดบ่ะ
เหมือนอยู่บ้านหลวงนั่นแหละ อยู่มาสามสิบปีแล้ว ไม่เหมาะ ไม่ควรด้วยประการทั้งปวง

แต่เพราะถือว่ามี "อำนาจ" จึงมีสิทธิ์ที่จะอยู่ได้เท่านั้นเอง
.................
...เมื่อครั้งเบิร์ธเดย์ป๋า นั้น ฝ่ายนายกรัฐมนตรี อ้างว่าได้พยายามติดต่อขอเข้าอวยพรแล้ว แต่ พล.อ.เปรมไม่ยอมเปิดบ้าน แต่ทว่าให้เฉพาะ ผบ.เหล่าทัพ และ รมว.กลาโหม เท่านั้น

"ท่านไม่เปิดบ้านค่ะ" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

แต่ลูกป๋ายืนยันว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ติดต่อขอเข้าพบมาเลย เช่นเดียวกับปีใหม่ ที่เธอก็เงียบหาย ไม่ได้ส่งหนังสือมาขอพบเลย

แถมทั้งเป็นช่วงที่นายกฯ ปู ต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ และจะเดินทางกลับบ้านเกิดเชียงใหม่

แต่จะให้มองว่าเป็นเหตุผลในการไม่เข้าพบ พล.อ.เปรม ก็คงไม่สวยงามนัก จริงอยู่ แม้ พล.อ.เปรม จะลดความสำคัญลง แต่โดยสถานภาพแล้ว นายกรัฐมนตรีทุกคนก็ล้วนต้องเข้าพบเข้าหา

เพราะตอนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ยอมไปพบป๋า จนทำให้ความขัดแย้งปรากฏออกมาชัด จนมาถึงยุคน้องสาว เป็นนายกฯ ก็จะไม่เข้าบ้านสี่เสาฯ อีก จนถูกวิจารณ์ว่า เป็นการทำตามใบสั่ง

"ถ้าขอมาพบ ป๋าก็ให้เข้าพบอยู่แล้ว" ลูกป๋า ยัน
แต่ไม่ว่า ในที่สุดนายกฯ ปู จะมาขอพรปีใหม่ป๋าเปรมหรือไม่ก็ตาม แต่ความสัมพันธ์ของนายกฯ หญิง กับ ป๋าเปรม ก็คงไม่สู้ดีนัก ในเมื่อผู้หญิงคนนี้ นามสกุลชินวัตร และถูกมองเป็นหุ่นเชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ...
.....
"ให้รอดูแล้วกัน สถานการณ์แบบนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้สำหรับการเมืองไทย" ลูกป๋าทิ้งท้าย...
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1325933153&grpid=&catid=01&subcatid=0100
Old Soldiers Never Die, They Just Fade Away. ทหารแก่ ไม่มีวันพอ เล่นบทอีแอบอยู่ตลอด

อุ๊ย แปลผิด
จากคุณ : ตระกองขวัญ
เขียนเมื่อ : 7 ม.ค. 55 21:02:00 A:125.25.176.214 X:
ถูกใจ : วินสันยัง, รัตนนิล

ko , January 07, 2012
...
0
บรรดา สมาคมสื่อ ที่อุปโหลก อย่ามัวงมโข่งเรื่องไกลตัว เอาเรื่องใกล้ตัวที่เขาสะท้อนออกมา หยิบมาคิดบ้างจะได้ฉลาด
นศ.มธ.แถลงการณ์ประนาม "ผู้จัดการออนไลน์"
แถลงการณ์องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


เรื่อง กรณีบทความ "ธรรมศาสตร์ ในวันที่อ้าแขนรับ ก้านธูป" ทางผู้จัดการออนไลน์

ตามที่เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ ได้ลงบทความ "ธรรมศาสตร์ในวันที่อ้าแขนรับก้านธูป" ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2554 นั้น บทความดังกล่าวนำเสนอเรื่องราวของ ... เป็นที่รู้จักกันในนาม "ก้านธูป" ซึ่งโดยหลักการแล้วการนำเสนอถึงชีวประวัติของบุคคลย่อมกระทำได้ตามสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็นอันเป็นหลักการที่ถูกรับรองไว้ใน มาตรา 45 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 แต่บทความดังกล่าวมีการนำเสนอข่าวสารอย่างเป็นไม่เป็นกลาง ไม่ตั้งในกรอบจริยธรรม หากแต่เป็นการนำเสนอความคิดเห็นส่วนตัวที่ขาดความเป็นธรรมแก่ผู้ที่ถูกพาดพิงโดยมีอคติ มีลักษณะการใช้ภาษาในเชิงดูหมิ่นเหยียดหยามต่อผู้ที่ถูกพาดพิง อันเป็นการกระทำที่ตรงกันข้ามกับอุดมการณ์ของสื่อสารมวลชนที่จะต้องนำเสนอข่าวสารอย่างถูกต้องและการวิพากษ์วิจารณ์จะต้องทำอย่างสัตย์ซื่อ ไม่สอดคล้องกับหลักจริยธรรมในงานวารสารศาสตร์ ทั้งหลักการนำเสนอความจริงที่แท้จริง (objectivity) หลักความบังควรและไม่บังควรที่มนุษย์พึงปฏิบัติต่อกัน (decency) และหลักการไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น (privacy right) รวมถึงขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ พ.ศ. 2541 หมวด 2 ข้อ 6,8,9,11,15,18,20,27 และ 30


ดังนั้นองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะตัวแทนที่ได้รับเลือกตั้งมาจากนักศึกษาธรรมศาสตร์ เห็นว่าบทความดังกล่าวพาดพิงทั้งต่อมหาวิทยาลัย และตัวนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงมีข้อคิดเห็นและข้อเรียกร้องดังนี้


1. ขอเรียกร้องให้นักสื่อสารมวลชนทุกแขนง ทั้งในกระแสหลักและกระแสรอง ต้องนำเสนอข่าวสารข้อเท็จจริงที่ปราศจากอคติและข้อคิดเห็นส่วนตัว เพื่อคงไว้ซึ่งคุณธรรมและจริยธรรมอันดีของวิชาชีพ


2. การนำเสนอความคิดเห็นทางการเมืองของเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ เป็นสิ่งที่กระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ ในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นอันเป็นสิทธิพึงมีตามมาตรา 45 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 แต่ก็ได้ล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของ "ก้านธูป" อันเป็นผู้พึงได้รับการคุ้มครองตามมาตรา 35 แห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกระทำที่ไม่ได้สัดส่วนกัน


3. องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังคงเคารพต่อสิทธิของบุคคลที่พึงได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาคกัน อันเป็นอุดมการณ์ขั้นต้นในการสถาปนามหาวิทยาลัย และเป็นสิทธิพึงได้รับตามมาตรา 49 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550


4. องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่า "ก้านธูป" เป็นผู้มีสิทธิในการเข้ารับการศึกษา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ย่อมไม่มีเหตุผลใดที่จะลิดรอนสิทธิดังกล่าว


ท้ายสุดนี้ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความเชื่อมั่นว่าการนำเสนอข่าวสารทั้งสื่อกระหลักและสื่อกระแสรองของสื่อสารมวลชนทุกแขนงจะยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพมากขึ้นกว่าในปัจจุบัน รวมทั้งหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะไม่บั่นทอนพื้นที่แห่งเสรีภาพในทางความคิดแม้เพียงตารางนิ้วเดียว


ด้วยจิตคาราวะ
องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
4 มกราคม 2555

http://www.งดโฆษณาเว็บ/2012/01/blog-post_5057.html
ขอบคุณ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เป็นแบบอย่างของระบบประชาธิปัตย์

และให้โอกาส รวมถึงสิทธิ เสรีภาพ

ผู้จัดการออนไลน์ ไม่เคยมีความเป็นกลาง มาแต่ไหนแต่ไร อ้างเพียงเรื่องปกป้อง

สถานบัน ใช้ความเป็นสื่อมุ่งทำลาย ฝ่ายที่เป็นตรงกันข้ามกับตรงเองเสมอ

และไม่เป็นควรเอาแบบอย่าง รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา อดีตคณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน

ที่งดแสดงความเห็น แต่กับกล่าวว่า ม.ธรรมศาสตร์ รับ 'ก้านธูป' เข้าศึกษา ถือเป็นเสรีภาพของสถาบัน

ระบุถึงเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล แต่ถ้าคนจำหน้าได้ก็ถูกกดดันอยู่ดี เชื่อกรณีนี้ไม่ใช่ล่าแม่มด แต่เป็นการหาความจริงจับอาชญากร

เนี่ยนะงดแสดงความคิดเห็น คนเป็นอาจารย์คนถ้าคิดได้แค่นี้ ก็แย่แล้ว ปากบอกเป็นกลางแต่ไม่เคยเป็นกลาง

คนเป็นอาจารย์ต้องมีแต่ความเมตตา กรุณา และสงสารลูกศิษย์

จากคุณ : Tan_my
เขียนเมื่อ : 5 ม.ค. 55 12:31:17 A:49.230.147.220 X:
ถูกใจ : churd-L, นพนครพิงค์
กันเอง , January 05, 2012
...
0
ตำแหน่ง สมาชิกสภา ผู้ออกกฎหมาย แต่ไม่ปฏิบัติ ตามกฎหมาย แสดงว่าไม่เชื่อหมั่นในระบบที่ตนเองเป็นสมาชิกอยู่ อยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ มีแต่ทำลายระบบ ทำให้ระบอบประชาธิปไตยเสียหาย
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สันดาน ปชป. นิพิฎฐ์..อ้างหน้าด้านๆ “ครรชิต..ไม่ได้รับหนังสือขอหลักฐาน”


โชว์ “สันดาน ปชป.” กันอีกแล้วครับ สำหรับนายนิพิฎฐ์ฯ
และนายครรชิตฯ จากกรณีที่นายครรชิตฯ ตกเป็นผู้ต้องหา
คดีฆ่านายก อบจ. สมุทรสาคร ซึ่งตำรวจได้ขอตรวจสอบ
หลักฐานที่ใช้ก่อเหตุ คือ ยานพาหนะ และปืนพกขนาด .40
ที่มีเพียง 7 กระบอกในจังหวัด และมีนายครรชิตเป็นผู้
ครอบครอง โดยมีกำหนดเส้นตายคือวันที่ 3 ม.ค. 55


แต่จนแล้วจนรอด นายครรชิตฯ ก็ยังไม่ยอมนำหลักฐาน
มาให้ตรวจสอบตามวันเวลาที่กำหนด โดยให้ นิพิฎฐ์ฯ
หัวหน้าทีมทนายความ พรรค ปชป. ออกมาแก้ตัวว่า....
“ไม่ได้รับหนังสือขอหลักฐาน เพราะหนังสือถูกส่งไปยัง
บ้านของมารดา แต่ตัวนายครรชิต ย้ายไปอยู่ที่อื่นนานแล้ว”
เป็นเหตุให้ไม่ทราบกำหนดเส้นตายดังกล่าว


เฮ้อ....!!! นี่หรือ...นักการเมืองในสังกัดพรรคการเมือง
ที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย เขาแสดง “สันดาน”
หน้าด้านกันอีกแล้ว ที่ผมกล่าวดังนี้ ไม่ใช่เรื่องเกินจริง
แต่อย่างใด หากท่านทั้งหลายลองพิจารณาข้อสังเกตุ
ของผมต่อไปนี้สักหน่อยก็แล้วกันครับ


1. หากนายครรชิตฯ เป็นผู้บริษุทธิ์จริง...ทำไมต้องรอให้
ตำรวจเขาทำหนังสือขอตรวจสอบหลักฐานล่ะ...???
ถ้ารู้อยู่แก่ใจว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้...ไม่ต้องรอ
ให้ใครมาถามหรอกครับ หากเป็นผม ผมจะเอาหลักฐาน
ทั้งหมดมาให้ตำรวจตรวจสอบ ตั้งแต่วันแรกที่หนังสือพิมพ์
ลงข่าวเลยเสียด้วยซ้ำ หนังสือพิมพ์เขาก็ลงข่าวหน้าหนึ่ง
ทุกฉบับ ตัวอักษรก็ไม่ใช่เล็กๆ ถ้าไม่ใช่คนมีปัญหาทาง
สมองจริงๆ น่าจะอ่านออกได้โดยง่าย

แต่นี่กลับ “ยื้อ” ถ่วงเวลาขนาดนี้...หรือว่ามันมีลับลมคมใน
อะไรหรือเปล่า...???? เพราะการยื้อเวลา ทำให้การพิสูจน์
หลักฐานทางนิติเวช เช่นคราบเขม่าดินปืนที่นิ้วมือ หรือ
ร่องรอยการใช้งานยานพาหนะ ถูกบิดเบือนได้


2. หากหนังสือส่งไปที่บ้านที่มารดาอยู่จริงๆ…ถามว่า คนที่
เป็นแม่ เห็นจดหมายจ่าหน้าถึงลูก จะไม่บอกกล่าวกันเลย
อย่างนั้นหรือ…??? โดยเฉพาะที่ลูกชายตัวเองตกเป็น
ผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ ชนิดที่ออกสื่อแบบรายวันขนาดนี้
คนที่อยู่ในบ้านมารดาของนายครรชิต ความรู้สึกไม่ช้าไป
หน่อยหรือไร….??? หรือมันหูหนวก ตาบอด เป็นง่อย
พูดไม่ได้ ฟังไม่รู้เรื่อง จึงไม่สามารถรับรู้ข่าวของลูกชาย
ตัวเอง และบอกกล่าวให้นายครรชิตรับรู้ได้….???


หากบริษุทธิ์ใจจริง ก็ควรตอบคำถามสองข้อนี้ให้ได้
เสียก่อนเถอะครับ….เพราะในกระบวนการไต่สวน
เขาถามอะไรที่มันยากกว่านี้เยอะ

หรือว่าสำหรับนายนิพิฎฐ์ฯ และนายครรชิตฯ คำถาม
ง่ายๆ สองข้อของผม มันคงจะยากเกินกว่าไอ้คนที่ใช้
“สันดาน” มากกว่าสมองจะเข้าใจ....???


ปล. สงสัยมี “สันดาน” แบบนี้ เหมือนกันทั้งพรรคกระมัง


...

จากคุณ : ห่างไกล
เขียนเมื่อ : 4 ม.ค. 55 15:26:11 A:58.11.65.73 X:

กันเอง , January 04, 2012
...
0
ถึงชวน หลีกภัย ใครรับไม่ได้ก็ขอ เชิญ หลบไป


บ้านเมืองมีปัญหาอยู่ แต่ตนก็เชื่อว่าปัญหาความวุ่นวายในบ้านเมืองจะเบาลงเพราะกลุ่มคนที่ก่อปัญหาเข้ามาเป็นรัฐบาลเอง

ชวนหลีกภัย

พูดถึงการที่เรียกคนแก่ๆบางคนว่า"แก่ กะโกลกกะลาเนี่ย สามารถนำมาเรียกได้จริง นายชวนสมกับคำร่ำลือว่า
เป็น"สุดยอดตำนานแห่งช่างทาสี" สามารถทาดำให้เป็นขาว ป้ายขาวให้เป็นดำได้อย่างไม่เคอะเขินแม้แต่น้อย

ทาไปทามาเกิดสีหมดขึ้นมาก็ใช้วิธีมองซ้ายมองขวาเห็น"ปลักโคลน"เลยตักโคลนขึ้นมา"สาด"ไปทั่วก็มีให้เห็นกันบ่อยๆ เป็นต้นแบบให้ลูกพรรคและหัวหน้าพรรครุ่นหลังเอามาเป็นแบบอย่างเป็นประเพณีพรรคไปแล้ว

พรรคนี้เห็นได้ชัดเจนคือ "พูดอย่าง แต่ทำอีกอย่าง" การออกมาพูดแบบนี้ตั้งแต่จต้นปีผมเชื่อว่า น่าจะมีการพยายามก่อให้ชาติวุ่นวายแบบเอาจริงเอาจังในปีนี้

ความวุ่นวายในบ้านเมืองปีนี้ที่น่าจะไม่เท่าใหร่เพราะ....

1.พันธมิตร อ่อนปวกเปียกเหมือน"นกเขา"บ้านนายชวนไม่มีผิด นายชวนและพลพรรคเก่าๆจะใช้วิธิเดิมเหมือนปี 2551-2552 ที่ร่วมมือกันก่อความวุ่นวายทั้งทั่วกรุงและอีกหลายจังหวัด ไม่ได้แล้ว ประชาชนรู้ว่าอะไรเป็นอะไรนะครับ ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าประชาชนไม่ได้นอนเคี้ยวเอื้องดูความเสียหายของบ้านเมืองที่เกิดจากนักการเมือง ปากดีแต่การกระทำเลวๆก่อไว้

2.จะอาศัยม็อบหมอตุลก็ไม่ได้ผล ปลุกไม่ขึ้น ภาพม็อบนี้ออกมาแต่ละครั้งผมพาลคิดไปว่า หมอตุลไม่ใช่หมอจาก ร.พ.จุฬาฯแต่เป็น

หมอจาก"ศรีธัญญา" พาคนไข้ออกมาผ่อนคลายนอกสถานที่(ฮา)

3.เสื่อมมวลชนในเครือ"เสี้ยม บิดเบือน เสนอข่าวตอหลด"หมดความน่าเชื่อถือ ประชาชนไม่ให้ความสำคัญอีกต่อไป จะมีแต่พวกสาวกพรรคซึ่งเป็นคนกลุ่ม"เล็กๆ"เท่านั้นที่ยังติดตามและพร้อมจะเชื่ออยู่

หากเยาวชนรุ่นหลังเอาแบบอย่างนี้เป็นต้นแบบนะครับ บ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไป พูดอย่างทำอย่าง เอาดีใส่ตัว โยนชั่วให้คนอื่นทุกเม็ดแบบนี้

หากอยากเป็น"ปูชนียบุคคล"ต้องทำแบบอย่างที่ดีให้คนรุ่นหลังได้เห็นครับ ทำแบบนี้ผมเรียกว่าเป็น

ปู>>>>> เดินไม่ตรง หัวหน้าพรรครุ่นหลังก็เดินเบี้ยวไปเบี้ยวมาตามๆกัน +

ชะนี >>> ร้องแต่ ปั๋ว ๆๆๆๆ ทั้งวัน +

บุคคล >>> ลูกผสมระหว่าง ปู+ชะนี

คนประเภทนี้ วันๆมีหน้าที่ยื่นหัวให้เด็กถอนหงอกหรือตบหัวเล่นเท่านั้น

จากคุณ : โฟโต้แมน007
เขียนเมื่อ : 3 ม.ค. 55 07:57:41 A:223.205.88.82 X:
ถูกใจ : Nekopop, ดอยสะเก็ด, ไกร เมืองแคน, ข้าวผัดห่อโอเลี้ยงถุง, anubhan9, นพนครพิงค์, คุณครูปู่, wctr, ทะเลระยอง, มีสติ__ก็คิดได้, prettybua, ก๊อต29, นวล315, tee2611, แม่หมูหัวฟู, ชยารมภ์, บ้านสวนธน, rapekan2515, vee_38, Nit2495, รัตนนิล, Lomadee, PUNHIN, yimgim, pongsri, timmed, วษณ, เฒ่าเฝ้าเรือน, ข้อมูล, คนผมเหลือน้อยนะ, พิจารณ์รัฐกิจ, Soft_Soft, ji-ju, เฉกตะวัน, จอมเทคนิค, อีคิวศูนย์, jindawong, เฒ่าวัย 56, YOUWIN, piggy_aa, คนใกล้กัน, โจนินจา, มองตาปริบๆ, ตึกหนึ่ง, บินวน, วิทย์ศิลป์, ดุดัน, earth' mother, กันยายน, SUMMT1, เสียงเหน่อ, ทวดเอง, peejim, Borkum_Monet, NENO-C, Apiwatmnp, KopFee, เดินไปข้างหน้า, เจ๊วรรณา, ธุรกิจ59, หมูพลิกล็อค, ป้าติ๊ก, JKMN, กล้องทอง, sirpaul, เกาะคา


--------------------------------------------------------------------------------
esarn people , January 03, 2012
...
0
คุยกับประสงค์ สุ่นศิริ
http://www.pantip.com/cafe/raj...7780.html
คุณคือคนแก่คนหนึ่งที่โกรธแค้นนายกฯทักษิณ ชนิดถ้ากัดหูได้ คุณจะกัดทันที
สาเหตุหลักคือ ทักษิณได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ แต่คุณไม่ได้ คุณเลยโกรธจนหน้าแหลมกว่า
เดิม คุณผูกใจเจ็บมานาน จนมีโอกาส 19 กันยายน 2549 คุณคือหนึ่งในพวกกบฎอันดับต้นๆ
หัวหน้ากบฎเลยตบหน้า เอ๊ย....ตบรางวัลให้เป็นประธานร่างรัฐธรรมนูญ โดยพวกกบฎ เพื่อทำร้าย
ทำลายคน ๆ เดียว ช่วงนั้นเห็นคุณยิ้มโชว์ฟันดำเมี่ยมเชียว เพราะมีความสุขมาก
เวลาผ่านมา 5 ปี คุณก็ไม่สามารถพิชิตนายกฯทักษิณได้ แต่คุณก็ยังอาฆาตเหมือน
เดิม อันนี้ไม่ว่ากัน เพราะแค้นนั้นใหญ่หลวงนัก บัดนี้พรรคเพื่อไทยจะแก้รัฐธรรมนูญฉบับอัปยศ คุณยังมี
หน้ามาถามว่า ถามประชาชนหรือยัง
พรรคเพื่อไทยตอนหาเสียง เขามีนโยบายแก้รัฐธรรมนูญชัดเจน ประชาชนจึงเทคะแนนให้
คุณเอาหัว เอาหน้าไปซุกอะไรไว้ จึงไม่รู้ ไม่เห็นการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย
เขาจะทำประชามติตอนที่ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ถึงตอนนั้นอย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์
และผมก็รู้ว่าคุณจะลงว่า เอาด้วย.....แน่นอน....
เตือนคุณประสงค์ว่า อายุก็มากแล้ว ปลงๆ เสียบ้าง ประเทศไทยให้เด็กๆ เขาดูแลก็ได้...
แก้ไขเมื่อ 24 ธ.ค. 54 15:54:28

จากคุณ : pamanpaman
เขียนเมื่อ : 24 ธ.ค. 54 15:52:39 A:49.48.121.27 X:
ถูกใจ : ปลายอ้อกอแขม, amtee, kunchai129, บังตอ, peejim, มีสติ__ก็คิดได้, ข้าวผัดห่อโอเลี้ยงถุง, anubhan9, ริชาร์ด, เทพดุงวิทย์, มองหลายมุม, Tucano, หนูเพิ่งมาอย่าเพิ่งยิง, คนเจริญ, สยามสมุทร, ตะกู, ไกร เมืองแคน, เข้าขั้น, ลุงถุง, dirtylism, Tpon, excell, นักรบกะปอมก่า, น้าพาล, Bradycardia, who_am_i(J), บ่าวบ้านบาก
กันเอง , December 25, 2011
...
0
สงค์ พาร์กินสัน ก่อนฉีกรัฐธรรมนูญ ปี 40 น่ะ เมิงถามประชาชนหรือเปล่า หื๋อม์? ...
http://www.pantip.com/cafe/raj...8105.html

นี่ถ้า นต.ประสงค์ สุ่นศิริ พูดอยู่ใกล้ๆผม ผมอาจใช้แม่ไม้มวยไทย “โค่นเขาพระสุเมรุ” ใส่เต็มๆไปแล้ว โทษฐานพูดจาปากไม่มีหูรูด เพราะผมยิ่งมีประวัติทะเลาะวิวาทกับคนแก่ๆแบบมวยหมู่มาแล้ว ประเภท 10 รุม 1 ชนิดไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว .. อิอิ ผมอยู่ในฝ่าย 10 คน!





แหม๊ พูดแล้วคันไม้คันมือ แม่มยังอุตส่าห์ทำหน้าแหลมฟันดำ แถมมีเวอร์ชั่นใหม่ ทำเป็นตัวสั่นๆ แบบโรคพาร์กินสันอีกด้วย ออกมาพูดแบบใกล้ขาดใจตายว่า จะแก้รัฐธรรมนูญน่ะ ถามประชาชนหรือยังเอ่ย..ติ๊กต็อก ติ๊กต็อก ?





สงสัยว่า นต.ประสงค์ คนหน้าแหลมฟันดำคนนี้ มีความศรัทธากับ “เสียง”ของประชาชนตั้งแต่เมื่อไหร่ หื๋อม์ อ้ายเพลี้ยกระโดด ! ถึงบังอาจใช้คำถามนี้มาถามคนอย่างผม ..ถามประชาชนหรือยัง ?





สงสัยอีกว่า คนอย่าง นต.ประสงค์นี่มันนับถือการเลือกตั้งแบบ “ประชาธิปไตย”กับเขาด้วยหรือ มันนับถือมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่รู้ แล้วมันเคยไปเลือกตั้งกับเขาด้วยหรือ ? ..กุดถังเอ๊ย !





วันที่พวกเมิงทำรัฐประหาร 19 กันยา 49 กับอ้ายบังน่ะ แล้วฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 40ทิ้งไปอย่างไม่เหลือเยื่อใย พวกเมิงคิดจะถามประชาชนอย่างพวกกรรูหรือเปล่า ..ห๋า อ้ายหน้าแหลม ?





แล้วนี่ ประชาชน 15.7 ล้านเสียง เลือกพรรคเพื่อไทยมา เพื่อให้แก้รัฐธรรมนวยฉบับนี้ ซึ่งเป็นไปตามกฎ กติกา มารยาท สุภาพ ยุติธรรม แล้วยังจะมาถามหาสากกระเบืออะไรอีก..อ้ายเวร!





ผม คือประชาชนคนหนึ่ง ใน 15.7 ล้านเสียงนั้น ที่ต้องการให้ยกเลิกรัฐธรรมนวย ฉบับ 50 ของพวกเมิง แล้วยังจะสงสัยอะไร ?..หื๋อม์ ?





ผมชนะเลือกตั้งมาอย่างท่วมท้น ถ้าจะแก้รัฐธรรมนวย 50 ซะอย่าง หรือจะยกเลิกไปเลยให้สิ้นเรื่องสิ้นราว ..แล้วมีไรมั๊ย ?





คนอย่าง นต.ประสงค์ ถือว่าหมดสภาพแล้ว จะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้ อาจเป็นเพราะว่าช่วงนี้ ยมบาลกำลังยุ่งอยู่ มัวแก้ปัญหาน้ำท่วมนรก จึงไม่มีเวลามาเอาตัว นต.ประสงค์ไปลงนรก..เลยยังทำกร่าง !





นต.ประสงค์เอ๋ย คนอย่างคุณ ผมดูแวว แล้วไม่น่าจะรอดผ่านปี 2555 ขอให้เอาเวลานี้ ไปจองศาลา จองเมรุ จองโลง เขียนหนังสือสดุดีตนเอง แล้วขุดค้นสิ่งดีๆ ที่ทำไว้ก่อนตายมาบอกกับลูกหลานบ้างเถอะ ..มีหรือเปล่า ?





ความเห็นผม คนอย่างคุณ เกิดมาทั้งที ..มีแต่ความเลว !!!

จากคุณ : ปลายอ้อกอแขม
เขียนเมื่อ : 24 ธ.ค. 54 17:47:54 A:58.9.248.219 X:
ถูกใจ : คุณครูปู่, ngern, หนอนกระสือ, คนเจริญ, m_mr38, ริชาร์ด, นครชุม, FunkyFox, จิ๊กโก๋ลานนา, GONGS, คนพิจิตร, สุทธิสาร, UNCLE DANDY, หนึ่งจุดแดง, megaxx, หนูเพิ่งมาอย่าเพิ่งยิง, บังตอ, pamanpaman, Tucano, absolutely thai, anubhan9, เข้าขั้น, amtee, pentacles, น้ำมา ปลากินมด น้ำลด มดกินปลา, bitter sugar, จันทราคาลิปโซ, who_am_i(J), นักรบกะปอมก่า, Originally from Thailand., Tsukiya, น้าพาล, SAFEEREE

ko , December 24, 2011
...
0
"อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่"...ทำไมพวก "เศษมนุษย์" อย่าง นายเปลว สีเงิน ถึงต้องออกมาโจมตีอเมริกา...???

“อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่”...ทำไมพวก “เศษมนุษย์” อย่าง นายเปลว สีเงิน ถึงต้องออกมาโจมตีอเมริกา...???


วันนี้ผมได้อ่านคอลัมน์ของนายเปลว สีเงิน จากหนังสือพิมพ์
ฉบับหนึ่ง ในหัวข้อเรื่อง “อเมริกัน 'มิตรแท้-มิตรเทียม'?”
โดยมีเนื้อหาบางช่วงบางตอนว่า...

“ในทันทีที่ศาลตัดสินลงโทษ ทั้งนายอากง และนายโจ กอร์ดอน
คนไทยสัญชาติอเมริกัน ทั้งฮิวแมนไรต์วอตช์ องค์กรเอกชน
ทำนองเอ็นจีโอ ทั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนของยูเอ็น กระทั่ง
ตัวนางเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำไทย "นางเคนนีย์"
เปลือยธาตุแท้ "สร้างกระแสสากล" ถล่มมาตรา ๑๑๒
อันว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์!
ทั้ง ฮิวแมนไรต์วอตช์ ทั้งยูเอ็น มันก็องค์กรที่สหรัฐขุนไว้
ใช้เป็นลูกมือ-ลูกตีน เหตุที่สหรัฐเปลือยสันดานในการ
คบไทยให้ประจักษ์จากเกมนี้ ไม่ต้องไปข้องจิต
เพราะชัดว่า...นี่คือ "ผลประโยชน์ที่เลือกข้าง" แล้ว!”


การที่นายเปลวฯ ออกมากล่าวเสียดสีสหรัฐอเมริกา
เช่นนี้ มันมีที่มาที่ไปครับ

เมื่อก่อนนี้ผมยังจำได้ดี นายเปลวฯคนนี้ นี่แหละได้เขียน
ชื่นชมสหรัฐอเมริกามากๆ โดยเฉพาะ ในช่วงที่ “นายราล์ฟ
แอล บอยซ์” ดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา
ประจำประเทศไทยอยู่ เหตุเพราะนายราล์ฟฯ คนนี้สนับสนุน
พรรคการเมืองนิยมเผด็จการอย่าง ปชป. ที่ได้รับผลประโยชน์
จากการทำรัฐประหาร แล้วยังเหี้ยมโหดกระหารเลือด ขนาดสั่ง
ฆ่าประชาชนผู้บริษุทธิ์ไปถึง 91 ศพได้อย่างหน้าตาเฉย


พอมาวันนี้ นางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำ
ประเทศไทยคนปัจจุบัน แสดงจุดยืนสนับสนุน “ความเป็น
ประชาธิปไตย” และ “สิทธิมนุษยชน” ในประเทศไทย และ
ยังแสดงความเป็นห่วงภาพลักษณ์ของสถาบันฯ ในกรณีที่
มีการเอากฎหมายอาญามาตรา 112 มาใช้เป็นข้ออ้างในการ
โจมตีกัน ซึ่งจะทำให้สถาบันฯ ถูกนำไปใช้แอบอ้างในทาง
ที่ผิด….แต่นายเปลวฯ ก็ออกมาด่าทอเขาอย่างที่เห็น


โถ...นายเปลวฯ ไปด่าสหรัฐอเมริกาว่า “เปลือยสันดาน”
แต่พฤติกรรมของนายเปลวฯ เองต่างหาก ที่ “ส่อสันดาน”
ของตนเองออกมาอย่างล่อนจ้อน ว่าแท้จริงแล้ว นายเปลวฯ
เพียงแต่ใช้สถาบันฯ เป็นข้ออ้าง ในการกล่าวหาผู้อื่นที่
“ขัดผลประโยชน์” ของนายทุนของตน ที่คอยโยนเศษเงิน
ให้นายเปลวฯ มาคาบไปก็เท่านั้น


ไอ้เรื่องแบบนี้มัน “อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่” ครับ
นี่แหละ... “สันดาน” ที่แท้จริงของ “เศษมนุษย์” อย่าง
นาย เปลวฯ คน “สันดาน” แบบนี้ อยู่ไปก็ “หนักแผ่นดิน”
จริงไหมครับ...???

จากคุณ : ห่างไกล
เขียนเมื่อ : 21 ธ.ค. 54 15:09:26 A:58.8.215.137 X:
ถูกใจ : amtee, pentacles, wisutrg, design 09, บ้านดิน, humanism, พริ้วไหวไปตามสายลม, PredatorNeverdie, พีทีดี, ตึกหนึ่ง, วินสันยัง, mgat, ชอบคนสวย, tee2611, ชยารมภ์, totspol, ชื่อนี้ใช้แล้วมีความสุข, UNCLE DANDY, ธุรกิจ59

ko , December 21, 2011
...
0
ASTV วงแตกอีกรอบ...อัญชลีพร ลาออก !!! ไม่มีใครให้กัด...ก็เลยกัดกันเองเสียแล้ว...เหอะๆๆ

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P11460552/P11460552.html
จากการที่นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรฯ
โพสต์ข้อความค้างไว้ในเว็บเฟซบุ๊กส่วนตัว
ระบุถึงสาเหตุที่นางอัญชลีพร กุสุมภ์ ผู้ประกาศข่าว
และพิธีกรหลักคนสำคัญของสถานีเอเอสทีวี (ASTV)
ลาออกไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากความขัดแย้งภายใน
กับนายสนธิ ลิ้มฯ

นอกจากนั้น นายชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย คอลัมนิสต์และ
นักจัดรายการของเอเอสทีวี ยังให้รายละเอียด ถึงปัญหา
การลาออกของนางอัญชลีพร กุสุมภ์ มีเนื้อหาโดยสรุปว่า
1. เกิดจากทัศนคติที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับมุมมองที่มีต่อ
ม็อบคัดค้านนิคม อุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งสามีของ
นางอัญชลีพรทำงานกับบริษัทที่มีผลประโยชน์
ในมาบตาพุด

2. นางอัญชลีพรเคยพูดจาเยาะเย้ยเสียดสีจำนวนผู้ชุมนุม
พันธมิตรฯ หน้าทำเนียบว่ามี น้อยกว่า "ซาลาเปา" ที่เตรียม
มาแจกตอนเช้า ซึ่งเป็นคำพูดเดียวกับที่พรรค ปชป. ใช้
ถากถางกลุ่มพันธมิตร

อีกทั้งเมื่อนายชัชวาลย์ฯ ตักเตือน นางอัญชลีพร ยังพูดสวน
ทำนองว่า "ตอนสมัครงานไม่ได้ระบุสักหน่อย ว่าห้ามชอบ
พรรคประชาธิปัตย์"

3. นางอัญชลีพรเป็นคนในเอเอสทีวี แต่กลับไปร่วมปล่อยข่าว
และยืนยันว่าลือในหมู่อาจารย์เกษตรศาสตร์ว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล
รับเงินจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

โดยในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายสนธิรู้ว่า
คนปล่อยข่าวรายแรกๆ คือ นายกรณ์ จาติกวณิช แห่ง ปชป.


สำหรับคลิปเสียงการจัดรายการโจมตีนางอัญชลีพร
ของนายชัชวาลย์เว็บไซต์ไทยอีนิวส์ระบุว่าคลิกฟังได้ที่
http://www.apeshit.info/vdo/Rumour.mp3

ส่วนแกนนำพิธีกรบนเวทีผู้ประกาศข่าวและแนวร่วมของ
พันธมิตรและเอเอส ทีวีที่มีปัญหาขัดแย้งกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล
จนต้องแยกทางเดินกันไปแล้ว อาทิ อัญชะลี ไพรีรัก,
สมศักดิ์ โกศัยสุข, วีระ สมความคิด, เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
ฯลฯ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์


แฟนๆ ASTV ส่วนมาก ตอนนี้ก็เริ่มจะเอือมระอากับ
พฤติกรรมของนายสนธิ ลิ้มฯ เต็มที วันๆ ดีแต่ไถเงิน
ชาวบ้าน ใครไม่ให้ มันก็ลงข่าวด่าเสียๆหายๆ ใครมาทำ
ธุรกิจอะไรด้วย มันก็โกงเขาหมด เอาเปรียบทุกอย่าง
ซึ่งข่าวที่รายงานทาง ASTV ก็ไม่รู้จะเชื่อถือได้หรือเปล่า???


นี่แหละหนา...ไม่มีใครให้กัด ก็เลยกัดกันเอง


...

จากคุณ : ห่างไกล
เขียนเมื่อ : 15 ธ.ค. 54 13:59:18 A:115.87.216.67 X:
ถูกใจ : ป๋าจ๊ะเลาะ, คนไทยใจกว้าง, tijmirb, คนชาววัง, ลุงเอเจ, grinny2545, karawara, iamdanai, หนมโก๋กินแล้วคอแห้ง, 9tammata, เฒ่าเฝ้าเรือน, Lacky_TheStar, yu607

ko , December 16, 2011
...
0
สงสัยมัวเขียนใบปลิวหาเสียงช่วยพรรคพวกอยู่ เลยไม่มีเวลานำเสนอเรื่องราวโคราช
========================================================

เสียชีวิตแล้ว! ตำรวจจับตาย หนุ่มทำร้ายแม่ลูกอ่อน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวขข่าว 3


เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบตัวนายพรสวรรค์ สุริวงศ์ อายุ 24 ปี คนร้ายในคดีใช้ท่อนไม้ทุบศีรษะแม่ลูกอ่อนวัย 11 เดือน และลงมือข่มขืนแม่ได้แล้วเมื่อคืนวานนี้ (4 เมษายน) และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญในเวลาต่อมา เนื่องจากฮึดสู้แย่งปืนเจ้าหน้าที่ระหว่างพาตัวไปค้นหาของกลาง

จากคดีที่นายพรสวรรค์ สุริวงศ์ อายุ 24 ปี ชาวบ้านหนองไข่น้ำพัฒนา ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้ใช้ท่อนไม้ทุบศีรษะและข่มขืนนางเอ (นามสมมติ) อายุ 23 ปี และยังใช้ท่อนไม้ทุบศีรษะด.ญ.นุ่น (นามสมมติ) อายุ 11 เดือน ลูกสาวของนางเอ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งหลังก่อเหตุคนร้ายยังได้ชิงเอาทรัพย์สินมีค่าไปด้วย โดยเมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา (4 เมษายน) ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรจอหอ สามารถติดตามจับกุมนายพรสวรรค์ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้แล้วที่บริเวณตลาดนัดเซฟวัน ปากทางเข้าหมู่บ้านการเคหะแห่งชาติ อำเภอเมืองนครราชสีมา หลังจากการจับกุม ตำรวจได้นำตัวนายพรสวรรค์ไปสอบสวนที่ สภ.จอหอ ตลอดทั้งคืน ซึ่งคนร้ายได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือจริง

ต่อมาในช่วงเช้าวันนี้ (5 เมษายน) ตำรวจ สภ.จอหอ จำนวน 5 นาย ได้นำตัวผู้ต้องหาไปค้นหาของกลางเพิ่มเติม ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือของผู้ตายที่ผู้ต้องหาให้การว่าทิ้งไว้ที่บริเวณใต้สะพานข้ามทางรถไฟบ้านกระโดน หมู่ 4 ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา แต่ในขณะที่กำลังค้นหาของกลางอยู่นั้น ผู้ต้องหาอาศัยจังหวะแย่งปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ที่เอวของดาบตำรวจประจวบ จอกจอหอ ก่อนจะใช้ปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนัดเพื่อเปิดทางหลบหนี ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบกระโดดหลบเข้าที่กำบัง ก่อนชักอาวุธปืนยิงตอบโต้ผู้ต้องหาถูกเข้าที่บริเวณหน้าผาก 1 นัด และหน้าอก 2 นัด ทำให้ผู้ต้องหาเสียชีวิตทันที

สำหรับอาการล่าสุดของทารกน้อยวัย 11 เดือน ที่ถูกคนร้ายใช้หมอนอุดปากอุดจมูกก่อนที่จะนอนแน่นิ่งไปนั้น ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว แต่แพทย์ยังคงให้น้ำเกลือ และต้องรอดูอาการต่อไปอีกสักระยะ





http://hilight.kapook.com/view/57713
คนโคราชจริง , April 06, 2011
...
0
รบกันก็เพราะพวกที่ยุ ส่วนหนึ่งนังเรียงหน้ากันอยู่นี่ แล้วกิจกรรมตนเอง ก็เอามาเป้นช่าว ไม่เคยเห้นสื่ออย่างไทยรัฐหรือเดิลนิวส์ ยกเว้น ผู้จัดการ กับชั้น สื่อเลียการเมือง เอาเรื่องตนเองทำมาเป้นช่าว แล้วบอกเป้นสาธารณชน อีก เวรกรรม
คนไท , February 14, 2011
 1 2 > 

Write comment

You can add your comment here

busy
Last Updated on Monday, 17 January 2011 19:20