February 27,2012
หวั่นกระเทียมเขมรทะลัก ราคาตก ๑๐ บ./กก.

เจ้าหน้าที่ตรวจเข้มสินค้าจากกัมพูชาที่จะนำเข้ามาขายฝั่งไทย เกรงลักลอบนำกระเทียมเขมรเข้ามาบริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม ชายแดนสุรินทร์ หลังราคากระเทียมสดไทยตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ ๑๐ บาท
เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ หลังเกิดกระแสข่าวการลักลอบนำกระเทียมจากประเทศจีนผ่านชายแดนไทย-พม่า-ลาว ผ่านทาง จังหวัดทางภาคเหนือ ที่มีพื้นที่ติดแนวชายแดน เข้ามาในไทย ทำให้ราคากระเทียมสดในประเทศตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ ๑๐ บาท ซึ่งตามปกติราคากระเทียมสดในประเทศจะขายส่งอยู่กิโลกรัมละ ๒๐ บาท ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมไทยได้รับผลกระทบโดยตรง และมีราคาตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาแนวทางแก้ไขช่วยเหลือเกษตรกร
สำหรับพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาด้านจ.สุรินทร์ โดยเฉพาะที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้รับคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรช่องจอมว่า ด่านศุลกากรช่องจอมจะไม่อนุญาตให้สินค้าต่างๆ ที่ไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรที่ไม่ถูกต้องตามกฎระเบียบและกฎหมายเข้ามาในประเทศ และจะมีการสกัดกั้นสินค้าที่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ส่วนกระเทียมนำเข้าจากกัมพูชานั้นยังไม่พบ เนื่องจากสินค้าที่นำเข้าหลักส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้ามือสอง รถจักรยานมือสอง อะไหล่เลื่อยยนต์เล็ก น้ำมันยาง และหวาย ขณะที่สินค้าส่งออกด้านการค้ามีเพียงน้ำมันดีเซลต่างๆ ซึ่งนานๆ ครั้งจะมีการขนส่งในด้านนี้ครั้งหนึ่ง รวมทั้งเครื่องดื่มต่างๆ ก็เช่นกัน นอกจากนั้นส่วนใหญ่จะเป็นของอุปโภคบริโภคเล็กๆ น้อยที่ชาวกัมพูชามักจะข้ามแดนเข้ามาซื้อ เพื่อไปขายต่อและปรุงอาหารในชุมชนของกัมพูชาในทุกวันเป็นส่วนใหญ่เท่านั้น และบางส่วนนำมาขายโดยจะมีการจำกัดจำนวนวันต่อวัน ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบกับเกษตรกรไทย เป็นการแลกเปลี่ยนสินค้าของชาวบ้านทั้งสองประเทศในพื้นที่เท่านั้น และไม่ใช่เส้นทางหลักในการนำเข้าสินค้าในด้านนี้
อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตพบว่า มีการวางจำหน่ายกระเทียมเพียงไม่กี่ร้าน ทั้งแม่ค้าชาวกัมพูชาและชาวไทย จากสอบถามที่มาที่ไปพบว่า กระเทียมที่จำหน่ายมีอยู่ ๒ ชนิด มีหัวใหญ่และหัวเล็ก สำหรับกระเทียมหัวเล็กเป็นของเกษตรกรไทย ส่วนหัวใหญ่ทราบว่าเป็นกระเทียมนำเข้าจากประเทศจีน โดยแม่ค้าไทยระบุว่า กระเทียมจีนมีขายในตลาดใหญ่ๆ ทั่วไป เป็นการนำเข้าอย่างถูกต้อง ไม่ได้นำมาจากกัมพูชาแต่อย่างใด และชายแดนไทย-กัมพูชาด้านจ.สุรินทร์เป็นป่ารกทึบ มีทหารทั้งไทยและกัมพูชาวางกำลังตลอดแนวชายแดน ซึ่งเป็นการยากที่จะลักลอบนำกระเทียมเข้ามาได้ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ๆ ยังมีกับระเบิดอยู่จำนวนมากด้วย
นายคำปัน แจ้งบ้าน พ่อค้ากระเทียมชาวไทย อายุ ๔๙ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๑/๑ หมู่ ๕ บ้านเถกิง ต.ตาคง อ.สังขะ จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า สินค้าที่ตนนำมาขายโดยเฉพาะกระเทียมจีนนั้นรับซื้อมาจากตลาดใหญ่ในตัวเมืองสุรินทร์ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีการสั่งซื้อมาอย่างถูกต้องไม่ได้ลักลอบนำเข้ามาจากกัมพูชาแต่อย่างใด ส่วนกระเทียมหัวเล็กเป็นกระเทียมที่ตนไปรับซื้อมาจากเกษตรกรในพื้นที่อ.ยางชุม จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกระเทียมแหล่งใหญ่ในพื้นที่อีสานใต้ ซึ่งตนก็ไม่ทราบสาเหตุการที่ราคากระเทียมตกต่ำมากขนาดนี้มาก่อน และเคยได้รับทราบปัญหาจากเกษตรกรที่ตนไปรับซื้อว่า ราคาตกต่ำไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิต ไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน เพิ่งเป็นปีนี้ปีแรก โดยราคากระเทียมจีนตอนนี้ตนขายอยู่ที่กิโลกรัมละ ๓๐ บาท เมื่อปีที่แล้วขายอยู่ที่กิโลกรัมละ ๘๐ บาท จะเห็นได้ว่ากระเทียมจีนราคาตกลงมาก เมื่อกระเทียมจีนหัวใหญ่ราคาตก ส่งผลให้กระเทียมไทยหัวเล็กราคาตกตามทุกครั้ง ขณะนี้กระเทียมแห้งของไทยตนขายกิโลกรัมละ ๕๐ บาท ปีที่แล้วขายอยู่ที่กิโลกรัมละ ๗๐ บาท ส่วนราคาขายส่งกระเทียมของเกษตรกรก็จะต่ำกว่านี้อีกมาก คนขายตามตลาดไม่เดือดร้อนนัก แต่เกษตรกรที่ปลูกเดือดร้อนมาก ไม่คุ้มทุน ขนาดรัฐบาลช่วยประกันกระเทียมสดกิโลกรัมละ ๑๕ บาท แต่ก็ไม่คุ้มทุนอีก
ด้านนางไม ฮอย อายุ ๖๐ ปี แม่ค้าชาวกัมพูชา กล่าวว่า กระเทียมที่ตนขายอยู่นี้เป็นกระเทียมที่ซื้อต่อมาจากพ่อค้าแม่ค้าชาวไทย เพื่อมาวางขายเสริมอย่างอื่นเล็กๆ น้อย ส่วนกระเทียมหัวเล็กมีชาวกัมพูชาที่ปลูกเล็กๆ น้อยๆ นำมาขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน ซึ่งไม่สามารถเอามาขายมากๆ ได้ เพราะเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรช่องจอมมีการตรวจเข้มและไม่ให้นำเข้าเกินจำนวน จึงทำได้แค่วางขายได้วันต่อวันเท่านั้น
รายงานข่าวแจ้งว่า กระเทียมจีนหัวใหญ่ยังคงมีวางขายในท้องตลาดทั่วไปและยังมีราคาถูกมาก หากมีการนำเข้าอย่างถูกต้องในจำนวนมากๆ โดยไม่มีการจำกัดปริมาณการนำเข้าและไม่มีมาตรการใดควบคุมจากรัฐบาล กรณีดังกล่าวก็อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรไทยที่ปลูกกระเทียมโดยตรงเช่นกัน เพราะต้องถูกกดราคาลงมาต่ำมากตามกระเทียมจีนที่มีราคาถูกมากในขณะนี้ดังกล่าว และไม่จำเป็นต้องมีการลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดนให้ลำบาก กระเทียมไทยก็มีผลกระทบโดยตรงอยู่แล้ว
ปีที่ ๓๗ ฉบับที่ ๒๐๗๐ วันจันทร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์-๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
771 1,770



