June 18,2020
กระโทก

กระโทก เป็นชื่อเดิมของอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา
เนื่องจากคำว่า กระโทก ไม่ปรากฏที่มาเป็นหลักฐานที่แน่ชัด จึงมีผู้พยายามจะอธิบายถึงที่มาโดยอาศัยข้อสันนิษฐานจากสภาพทางภูมิศาสตร์และคำบอกเล่าต่อๆ กันมา ดังนี้
๑. คำว่า กระโทก มาจากชื่อต้นกระทกรก แต่ออกเสียงเป็น กระโทกโรก เรียกกันสั้นๆ ว่า กระโทก
๒. คำว่า กระโทก สันนิษฐานว่า มาจากคำว่า กระทก ในภาษาเขมรที่แปลว่า กระตุก เพื่อบังคับสัตว์ที่เทียมเกวียนให้หยุดหรือไปทางซ้ายหรือขวา ซึ่งในสมัยก่อนด่านกระโทกเป็นที่พักของกองคาราวานเกวียนที่มาจากเขมรต่ำ ก่อนที่จะไปติดต่อค้าขายที่ด่านเกวียนและเมืองนครราชสีมา คำว่า กระทก ต่อมาเพี้ยนเสียงเป็น กระโทก
๓. ในพจนานุกรมภาคอีสาน-ภาคกลาง ฉบับปณิธาน สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺสมหาเถระ) ให้ความหมายของคำว่า กระโทก ไว้ดังนี้
๓.๑ ผ้าที่ผูกเป็นเปลหรือเป็นถุงคล้องไว้ที่คอ
๓.๒ เรียกหนองหรือบึงที่มีลักษณะอย่างนี้ว่า หนองกระโทก บึงกระโทก
๓.๓ ต้นไม้ชนิดหนึ่งใบคล้ายผักหวาน แต่เป็นของเบื่อเมา
๔. ในข้อสันนิษฐานของพระเถระในสมัยก่อนเห็นว่า ที่ตั้งของบ้านด่านกระโทกเดิมอยู่ที่ตลาดชี (บ้านโนนตะโก) ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวอำเภอ เล่าสืบต่อกันมาว่าบริเวณแถบนี้มีลำพระเพลิงและลำมูลบนไหลมาบรรจบกันที่นี่ นอกจากนี้ยังมีลำห้วย คลอง หนอง บึง ขนาดใหญ่ล้อมรอบ บางแห่งต้องใช้เรือในการเดินทาง ดังนั้น คำว่า กระโทก อาจเพี้ยนมาจากคำในภาษาบาลี ดังนี้
๔.๑ น่าจะมาจากคำว่า กร+อุทก เป็น กรทก หรือ กโรทกํ (กโรทะกัง) แปลว่า ห้อมล้อมด้วยน้ำ หรือ แหล่งน้ำ
๔.๒ มาจากคำว่า กโรทก (กะโรทะกะ) แปลว่า ห้อมล้อม ห้อมล้อมด้วยน้ำ
๔.๓ บ้างก็ว่ามาจากคำว่า โกทก (โกทะกะ) แปลว่า น้ำ

โดยสรุปจากข้อสันนิษฐานในข้อ ๔ คำว่า กระโทก มีที่มาจากสถานที่ตั้งหมู่บ้านเป็นแหล่งน้ำหรือห้อมล้อมด้วยน้ำ คือคำว่า กรทก (กะ-ระ-ทก), กโรทก (กะ-โร-ทก), โกทก (โก-ทก) เมื่อพูดเร็วๆ เสียงจะเพี้ยนเป็น กระทก และต่อมาเป็น กระโทก ในที่สุด สำหรับบึงขนาดใหญ่ ๒ บึงที่อยู่ติดกัน จึงเรียกว่า บึงกระโทก
ข้อที่น่าพิจารณาในกรณีศึกษาเชิงเปรียบเทียบกับ บ้านปากโทก ตำบลปากโทก อำเภอเมืองพิษณุโลก ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของ “ปากโทก” ว่า มาจากคำเดิมคือ “ปากอุทก” แปลว่า ปากน้ำ เพราะมีแม่น้ำ ๒ สาย คือ แม่น้ำน่านและแควน้อยไหลมาบรรจบกัน ต่อมาคำว่า ปากอุทก เรียกกันสั้นๆ ว่า ปากทก และเพี้ยนเสียงเป็น ปากโทก ในที่สุดมาจนถึงปัจจุบัน
จากข้อสันนิษฐานต่างๆ ที่กล่าว เมื่อพิเคราะห์พิจารณาแล้วจะเห็นว่า ไม่มีการพูดถึงหรือกล่าวถึงเรื่องต้นกระทกรก หรือมีเรื่องราวเกี่ยวกับต้นกระทกรกในเวลาต่อมาแต่อย่างใด และ คำว่า กระทก ไม่น่าจะเป็นที่มาของคำว่า กระโทก เพราะการตั้งชื่อบ้านชื่อเมืองนั้นนิยมตั้งชื่อตามภูมิศาสตร์ เช่น ต้นไม้ แหล่งน้ำ ภูเขา บุคคลสำคัญ ฯลฯ เมื่อพิจารณาประกอบกับการศึกษาเชิงเปรียบเทียบกับที่มาของชื่อบ้านปากโทก ตำบลปากโทก อำเภอเมืองพิษณุโลก แล้ว คำว่า “กระโทก” น่าจะมาจากคำว่า กรทก (กะ-ระ-ทก) หรือ กโรทก (กะ-โร-ทก) หรือ โกทก (โก-ทก) ซึ่งพระภิกษุสงฆ์โดยเฉพาะพระชั้นผู้ใหญ่มักจะมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตตลอดจนการชักนำชาวบ้าน เรียกบ้านนั้นว่า บ้านกะระทก บ้านกะโรทก หรือ บ้านโกทก จนภายหลังเพี้ยนเป็น บ้านกระโทก
บ้านด่านกระโทก เป็นที่ตั้งด่านๆ หนึ่งของเมืองนครราชสีมา แต่นิยมเรียกกันว่า บ้านกระโทก ปรากฏหลักฐานการเป็นด่านในสมัยกรุงธนบุรี จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงยกเลิกการจัดการปกครองในรูปเมืองหน้าด่าน และจัดระเบียบการปกครองส่วนภูมิภาคเป็น มณฑล (เมืองตั้งแต่ ๒ เมืองขึ้นไปรวมกัน) รองลงมาเป็นเมือง (จังหวัด) และรองจากเมืองเป็นแขวง (อำเภอ) ด่านกระโทกได้ยกฐานะเป็นแขวงด่านกระโทก ในปี พ.ศ.๒๔๔๒ มีขุนอภัยอนุรักษ์เขตเป็นนายแขวงคนแรก จากรายงานสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตรวจเมืองนครราชสีมา วันที่ ๓๐ มิถุนายน ร.ศ.๑๑๘ (พ.ศ. ๒๔๔๒) บันทึกว่า แขวงด่านกระโทกมี ๒๓ หมู่บ้าน ๑,๓๘๙ หลังคาเรือน มีกำนัน ๕๘ คน แสดงว่าแขวงด่านกระโทกมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๔๒ แล้ว ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงเรียก “แขวง” ว่า “อำเภอ” แขวงด่านกระโทกจึงเปลี่ยนเป็นอำเภอกระโทก ในปี พ.ศ.๒๔๔๙ ขุนอภัยอนุรักษ์เขต นายแขวงจึงเปลี่ยนมาเรียกว่า นายอำเภอ และเป็นถือว่าเป็นนายอำเภอคนแรก
ในปี พ.ศ.๒๔๘๘ ครั้งที่นายชม วัลลิภากร ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ เห็นว่า “กระโทก” เป็นคำที่ไม่มีความหมายและไม่เหมาะสมกับการใช้เป็นชื่อทางการ จึงมีความคิดที่จะเปลี่ยนชื่ออำเภอใหม่ให้เป็นไปตามการตั้งชื่อบ้านนามเมืองของอักขรานุกรมภูมิศาสตร์ กรมศิลปากร จึงได้ศึกษาประวัติศาสตร์ประกอบการพิจารณา พบว่า เมื่อครั้งพระเจ้าตากขับไล่พม่าไปจากพระนครศรีอยุธยา แล้วตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานี แต่ยังมีผู้ตั้งตนเป็นใหญ่ในแผ่นดินไม่ขึ้นต่อกรุงธนบุรี ๔ ก๊ก คือ ทางเหนือมีก๊กพระเจ้าฝาง ก๊กเจ้าเมืองพิษณุโลก ทางใต้มีก๊กเจ้านครศรีธรรมราช ทางตะวันออกเฉียงเหนือมีก๊กเจ้าพิมายมีกรมหมื่นเทพพิพิธเป็นหัวหน้าตั้งมั่นอยู่ที่เมืองนครราชสีมา กรมหมื่นเทพพิพิธได้ให้พระยาวรวงศาธิราชตั้งค่ายป้องกันที่ด่านกระโทก พระเจ้ากรุงธนบุรีจึงยกทัพไปปราบก๊กเจ้าพิมาย โดยแยกเป็น ๒ ทัพ พระองค์คุมทัพไปเองทางดงพระยาไฟเข้าตีทางด้านตะวันตกและตีได้ค่ายด่านจอหอ ทางใต้ให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นพระราชรินทร กับ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ครั้งดำรงพระยศเป็นพระมหามนตรี ยกทัพมาทางช่องเรือแตก (เข้าใจว่าเป็นช่องสะแกราช อำเภอปักธงชัย) เข้าตีค่ายด่านกระโทกแตกและได้รับชัยชนะ
ดังนั้น ชื่ออำเภอใหม่จึงเห็นควรเป็นชื่อที่เป็นมงคลคือให้โชคดีมีชัยเจริญรุ่งเรืองสืบไป จึงนำเอาคำว่า “โชค” และ “ชัย (ชัยชนะ)” เพื่อเป็นเกียรติประวัติแด่กองทัพพระเจ้ากรุงธนบุรีที่มีชัยชนะข้าศึก มาผสมคำตั้งเป็นชื่ออำเภอแต่เขียนว่า “โชคไชย” และกระทรวงมหาดไทยเห็นชอบได้ประกาศรับรองเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๔๘๖

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๔-๒๕๐๕ นายอนันต์ อนันตกูล มาดำรงตำแหน่งนายอำเภอ เห็นว่า “ไชย” คำนี้หมายถึง ดีกว่า เจริญกว่า ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ที่จะให้มีความหมายถึงชัยชนะ ซึ่งถ้าจะให้หมายถึงชัยชนะจะต้องเขียนว่า “ชัย” ดังนั้นจึงเสนอต่อกระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนเป็น “โชคชัย” จึงเขียนเป็น “อำเภอโชคชัย” ตั้งแต่นั้นมาจนถึงทุกวัน
สำหรับบึงกระโทกทั้ง ๒ บึงนั้น ต่อมาได้ทางราชการได้ถมบึงด้านทิศตะวันตกสร้างเป็นสำนักงานเทศบาลตำบลโชคชัยปัจจุบัน คงเหลือเพียงบึงเดียวที่อยู่ด้านทิศตะวันออกเท่าที่เห็น
เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๒๗ ได้ตั้งตำบลโชคชัยเพื่อให้สอดคล้องกับชื่ออำเภอ โดยแยกออกจากตำบลกระโทก และตำบลกระโทกก็ยังมีอยู่
(ข้อมูล : ข้อมูล: “ตำนานเมืองนครราชสีมา” ใน เที่ยวตามทางรถไฟ และ รวมเรื่องเมืองนครราชสีมา พระนิพนธ์ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ, รายงานสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตรวจเมืองนครราชสีมา วันที่ ๘ มีนาคม ร.ศ.๑๑๕ (พ.ศ. ๒๔๓๙) ใน รวมเรื่องเมืองนครราชสีมา กรมศิลปากร พ.ศ.๒๕๑๑, บันทึกประวัติศาสตร์ ๑๐๙ ปี อำเภอกระโทก พ.ศ.๒๕๕๖, คำบอกเล่าของของพระมหาจันทร์ คุณวุโฒ ใน ปูมเมืองโคราช บันทึกคำบอกเล่าจากภูมิปัญญาท้องถิ่น สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.๒๕๔๙
นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๒๖๓๒ วันพุธที่ ๑๗ - วันอังคารที่ ๒๓ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๓
998 4,692



