5thApril

5thApril

5thApril

 

January 08,2021

ไทโคราชตีหม้อ

คนอีสานเรียกคนโคราชว่า “ไทโคราช” หรือ “ไทเบิ้ง” หรือไม่ก็ “ไทเดิ้ง” เพราะคนโคราชจะพูดคำสร้อยต่อท้ายเสมอ เช่น ไปเบิ้ง (ไปด้วย) ดูเดิ้ง (ดูด้วย)

“หม้อ” ในที่นี้หมายถึง หม้อ ดินเผา ที่เรียกว่า “ตีหม้อ” เพราะกระบวนการทำต้องมีการทุบตีดินขึ้นรูปจนสำเร็จเป็นหม้อ จึงต่างกับการ “ปั้นหม้อ” ซึ่งการปั้นส่วนใหญ่จะขึ้นรูปโดยใช้แป้นหมุนแล้วใช้มือลูบดินเหนียวปั้นให้เป็นรูปทรงต่างๆ

 

วัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือที่สำคัญ

๑. ดินเหนียว ที่มีคุณภาพสำหรับใช้ทำเครื่องปั้นดินเผา

๒. ไม้หลาบ ไม้ลาย ไม้คอ ใช้สำหรับใช้ตีและตกแต่ง

๒.๑ ไม้หลาบ เป็นไม้ที่มีรูปร่างเหมือนไม้พายเล็กๆ มีด้ามสั้นๆ สำหรับจับ ด้านทั้งสองเรียบ ใช้ในการตีขึ้นรูปและทำให้ผิวหม้อเรียบ

๒.๒ ไม้ลาย เป็นไม้ที่มีรูปร่างลักษณะเช่นเดียวกับไม้หลาบ เพียงแต่ทำเป็นลวดลายต่างๆ ตามที่ต้องการ เช่น ลายก้างปลา ลายดอกจับ ลายดอกผักแว่น เป็นต้น ใช้ตีที่คอหม้อเพื่อให้เป็นลวดลายสวยงาม

๒.๓ ไม้คอ มีรูปร่างลักษณะเช่นเดียวกับไม้หลาบ เพียงแต่ด้านหนึ่งเรียบอีกด้านทำเป็นลายโดยแกะสลักเป็นเส้นยาวเต็มหน้าแผ่น

๓. หินดุ บางแห่งเรียกว่า หินดัน หรือ หินดุน ใช้ควบคู่กับไม้หลาบ มี ๒ รูปลักษณะ คือ ลักษณะหนึ่งเป็นดินเผาทำเป็นก้อนกลมๆ คล้ายลูกประคบ อีกลักษณะหนึ่งมีด้ามถือส่วนหัวกลมคล้ายดอกเห็ด

๔. แท่นวาง ส่วนใหญ่เป็นแท่นไม้หรือตอไม้ ใช้วางแท่งดินเหนียวเวลาตีขึ้นรูปตลอดจนสวีปากหม้อ

๕. ครกกระเดื่องหรือครกไม้สำหรับตำดินเชื้อ

๖. ตะแกรงสำหรับร่อนดินเชื้อ

๗. ดินเชื้อ คือ ดินเหนียวผสมแกลบปั้นเป็นก้อนขนาดย่อมๆ นำไปตากแดดจนแห้งแล้วนำไปเผา จากนั้นนำไปตำให้ละเอียด แล้วนำไปร่อนเพื่อคัดสิ่งที่ไม่ต้องการออก เสร็จแล้วนำไปคลุกกับดินเหนียวอีกครั้งแล้วนวดให้เป็นเนื้อเดียวกันคลึงเป็นแท่ง ก็จะได้ดินที่พร้อมจะนำไปตีเป็นหม้อ 

ขั้นตอนในการตีหม้อ

ขั้นตอนที่ ๑ ขั้นจกเบ้า “จก” (ภาษาโคราช ออกเสียงว่า จ๊ก) หมายถึง ล้วง, ควัก เป็นขั้นการนำดินที่คลึงเป็นแท่งตั้งบนแท่นวาง (ตอไม้) ใช้นิ้วชี้เจาะไชตรงกลางก้อนหรือไม่ก็ใช้ไม้แทงให้เป็นรูหรือเป็นโพรง จนทะลุถึงข้างล่างหรือก้นแท่งดิน บางแห่งเรียกว่า “ขั้นทำเบ้า”

 

ขั้นตอนที่ ๒ ขั้นขึ้นรูปหม้อ โดยใช้หินดุรองข้างในแท่งดินที่ทำเป็นรูไว้ แล้วใช้ไม้หลาบตีด้านนอกให้เป็นรูปหม้ออย่างหยาบๆ โดยไม้หลาบจะต้องตีให้ตรงกับจุดที่หินดุรองรับหรือดันไว้ แล้วเลื่อนไปตามจุดต่างๆ จนเป็นรูปทรงหม้อดินที่ได้อย่างหยาบๆ นี้จะมีสภาพก้นหรือตูดโหว่แล้วนำไปผึ่งแดดผึ่งลม

ขั้นตอนที่ ๓ ขั้นสวีปากหม้อ ขั้นนี้บางบ้านเรียกว่า สวิงปากหม้อ หรือเรียกสั้นๆ ว่า หวีปากหม้อ เป็นขั้นแต่งปากหม้อโดยใช้หินดุและไม้หลาบตีแต่งให้เป็นปากหม้อ แล้วใช้ “ใบสวี” ซึ่งเป็นผ้า, แผ่นพลาสติก, ใบไม้ เช่น ใบกระบองเพชร ใบหนามพรำ หรือใบสับปะรดลอกเอาเยื่อใสบางๆ ใช้มือทั้งสองขึงรูดปากหม้อเบาๆ โดยใช้นิ้วโป้งมือกดริมปากหม้อด้านนอก นิ้วโป้งมืออีกข้างหนึ่งกดด้านในในลักษณะประคองให้ปากหม้อกลมและหนาเสมอกัน เมื่อได้ที่แล้วใช้ไม้ลายหรือไม้คอตีเป็นลวดลายที่คอหม้อตามต้องการ แล้วนำไปผึ่งลมจนปากหม้อตึงได้ที่

ขั้นตอนที่ ๔ ขั้นตีหม้อ นำหม้อดินที่ก้นโหว่มาตี โดยใช้มือข้างหนึ่งจับหินดุคอยดันภายในหม้อ มืออีกข้างจับไม้หลาบตี ๆ เพื่อรีดดินไล่ตั้งแต่กลางหม้อไปยังส่วนที่เป็นก้นหม้อให้ดินค่อยๆ เข้าหากันจนกระทั้งจดกันที่ก้นหม้อ ซึ่งเรียกว่า “จอดกัน” ก็จะได้หม้อดินโดยก้นจะไม่แบนเรียบ แต่จะโค้งเหมือนก้นบาตร แล้วนำไปผึ่งลมโดยวางคว่ำปากหม้อ เพราะดินที่ก้นหม้อยังอ่อนอยู่

ขั้นตอนที่ ๕ ขั้นเผาหม้อ เป็นขั้นที่นำหม้อที่ผึ่งลมแห้งจนได้ที่จากขั้นตอนที่ ๔ ไปเผา จากนั้นก็นำไปใช้ประโยชน์หรือจำหน่ายต่อไป

สำหรับการตีหม้อในแต่ละท้องถิ่นอาจมีวิธีการขั้นตอนแตกต่างกัน แต่หลักการใหญ่ๆ แล้วคงใช้วิธีการเดียวกัน 

โคราชมีชื่อเสียงในการตีหม้อเป็นที่รู้จักกันในสมัยก่อน ส่วนการตีหม้อที่มีอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของภาคอีสานนั้น ส่วนใหญ่เป็นคนที่อพยพมาจากโคราชทั้งสิ้น จนมีคำกล่าวว่า “ไทโคราชชอบตีหม้อ แต่ลาวชอบทอผ้า” 

ในช่วงปี พ.ศ.๒๕๓๐ รศ.ดร.ทองคูณ หงส์พันธ์ อธิการบดีวิทยาลัยครูนครราชสีมา (มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ปัจจุบัน) มีแนวคิดจะอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมโคราช ด้วยการใช้นาฏศิลป์พื้นบ้านสื่อสารให้เห็นถึงสภาพสังคม เผ่าพันธุ์ การแต่งกาย และวิถีชีวิตคนโคราชในอดีต จึงได้ร่วมกับคณาจารย์ภาควิชานาฏศิลป์ คิดประดิษฐ์ท่ารำแบบพื้นบ้านรวม ๕ ชุด ๑ ใน ๕ ชุดนี้ มีชุดรำไทยตีหม้อที่ไม่ใช้ท่ารำตามแบบนาฏศิลป์ของกรมศิลปากร แต่ประดิษฐ์ท่ารำขึ้นใหม่บอกถึงเรื่องราวอาชีพปั้นหม้อของคนโคราช ตั้งแต่การใช้เสียมขุดดิน นวดดิน ขึ้นรูปหม้อ ตีหม้อ ไปจนถึงการเผาหม้อ โดยใช้เพลงโคราชประยุกต์ร้องประกอบการแสดง ดังตัวอย่างกลอนเพลงบางตอน ดังนี้

           

 แม่ไอ้นายคนสวย      มาช่วยพี่สา

อย่ายืนคนเดียว        มาเที่ยวเหยียบดิน

มาเคล่ามาคลำ        นำมานวดมาคลึง

โกยดินใส่ถัง         มาทั่วะช่วยพี่ถือ

อย่ามัวรอช่า        มาช่วยพี่ย่ำเนอ......

 

  

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๖๑ วันพุธที่ ๖ - วันอังคารที่ ๑๒ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๔


976 2,527