November 05,2012
ตั้งอดีตแม่ทัพน้อยเป็นดาบ ร้องถูกข่มเหงรังแก กกต.ภูมิใจผลงาน

พลโทอัศวิน รัชฎานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา
กกต.โคราชแถลงภูมิใจผลงานในรอบปี ประธานตั้งที่ปรึกษาประจำตัว ๒ คน รับศึกเลือกตั้งปีหน้า อ้างจำเป็นต้องมีดาบ พร้อมยืนยันพ้นผิดทุกข้อกล่าวหา จวกนักการเมืองห่วงแต่อำนาจ-ผลประโยชน์ ส่งมือที่มองเห็นป่วนการเมือง ย้ายข้าราชการขาดความเป็นธรรม
เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดนครราชสีมา พลโทอัศวิน รัชฎานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งท้องถิ่นร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งแถลงผลงานครบรอบ ๑ ปี พ.ศ.๒๕๕๔-๒๕๕๕ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา
พลโทอัศวิน รัชฎานนท์ กล่าวถึงการทำงานของกกต.นครราชสีมาในการมีส่วนร่วมประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งกับประชาชนว่า “ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ งานด้านการมีส่วนร่วม คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมาดำเนินงานตามหน้าที่และปฏิบัติภารกิจดังนี้ ๑.งานประชาสัมพันธ์ ประกอบด้วย การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์, การเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ และการจัดรายการวิทยุประชาสัมพันธ์ ๒.งานองค์กรเอกชน ประกอบด้วย การให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิป ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข, การส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านการเมืองของประชาชน และการช่วยเหลือในการตรวจสอบการเลือกตั้ง ๓.งานส่งเสริมการมีส่วนร่วม ๗ โครงการ ได้แก่ โครงการลูกเสืออาสากกต.เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย, โครงการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์, โครงการพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย, โครงการค่ายเยาวชนเพื่อการเรียนรู้ประชาธิปไตย, โครงการส่งเสริมนักจัดรายการวิทยุประชาธิปไตย, โครงการประกวดสุนทรพจน์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เครื่องลงคะแนน นอกจากนี้ยังมีโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่น เพื่อมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งปี ๒๕๕๕ ซึ่งจัดอบรมถึง ๓ รุ่นตลอดทั้งปี”
ประธานกกต.นครราชสีมา กล่าวถึงงานด้านสืบสวนสอบสวนของกกต.นครราชสีมาในรอบปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๕ ว่า “ตลอดปีที่ผ่านมามีเรื่องคัดค้านมายังกกต.ทั้งสิ้น ๑๐๘ เรื่อง สั่งรับ ๘๑ เรื่อง สั่งไม่รับ ๒๗ เรื่อง สอบสวนเสร็จเรียบร้อย ๕๖ เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน ๒๕ เรื่อง ซึ่งจังหวัดเราเป็นจังหวัดใหญ่มีการเลือกตั้งมากมายตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นอบต. เทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่มีเรื่องร้องคัดค้านมาเพียง ๑๐๘ เรื่อง ก็ถือว่าน่าภูมิใจสำหรับการดำเนินการ และกกต.กลางก็ค่อนข้างวางใจ เพราะเรารับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี”
“กกต.นครราชสีมาจัดการเลือกตั้งในปี ๒๕๕๕ ประกอบด้วย การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา วันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๕, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕, เลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมาและสมาชิกสภาเทศบาล วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕, การเลือกตั้งเทศบาล ๒๓ แห่ง, การรับสมัครกกต.ท้องถิ่น ๑๗๖ แห่ง, การดำเนินการเกี่ยวกับการวินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิในการรับสมัครเลือกตั้ง ๑๓ เรื่อง, การสั่งซื้อบัตรเลือกตั้งสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ๒๙๐ แห่ง, การตรวจสอบการเสียสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อคัดชื่อออกจากบัญชีผู้เสียสิทธิเลือกตั้ง ๙๐๔ ราย และการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น (กรณียกฐานะแบ่งเขตใหม่) และยืนยันเขตเดิม จำนวน ๓๖ แห่ง รวมที่กกต.นครราชสีมาจัดการเลือกตั้งเมื่อปีที่ผ่านมาทั้งหมด ๑๗๖ แห่ง เลือกทั้งหมด ๔,๖๒๓ คน สำหรับปี ๒๕๕๖ จังหวัดนครราชสีมาจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น ได้แก่ เทศบาลตำบล ๑๒ แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล ๘๕ แห่ง จาก ๒๘ อำเภอ ซึ่งบางแห่งจะต้องเลือกตั้ง ๒ ครั้ง รวมจะต้องเลือกตั้งทั้งสิ้น ๑๘๒ ครั้ง อีกทั้งในปี ๒๕๕๖ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจะย้ายไปยังอาคารแห่งใหม่บนเนื้อที่ ๗ ไร่ ตำบลจอหอ ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๕๕ จำนวน ๒๙ ล้านบาท และคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖” พลโทอัศวินกล่าว
พลโทอัศวิน กล่าวต่อว่า “จากการเลือกตั้งที่ผ่านมามีปัญหาหลายอย่างที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในบางสิ่ง เพราะบางครั้งเกินขีดความสามารถของผม จึงจำเป็นที่จะต้องแต่งตั้งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ๒ คนประจำตัว คือพลเอกธนู ศรียากูล อดีตแม่ทัพน้อยที่ ๒ และผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการสภากลาโหม เหตุผลที่ผมนำพลเอกธนูมาดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ เรียกได้ว่าพลโทตั้งพลเอกเป็นที่ปรึกษาฯ เพราะปัจจุบันนอกจากการเลือกตั้งจะมีการร้องคัดค้านกับกกต.จังหวัดและกกต.กลางแล้ว ยังมีเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้นคือ การทูลเกล้าถวายฎีกาแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องที่ว่า ถูกข่มขู่และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ที่ไม่หวังดีต่อการเลือกตั้งคือ การซื้อสิทธิ์ขายเสียง โดยมีนักการเมืองระดับชาติเป็นผู้ดำเนินงานโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายเลือกตั้ง และราชเลขาธิการได้ส่งหนังสือมายังตำรวจภูธรภาค ๓ ก่อนที่แจ้งมายังกกต.นครราชสีมา ซึ่งเรื่องที่ทูลเกล้าฯ ไปนั้นกกต.ได้วินิจฉัยเสร็จเรียบร้อยและส่งไปยังกกต.กลางแล้ว แต่ยังไม่สามารถแจ้งผลให้ทราบได้ เพราะเป็นความลับ ซึ่งผมไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก เพราะลูกชายของพลเอกธนูเป็นราชองครักษ์ประจำในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ง่ายที่จะส่งเรื่องไปยังราชเลขาธิการให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ถ้าเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นอีก จะได้ไม่เป็นการรบกวนเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะทุกเรื่องที่เข้าไปพระองค์ท่านจะต้องรับทราบและทรงไม่สบายพระทัยที่ลูกหลานของพระองค์ท่านถูกข่มเหงรังแก ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ”

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นแห่งชาติ ได้รับแต่งตั้งเป็น ๑ ในที่ปรึกษาฯ ประธานกกต.จว.นครราชสีมา
“ส่วนที่ปรึกษากิตติมศักดิ์อีกคนคือนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นของชาติ (ภตช.) เหตุผลคือ ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาลูกน้องของผมถูกรังแกโดยไม่ได้รับความเป็นธรรมคือ ปลัดอบต. และปลัดเทศบาลต่างๆ โดยนักการเมืองที่เข้าไปดำรงตำแหน่งผู้บริหาร รังแกโดยไม่มีความเป็นธรรมในการย้าย โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความเหมาะสมและไม่สนองตอบนโยบาย โดยการย้ายจะใช้ระเบียบของราชการ อำนาจของมือที่มองเห็นคือ มือที่ตวัดปากกาสั่งย้ายมาช่วยราชการได้นั้น ก็ย้ายไปตามระเบียบขั้นตอนคือ ย้ายครั้งละ ๖ เดือน เมื่อครบ ๖ เดือนก็ส่งตัวกลับไป ๑ วัน และย้ายต่ออีก ๖ เดือน กลายเป็นว่าคนที่ทำงานตลอดชีวิตรับราชการต้องถูกรังแกจากนักการเมืองระดับท้องถิ่น และมีนักการเมืองระดับชาติให้การสนับสนุนโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายเลือกตั้ง ผมถือว่าทางใครทางมันคุณมารังแกลูกน้องผม ผมก็ต้องตอบโต้ ไม่ใช่นั่งเฉย ซึ่งในปีหน้าจะมีการเลือกตั้งอีกจำนวนมาก ถ้าประธานกกต.ไม่มีดาบอยู่ในมือที่จะช่วยปลัดต่างๆ การเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ยุติธรรมได้อย่างไร โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ถูกต้อง ผมจะร้องไปยังนายมงคลกิตติ์ในฐานะประชาชนคนหนึ่งให้ช่วยตรวจสอบความถูกต้อง และอีกเรื่องคือปัจจุบันนี้นักการเมืองระดับชาติออกตัวอย่างเต็มที่ การที่จะมีการแจกจ่ายทรัพย์สินต่างๆ โดยแฝงในระบบการเลือกตั้ง ซึ่งเราเอาผิดเขาไม่ได้เพราะเขาไม่ใช่ผู้สมัคร จึงต้องมีหน่วยเครือข่ายขึ้นมาเป็นดาบของผม”
พลโทอัศวิน รัชฎานนท์ ประธานกกต.นครราชสีมา กล่าวท้ายสุดว่า “ที่ผ่านมาผมได้ประสบด้วยตนเองคือการเดินขบวนของม็อบมาโจมตี โดยที่ผมไม่มีโอกาสได้ชี้แจง รายงานไปยังกกต.กลาง ให้สอบสวนวินัยและคุณสมบัติของผมว่าเหมาะสมที่จะเป็นประธานกกต.หรือไม่ และกกต.กลางก็ได้สั่งผู้ตรวจการมาตรวจสอบ ๓ ฝ่ายคือ ตัวผม ผู้ที่แจ้ง และพยาน โดยปัจจุบันกกต.กลางได้วินิจฉัยและแจ้งกลับไปยังทั้ง ๓ ฝ่ายแล้วว่า ผมพ้นผิด เพราะสิ่งที่โจมตีเป็นเรื่องใส่ร้ายและเป็นความเท็จทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็จะทำงานด้วยความถูกต้อง แต่ขอแจ้งแก่นักการเมืองและทุกท่านที่จะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้งสิ้นว่า ผมจะไม่รังแกและไม่ไปก้าวก่ายใคร ผมทำงานตามหน้าที่ผม ถ้าผมถูกรังแกผมก็จำเป็นที่จะต้องตอบโต้ ถ้าผมนั่งนิ่งไปวันๆ ผมลาออกดีกว่า ดังนั้น การเชิญนายมงคลกิตติ์มาเป็นที่ปรึกษาก็เพื่อเป็นดาบ เพื่อป้องกันพวกท่านให้อยู่ในกรอบ ทำอะไรให้พอเหมาะพอควร ผมไม่อยากไปใช้อำนาจกับพวกท่าน ผมรู้หน้าที่ของผมดีว่าทำตามความถูกต้อง โดยการเมืองที่กำลังวุ่นวายขณะนี้เป็นเพราะนักการเมืองไม่ยึดถือกฎหมายและระเบียบ ยึดถือแต่อิทธิพล อำนาจ และผลประโยชน์”
อย่างไรก็ตาม สำหรับบทบาทการทำหน้าที่ของกกต.จว.นครราชสีมา เกี่ยวกับเลือกตั้งที่ผ่านมามีความไม่เป็นธรรมอย่างมาก โดยเฉพาะการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและส.ท.นครนครราชสีมา มีการร้องเรียนทุจริตหลายเรื่อง ทั้งการจับหัวคะแนนพร้อมของกลางเป็นธนบัตรฉบับละ ๕๐๐ บาท บรรจุในซองสีขาวปิดผนึกซองละ ๒ ฉบับ เป็นเงินซองละ ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๖๖ ซอง รวมเป็นเงิน ๖๖,๐๐๐ บาท และโพยรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และการขึ้นเวทีมวบของผู้สมัครนายกเทศมนตรีรายหนึ่ง เป็นต้น แต่กกต.ไม่สามารถดำเนินการเอาผิดใดๆ ได้เลย อีกทั้งยังประกาศรับรองผลเลือกตั้งให้ผู้ชนะได้นั่งเก้าอี้บริหารงาน ส่งผลให้มีกลุ่มต่างๆ ออกมาขับไล่ประธานกกต.จว.นครราชสีมา และทวงถามถึงบทบาทการทำหน้าที่ที่ขาดความตรงไปตรงมา แต่กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ที่มีพลโทอัศวินเป็นประธานก็ยืนยันว่า ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว จึงทำให้หลายคนขาดความเชื่อมั่นในองค์กรอิสระนี้
นสพ.โคราชคนอีสาน ฉบับที่ ๒๑๑๘ ประจำวันจันทร์ที่ ๕ - วันศุกร์ที่ ๙ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๕
809 1,927



