1stDecember

1stDecember

1stDecember

 

November 18,2022

สภาอุตฯ โคราชชู‘BCG Model’ จัดงานยักษ์ Agro Fex 2022 คาดเงินสะพัดกว่า ๖๐๐ ล้าน

 

สภาอุตสาหกรรมโคราช ร่วมกับทีเส็บ ภาครัฐ และเอกชน ๑๑ องค์กร จัดงาน Agro Fex 2022 นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคธุรกิจ ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในงานพบกับการจับคู่ทางธุรกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจหลังช่วงโควิด-๑๙ คาดเงินสะพัดกว่า ๖๐๐ ล้านบาท

เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เวลา ๑๔.๐๐ น. ที่หน้าโรงหนัง SF ชั้น ๔ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช นายภูมิสิทธิ์ วังคีรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ (TCEB) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นางธิดารัตน์ รอดอนันต์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา นายอิสระ อมรกิจบำรุง ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ ๒ นครราชสีมา (บีโอไอโคราช) นายศารุมภ์ โหม่งสูงเนิน พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา ดร.ฉัตรชัย พิศพล รองผู้อำนวยการเทคโนธานีฝ่ายพันธกิจสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และนายสุริยา ตันเจริญ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช ร่วมแถลงข่าวการจัดงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีและนวัตกรรม BCG เพื่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป Agro Fex 2022 BCG Model ระหว่างวันที่ ๑-๔ ธันวาคม ๒๕๖๕ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช

 

 

นายภูมิสิทธิ์ วังคิรี กล่าวว่า “ด้วยเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดที่เด่นชัด จึงทำให้จังหวัดนครราชสีมา มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเป็นอยู่ของประชาชน การเกษตร และอุตสาหกรรม ยังเป็นจังหวัดที่มีความเติบโตมากที่สุดในภาคอีสาน มีโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานมากมาย โดยเฉพาะด้านคมนาคม คือ มอเตอร์เวย์ บางปะอิน-โคราช โครงการรถไฟความเร็วสูง และรถไฟทางคู่ เหมาะเป็นพื้นที่สำหรับการลงทุนในภาคธุรกิจต่างๆ ซึ่งผมต้องขอขอบคุณสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ที่ได้จัดงาน Agro FEX 2022 เป็นงานแสดงสินค้าภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญ ผมคิดว่าจะเป็นงานที่สร้างมูลค่าให้กับการเกษตร ลดการใช้ทรัพยากร และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อลดปัญหามลพิษในพื้นที่ กิจกรรมที่จัดขึ้นในงาน ทั้งการจับคู่ธุรกิจ และการสัมมนาเชิงวิชาการ ก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของโคราช เนื่องจากผู้ประกอบการจะนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจต่อไป”

 

ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ (TCEB) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี กล่าวว่า “การสนับสนุนงานแสดงสินค้า งาน Agro FEX 2022 อยู่ภายใต้การสนับสนุนส่งเสริมงานแสดงสินค้าในประเทศ ในโครงการที่ชื่อว่า Empower Thailand Exhibition (EMTEX) โดยโครงการนี้มุ่งยกระดับงานแสดงสินค้าที่มีศักยภาพระดับภูมิภาค โดยอุตสาหกรรมการเกษตรเป็นอุตสาหกรรมหลักของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งจังหวัดนครราชสีมาเป็นเมืองเศรษฐกิจที่เป็นประตูสู่ภาคอีสาน มีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนงานแสดงสินค้าที่มีความพร้อมในทุกมิติ จากการที่ทีเส็บได้ร่วมทำงานกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาอย่างใกล้ชิด เราเห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมด้านการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร ของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีแนวโน้มเติบโต ให้สามารถแข่งขันได้ทั้งระดับในประเทศและต่างประเทศ โดยงานแสดงสินค้า Agro FEX 2022 ถือเป็นการยกระดับงานปีที่ ๒ ซึ่งที่ผ่านมาให้เป็นงานแสดงสินค้าที่นำเสนอศักยภาพของกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมด้านการเกษตร เกษตรแปรรูปและอาหาร ที่เน้นการส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ตอลดห่วงโซ่อุปทาน หรือ BCG เน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยทีเส็บให้การสนับสนุนงบประมาณก่อให้เกิดการต่อยอดทางธุรกิจ Matching Program (การเจรจาจับคู่ทางการค้า) ตั้งเป้ามูลค่าการซื้อขาย Business Matching ในงาน ไม่น้อยกว่า ๖๐๐ ล้านบาท”
“ทีเส็บพร้อมให้การสนับสนุนและผลักดันงานนี้ในระยะยาวอย่างเต็มที่ โดยใช้กิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดเป็นตัวนำ ทั้งสนับสนุนในรูปแบบของงบประมาณ กิจกรรมดำเนินการ และเป็นที่ปรึกษาร่วมวางกลยุทธ์การขยายตลาด ขยายกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับกลุ่มผู้ซื้อเป้าหมาย (Target Buyer) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการให้มากที่สุด การสนับสนุนงานในครั้งนี้ถือเป็นการผลักดันงานแสดงสินค้าเพื่อเติบโตในรูปแบบที่เรียกว่า Trade Exhibition เพื่อให้งานเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัยของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกระจายรายได้ของจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ดร.สุรัชสานุ์ กล่าว

 

 

นางธิดารัตน์ รอดอนันต์ กล่าวว่า “สืบเนื่องจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ ๑๓ ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมการเกษตร และคำมั่นสัญญาของท่านนายกรัฐมนตรีในการประชุม COP 26 ที่จะให้ไทยเป็นกลางทางคาร์บอนในปี ๒๐๕๐ และ ปล่อยแก๊สเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี ๒๐๖๕ จึงเป็นที่มาของ BCG Model เพื่อเป็นการขับเคลื่อนและยกระดับการเกษตรไทย ให้สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้น ผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การหมุนเวียนใช้วัตถุดิบและปัจจัยการผลิตให้เกิดประโยนช์สูงสุด ใช้พลังงานหมุนเวียนโดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว ในงาน Agro FEX 2022 เกิดจากความร่วมของสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา บูรณาการร่วมกันกับภาครัฐและ ๑๑ องค์กรภาคเอกชน โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงสินค้าด้านอุตสาหกรรมและการเกษตร การให้ความรู้ด้าน BCG มีการจับคู่ธุรกิจระหว่างนักธุรกิจจากส่วนกลางกับนักธุรกิจท้องถิ่น”

“งาน Agro FEX 2022 เป็นความร่วมมือของสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน ในกิจกรรม แสดงนิทรรศการ การบรรยายให้ความรู้ การจับคู่ธุรกิจ การเซ็น MOU ซึ่งมีความร่วมมือ จากหลายฝ่าย เช่น จังหวัดนครราชสีมา สนับสนุนการจัดงานอันเป็นกิจกรรม Mice city, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ TCEB สนับสนุนงบประมาณบางส่วน, กระทรวงพาณิชย์ โดยนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงานทุกปีรวมถึงปีนี้ด้วย ได้จัด business matching ผ่านสำนักงาน ทูตพาณิชย์ในต่างประเทศ, มทส.สนับสนุนงบประมาณ และงานวิจัยมาจัดแสดง, บีโอไอให้ความรู้ เรื่องส่งเสริมการลงทุนตามนโยบาย BCG รวมทั้งการจับคู่ธุรกิจ, ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช เอื้อเฟื้อสถานที่จัดงานในราคาพิเศษ, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยนายเกรียงไกร ชาญนุกูล ที่จะนำทีมมาโคราช บรรยาย จัดนิทรรศการ จับคู่ธุรกิจ ประชุมสภาภาคอีสาน และดูงาน, สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา จัดการบรรยายให้ความรู้เรื่องการจัดการ สวล. งานนิทรรศการ และ คลีนิกให้คำปรึกษา, สวทช. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และเครือข่าย ๑๑ องค์กรภาคเอกชน, ชมรมธนาคาร นำบูธมานำเสนอ Green Financing แก่นักอุตสาหกรรม และมีทีมโซล่าชุมชน มาจัดแสดงและการสาธิตใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ อีกด้วย”

 

 

ดร.ฉัตรชัย พิศพล กล่าวว่า “เทคโนธานี มทส.ได้สนับสนุนและร่วมดำเนินการกิจกรรมนี้เป็นประจำต่อเนื่องหลายปี โดยมีส่วนร่วมในการนำผู้ประกอบการที่ผ่านการทำงานร่วมกับ มทส. มาออกงานและร่วมทำ Business Matching โดยปีนี้พิเศษ จะมีอุทยานวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มาร่วมด้วย เพื่อเป็นการเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยี นวัตกรรม และวิทยาศาสตร์ โดยนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยมาเชื่อมโยงกับภาครัฐ เอกชน อุตสาหกรรม และชุมชน เพื่อผลักดันงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ เทคโนธานียังจัดกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้และสร้างแรงบัลดาลใจให้กับคนที่ต้องการทำธุรกิจ มีกิจกรรมเสวนาจากกลุ่มผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรม และการ Showcase ของผู้จัดการนวัตกรรม ของสำนักงานวัตกรรมแห่งชาติ นอกจากนี้ ภายในงานเรายังมีทีมที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำด้านธุรกิจ เช่น ขอคำแนะนำในกระบวนการผลิต หรือจะสอบถามถึงการปรับปรุงธุรกิจว่า ควรปรับปรุงอย่างไร ที่สำคัญในงานนี้มีการจำหน่ายสินค้า ซึ่งไม่ใช่สินค้าธรรมดา เพราะผ่านการบ่งเพาะจากอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ และเทคโนธานี เช่น ถ้าเป็นอาหาร จะมีความพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่อาหารปกติทั่วไป อาจจะมีการพัฒนาคุณค่าทางอาหาร และหวังว่า งานนี้จะช่วยต่อยอดทางธุรกิจให้กับทุกคนได้”

นายอิสระ อมรกิจบำรุง กล่าวว่า “บีโอไอทำหน้าที่ให้การส่งเสริมนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และช่วยดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการ เพราะหลายๆ คนอาจจะไม่ต้องการเสียภาษี BOI ก็จะเข้ามาช่วยให้สิทธิประโชยน์แก่บริษัทที่ได้รับการส่งเสริม หากต้องการการยกเว้นภาษี ก็สามารถมาขอส่งเสริมด้านการลงทุนได้ และการนำวัตถุดิบเข้ามาในประเทศเพื่อเป็นวัตถุดิบในการส่งออกสินค้า เราก็ส่งเสริมให้ไม่ต้องเสียภาษีได้ นอกจากนี้ เรายังให้คำแนะนำข้อมูลการลงทุนแก่นักลงทุนหรือผู้ประกอบการที่สนใจ รวมถึงให้บริการในการจัดหาผู้ผลิตให้นักลงทุน โดยเฉพาะในวันที่ ๑-๔ ธันวาคมนี้ เราก็จะช่วยจัดหาผู้ผลิตในประเทศให้ด้วย”

 

 

นายศารุมภ์ โหม่งสูงเนิน กล่าวว่า “บทบาทสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ คือ การทำอย่างไรที่จะช่วยสภาอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโคราช โดยภายในงานจะมีกิจกรรมหลายอย่างที่จัดทำร่วมกัน เช่น การจัด Business Matching ออนไลน์ โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วประมาณ ๒๐ ราย ซึ่งเราจะส่งรายชื่อให้กับทูตพาณิชย์จำนวน ๕๘ ประเทศทั่วโลก ซึ่งจะทำให้เกิดการเจรจาด้านธุรกิจเกิดขึ้น โดยปีที่ผ่านมาได้ประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ คู่ มีมูลค่าเกิดขึ้นประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท และยังมีการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยมีบูธให้คำปรึกษา เช่น ถ้าต้องการเป็นผู้ส่งออกจะทำอย่างไร นอกจากนี้ จะไม่ทิ้งผู้ประกอบการรายย่อยโดยชวนมาจัดแสดงสินค้าภายในงาน เช่น หมี่โคราช หากมาในงานอาจจะได้รับความรู้กลับไป นำความรู้ไปต่อยอดทางธุรกิจต่อไปได้”


นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๘ ฉบับที่ ๒๗๔๗ วันอังคารที่ ๑๕ พฤศจิกายน - วันพุธที่ ๑๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕

 


35 1890