27thSeptember

27thSeptember

27thSeptember

 

November 18,2022

วันสถาปนา ‘ท้าวสุรนารี’

 

 

เมื่อประมาณวันที่ ๒๙-๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ มีเฟซบุ๊กหนึ่ง เผยแพร่เรื่องราววันสถาปนาท้าวสุรนารี สรุปความว่า วันนี้ในอดีต เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๓๗๐ เป็นวันที่รัชกาลที่ ๓ สถาปนาท่านผู้หญิงโมเป็น “ท้าวุรนารี” ถึงปีนี้ครบรอบ ๑๙๕ ปี

ในฐานะที่ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจและศึกษาประวัติศาสตร์เมืองนครราชสีมา เห็นการสำเสนอในเฟซบุ๊กแล้วมีความเห็นต่าง และอยากแสดงความคิดเห็น ดังนี้

๑. วันที่กองทัพเมืองนครราชสีมาต่อสู้กับกองทัพเวียงจันทน์ที่ทุ่งสัมฤทธิ์ น่าจะไม่ใช่วันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๖๙ ตามที่เฟซบุ๊กนำเสนอ แต่น่าจะเป็นวันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๖๙ และคืนวันนี้ กองทัพเวียงจันทน์พ่ายแพ้ วันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๖๙ เจ้าอนุวงศ์ส่งกองตำรวจไปสืบข่าว ได้ถูกชาวเมืองระดมกันต่อสู้กองตรวจลาวจนแตกหนีกลับ วันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๖๙ เจ้าอนุวงศ์ส่งเจ้าสุทธิสารราชบุตรยกกองทัพไปปราบ แต่ถูกกองทัพเมืองนครราชสีมาตีแตกพ่ายเป็นคำรบ ๒

เจ้าอนุวงศ์เห็นว่าพ่ายแพ้แก่กองทัพเมืองนครราชสีมาถึง ๒ ครั้ง ๒ ครา คงไม่สามารถสู้รบกับไทยได้ ที่สำคัญคือทราบข่าวว่ากรุงเทพฯยกทัพมาทุกทางกำลังจะมาถึง ดังนั้นในวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๖๙ ได้สั่งให้ทหารเผาทำลายเมืองนครราชสีมาราบเป็นหน้ากลอง ไม่ว่าจะเป็นยุ้งฉาง บ้านเรือนราษฎร ค่ายป้อม และกำแพงเมือง รวมถึงรื้อถอนเสาหลักเมืองทิ้ง แล้วรุ่งขึ้นวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๖๙ เจ้าอนุวงศ์สั่งให้ทุกทัพถอยกลับอย่างเร่งรีบ

จากลำดับเหตุการณ์นี้ ถ้าถือเอาวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๖๙ เป็นวันที่กองทัพเวียงจันทน์สู้รบกับกองทัพเมืองนครราชสีมาและพ่ายแพ้ แล้ววันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๖๙ เจ้าอนุวงศ์จึงถอยทัพนั้น เป็นเวลาที่ห่างกันประมาณ ๑๙ วัน ดูไม่น่าจะสมเหตุสมผล เพราะการถอยทัพเป็นไปอย่างเร่งรีบ เจ้าอนุวงศ์คงไม่เอ้อระเหยรออยู่จนถึง ๑๙ วัน

ซึ่งเรื่องนี้ผมได้เสนอรายละเอียดในหนังสือ “เจ้าเมืองที่โลกลืม : ประวัติศาสตร์เมืองโคราชอีกหน้าหนึ่ง” และเสนอเป็นบทความใน นสพ.โคราชคนอีสาน ฉบับวันที่ ๑๐-๑๖ มีนาคม ๒๕๖๔ ไปแล้ว

 

 

๒. ความในเฟซบุ๊กนั้นกล่าวว่า ในปี พ.ศ. ๒๓๗๐ มีการสถาปนาท่านผู้หญิงโมเป็น “ท้าวสุรนารี” นั่นหมายถึง ปี พ.ศ. ๒๓๖๙ เจ้าอนุวงศ์ยึดเมืองนครราชสีมาและพ่ายแพ้ ต่อมาปีรุ่งขึ้น พ.ศ.๒๓๗๐ จึงมีการสถาปนาท้าวสุรนารี ซึ่งดูจะเร็วไปเพราะจากการศึกษาค้นคว้าเอกสารทางประวัติศาสตร์และพงศาวดารแล้ว มีความเห็นว่า วันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๗๑ ทัพหลวงนำโดยเจ้าพระยาราชสุภาวดี ตามจับเจ้าอนุวงศ์และครอบครัวได้ที่หมู่บ้านแถบแม่น้ำไฮเชิงเขาไก่ แขวงเมืองพวน ประเทศลาว และควบคุมตัวส่งมายังกรุงเทพฯ

เมื่อจับเจ้าอนุวงศ์และครอบครัวได้แล้ว ถือว่าการศึกสงครามระหว่างไทยกับลาวได้สิ้นสุดลง ไม่มีเสี้ยนหนามแผ่นดินอีกต่อไป เมื่อบ้านเมืองสงบสุขร่มเย็นแล้ว จึงมีการปูนบำเหน็จความชอบแก่บรรดานายทัพนายกองทุกนายที่ไปทำศึก

ในพงศาวดารบันทึกว่า เจ้าพระยาราชสุภาวดี ได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากรัชกาลที่ ๓ เป็น “เจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์)” แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นวันเดือนปีใด เข้าใจว่าน่าจะเป็นปี พ.ศ. ๒๓๗๒ เพราะจับตัวเจ้าอนุวงศ์และครอบครัวได้เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๗๑ ซึ่งเป็นปลายปี พ.ศ. ๒๓๗๑

ดังนั้น ถ้าจะมีการสถาปนาท่านผู้หญิงโมเป็น “ท้าวสุรนารี” ก็น่าจะเป็นปีเดียวกันกับเจ้าพระยาราชสุภาวดี ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น “เจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์)” คือในปีพ.ศ. ๒๓๗๒ แต่พงศาวดารก็ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องคุณหญิงโมแต่อย่างใด ดังนั้นเรื่องราวในเฟซบุ๊กดังกล่าว ว่าวันสถาปนาท้าวสุรนารี คือวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๓๗๐ นั้น ไม่ทราบว่าอ้างอิงจากหลักฐานใดและน่าเชื่อถือได้แค่ไหน

 

๓. ในพงศาวดารซึ่งเป็นเอกสารชั้นต้นกล่าวถึง ครั้งเมื่อกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เป็นแม่ทัพหลวงยกไปปราบเจ้าอนุวงศ์และได้พักทัพที่เมืองนครราชสีมา ในการนี้ได้สอบสวนเหตุการณ์ทราบว่าท่านผู้หญิงโม เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมวางแผนต่อสู้ และเป็นกำลังสำคัญนำพลผู้หญิงเข้าหนุน ระหว่างสอบสวนผู้อยู่ในเหตุการณ์ พระยาปลัดเมืองนครราชสีมาเกิดอาการคลั่งเสียสติขึ้นม้าหนีไป การที่พระยาปลัดเกิดคลุ้มคลั่งเสียสติ เพราะเกิดความกลัวว่าจะได้รับโทษที่ไปอ่อนข้อเข้าหาเจ้าอนุวงศ์ที่เป็นกบฏ ซึ่งในกฎหมายพระอัยการกบฏศึกถือว่าเป็นกบฏมีโทษถึงตาย ภายหลังพระยาปลัดรู้ข่าวว่า กรมพระราชวังบวรสถานมงคลไม่ถือเอาโทษ ก็หายคลั่งเสียสติเป็นปกติกลับมา

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย กล่าวในหนังสือสาส์นสมเด็จ ภาค ๒ ว่า หลังจากเสร็จศึกปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์แล้ว พระยาปลัดเมืองนครราชสีมา ไม่ได้รับบำเหน็จความชอบในการสงครามครั้งนี้ เนื่องจากถูกรัชกาลที่ ๓ ตั้งข้อรังเกียจครั้งที่กลับมาจากเมืองขุขันธ์แล้วเข้าหาเจ้าอนุวงศ์ซึ่งเป็นกบฏ จวบจนถึงสมัยรัชกาลที่ ๔ พระยาปลัดจึงได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น “เจ้าพระยามหิศราธิบดี” ท่านผู้หญิงโมก็เข้าใจว่าได้เป็น “ท้าวสุรนารี” ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เช่นกัน

 

กล่าวโดยสรุป วันเดือนปีที่สถาปนาท่านผู้หญิงโมเป็น “ท้าวุรนารี” ไม่ปรากฏว่ามีเอกสารที่เชื่อถือได้ระบุแน่ชัด ซึ่งหากเป็นวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๓๗๐ โดยมีหลักฐานที่เชื่อถือได้หรือเป็นเอกสารของทางการ ผมเองก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่ยอมรับ

เพียงแต่ตั้งเป็นข้อสังเกตว่า หากวันเดือนปีดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงหรือไม่ใช่ และไม่มีใครทักท้วงก็จะทำให้คนในสังคม โดยเฉพาะเด็กรุ่นหลังจดจำและจะเข้าใจที่ผิดๆ กันไปเท่านั้นเอง

• ดร.เมตต์ เมตต์การุณ์จิต
ผู้เขียน “พจนานุกรมภาษาโคราช”, “ย้อนเรื่องเมืองโคราช”, “สารานุกรมโคราช” และ “เจ้าเมืองที่โลกลืม”

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๘ ฉบับที่ ๒๗๔๗ วันอังคารที่ ๑๕ พฤศจิกายน - วันพุธที่ ๑๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕

 


811 2,126